กรุงเทพฯ – ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานสาธารณสุขของไทยเดินหน้าสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความตื่นตระหนกเกี่ยวกับ “ ไวรัสนิปาห์ ” หลังมีข่าวการระบาดเฉพาะพื้นที่ในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ปลายเดือนมกราคม 2026 กรมควบคุมโรค (DDC) กระทรวงสาธารณสุข ย้ำหลายครั้งว่า ไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อในคนแม้แต่รายเดียว
กระแสกังวลส่วนหนึ่งมาจากข่าวลือในโลกออนไลน์ ที่พยายามโยงไวรัสเข้ากับค้างคาวในไทย จนหลายคนรู้สึกคล้ายบรรยากาศช่วงเริ่มต้น โควิด -19
ไวรัสนิปาห์ถูกพบครั้งแรกที่มาเลเซียในปี 1998 เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยพาหะหลักคือค้างคาวกินผลไม้ (flying foxes) การติดเชื้อในคนเกิดได้จากการสัมผัสสัตว์ติดเชื้อ อาหารปนเปื้อน เช่น ผลไม้ที่ถูกค้างคาวกัด หรือบางกรณีพบการติดต่อจากคนสู่คนผ่านสารคัดหลั่ง อัตราเสียชีวิตรายงานอยู่ราว 40% ถึง 75% ขึ้นกับความพร้อมของระบบรักษา ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยังไม่มียารักษาเฉพาะ ทำให้เมื่อมีการระบาดที่ไหนก็มักถูกจับตาเป็นพิเศษ

ข่าวปลอมและความตื่นตระหนกบนโซเชียล ทำให้เกิดความกลัวเกินจริง
ความไม่สบายใจในไทยรอบนี้เกิดจากโพสต์และข้อความส่งต่อที่ยังไม่ตรวจสอบ บาง เนื้อ หาบอกว่า “ค้างคาวไทยติดเชื้อจำนวนมาก” และกำลังจะเกิดการระบาดใหญ่ มีการเทียบกับโควิด-19 พร้อมภาพค้างคาวในถ้ำหรือวัดที่ถูกแชร์ต่อใน Facebook และ Line อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บางคนเริ่มเลี่ยงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ หรือกังวลกับเรื่องใกล้ตัว เช่น การกินผลไม้ทั่วไป
นักวิชาการด้านไวรัส รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้แจงว่า เคยมีการตรวจพบแอนติบอดีหรือร่องรอยที่เกี่ยวข้องกับนิปาห์ในค้างคาวกินผลไม้ในไทยราว 10% ถึง 16% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าพื้นที่ที่พบการระบาดบ่อย (บางแห่งพบได้ถึง 40% ถึง 50%) ที่สำคัญ ยังไม่มีหลักฐานว่าเชื้อแพร่จากค้างคาวไปสู่สุกรหรือคนในไทย โดยไทยมีมาตรการป้องกันมานาน เช่น ข้อจำกัดเรื่องการเลี้ยงสุกรใกล้แหล่งอาศัยของค้างคาว ผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่าเป็นการพบเชื้อในสัตว์ป่าตามธรรมชาติ ไม่ใช่สัญญาณว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉินทันที
ส่วนประเด็นที่หลายคนกังวลเรื่อง “จะกลายเป็นโรคระบาดใหญ่เหมือนโควิด-19” หน่วยงานรัฐย้ำความต่างชัดเจนว่า นิปาห์แพร่ได้ยากกว่าโควิด-19 มาก โดยการติดเชื้อมักเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่ง ไม่ได้แพร่กระจายทางอากาศได้ง่ายแบบละอองฝอยทั่วไป จึงไม่ค่อยเกิดการระบาดในชุมชนวงกว้าง หากไม่มีความเสี่ยงเฉพาะ
เพิ่มการคัดกรองที่สนามบิน เพื่อกันการนำเชื้อเข้าประเทศ
หลังมีรายงานผู้ติดเชื้อในรัฐเบงกอลตะวันตก (พบ 5 ราย รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์) และมีการกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดเกือบ 100 คน ไทยจึงกลับมาใช้มาตรการคัดกรองแบบเจาะจงที่สนามบินหลัก
