หลายคนที่เล็ง Samsung galaxy s26 ultraมักติดคำถามเดียวกันคือ “จะซื้อได้เมื่อไหร่ในไทย” เพราะวันเปิดตัวทั่วโลก, วันพรีออเดอร์, และวันเริ่มวางขายจริง มักไม่ตรงกันเป๊ะ เหมือนการจองโต๊ะร้านดังที่จองได้ก่อน แต่ยังไม่ได้กินทันที
บทความนี้สรุปวันสำคัญให้จบในที่เดียว ตั้งแต่วันเปิดตัว, ช่วงพรีออเดอร์ในไทย, วันเริ่มขายจริง รวมถึงราคาไทย, สีที่มี และสิ่งที่ควรเช็กก่อนกดจ่าย เพื่อให้ตัดสินใจได้แบบสบายใจ และไม่พลาดช่วงที่เหมาะกับตัวเอง
Samsung Galaxy S26 Ultra เปิดตัวเมื่อไหร่ และไทยเริ่มขายวันไหนกันแน่?
ข้อมูลล่าสุด ณ มีนาคม 2026 ระบุชัดว่า Samsung เปิดตัว Galaxy S26 Ultra ทั่วโลกวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 และไทยเริ่มพรีออเดอร์หลังจากนั้นไม่นาน ก่อนจะเริ่มวางขายจริงในเดือนมีนาคม จุดที่ทำให้หลายคนสับสนคือ “พรีออเดอร์” ไม่ใช่ “เริ่มขายจริง” และวันรับเครื่องอาจต่างกันตามช่องทางที่สั่งซื้อ
หากต้องการภาพรวมข่าวเปิดตัวและไฮไลต์ที่สื่อหยิบไปเล่า สามารถดูบริบทเพิ่มเติมจากบทความของ Thaiger เกี่ยวกับการเปิดตัว Galaxy S26 Ultra ซึ่งช่วยให้เห็นทิศทางฟีเจอร์ที่คนสนใจในช่วงเปิดตัวได้ดี
ประเด็นที่ควรจำคือ “พรีออเดอร์” คือการจองก่อนเพื่อสิทธิพิเศษ ส่วน “วันวางขายจริง” คือวันที่หน้าร้านและช่องทางหลักเริ่มขายตามปกติ
ไทม์ไลน์วันสำคัญ: เปิดตัวทั่วโลก, พรีออเดอร์ไทย, เริ่มขายจริงในไทย
เพื่อให้ตอบคำถาม “ซื้อได้วันไหน” แบบไม่ต้องเดา ไทม์ไลน์หลักมีดังนี้
- เปิดตัวทั่วโลก:25 ก.พ. 2026
- ไทยเริ่มพรีออเดอร์:26 ก.พ. เวลา 01:00 น.
- พรีออเดอร์ถึง:10 มี.ค. เวลา 23:59 น.
- เริ่มวางขายอย่างเป็นทางการในไทย: 11 มี.ค. 2026
วันที่เหล่านี้ต่างกันเพราะกระบวนการขายไม่เหมือนกัน วันเปิดตัวคือวันประกาศและเริ่มรับออเดอร์ในบางตลาด ส่วนพรีออเดอร์ไทยมักตามหลังไม่กี่ชั่วโมงหรือข้ามวันเพื่อให้ระบบหน้าร้าน, การชำระเงิน, และเงื่อนไขโปรพร้อมใช้งานจริง
คนที่อยากได้สีฮิตหรือความจุยอดนิยมมักเลือกพรีออเดอร์ เพราะโอกาสของหมดเร็วมีอยู่จริง ขณะที่คนที่อยาก “จับเครื่องก่อน” หรือรอดูฟีดแบ็กช่วงแรก มักรอหลังวันที่ 11 มีนาคม แล้วค่อยตัดสินใจ
พรีออเดอร์กับวางขายจริงต่างกันอย่างไร และเครื่องจะได้วันไหน
พรีออเดอร์คือการสั่งจองล่วงหน้า โดยปกติมีสิทธิพิเศษแนบมา (เช่น ของแถม หรือดีลผ่อน) แต่ วันรับเครื่องไม่ได้แปลว่าจะตรงกับวันเริ่มขายจริงเสมอไป บางช่องทางเริ่มส่งก่อนวันขายจริงเล็กน้อย ขณะที่บางช่องทางส่งตามคิวหลังวันขายจริง
ความต่างที่พบบ่อยในไทยคือช่องทางสั่งซื้อ เช่น Samsung.com, ร้านพาร์ตเนอร์, หรือค่ายมือถือ แต่ละที่มีรอบจัดส่ง, สต็อกสี, และขั้นตอนยืนยันคำสั่งซื้อไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นผู้ซื้อควรทำ 3 อย่างก่อนกดจ่ายเสมอ คือเช็ก “กำหนดส่ง”, เช็ก “เงื่อนไขยกเลิกหรือเปลี่ยนสี”, และเช็ก “วิธีติดตามสถานะ”
วิธีง่ายสุดคือหลังชำระเงินแล้ว ให้ติดตามผ่านอีเมลยืนยันคำสั่งซื้อ และหน้าแสดงสถานะออเดอร์ของช่องทางนั้นๆ หากเป็นค่ายมือถือให้เช็ก SMS หรือแอปของค่ายด้วย จะลดโอกาสพลาดวันรับเครื่องแบบไม่รู้ตัว
ราคาไทย, รุ่นความจุ, สีที่มีให้เลือก และโปรที่ควรเช็กก่อนซื้อ
เรื่องราคามักทำให้ตัดสินใจยากพอๆ กับวันขาย เพราะ “ราคาเครื่องเปล่า” กับ “ราคาเมื่อผูกโปรรายเดือน” อาจต่างกันมาก โดยเฉพาะช่วงพรีออเดอร์ที่มีโปรเฉพาะทางบางช่องทาง ดังนั้นคนที่อยากคุมงบควรเริ่มจากการล็อกความจุที่เหมาะกับพฤติกรรมตัวเองก่อน แล้วค่อยไปเทียบโปร
สำหรับการดูสเปกและตัวเลือกในหน้าทางการของซัมซุง (เพื่อเช็กชื่อสีหรือรายละเอียดรุ่น) สามารถอ้างอิงจากหน้า สเปกและฟีเจอร์ Galaxy S26 Ultra ของ Samsung แล้วค่อยเทียบกับหน้าขายไทยอีกที เพราะชื่อสีในแต่ละตลาดอาจเรียกต่างกันเล็กน้อย
ราคาเครื่องเปล่าในไทยของแต่ละความจุ และเหมาะกับใคร
ตารางนี้สรุปราคาเครื่องเปล่าในไทยตามความจุ (ข้อมูลล่าสุดช่วงมีนาคม 2026)
