ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจประกาศดำเนินการปราบปรามการเมาแล้วขับทั่วประเทศ

เชียงราย – สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันมาตรการกวดขัน “เมาแล้วขับ” แบบจริงจัง โดยเน้นชัดว่าไม่มีการตักเตือนก่อนปรับ ถ้าตรวจพบความผิดจะดำเนินคดีทันที และถ้าผู้ขับขี่ปฏิเสธการเป่าวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายให้ถือว่าเข้าข่ายเมาแล้วขับเช่นกัน เมื่อวันที่ 21…

Published

on

เชียงราย – สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันมาตรการกวดขัน “เมาแล้วขับ” แบบจริงจัง โดยเน้นชัดว่าไม่มีการตักเตือนก่อนปรับ ถ้าตรวจพบความผิดจะดำเนินคดีทันที และถ้าผู้ขับขี่ปฏิเสธการเป่าวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายให้ถือว่าเข้าข่ายเมาแล้วขับเช่นกัน

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการ ตำรวจ แห่งชาติ ระบุว่า ตามนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่กำหนดให้คุมเข้มวินัยจราจร ตำรวจจราจรทั่วประเทศจึงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะความผิดฐานขับรถขณะมึนเมา เพราะเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่อุบัติเหตุรุนแรง กระทบทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

รอง ผบ.ตร. ย้ำด้วยว่า การทำงานจะยึดหลักเข้มงวด เท่าเทียม และโปร่งใส เพื่อให้ถนนปลอดภัยขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ช่วงรณรงค์

ตัวอย่างเหตุการณ์ ปฏิเสธเป่าและพยายามหลบหนี

สำหรับกรณีตัวอย่าง เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้ขับขี่รายหนึ่งมีอาการมึนเมา และปฏิเสธการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ จากนั้นยังพยายามหลบหนี และทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ต่อมาพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด กรณีนี้จึงเข้าข่ายความผิดหลายฐาน และเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามขั้นตอนแล้ว

โทษเมาแล้วขับตามกฎหมายจราจร

ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนด มีโทษปรับ 5,000 ถึง 20, 000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลยังสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้

ขณะเดียวกัน หาก เมาแล้วขับ จนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต โทษจะหนักขึ้น โดยอาจจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

ส่วนกรณีทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี กฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000 ถึง 100,000 บาท และต้องถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตามที่กำหนด

ไม่ยอมเป่า เท่ากับเมาแล้วขับ

อีกประเด็นที่ตำรวจย้ำคือ หากผู้ขับขี่ปฏิเสธการเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการขับรถขณะมึนเมา โทษจึงเทียบเท่าเมาแล้วขับ และยังอาจเข้าข่ายความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเพิ่มเติมด้วย

ขอความร่วมมือ เมาไม่ขับ, เคารพกฎหมายจราจร

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนยึดหลัก “เมาไม่ขับ” อย่างเคร่งครัด เพราะช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้จริง นอกจากนี้ยังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ทำงานตามกฎหมาย ด้วยความอดทน แม้ต้องเผชิญเหตุรุนแรงระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ท้ายที่สุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ประชาชนเคารพกฎหมายจราจร และช่วยกันสร้างวัฒนธรรม ความปลอดภัยบนท้องถนน หากพบเหตุหรืออยากสอบถามข้อมูลจราจร ติดต่อสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 และสายด่วน ตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

วิกฤตความปลอดภัยบนท้องถนนจากการขับขี่ขณะเมาสุรา

ในปี 2025 ปัญหาเมาแล้วขับยังเป็นตัวการใหญ่ของวิกฤตความปลอดภัยบนท้องถนนไทย หน่วยงานรัฐและภาคประชาสังคมรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนเฉลี่ยราว 40 คนต่อวันทั่วประเทศ โดยหลายกรณีเชื่อมโยงกับการดื่มแอลกอฮอล์และขับขี่จนเกิดเหตุร้ายแรง