ตั้งแต่ 25 มกราคม 2026 เป็นต้นไป มีการเพิ่มมาตรการที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และ ภูเก็ต โดยเน้นผู้โดยสารที่เดินทางมาจากพื้นที่เบงกอลตะวันตกของอินเดีย ขั้นตอนประกอบด้วยการวัดอุณหภูมิ กรอกแบบฟอร์มสุขภาพ และประเมินอาการในจุดคัดกรอง เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ ไอ หายใจลำบาก ซึม สับสน หรือชัก หากพบอาการเข้าข่าย จะถูกส่งต่อไปยังจุดกักกันเพื่อประเมินเพิ่มเติม โดยการตรวจอาจใช้เวลาประมาณ 6 ถึง 8 ชั่วโมง
ผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงยังได้รับ “Health Beware Card” ระบุอาการที่ควรเฝ้าระวัง และแนะนำให้ติดต่อสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หากมีอาการภายใน 21 วันหลังเดินทางถึงไทย มาตรการนี้เน้นเที่ยวบินจากโกลกาตาเป็นหลัก และไม่ได้ขยายไปยังผู้เดินทางจากทุกพื้นที่ของอินเดีย เพราะการระบาดยังอยู่ในวงจำกัด
มาตรการเฝ้าระวังในประเทศ เดินตามแนวคิด One Health
นอกเหนือจากสนามบิน ภาครัฐยังขยายการเฝ้าระวังตามแนวคิด “One Health” ที่ทำงานร่วมกันทั้งด้านคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพิ่มคำแนะนำสำหรับแหล่งท่องเที่ยวถ้ำและธรรมชาติ ลดความเสี่ยงการสัมผัสมูลค้างคาวหรือสารคัดหลั่ง หากสัมผัสควรล้างทำความสะอาดทันที
คำแนะนำต่อประชาชนยังเน้นเรื่องพื้นฐานที่ทำได้จริง เช่น ล้างมือหลังจับสัตว์ ล้างผลไม้ให้สะอาด ปอกเปลือกก่อนกิน หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยกัดหรือผลที่ตกพื้น และเลี่ยงการบริโภคน้ำตาลโตนดสดหรือผลิตภัณฑ์ที่อาจปนเปื้อน สำหรับผู้ที่มีแผนเดินทางไปอินเดีย หน่วยงานรัฐแนะนำให้ติดตามสถานการณ์ เลี่ยงพื้นที่ระบาด และรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด
โรงพยาบาลทั่วประเทศถูกสั่งการให้เตรียมความพร้อมเรื่องห้องแยก บุคลากรเฉพาะทาง และระบบตรวจวินิจฉัย ขณะเดียวกัน ยังมีการติดตามสุขภาพสัตว์ป่า และการเฝ้าระวังในฟาร์มสุกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดโอกาสเกิดการข้ามสายพันธุ์สู่คน
ย้ำความมั่นใจ ไม่ตื่นตระหนก แต่ไม่ประมาท
หน่วยงานสาธารณสุขยืนยันว่า ไวรัสนิปาห์เป็นโรครุนแรงในพื้นที่ที่มีการระบาด แต่ไทยยังปลอดผู้ป่วยในคน การคัดกรองตามจุดเสี่ยง การให้ข้อมูลที่เข้าใจง่าย และการจัดการด้านสัตว์ป่า ช่วยให้การควบคุมความเสี่ยงทำได้เป็นระบบ
ในขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้นิปาห์เป็นเชื้อที่ต้องจับตาเพราะมีโอกาสก่อการระบาด ไทยเลือกแนวทางที่ระมัดระวังแบบพอดี ไม่ทำให้คนตื่นกลัวเกินจำเป็น ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรยึดข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคเป็นหลัก มากกว่าข้อความที่ไม่ทราบแหล่งที่มา เมื่อเฝ้าระวังต่อเนื่องและทำตามคำแนะนำพื้นฐาน ประเทศก็พร้อมรับมือหากมีความเสี่ยงใหม่ โดยไม่ต้องกลับไปเจอผลกระทบหนักแบบช่วงโควิด-19 อีกครั้ง
หน่วยงานสาธารณสุขเรียกร้องให้ประชาชนใจเย็นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับ
สุขภาพและการแพทย์ Health