| ความจุ | ราคาเครื่องเปล่า (บาท) | เหมาะกับการใช้งาน |
|---|---|---|
|
256GB
|
46,900 | ใช้ทั่วไป, แอปครบ, ถ่ายรูปพอประมาณ |
|
512GB
|
54,900 | ถ่ายรูปและวิดีโอเยอะ, เกมหลายเกม |
|
1TB
|
66,900 | สายคอนเทนต์, ไฟล์ใหญ่, เก็บงานยาวๆ |
สรุปสั้นๆ คือ 256GB เหมาะกับคนที่เน้นใช้งานประจำวันและใช้คลาวด์ร่วมด้วย ส่วน 512GBเหมาะกับคนที่ชอบถ่ายวิดีโอและโหลดแอปหนักๆ ขณะที่ 1TBเหมาะกับคนทำคอนเทนต์หรือไม่อยากคอยลบไฟล์บ่อย
ทิปที่หลายคนพลาดคือพื้นที่ที่เหลือจริงจะน้อยกว่าตัวเลขบนกล่อง เพราะระบบและแอปพื้นฐานกินพื้นที่ไปแล้ว การวางแผนสำรองข้อมูล (เช่น รูปและวิดีโอ) ตั้งแต่วันแรกช่วยให้ใช้งานลื่นกว่าในระยะยาว
สีที่วางขายในไทย และสิ่งที่ควรตรวจในหน้าโปรโมชัน
สีที่มีให้เลือกในไทย ได้แก่ Cobalt Violet, Sky Blue, White, Blackโดยในช่วงพรีออเดอร์บางสีอาจหมดเร็วกว่าสีอื่น เพราะสต็อกรอบแรกมีจำกัด
ก่อนกดยืนยันการซื้อ ผู้ซื้อควรอ่านเงื่อนไขหน้าโปรโมชันให้ครบ โดยเฉพาะหัวข้อเหล่านี้: ของแถมมีจำนวนจำกัดหรือไม่, เทรดอินคิดมูลค่าอย่างไร, วันเริ่มส่งเครื่อง, และเงื่อนไขผ่อน 0% (ถ้ามี) เพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มักเป็นจุดที่ทำให้เข้าใจผิดทีหลัง
กติกาง่ายๆ คืออย่าดูแค่ “ของแถม” ให้ดูด้วยว่า “ต้องทำอะไรถึงได้” และ “ได้เมื่อไหร่”
เช็กให้พร้อมก่อนวันขาย: จุดเด่นที่คนไทยสนใจ และคำถามยอดฮิตเรื่องการซื้อในไทย
ก่อนถึงวันขายจริง คนจำนวนมากโฟกัสสองเรื่องคือ “สเปกคุ้มไหม” และ “ควรซื้อช่องทางไหนดี” การทำการบ้านสั้นๆ ช่วยลดโอกาสเสียเงินเพราะอารมณ์ล้วนๆ โดยเฉพาะเมื่อราคามือถือระดับนี้เทียบได้กับตั๋วเครื่องบินหลายรอบ
หากอยากเห็นภาพรวมข่าวลือและการเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนในมุมสื่อต่างประเทศ สามารถดูข้อมูลประกอบจาก สรุปข่าวและฟีเจอร์ Galaxy S26 Ultra ของ PhoneArena แล้วนำมาเทียบกับการใช้งานจริงของตัวเอง
สเปกเด่นแบบสรุปที่เกี่ยวกับการใช้งานจริง (จอ, ชิป, กล้อง, แบต, อัปเดต)
- จอ:6.8 ถึง 6.9 นิ้ว, รีเฟรชเรต 120Hz
- ชิป:Snapdragon 8 Elite Gen 5
- กล้อง:กล้องหลัก 200MP, รองรับวิดีโอ 8K
- แบตเตอรี่:5,000mAh
- ซอฟต์แวร์:Android 16 กับ One UI 8.5, สัญญาอัปเดตนาน 7 ปี
ภาพรวมนี้มักโดนใจ 3 กลุ่ม คือคนที่ถ่ายรูปจริงจัง, คนเล่นเกมที่อยากได้เฟรมเสถียร, และคนที่ตั้งใจใช้เครื่องยาวๆ ไม่อยากเปลี่ยนบ่อย
คำถามที่เจอบ่อยในไทย: ซื้อช่องทางไหนดี, ควรรอหลัง 11 มี.ค. ไหม, การรับประกันดูตรงไหน
Q: ซื้อ Samsung.com กับค่ายมือถือ ต่างกันตรงไหน?A: มักต่างกันที่โปรผ่อน, เทรดอิน, และรอบจัดส่ง ค่ายมือถือเหมาะกับคนที่อยากรวมค่าเครื่องกับแพ็กเกจ ส่วน Samsung.com เหมาะกับคนที่อยากโฟกัสเครื่องเปล่าและเงื่อนไขของแบรนด์โดยตรง
Q: ถ้าอยากได้สีฮิต ควรพรีออเดอร์ไหม?A: ถ้าต้องการสีเฉพาะและไม่อยากเสี่ยงของหมด พรีออเดอร์มักปลอดภัยกว่า
Q: ถ้ารอรีวิว ควรรอถึงเมื่อไหร่?A: คนที่อยากดูรีวิวแบต, กล้อง, และความร้อน ควรรอหลังเริ่มขายจริง 11 มีนาคมสักระยะ เพื่อให้มีรีวิวจากผู้ใช้จริงมากขึ้น
Q: เช็กการรับประกันและศูนย์บริการจากไหน?A: ให้ดูจากเอกสารในกล่อง, ใบเสร็จ, และหน้าออเดอร์ของร้านที่ซื้อ รวมถึงเงื่อนไขประกันที่ระบุไว้ชัดเจน
ท้ายที่สุดแล้ว การเก็บใบเสร็จและเลขคำสั่งซื้อไว้ในที่เดียวช่วยมาก โดยเฉพาะเวลาต้องเคลมหรือขอใบกำกับภาษีย้อนหลัง
สรุปวันวางขาย Samsung Galaxy S26 Ultra ในไทย (จำง่ายใน 10 วินาที)
ภาพรวมล่าสุดคือ Samsung Galaxy S26 Ultra เปิดตัววันที่ 25 ก.พ. 2026, ไทยเริ่มพรีออเดอร์ 26 ก.พ. เวลา 01:00 น.และสิ้นสุด 10 มี.ค. 23:59 น.จากนั้นเริ่มวางขายจริงวันที่ 11 มี.ค. 2026คนที่อยากได้เร็วและลุ้นสีควรโฟกัสช่วงพรีออเดอร์ ส่วนคนที่อยากนิ่งๆ ค่อยตัดสินใจ รอหลังวันขายจริงก็ไม่สาย