พอเข้าสู่ช่วงเสี่ยงสูงอย่างเทศกาลปีใหม่ที่ต่อเนื่องจากปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 สถิติการบังคับใช้กฎหมายก็สะท้อนภาพเดิม คือความผิดเมาแล้วขับเป็นสัดส่วนหลักของการจับกุม ในปฏิบัติการกวดขันบางพื้นที่พบสัดส่วนสูงถึง 92-95% ตัวอย่างเช่น วันที่ 30-31 ธันวาคม 2025 มีการบันทึกเหตุ 1,473 กรณี และเป็นเมาแล้วขับ 1,366 กรณี แม้ตัวเลขจะลดลงจากปีก่อน แต่ก็ยังเห็นความชุกในจังหวัดอย่างนนทบุรี กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ

แม้ภาพรวมสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมักมีเรื่องความเร็วเป็นอันดับต้นๆ แต่ความผิดเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ก็ยังติดกลุ่มสูงต่อเนื่อง โดยในสถิติรายวันช่วงวันหยุดมักอยู่ราว 20-30% ดังนั้นถึงการเข้มงวดและการสื่อสารเรื่องความปลอดภัยจะค่อยๆ ดีขึ้น ปัญหาเมาแล้วขับก็ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเร่งล่าคนเผาไซบีเรียนฮัสกี้ “มอลลี่” รางวัลนำจับเพิ่มเป็น 87,000 บาท

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน

Naree Srisuk

Published

on

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน

จันทบุรี– เจ้าหน้าที่ ตำรวจ จันทบุรีได้รวบตัวหนุ่มแสบในคดีโรแมนซ์สแกมสุดอุกอาจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภัยเงียบรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล ผู้ต้องหารายนี้ใช้ความรักเป็นเครื่องมือในการ หลอกลวง เหยื่อจนสูญเงินมหาศาล คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเพราะคนร้ายนำเทคโนโลยี AI มาใช้ปลอมแปลงเอกสารสำคัญ ทำให้เหยื่อหลงเชื่ออย่างสนิทใจจนสูญเงินกว่า 21 ล้านบาท

ตามรายงานจาก ข่าวไทยรัฐออนไลน์ พฤติการณ์ของคนร้ายเริ่มจากการทำความรู้จักกับผู้เสียหายที่ร้านนวดใน กรุงเทพมหานคร เมื่อความสัมพันธ์พัฒนาไปในเชิงชู้สาว ผู้ต้องหาจึงเริ่มสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการใช้ AI ดัดแปลงภาพเอกสารธนาคารปลอม เขาอ้างว่าตนเองมีเงินเก็บมากถึง 14 ล้านบาท ทำให้ผู้เสียหายตายใจและยอมโอนเงินให้หลายร้อยครั้ง

ประเด็นสำคัญ

  • ใช้ AI ปลอมเอกสารเนียน:คนร้ายใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ สร้างหน้าบัญชีเงินฝากและเอกสารตำรวจปลอม เพื่อหลอกว่าตนเองมีฐานะดีและกำลังเดือดร้อน
  • สูญเงินมหาศาลกว่า 21 ล้านบาท:เหยื่อหลงเชื่ออย่างหนัก จึงยอมโอนเงินและมอบทรัพย์สินให้ผู้ต้องหามากถึง 623 ครั้ง ภายในเวลาเพียงปีกว่า
  • เงินหายไปกับการ พนันออนไลน์ :ตำรวจสืบพบว่าเงินทั้งหมดไม่ได้ถูกนำไปลงทุน แต่ถูกนำไปเล่นสล็อตออนไลน์และใช้หนี้นอกระบบจนเกือบหมด

พล.ต.ต.ธราเทพ ตูพานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยรายละเอียดการสืบสวนที่น่าตกใจ คนร้ายไม่ได้ปลอมแค่ยอดเงินในบัญชีธนาคารเท่านั้น แต่ยังเหิมเกริมปลอมเอกสารจากสถานีตำรวจเมืองนนทบุรีอีกด้วย โดยผู้ต้องหาอ้างว่าแม่ถูกจับคดีหวยใต้ดินและต้องใช้เงินด่วนเพื่อเสียค่าปรับ

เทคนิคการใช้ AI ปรับแต่งตัวเลขบนเอกสาร ทำให้ภาพถ่ายที่ส่งผ่านไลน์ดูสมจริงจนแทบแยกไม่ออก นี่คือกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้เสียหายโอนเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ถึงกันยายน 2569 จนกระทั่งผู้เสียหายเริ่มสงสัยและปรึกษาครอบครัว จึงนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด

บุกค้น 4 จุดหลักและเส้นทางการเงินที่หายไป

เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรัดกุม ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุมนายพงศ์ธรที่พักย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร การปฏิบัติการครั้งนี้ยังขยายผลเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 4 จุดหลัก ซึ่งรวมถึงคอนโดมิเนียมย่านอโศกและบ้านพักในจังหวัดนครปฐม เพื่อหาหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงินเพิ่มเติม

จากการแกะรอยเส้นทางการเงิน พบความจริงว่าเงินกว่า 21 ล้านบาทไม่ได้ถูกนำไปสร้างเนื้อสร้างตัวเลย ผู้ต้องหารับสารภาพว่านำเงินไปชำระหนี้นอกระบบและใช้จ่ายส่วนตัว แต่เงินก้อนใหญ่ที่สุดถูกนำไปทิ้งกับเว็บพนันออนไลน์ โดยเฉพาะการเล่นเกมสล็อตที่สูบเงินไปอย่างมหาศาล

บทเรียนราคาแพงและวิธีป้องกันภัยโรแมนซ์สแกม

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ชิ้นโตสำหรับคนที่กำลังมองหาความรักผ่านโลกออนไลน์หรือแอปพลิเคชันหาคู่ มิจฉาชีพยุคใหม่ไม่ได้มาในรูปแบบของการข่มขู่ แต่มาพร้อมกับคำหวานและการสร้างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย การใช้ AI สร้างเอกสารปลอมถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่แพร่ระบาดหนักในขณะนี้ ซึ่งทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะรู้เท่าทันและระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมไซเบอร์แนะนำว่า การป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดคือการตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ หากคนรักออนไลน์ของคุณเริ่มพูดถึงเรื่องเงินหรือขอความช่วยเหลือทางการเงิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นการหลอกลวง คุณไม่ควรด่วนตัดสินใจโอนเงินให้คนที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง แม้ว่าเขาจะดูมีฐานะดีแค่ไหนก็ตาม

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังฝากข้อคิดเตือนใจว่า แม้เอกสารที่มิจฉาชีพนำมาแสดงจะดูน่าเชื่อถือและมีตราประทับราชการชัดเจน ขอให้มีสติและโทรศัพท์ตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรงก่อนเสมอ การโอนเงินไปแล้วมักติดตามคืนได้ยากมาก ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความรักหรือความสงสารชั่ววูบมาทำลายเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY

นายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงรายหารือเกี่ยวกับการยกระดับทิศทางการศึกษาสมัยใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

กาญจนบุรี– เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและ ทำร้ายร่างกาย ผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online

ประเด็นสำคัญ

  • ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
  • เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์ กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
  • ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน

จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้

สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ

นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้

การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์

เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น

กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด

ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที

พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่

ประเด็นสำคัญ

  • ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
  • เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
  • ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย

การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง

ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน

เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที

เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน

สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ

Continue Reading
เชียงราย - Chiang Rai News 43 minutes ago

ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า

ข่าวกีฬา Sports 1 hour ago

งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย

เชียงราย - Chiang Rai News 1 hour ago

ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
ข่าวอาชญากรรม - Crime 8 hours ago

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน

เชียงใหม่ - Chiang Mai 8 hours ago

ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด

เชียงราย - Chiang Rai News 8 hours ago

ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม

สุขภาพและการแพทย์ Health 1 day ago

Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ

เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาทำการ และการเดินทาง
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide 4 weeks ago

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาเปิด และวิธีไปให้ไม่พลาด

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

ข่าวอาชญากรรม - Crime 3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

อัปเดตการจราจรเชียงราย: เริ่มใช้กฎการกลับรถใหม่ 20 กันยายนนี้
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

อัปเดตการจราจรเชียงราย: เริ่มใช้กฎการกลับรถใหม่ 20 กันยายนนี้

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ

Trending

Build a Mobile Website
View Site in Mobile | Classic
Share by: