เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่น่าเศร้าอีกครั้ง เมื่อหญิงสาวอายุ 20 ปีจากเชียงรายเสียชีวิตหลังจากวิ่งข้ามถนนใต้สะพานลอยแทนที่จะใช้ทางม้าลายที่กำหนดไว้ เธอถูกรถกระบะชนอย่างแรงจนร่างกระเด็น จากนั้นรถอีกคันที่ตามมาไม่สามารถหลบได้และเหยียบซ้ำ ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์
เวลาประมาณ 22.40 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ จ. นนทบุรี รับแจ้งเหตุรถชนคนเดินเท้าเสียชีวิต บนถนนชัยพฤกษ์ขาออก บริเวณหน้าเทศบาลตำบลบางพลับ อ. ปากเกร็ด หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
กลางถนนบริเวณช่องทางหลักเลนขวาสุด เจ้าหน้าที่พบร่าง น.ส.สุภาพร ยูเบียอายุ 20 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สภาพนอนคว่ำหน้า เสื้อผ้าฉีกขาด แขนขาหักหลายจุด ศีรษะมีบาดแผลรุนแรง และมีคราบเลือดรวมถึงชิ้นส่วนร่างกายกระจายบนพื้นถนน
ถัดจากจุดพบร่างไปราว 50 เมตรพบรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีขาว ทะเบียน กอ 4459 นนทบุรี ด้านหน้ารถเสียหายหนัก คนขับคือ นายโชติชนก อายุ 29 ปี ชาว จ.นนทบุรี ยืนรอให้การกับตำรวจในที่เกิดเหตุ
ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน สส 109 กรุงเทพมหานคร อยู่ห่างออกไปอีกราว 50 ถึง 100 เมตร คนขับให้ข้อมูลว่า ขับตามหลังรถกระบะมา เมื่อเห็นเหตุการณ์จึงเบรกไม่ทัน ทำให้ล้อรถทับร่างผู้เสียชีวิตที่อยู่กลางถนน
จากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ เห็นผู้เสียชีวิตเดินออกจากร้านสะดวกซื้อ ก่อนวิ่งข้ามถนนใต้สะพานลอยในทันที คนขับรถกระบะให้การว่าใช้ความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. และหยุดรถไม่ทันเมื่อผู้เสียชีวิตวิ่งตัดหน้า
ทำไมหลายคนยังไม่ใช้สะพานลอย
แม้สะพานลอยทำไว้เพื่อช่วยลดความเสี่ยง แต่ในชีวิตจริงยังมีคนเลือกข้ามถนนด้านล่างด้วยหลายเหตุผล เช่น
- ไม่สะดวกเพราะต้องขึ้นลงบันไดสูง โดยเฉพาะตอนรีบหรือถือของ
- สภาพทางเดินไม่น่าใช้งานเช่น แสงสว่างน้อย พื้นลื่นตอนฝนตก หรือโครงสร้างชำรุด
- ความเคยชินหลายคนเลือกข้ามจุดสั้น ๆ เพื่อประหยัดเวลา โดยเฉพาะช่วงดึก
- การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ต่อเนื่องทำให้บางคนมองความเสี่ยงเป็นเรื่องไกลตัว
เหตุครั้งนี้ตอกย้ำชัดว่า การข้ามถนนผิดจุดอาจจบลงด้วยความสูญเสียที่ป้องกันได้
ย้อนดูเหตุคนเดินเท้าเสียชีวิตที่เคยเกิดขึ้น
ปัญหาคนเดินเท้าถูกชนจนเสียชีวิตเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในไทย และมีหลายกรณีที่สังคมจำได้ เช่น
- ปี 2562น้องลิ้นจี่ (วิลาวัณย์ พุ่มมาลา) เสียชีวิตหลังถูกรถจักรยานยนต์ชน ขณะข้ามทางม้าลายแยกผังเมือง กรุงเทพฯ จนเกิดกระแสเรียกร้องความปลอดภัยคนข้ามถนน
- ปี 2562น้องใบหม่อน นักเรียน ม.4 วิทยาลัยนาฏศิลป์ จ.นครปฐม เสียชีวิตจากการถูกรถชน ขณะข้ามทางม้าลายหน้าโรงเรียน
- ปี 2565หญิงวัย 57 ปี วิ่งออกกำลังกายและข้ามถนนโดยไม่ใช้สะพานลอย ก่อนถูกรถชนเสียชีวิตใต้สะพานลอย ลักษณะคล้ายเหตุล่าสุด
- สถิติที่อ้างอิงได้กรมควบคุมโรคระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คนเดินเท้าเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 506 ราย และบาดเจ็บเข้ารักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ย 5,870 ราย ขณะเดียวกัน Thai RSC รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสะสมปี 2567 ถึง 2568 ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล
- คดีที่พบได้บ่อยมีหลายกรณีคนเดินเท้าดื่มสุราแล้วข้ามถนนจนเกิดเหตุ โดยแนวคำพิพากษามักพิจารณาเรื่องความประมาทของผู้ขับขี่เป็นหลัก
- ปี 2567 ถึง 2568ช่วงปีใหม่และเทศกาลต่าง ๆ คนเดินเท้ายังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะถนนหลายเลนและถนนที่รถใช้ความเร็วสูงในเขตชานเมือง
ข้อมูลจากมูลนิธิเมาไม่ขับและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสะท้อนตรงกันว่า คนเดินเท้าเป็นกลุ่มเปราะบาง และมักเสียเปรียบเมื่อเกิดเหตุบนถนนใหญ่
ข้อเสนอที่สังคมพูดถึงหลังเกิดเหตุ
หลังเหตุครั้งนี้ หลายฝ่ายกลับมาพูดถึงมาตรการความปลอดภัยอีกครั้ง โดยมีข้อเสนอที่พบได้บ่อย เช่น
- เพิ่มไฟส่องสว่างและป้ายเตือนบริเวณสะพานลอยและจุดเสี่ยง