ก่อนจ่ายเงินควรเช็ก 4 อย่างให้ครบ คือเลือกรุ่นความจุให้เหมาะ, เทียบราคาเครื่องเปล่ากับโปรรายเดือน, ตรวจสีและวันรับเครื่อง, และอ่านเงื่อนไขโปรให้จบ การซื้อรอบนี้จะคุ้มกว่าเมื่อเริ่มจาก แผนการใช้งานไม่ใช่แค่ความตื่นเต้น
Samsung S26 Ultra วันเปิดตัวในไทย: เปิดตัว 26 ก.พ. 2026, จองถึง 10 มี.ค., ขายจริง 11 มี.ค.
เทคโนโลยี - Tech
AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY
เชียงราย – AIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมโทรคมนาคมของประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เดินหน้ายกระดับระบบนิเวศ ฟุตบอล ไทย">ฟุตบอลไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยประกาศสนับสนุนโครงข่ายสื่อสารให้กับสโมสรฟุตบอล ไทยลีก 1-3 ทั่วประเทศรวม 102 ทีม การสนับสนุนครั้งยิ่งใหญ่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว
เป้าหมายหลักคือการอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรประจำทีมระหว่างการแข่งขันจริง การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียรช่วยให้การทำงานคล่องตัวและราบรื่นในทุกพื้นที่ของสนามแข่ง สิ่งนี้สามารถรองรับรูปแบบการทำงานในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการส่งข้อมูลแทคติกหรือการวิเคราะห์เกมแบบเรียลไทม์
ประเด็นสำคัญ
- AIS สนับสนุนโครงข่ายสื่อสารให้สโมสรฟุตบอลไทยลีก 1-3 รวม 102 ทีม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
- เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมงานและโค้ชด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระหว่างการแข่งขัน
- แฟนบอลสามารถรับชมการถ่ายทอดสดตลอดฤดูกาล 2026/27 ผ่านโครงข่าย 5G บนแพลตฟอร์ม AIS PLAY
วิสัยทัศน์ผู้บริหาร AIS สู่การพัฒนาวงการลูกหนัง
นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กรของ AIS ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นในโปรเจกต์นี้ เธอกล่าวว่า AIS ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยเสมอมา ทางบริษัทมองว่าการสื่อสารเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทุกสโมสร
การมอบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นปีที่ 2 จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของบริษัท AIS ต้องการอยู่เคียงข้างสโมสรและบุคลากรลูกหนังไทยอย่างแท้จริง พร้อมนำศักยภาพของโครงข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมการทำงานให้รวดเร็วและไร้รอยต่อ สิ่งนี้ตอบโจทย์การใช้งานของทีมงานให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
โค้ชและทีมงานสามารถอัปเดตข้อมูลนักเตะได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นสถิติการวิ่งหรือภาพช้าเพื่อวิเคราะห์เกม การมีเครือข่ายที่เชื่อถือได้ทำให้การตัดสินใจข้างสนามแม่นยำขึ้นมาก นวัตกรรมเหล่านี้คือเบื้องหลังความสำเร็จของฟุตบอลยุคใหม่ที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว
ยกระดับประสบการณ์แฟนบอล ถ่ายทอดสดคมชัด
ขณะเดียวกัน AIS ยังเดินหน้าเสริมศักยภาพโครงข่าย 5G และระบบไฟเบอร์ออปติกอย่างเต็มกำลัง การอัปเกรดครั้งนี้ครอบคลุมสนามแข่งขันฟุตบอลทั่วประเทศอย่างทั่วถึง เพื่อรองรับการส่งสัญญาณถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มหลักของบริษัทให้มีเสถียรภาพและรวดเร็วที่สุด
การพัฒนาเครือข่ายนี้ช่วยเติมเต็มความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศฟุตบอลไทยในครบทุกมิติ เริ่มตั้งแต่การเพิ่มความพร้อมให้สโมสรและบุคลากรในวันแข่งขัน ไปจนถึงการส่งมอบประสบการณ์การรับชมฟุตบอลที่มีคุณภาพสูงสุด แฟนบอลทั่วประเทศจะได้สัมผัสความคมชัดโดยไม่มีสะดุด
ความคาดหวังในฤดูกาล 2026/27
ฤดูกาล 2026/27 ถือเป็นปีที่แฟนบอลชาวไทยตั้งตารอคอยอย่างมาก หลายสโมสรมีการเสริมทัพนักเตะดาวรุ่งและโค้ชฝีมือดีเข้ามามากมาย การแข่งขันในลีกสูงสุดจนถึงลีกล่างจึงมีความเข้มข้นและสูสีมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด
ด้วยโครงข่ายการสื่อสารที่ทรงพลังจาก AIS การรายงานข่าวสารและผลการแข่งขันจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว สื่อมวลชนและแฟนบอลสามารถโต้ตอบกันบนโลกออนไลน์ได้ทันที เทคโนโลยีนี้ช่วยสร้างคอมมูนิตี้คนรักฟุตบอลไทยให้เติบโตและเหนียวแน่นยิ่งขึ้น
แฟนลูกหนังสามารถร่วมส่งเสียงเชียร์ทีมรักในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2026/27 แบบจุใจ คุณสามารถชมการแข่งขันสดครบทุกลีก รวมถึงรับชมไฮไลต์และแมตช์รีรันแบบจัดเต็มได้ทุกที่ แฟนๆ สามารถสมัครแพ็กเกจ PLAY ALL และติดตามรายละเอียดการรับชมเพิ่มเติมได้ที่ AIS PLAY
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กฟก.เชียงรายลุยแจกไก่พื้นเมือง หนุนชาวอำเภอพานสร้างรายได้
เทคโนโลยี - Tech
GISTDA เผยภาพดาวเทียม เตือนพื้นที่สีแดงเสี่ยงน้ำท่วมสูง
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ได้เปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุด เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำทั่ว ประเทศไทย อย่างใกล้ชิดแบบเรียลไทม์ ข้อมูลภูมิสารสนเทศดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง ที่กำลังเผชิญกับภาวะ น้ำท่วม ขังและมวลน้ำสะสมอย่างหนัก ภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรง จากพายุฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งนำข้อมูลสำคัญนี้ ไปใช้ในการบริหารจัดการน้ำและวางแผนช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ของ GISTDA พบว่ามีหลายพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมระดับสูงสุด พื้นที่เฝ้าระวังเหล่านี้ครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างขวาง ทั้งในภาคกลาง ภาคเหนือ ตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประชาชนและเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในบริเวณจุดเสี่ยงดังกล่าว จำเป็นต้องติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด การรับรู้ข้อมูลเชิงลึกที่รวดเร็วและมีความแม่นยำสูง จะช่วยให้ทุกคนสามารถเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและทันท่วงที
GISTDA ประเด็นสำคัญ
- ภาพดาวเทียมจาก GISTDA แสดงให้เห็นชัดเจนว่า มีพื้นที่สีแดงหลายแห่งทั่วประเทศที่กำลังเสี่ยงต่อน้ำท่วมขังในระดับสูง
- ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เป็นกลุ่มพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำและฝนสะสมหนักที่สุด
- ทางการขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมอพยพหรือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเมื่อจำเป็น
เมื่อพิจารณาเจาะลึกจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมขังที่ขยายวงกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จังหวัดสำคัญอย่าง นครสวรรค์ พิจิตร ลพบุรี และสระบุรี ล้วนปรากฏภาพเป็นพื้นที่สีแดงบนแผนที่ ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้ มวลน้ำสะสมยังเริ่มส่งผลกระทบต่อเนื่อง ไหลบ่าลงมาถึงพื้นที่ปทุมธานี นนทบุรี และครอบคลุมถึงบางส่วนของ กรุงเทพมหานคร อีกด้วย ข้อมูลเชิงลึกนี้ตรงกับรายงานข่าวจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด ที่ระบุว่าพบจุดน้ำท่วมขังบนผิวถนน กระจายตัวอยู่ในหลายเส้นทางหลักทั่วภูมิภาค
ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาสะสมอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและลำคลองสาขาต่างๆ เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถนนและเส้นทางสัญจรหลายสายถูกน้ำท่วมขังจนรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ตามปกติ ทำให้การเดินทางในชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่งลงพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์ความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเต็มกำลัง ผู้ใช้รถใช้ถนนจึงควรตรวจสอบสภาพเส้นทางอย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงการขับขี่ผ่านจุดที่มีน้ำท่วมขังสูงเพื่อป้องกันอันตราย
ภาคอีสานเผชิญน้ำล้นตลิ่งเป็นวงกว้าง
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน เนื่องจากระบบภาพดาวเทียมตรวจพบการสะสมของมวลน้ำจำนวนมหาศาล จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด ต่างมีจุดเสี่ยงภัยระดับสูงกระจายตัวอยู่หนาแน่นตามแนวลุ่มน้ำต่างๆ ปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่งได้ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและเขตพื้นที่ทางการเกษตร ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชุมชนและไร่นาของเกษตรกรในวงกว้าง หากพายุฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ความเสียหายทางเศรษฐกิจและชุมชนในพื้นที่เหล่านี้อาจจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
ปัจจุบันหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำกำลังเร่งดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชน เพื่อลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนให้น้อยที่สุด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมขั้นสูง ช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถมองเห็นภาพรวมของมวลน้ำ และวางแผนเส้นทางระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้ทางน้ำ ควรเร่งเก็บสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และย้ายยานพาหนะรวมถึงสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการนำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้
แม้ว่าเทคโนโลยีอวกาศสมัยใหม่จะช่วยให้เราสามารถคาดการณ์ และรับรู้ถึงความเสี่ยงของการเกิดอุทกภัยได้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ แต่การเตรียมความพร้อมรับมือระดับบุคคลยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ทาง GISTDA ได้เน้นย้ำและขอร้องให้ประชาชนทุกคนที่อยู่ในเขตพื้นที่สีแดง ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ด้านภัยพิบัติอย่างเคร่งครัด การติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวไทยทุกคนมีสติในการรับมือ และขอให้ทุกคนปลอดภัยจากสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บิว ภูริพล ผงาดคว้าทอง 100 ม. เอเชียนเกมส์ ทุบสถิติ 9.90 วิ
โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทย อยู่ที่ไหนและต่างกันอย่างไร
เทคโนโลยี - Tech
โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทย อยู่ที่ไหนและต่างกันอย่างไร
ประเทศไทย มีโครงการเมืองอัจฉริยะอยู่ที่ไหนบ้าง? หากคุณนึกถึงแต่ น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ อาจพลาดทั้งเมืองท่องเที่ยว ศูนย์กลางภูมิภาค และพื้นที่พัฒนาใหม่ในภาคตะวันออก โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทยมีขอบเขตต่างกัน บางแห่งครอบคลุมจังหวัด บางแห่งเจาะจงเพียงย่านหรือเทศบาล
สิ่งที่ต้องดูควบคู่กับชื่อพื้นที่คือสถานะของโครงการเพราะการติดอันดับ การเข้าร่วมเครือข่าย และการได้รับการรับรองเป็นคนละเรื่องกัน อีกทั้งเมืองอัจฉริยะยังเกี่ยวกับการเดินทาง สิ่งแวดล้อม และชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่การติดตั้งเทคโนโลยี
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- ตัวอย่างโครงการเด่นอยู่ในกรุงเทพฯ ระยอง และ ภูเก็ต ขณะที่เมืองภูมิภาคอีกหลายแห่งมีแผนหรือกิจกรรมพัฒนาในรูปแบบของตนเอง
- ภูเก็ตและขอนแก่นมีผลงานในดัชนีเมืองอัจฉริยะปี 2023 แต่ผลจัดอันดับไม่ได้บอกว่าทุกพื้นที่มีสถานะรับรองเหมือนกัน
- เชียงราย ปรากฏในกิจกรรม DIGITAL INFINITY: SMART LIVING ที่อำเภอแม่ลาว จึงควรระบุชื่อพื้นที่และลักษณะกิจกรรมให้ชัด
- กรอบเมืองอัจฉริยะไทยครอบคลุมเจ็ดด้าน โดยแต่ละเมืองเลือกแก้ปัญหาที่ต่างกัน
- ก่อนนำรายชื่อไปอ้างอิง ควรตรวจสอบพื้นที่ ผู้ดำเนินโครงการ และสถานะล่าสุดจากข้อมูลของ depa
โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทยอยู่ที่ไหนบ้าง
รายชื่อพื้นที่จะอ่านได้ถูกต้องก็ต่อเมื่อรู้ว่าแต่ละชื่อปรากฏในข้อมูลประเภทใด ดัชนีเมืองอัจฉริยะสะท้อนผลการประเมิน ส่วนเครือข่ายเทศบาลบอกถึงการเข้าร่วมพัฒนา ทั้งสองอย่างไม่ควรถูกนำไปรวมเป็นรายชื่อเมืองที่ได้รับการรับรองทั้งหมด
กรุงเทพฯ และพื้นที่พัฒนาเมืองในภาคตะวันออก
กรุงเทพฯ มีตัวอย่างระดับย่าน ได้แก่ Samyan Smart Cityและพื้นที่บริเวณ คลองผดุงกรุงเกษมทั้งสองแห่งปรากฏในกลุ่มเมืองเด่นประเภทพื้นที่เมืองของดัชนีปี 2023 ชื่อโครงการระบุพื้นที่เฉพาะ จึงไม่ควรตีความว่าทั้งกรุงเทพฯ อยู่ภายใต้โครงการเดียวกัน
ภาคตะวันออกมี Wang Chan Valleyในจังหวัดระยอง ซึ่งได้อันดับสูงสุดในกลุ่มพื้นที่เมืองของดัชนีดังกล่าว พื้นที่นี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนานวัตกรรม ขณะที่ชลบุรีเป็นอีกจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่มีความเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาเมือง อย่างไรก็ดี คำว่า “พื้นที่ชลบุรี” ยังไม่บอกชื่อโครงการหรือสถานะ ต้องตรวจสอบรายพื้นที่ก่อนอ้างอิง
ภูเก็ต เชียงใหม่ และเมืองเด่นในภูมิภาค
ในกลุ่มพื้นที่ระดับจังหวัด ภูเก็ตได้อันดับหนึ่งของดัชนีปี 2023 ส่วน ขอนแก่นอยู่ในกลุ่มสามอันดับแรก รายงาน ผลจัดอันดับเมืองอัจฉริยะของไทยปี 2023 ยังแยกผลระดับจังหวัดออกจากระดับพื้นที่เมืองอย่างชัดเจน จึงไม่ควรนำอันดับของภูเก็ตไปเทียบตรง ๆ กับ Samyan Smart City
เชียงใหม่ปรากฏผ่านการเข้าร่วมเครือข่ายเทศบาล Smart City Charter ส่วน เชียงรายมีพื้นที่อำเภอแม่ลาวเข้าร่วมกิจกรรม DIGITAL INFINITY: SMART LIVING ที่ depa รายงานไว้ในปี 2023 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประยุกต์เทคโนโลยีด้านเกษตรกรรม ข้อมูลนี้บอกถึงกิจกรรมในพื้นที่ ไม่ได้ยืนยันว่าเชียงรายทั้งจังหวัดได้รับการรับรองเป็นเมืองอัจฉริยะ
เครือข่ายเทศบาลและพื้นที่ที่กำลังพัฒนา
Smart City Charter มีเทศบาลที่ depa ระบุชื่อไว้ เช่น แม่เหียะ ป่าตอง นครสวรรค์ อุดรธานี กระบี่ ทุ่งสง ชุมแพ และแก่งคอยรายชื่อยังรวมเทศบาลเมืองเชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง และเทศบาลนครรังสิตด้วย
การอยู่ในเครือข่ายหมายถึงเทศบาลเข้ามาร่วมแนวทางพัฒนา ไม่ได้บอกว่าโครงการครอบคลุมทั้งจังหวัดหรือผ่านการรับรองระดับเดียวกันทั้งหมด ในเชียงรายยังมี ความเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของท้องถิ่น ที่สะท้อนความสนใจของหน่วยงานในพื้นที่ แต่ควรแยกข่าวการผลักดันออกจากผลรับรองอย่างเป็นทางการ
ชื่อจังหวัดเดียวกัน อาจหมายถึงโครงการคนละขนาด
เมื่อเห็นชื่อจังหวัดในข่าวเมืองอัจฉริยะ ให้ดูต่อว่าขอบเขตจริงอยู่ตรงไหน ชื่อ “ภูเก็ต” ในการจัดอันดับระดับจังหวัดต่างจากชื่อย่านอย่างสามย่าน หรือชื่อพื้นที่พัฒนาอย่าง Wang Chan Valley หากไม่แยกขนาดพื้นที่ ผู้อ่านอาจเข้าใจผิดว่าผลการประเมินครอบคลุมประชากรและบริการในระดับเดียวกัน
จังหวัด เมือง และย่านต้องอ่านแยกกัน
โครงการระดับย่านอาจมุ่งจัดการปัญหาที่เห็นชัดในบริเวณจำกัด เช่น การเดินทางหรือการใช้พื้นที่สาธารณะ ส่วนแผนระดับจังหวัดต้องประสานงานกับหลายท้องถิ่นและรองรับความต้องการที่หลากหลายกว่า ความต่างนี้มีผลต่อทั้งเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ และวิธีวัดความคืบหน้า
หากข่าวใช้ชื่อจังหวัดเป็นหัวเรื่อง แต่รายละเอียดระบุเพียงหนึ่งอำเภอ ให้ยึด ขอบเขตพื้นที่ในรายละเอียดโครงการเป็นหลัก กิจกรรมที่อำเภอแม่ลาวเป็นตัวอย่างที่ควรเรียกว่าโครงการในพื้นที่เชียงราย มากกว่าจะสรุปว่าเกิดขึ้นทั่วจังหวัด