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ เชียงราย ได้จัดงานมหกรรม สุขภาพ ครั้งใหญ่แห่งปี งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sriburin Health Expo 2026 THE Health Experience 2026 ” โดยจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย งานสำคัญนี้มาพร้อมแนวคิด “Discover Your Health. Design Your Future.” ซึ่งเน้นย้ำถึงการออกแบบสุขภาพที่ดีเพื่ออนาคตของคุณ
นพ.อิทธิพงษ์ ยอดประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย และโรบินสัน เชียงราย เข้าร่วมด้วย รวมถึงสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงรายก็มาร่วมทำข่าวในงานนี้อย่างคับคั่ง
ประเด็นสำคัญ:
- โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ จัดงานแฟร์สุขภาพยิ่งใหญ่ที่เซ็นทรัล เชียงราย เพื่อรณรงค์การดูแลตัวเอง
- ภายในงานมีบริการตรวจสุขภาพเฉพาะทางและให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ประชาชนที่สนใจสามารถซื้อแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษได้ยาวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
ไฮไลท์กิจกรรมและการตรวจสุขภาพเฉพาะทาง
ภายในงานเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการตรวจประเมินสุขภาพอย่างครบวงจร โดยมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางมาร่วมให้บริการอย่างใกล้ชิด มีทั้งการตรวจสุขภาพหัวใจ การตรวจกระดูกและข้อ รวมถึงการให้คำปรึกษาปัญหาการนอนหลับ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ชาวเชียงรายรู้เท่าทันโรคและสามารถป้องกันได้ทันท่วงที
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมไฮไลท์อย่าง Doctor Talk ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างเข้าใจง่าย พร้อมทั้งมีการแนะนำเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ผู้ร่วมงานได้รับความรู้กลับไปดูแลตัวเองอย่างเต็มที่
วางแผนสุขภาพระยะยาวด้วยแพ็กเกจสุดคุ้ม
การส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันคือเป้าหมายหลักของการจัดงานในครั้งนี้ ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดเตรียมแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษมาให้เลือกมากมาย แพ็กเกจเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนสุขภาพระยะยาวได้อย่างคุ้มค่าและตรงจุดที่สุด
สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสมาร่วมงานที่เซ็นทรัลเชียงราย ก็ไม่ต้องกังวลใจไป คุณยังสามารถติดต่อสอบถามและซื้อแพ็กเกจโปรโมชั่นนี้ได้โดยตรงที่โรงพยาบาล โปรโมชั่นพิเศษนี้เปิดให้จองยาวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ตามเงื่อนไขของแต่ละแพ็กเกจ อย่าลืมว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการใส่ใจและวางแผนดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: งาน Sriburin Health Expo 2026 จัดขึ้นที่ไหนและเมื่อไหร่?
A: งานเปิดตัวจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
Q: สามารถซื้อแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษได้ถึงวันไหน?
A: สามารถติดต่อสอบถามและซื้อแพ็กเกจโปรโมชั่นได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ โดยตรง
Q: มีการตรวจสุขภาพด้านใดบ้างที่น่าสนใจจากงานนี้?