- ทำรั้วกั้นกลางถนน ลดการข้ามผิดจุด
- เพิ่มจุดตรวจ และจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมายจราจร
- รณรงค์ให้ใช้ทางข้ามที่ถูกต้อง ผ่านสื่อและโรงเรียน โดยเน้นกลุ่มเยาวชน
- คุมความเร็วในเขตชุมชน และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มในจุดอันตราย
ด้านตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ เดินหน้าสอบสวนต่อเนื่อง และอาจพิจารณาแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พร้อมตรวจสอบความเร็ว ปริมาณแอลกอฮอล์ และสภาพรถของทั้งสองคัน
ขณะเดียวกัน ครอบครัวของ น.ส.สุภาพร ซึ่งเป็นวัยรุ่นจากเชียงรายที่เข้ามาทำงานหรือใช้ชีวิตในพื้นที่กรุงเทพฯและนนทบุรี ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ เพื่อนและคนใกล้ชิดต่างแสดงความอาลัย
อุบัติเหตุบนถนนไทยยังพรากชีวิตคนจำนวนมากทุกปี โดยเฉพาะคนเดินเท้า เหตุของน.ส.สุภาพรจึงเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดว่า ทุกครั้งที่ข้ามถนนต้องให้ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ หากทุกฝ่ายช่วยกันจริงจัง โอกาสเกิดเหตุซ้ำย่อมลดลงได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายสั่นสะเทือน! เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.3 ที่แม่สาย
อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าวีรบุรุษแห่งภูเขาเชียงราย มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2572
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า
เ ชียงราย– เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.พาน ได้ผนึกกำลังกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นระหว่างเวลา 22.00 ถึง 24.00 น. บริเวณหน้าตู้ยามตำบลสันติสุข อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย เพื่อตั้งจุดตรวจสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชนในชุมชน
การปฏิบัติงานนี้ดำเนินการตามแผนที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นำข้อมูล อาชญากรรม มาวิเคราะห์อย่างละเอียด ทีมงานนำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ ผู้กำกับการ สภ.พาน พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจและ น.ส.พิชญกานต์ ตาดทอง กำนันตำบลสันติสุข ทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดจุดตรวจที่เหมาะสมที่สุด การใช้ข้อมูลจริงมาวางแผนช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- กำลังเจ้าหน้าที่ร่วม 30 นาย ตั้งด่านเครือข่ายใยแมงมุมในตำบลสันติสุขเพื่อสกัดกั้น ยาเสพติด
- ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอาชญากรรมเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตั้งจุดตรวจและป้องกันเหตุร้าย
- จับกุมชายวัย 33 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 10 เม็ด และตั้งข้อหาหนักเรื่องการเสพยาขณะขับขี่
ผลลัพธ์จากการตั้งจุดตรวจใยแมงมุม
จากการตรวจตราอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้หนึ่งราย ผู้ต้องหาเป็นชายชาวตำบลสันติสุข อายุ 33 ปี ซึ่งขับขี่ยานพาหนะผ่านเข้ามายังจุดตรวจ เมื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 10 เม็ดอยู่ในความครอบครอง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานทันที
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ข้อหาหลักคือการครอบครองยาเสพติดให้โทษและการเสพยาเสพติดในขณะขับขี่ยานพาหนะ ขณะนี้ผู้ต้องหาได้ถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว เหตุการณ์นี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สะท้อนการทำงานอย่างหนักของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อความสงบสุขของประชาชน
พลังของชุมชนในการต้านภัยยาเสพติด
ความสำเร็จในคืนดังกล่าวไม่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่ง ฝ่ายปกครองและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต่างมีบทบาทสำคัญในการลงพื้นที่ การทำงานแบบบูรณาการนี้ช่วยยกระดับการป้องกันปัญหายาเสพติดในอำเภอพานได้อย่างเป็นรูปธรรม
ชาวบ้านในตำบลสันติสุขต่างรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเห็นการทำงานที่จริงจังและใกล้ชิดประชาชน การตั้งด่านแบบเครือข่ายใยแมงมุมจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมในพื้นที่ ทุกฝ่ายหวังว่าความร่วมมือนี้จะทำให้จังหวัดเชียงรายน่าอยู่และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย– เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติการครั้งสำคัญเพื่อรักษาความปลอดภัยใน จังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล รองผู้บัญชาการ ตำรวจ ภูธรภาค 5">ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ พวกเขาได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อตั้งจุดตรวจความปลอดภัย ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นบริเวณหน้าตลาดล้านเมือง ตำบลสันทราย โดยมีเป้าหมายหลักในการป้องกันเหตุร้ายและดูแลประชาชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ใช้แผนปฏิบัติการที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่เน้นความแม่นยำและการใช้ข้อมูลจริง เจ้าหน้าที่จะนำสถิติและสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาวิเคราะห์ เพื่อหาจุดที่ควรตั้งด่านตรวจให้เกิดประโยชน์สูงสุด วิธีนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่การสุ่มตรวจทั่วไป แต่เป็นการวางกำลังเพื่อป้องกันและสกัดกั้นคนทำผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญ
- ยกระดับความปลอดภัย: ตำรวจภาค 5 สนธิกำลังตั้งด่าน “ใยแมงมุม” ทั่วเชียงรายเพื่อป้องกันและปราบปราม อาชญากรรม
- จับกุมผู้กระทำผิด:ด่านแม่คำ อำเภอแม่จัน สามารถรวบตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดได้ 1 รายอย่างรวดเร็ว
- ใช้ข้อมูลทำงาน:แผนใยแมงมุมใช้การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เพื่อจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่อย่างแม่นยำและตรงจุด
ผลงานด่านแม่คำ สกัดจับเครือข่ายยาเสพติด
ในคืนเดียวกันนั้น แผนเครือข่ายใยแมงมุมก็แสดงผลงานอย่างชัดเจนในอีกพื้นที่หนึ่งของจังหวัด พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่จัน ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมกันตั้งด่านตรวจสกัด พวกเขาประจำการอยู่ที่บริเวณด่านตรวจแม่คำ อำเภอแม่จัน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจร การทำงานเป็นไปอย่างเข้มงวดและรัดกุมตามนโยบายระดับจังหวัดที่วางเอาไว้
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างขะมักเขม้น พวกเขาได้เรียกตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยตามหลักการทำงาน ผลจากการตรวจค้นอย่างละเอียด ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมชายผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดได้จำนวนหนึ่ง การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การตั้งด่านแบบมีข้อมูลรองรับนั้น สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดของสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างแท้จริง โดยสามารถติดตาม ข่าวสารตำรวจภูธรภาค 5 เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางทางการ
อำเภอแม่จันถือเป็นพื้นที่สำคัญที่มีการสัญจรไปมาอย่างหนาแน่น และเชื่อมต่อกับหลายอำเภอ การตั้งจุดตรวจที่ด่านแม่คำจึงเป็นการตัดวงจรการขนส่งสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างดีเยี่ยม เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้กระทำผิดเล็ดลอดไปได้ การสกัดจับครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ยาเสพติดจะกระจายเข้าสู่ชุมชนตอนใน
บูรณาการกำลัง สร้างความอุ่นใจให้ชุมชน
การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและฝ่ายปกครอง ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการนี้ราบรื่นและประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างรู้หน้าที่และเป้าหมายของตนเองอย่างชัดเจน การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบและเชื่อมโยงข้อมูลกันเหมือนใยแมงมุม ทำให้ผู้กระทำผิดหลบหนีได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา
เป้าหมายสูงสุดของปฏิบัติการทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมผู้ทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่คือการดูแลความสงบเรียบร้อยให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดล้านเมือง หรือชาวบ้านที่เดินทางไปมาในยามวิกาล ต่างรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น พวกเขามีความมั่นใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ในอนาคต คาดว่าทางเจ้าหน้าที่จะยังคงใช้แผนเครือข่ายใยแมงมุมนี้ต่อไป พร้อมทั้งปรับปรุงข้อมูลให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้การทำงานของตำรวจมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ประชาชนเองก็สามารถเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
การเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงราย ด้วยการทำงานที่โปร่งใส ใช้ข้อมูลจริง และร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทำให้ความหวังที่จะเห็นชุมชนปลอดภัยจากเหตุร้ายต่างๆ เข้าใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย
ตำรวจ เชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม">เชียงราย– เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน ได้นำกำลังตั้งจุดตรวจ ยาเสพติด ที่บริเวณด่านตรวจปูแกง ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย การปฏิบัติงานครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายบนถนนพหลโยธิน
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้มีรถบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา รถคันนี้เดินทางมาจากอำเภอเมืองเชียงรายและกำลังมุ่งหน้าไปยังจังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่พบว่ารถมีลักษณะน่าสงสัยจึงได้เรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด โดยพบผู้ขับขี่คือ นายวรวุฒิ อายุ 32 ปี และมีแฟนสาวคือ น.ส.ปภัสรา อายุ 33 ปี นั่งโดยสารมาด้วย ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย
ประเด็นสำคัญ
-
ตำรวจด่านปูแกงจับกุมหนุ่มสาวชาวหนองคาย ลักลอบขนยาไอซ์จำนวน 350 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระบะดัดแปลง
-
ผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับจ้างขนยาจากชายแดนแม่สาย ไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ แลกกับค่าตอบแทน 300,000 บาท
-
เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสืบสวนขยายผล เพื่อกวาดล้างผู้ว่าจ้างและเครือข่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ในตอนแรก การตรวจสอบภายนอกรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมท่าทางที่มีพิรุธ จึงได้ทำการตรวจค้นรถอย่างละเอียดอีกครั้ง จนกระทั่งพบว่าบริเวณพื้นกระบะด้านหลังถูกดัดแปลงอย่างแนบเนียนให้เป็นช่องลับใต้ท้องรถ ช่องลับนี้ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการขันนอตจึงจะสามารถเปิดออกได้
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดช่องลับ พวกเขาพบซองชาเขียวบรรจุสุญญากาศ 350 ซองเรียงกันอย่างแน่นหนาอยู่ภายใน การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแต่ละซองบรรจุยาเมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) ประมาณ 1 กิโลกรัม รวมทั้งหมด 350 กิโลกรัม ผู้ต้องสงสัยทั้งสองถูกจับกุมในทันที
สารภาพรับจ้างขนส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ให้การรับสารภาพว่า พวกตนไปรับยาเสพติดจำนวนนี้มาจากพื้นที่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ทางฝั่งอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป้าหมายคือการลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดไปส่งให้ผู้รับในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ต้องหาเปิดเผยว่าได้รับค่าจ้างในการขนส่งครั้งนี้เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท
หลังจากทำการจับกุมและสอบสวนเบื้องต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งมอบให้กับชุดสืบสวน สภ.พาน นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับชุดขยายผลยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทางตำรวจจะเร่งสืบสวนเพื่อขยายผลไปถึงตัวผู้ว่าจ้างและทลายเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดนี้ให้สิ้นซาก