อันดับ เครือข่าย และการรับรองตอบคนละคำถาม
อันดับจากดัชนีช่วยดูผลงานตามเกณฑ์ในปีที่ประเมิน เครือข่ายอย่าง Smart City Charter แสดงการมีส่วนร่วมของเทศบาล ส่วนสถานะรับรองต้องอาศัยข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
งานวิจัยที่ศึกษา การกำกับดูแลเมืองอัจฉริยะในภูเก็ตและขอนแก่น ช่วยให้เห็นว่าการพัฒนาเมืองมีทั้งระดับนโยบายและระดับพื้นที่ ดังนั้น แม้สองจังหวัดจะถูกกล่าวถึงภายใต้หัวข้อเดียวกัน ก็ยังต้องดูว่าใครดำเนินงานและขอบเขตงานอยู่ตรงไหน
เมืองอัจฉริยะไทยทำอะไรบ้าง นอกจากใช้เทคโนโลยี
กรอบเมืองอัจฉริยะของไทยครอบคลุม เจ็ดด้านได้แก่ เศรษฐกิจ การเดินทาง พลังงาน การดำรงชีวิต ผู้คน การบริหารภาครัฐ และสิ่งแวดล้อม แนวทาง เมืองอัจฉริยะที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ช่วยย้ำว่าจุดเริ่มต้นควรเป็นปัญหาของคนในพื้นที่ ไม่ใช่การเลือกอุปกรณ์ก่อนแล้วค่อยหาว่าจะนำไปใช้ทำอะไร
แต่ละโครงการจึงไม่จำเป็นต้องทำทุกด้านพร้อมกัน เมืองท่องเที่ยวอาจสนใจการเดินทางและคุณภาพชีวิต ส่วนพื้นที่ที่มีโจทย์เรื่องทรัพยากรอาจให้ความสำคัญกับพลังงานหรือสิ่งแวดล้อมมากกว่า
ข้อมูลดิจิทัล การเดินทาง และบริการเมือง
ด้านการบริหารภาครัฐเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจและติดตามบริการสาธารณะ หากหน่วยงานเห็นปัญหาในพื้นที่ได้ชัดขึ้น ก็จัดลำดับงานและประสานผู้รับผิดชอบได้ตรงจุด ส่วนด้านการเดินทางมองถึงความสะดวกในการเข้าถึงสถานที่และบริการที่ประชาชนต้องใช้
ด้านเศรษฐกิจและผู้คนก็เกี่ยวข้องกัน เมืองต้องมองทั้งโอกาสของผู้ประกอบการและความสามารถของประชาชนในการใช้บริการใหม่ อย่างไรก็ดี การกล่าวว่าเมืองใดมีแพลตฟอร์มข้อมูลหรือระบบเดินทางเฉพาะ ต้องมีหลักฐานของโครงการนั้นรองรับก่อน
พลังงาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต
ด้านพลังงานมุ่งใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับปัญหาที่กระทบพื้นที่ เช่น น้ำและขยะ ส่วนด้านการดำรงชีวิตมองผลต่อความเป็นอยู่และการเข้าถึงบริการ
ตัวอย่างการใช้ข้อมูลกับปัญหาใกล้ตัวคือ การพัฒนาระบบจัดการคุณภาพน้ำในเชียงราย ซึ่งกล่าวถึงการรับแจ้งและติดตามปัญหาน้ำประปา ตัวอย่างนี้แสดงวิธีที่เทคโนโลยีช่วยงานท้องถิ่น แต่ไม่ใช่หลักฐานรับรองสถานะเมืองอัจฉริยะของจังหวัด
ดูความก้าวหน้าของโครงการจากอะไร
ชื่อโครงการและแผนงานเป็นจุดเริ่มต้น แต่คนในพื้นที่ย่อมอยากรู้ว่าสิ่งที่ประกาศไว้เกิดขึ้นจริงหรือยัง การติดตามจึงควรแยก กิจกรรมที่เริ่มดำเนินการออกจากผลที่ประชาชนได้รับ เพราะการจัดอบรม การเปิดตัวระบบ และการใช้งานต่อเนื่องเป็นคนละช่วงของงาน
สำหรับโครงการด้านบริการเมือง คำถามที่ใช้ได้คือประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างไร และเมื่อแจ้งปัญหาแล้วใครรับผิดชอบต่อ หากเป็นโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ควรดูว่ามีการรายงานข้อมูลหรือผลดำเนินงานที่ตรวจสอบได้หรือไม่
อีกจุดหนึ่งคือความต่อเนื่องหลังจบกิจกรรมทดลอง พื้นที่นำร่องอาจช่วยทดสอบวิธีทำงาน ก่อนตัดสินใจว่าจะขยายผลอย่างไร การเห็นผลในพื้นที่เล็กจึงยังไม่เท่ากับการใช้ระบบได้ทั่วเมือง
ท้ายที่สุด ตัวชี้วัดควรสัมพันธ์กับปัญหาที่โครงการตั้งใจแก้ หากเป้าหมายคือบริการที่สะดวกขึ้น การนับจำนวนอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวบอกประสบการณ์ของประชาชนไม่ได้ ต้องดูผลการให้บริการประกอบด้วย
วิธีตรวจสอบสถานะและความคืบหน้าของแต่ละพื้นที่
ก่อนใช้รายชื่อโครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทยเป็นข้อมูลอ้างอิง ให้เริ่มที่ Smart City Data Platform ของ depaแพลตฟอร์มนี้แสดงชื่อเมือง พื้นที่ ผู้ดำเนินโครงการ และประเภทเมือง รายละเอียดเหล่านี้ช่วยแยกโครงการระดับย่านออกจากพื้นที่ระดับเมืองหรือจังหวัดได้
จากนั้นตรวจชื่อผู้ดำเนินโครงการและช่วงเวลาของข้อมูล หากพบชื่อเดียวกันในข่าวประชาสัมพันธ์ ให้ดูว่าข่าวกล่าวถึงการเริ่มต้นโครงการ การเข้าร่วมเครือข่าย ผลการจัดอันดับ หรือการรับรองอย่างเป็นทางการ ข่าวแต่ละแบบตอบคำถามต่างกัน
เทียบข้อมูลหลายจุดก่อนสรุปสถานะ
เริ่มจากชื่อพื้นที่จริง ไม่ใช่ชื่อจังหวัดที่ใช้ในพาดหัว แล้วดูหน่วยงานรับผิดชอบและประเภทเมืองในฐานข้อมูล หากต้องการทราบความคืบหน้าล่าสุด ให้เทียบกับประกาศของเทศบาล จังหวัด หรือเจ้าของโครงการโดยตรง
การมีชื่อในดัชนีปี 2023 ไม่ได้บอกสถานะปัจจุบันทั้งหมด เช่นเดียวกับการมีข่าวเปิดตัวในปีหนึ่งที่ไม่ยืนยันว่าระบบยังดำเนินงานอยู่ในปีถัดมา วันที่เผยแพร่ข้อมูลจึงสำคัญพอ ๆ กับชื่อโครงการ
ใช้ตัวเลขและรายชื่อให้ตรงนิยาม
ก่อนนับจำนวนเมือง ให้กำหนดก่อนว่าจะนับพื้นที่ที่ได้รับการรับรอง พื้นที่โครงการ หรือเขตนำร่อง งานวิจัยเรื่อง การจัดชุดข้อมูลสำหรับกำกับดูแลเมืองอัจฉริยะ ใช้ข้อมูลจากเมืองที่ได้รับการรับรองตามขอบเขตการศึกษา ซึ่งไม่ใช่นิยามเดียวกับการรวมทุกเทศบาลและกิจกรรมนำร่อง
รายชื่อและสถานะเปลี่ยนได้เมื่อมีโครงการใหม่หรือปรับขอบเขตงาน หากจะเผยแพร่ข้อมูล ควรระบุทั้งประเภทพื้นที่และวันที่ตรวจสอบไว้ด้วย ผู้อ่านจะได้รู้ว่ารายชื่อนั้นสะท้อนข้อมูลช่วงใด
คำถามที่พบบ่อย
เมืองอัจฉริยะในไทยมีทั้งหมดกี่แห่ง
คำตอบขึ้นอยู่กับสิ่งที่นับ เมืองที่ได้รับการรับรอง พื้นที่โครงการ และเขตนำร่องอาจอยู่คนละชุดข้อมูล จึงไม่ควรนำตัวเลขจากข่าวต่างปีมาบวกกัน หากต้องใช้จำนวนล่าสุด ให้ตรวจฐานข้อมูลของ depa พร้อมดูนิยามและวันที่ข้อมูลได้รับการปรับปรุง
เมืองอัจฉริยะต้องมีเทคโนโลยีอะไรบ้าง
ไม่มีชุดอุปกรณ์ที่ทุกเมืองต้องติดตั้งเหมือนกัน เครื่องมือดิจิทัลควรตอบเป้าหมายของพื้นที่ เช่น ช่วยจัดการข้อมูลเพื่อปรับบริการ หรือช่วยติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อม สิ่งสำคัญคือหน่วยงานใช้ข้อมูลนั้นแก้ปัญหาได้จริงและประชาชนเข้าถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้น
โครงการเมืองอัจฉริยะมีเฉพาะในกรุงเทพฯ หรือไม่
มีพื้นที่พัฒนาในหลายภูมิภาค ตัวอย่างในบทความนี้ครอบคลุมระยอง ภูเก็ต ขอนแก่น เชียงใหม่ และกิจกรรมในเชียงรายด้วย อย่างไรก็ตาม แต่ละชื่ออาจหมายถึงพื้นที่จัดอันดับ เทศบาลในเครือข่าย หรือกิจกรรมนำร่อง จึงไม่ควรเหมารวมว่าได้รับการรับรองสถานะเดียวกัน
ประชาชนตรวจสอบข้อมูลโครงการได้จากที่ไหน
เริ่มที่ Smart City Data Platform ของ depa เพื่อดูชื่อพื้นที่ ประเภทเมือง และผู้ดำเนินโครงการ จากนั้นตรวจเว็บไซต์หรือประกาศของหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเมื่ออยากรู้ว่ากิจกรรมล่าสุดเปิดให้ใช้บริการแล้วหรือยัง ควรดูวันที่ประกาศทุกครั้ง
เมืองอัจฉริยะต่างจากเมืองดิจิทัลอย่างไร
คำว่าเมืองดิจิทัลมักชวนให้นึกถึงบริการออนไลน์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ส่วนเมืองอัจฉริยะมองการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาเมืองหลายด้าน รวมถึงชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อม การมีบริการดิจิทัลจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาได้ แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าเมืองดำเนินงานครบทุกด้าน
โครงการกระจายทั่วไทย แต่ต้องดูสถานะเป็นรายพื้นที่
โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทยมีทั้งย่านในกรุงเทพฯ พื้นที่พัฒนาในภาคตะวันออก และเมืองภูมิภาค ขนาดพื้นที่ จุดเน้น และสถานะของแต่ละแห่งต่างกัน จึงอ่านชื่อโครงการเพียงอย่างเดียวไม่ได้
ก่อนนำรายชื่อไปอ้างอิง ให้ตรวจ ขอบเขตพื้นที่และสถานะล่าสุดจากข้อมูลทางการเสมอ วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพเมืองอัจฉริยะของไทยตามที่แต่ละพื้นที่ดำเนินงานอยู่จริง