A: มีการให้คำปรึกษาและประเมินสุขภาพจากศูนย์เฉพาะทาง เช่น สุขภาพหัวใจ กระดูกและข้อ ปัญหาการนอนหลับ รวมถึงการคัดกรองมะเร็งเต้านม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
สุขภาพและการแพทย์ Health
สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
เชียงราย – เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. นางสุวาภรณ์ จิตต์พลีชีพ รองนายกเหล่ากาชาด จังหวัดเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดงานรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านม งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sabina Sewing Cup Sewing Heart เย็บด้วยใจ ส่งต่อด้วยรัก” ซึ่งจัดขึ้นที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย กิจกรรมนี้จัดโดยห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย ร่วมกับบริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) จุดประสงค์หลักคือการรณรงค์ให้สตรีไทยตระหนักถึงภัยของโรคนี้
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ สมาคมสื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย ภายในงานมุ่งเน้นการส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยที่กำลังเผชิญกับโรคร้ายนี้ ผู้เข้าร่วมงานต่างให้ความสนใจและร่วมมือกันอย่างอบอุ่น บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวังสำหรับผู้ป่วยทุกคน
ประเด็นสำคัญ
- เหล่ากาชาดและภาคีเครือข่ายร่วมจัดกิจกรรมเย็บเต้านมเทียมเพื่อมอบให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
- โครงการนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสอนวิธีตรวจคัดกรองเบื้องต้น
- เป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูสภาพจิตใจและคืนความมั่นใจให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
การให้ความรู้และกิจกรรมเย็บเต้านมเทียม
ในงานนี้มีการบรรยายให้ความรู้ที่สำคัญในหัวข้อ “การรู้เท่าทันและการป้องกันมะเร็งเต้านม” โดยได้รับเกียรติจาก พญ.กุลเนตร เนตรศรีทอง ท่านเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย การบรรยายนี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจวิธีดูแลตัวเองได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีทีมพยาบาลวิชาชีพและหัวหน้าส่งเสริม สุขภาพ จาก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มาร่วมให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั่วไป
กิจกรรมที่โดดเด่นที่สุดในงานคือการจัด Workshop เย็บเต้านมเทียม กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มจิตอาสาและผู้เข้าร่วมงานทุกคน หลังจากเย็บเสร็จแล้ว ได้มีการทำพิธีมอบเต้านมเทียมเหล่านี้ให้แก่ตัวแทนโรงพยาบาล เต้านมเทียมทั้งหมดจะถูกนำไปส่งต่อให้ผู้ป่วย เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจต่อไปในอนาคต
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ของการแบ่งปัน
โครงการดีๆ แบบนี้ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 แล้ว ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันให้กับผู้หญิงไทยทุกคน การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่เนิ่นๆ
การสอนให้ผู้หญิงสามารถตรวจเช็กเต้านมด้วยตนเองเบื้องต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรงได้ การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้การรักษาง่ายและมีโอกาสหายขาดสูงขึ้น นอกจากเรื่องสุขภาพกายแล้ว การเติมเต็มกำลังใจให้ผู้ป่วยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ทุกภาคส่วนหวังว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ความสำคัญของการฟื้นฟูจิตใจผู้ป่วย
มะเร็งเต้านมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วย การสูญเสียเต้านมจากการผ่าตัดทำให้ผู้หญิงหลายคนขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นการได้รับเต้านมเทียมจึงเปรียบเสมือนการได้รับของขวัญที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ทำให้พวกเขากล้าที่จะแต่งตัวและเข้าสังคมอีกครั้งด้วยความมั่นใจ
แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจาก กรมการแพทย์ ยืนยันว่า กำลังใจที่ดีมีส่วนสำคัญมากในกระบวนการรักษาโรค การที่สังคมแสดงความห่วงใยผ่านกิจกรรมจิตอาสาแบบนี้ ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง พลังบวกจากคนรอบข้างจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีแรงใจ ซึ่งนำไปสู่การตอบสนองต่อการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
สุขภาพและการแพทย์ Health
Korea Pure ได้มอบค่าชดเชยให้กับอาสาสมัครที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
เชียงราย – เกิดเหตุการณ์น่าตกใจขึ้นกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (VHV) ในอำเภอน่านน้อย จังหวัดน่าน เมื่อการทดลองผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ Korea Pure” กลับกลายเป็นอันตราย อาสาสมัครสาธารณสุขกว่า 104 คน มีอาการแพ้อย่างรุนแรงภายในเวลาเพียง 15 นาทีหลังรับประทานผลิตภัณฑ์ อาการมีตั้งแต่ใจสั่น เวียนศีรษะ ไปจนถึงความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ป่วยต้องเร่งนำตัวส่งห้องฉุกเฉินถึง 21 ราย ในจำนวนนี้มี 7 รายที่อาการหนักจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ล่าสุดทางทนายความและตัวแทนจำหน่ายได้ลงพื้นที่เพื่อเจรจา และเสนอเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับผู้ได้รับผลกระทบแล้ว
สรุปประเด็นสำคัญ
- อสม. ล้มป่วยหมู่:อสม. 104 รายเกิดอาการผิดปกติรุนแรงหลังทดลองดื่มอาหารเสริม จนต้องหามส่งโรงพยาบาลถึง 21 ราย
- เสนอชดเชยสูงสุดหมื่นบาท:ตัวแทนจำหน่ายเสนอเงินเยียวยา 3,000 ถึง 10, 000 บาท ตามระดับความรุนแรงของอาการ
- ผู้เสียหายขอรอผลตรวจ:อสม. ส่วนใหญ่ปฏิเสธเงินเยียวยา ขอรอความชัดเจนจาก อย. เพราะพบความดันและค่าตับสูงขึ้น
ตัวแทนของบริษัท เดอะ วินเนอร์ สตาร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย Korea Pure ได้เสนอเงินชดเชยแบ่งเป็น 3 ระดับ กลุ่มแรกที่ไม่มีอาการหนักรับ 3,000 บาท ส่วนกลุ่มที่เข้าโรงพยาบาลแต่กลับบ้านได้ทันทีรับ 5,000 บาท สำหรับกลุ่มที่ต้องนอนแอดมิทจะได้รับเงินเยียวยา 10,000 บาท พร้อมการดูแลเพิ่มเติมหากแพทย์ระบุว่าป่วยจากอาหารเสริมจริง
นางสาวขนิษฐา หรือ “โค้ชบิว” ตัวแทนจำหน่าย ยอมรับว่าอาจเกิดจากความผิดพลาดในการชงสาธิต เธอใช้อัตราส่วนที่เข้มข้นเกินไปในการชงให้ อสม. ดื่ม ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับสารไนอะซิน (Niacin) สูงเกินไป อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยังต้องรอผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอีกครั้ง
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สั่งยึดผลิตภัณฑ์ Korea Pure
ทางด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับ ตำรวจ แล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สั่งระงับการจำหน่าย และเรียกคืนผลิตภัณฑ์ Korea Pure ล็อตดังกล่าวทันที ข้อมูลจากเว็บไซต์ MGR Online ระบุว่า อย. จะตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดจนกว่าจะทราบผลที่แน่ชัด
การดำเนินงานของ อย. ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่กังวลเรื่องสารตกค้างในร่างกายจากสินค้าตัวนี้ หากพบความผิดปกติ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
ผู้เสียหายผวาหนัก พบค่าตับพุ่งสูง
แม้บริษัทจะเสนอเงินเยียวยา แต่ อสม. ส่วนใหญ่ที่เข้ารับการรักษายังปฏิเสธที่จะรับเงินดังกล่าว พวกเขามีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับปัญหา สุขภาพ ในระยะยาวที่อาจตามมา บางรายเปิดเผยว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรง แต่หลังเกิดเหตุกลับพบว่ามีความดันโลหิตสูงและค่าตับสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
ผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนจากหน่วยงานรัฐเสียก่อนตัดสินใจ หากรับเงินเยียวยาไปแล้วในตอนนี้ พวกเขากลัวว่าจะไม่สามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมได้ ดังนั้น การรอผลตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุด
นอกจากนี้ อสม. รายหนึ่งเล่าว่า ตัวแทนได้โฆษณาสรรพคุณว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยล้างสารพิษในร่างกายได้ โดยเฉพาะผู้ที่เคยสัมผัสกับยาฆ่าแมลงก็สามารถดื่มเพื่อดีท็อกซ์ได้ตามปกติ แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์นี้จึงเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้บริโภคระมัดระวังให้มากขึ้น
กรณีที่เกิดขึ้นกับกลุ่ม อสม. น่าน ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญมากสำหรับผู้บริโภคทุกคน การเลือกซื้อหรือทดลองผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ ควรตรวจสอบเลขหมาย อย. อย่างถี่ถ้วน สิ่งที่อ้างว่าสกัดจากธรรมชาติหรือช่วยดีท็อกซ์ อาจไม่ได้ปลอดภัยสำหรับทุกคนเสมอไป
ท้ายที่สุดนี้ สังคมยังคงต้องจับตามองผลการตรวจสอบจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด ความปลอดภัยของผู้บริโภคต้องมาเป็นอันดับหนึ่งในคดีนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความโปร่งใส เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด















