เชียงราย ร่วมกับอำเภอ แม่สาย และฝั่งเมียนมา เร่งทำงานร่วมกันเพื่อรับมือไฟป่าและหมอกควันข้ามพรมแดน เป้าหมายหลักคือ ลดพื้นที่เผา และลดควันที่ลอยข้ามไปมาระหว่างไทยกับเมียนมาให้ได้มากที่สุด
กิจกรรมนี้ขับเคลื่อนโดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับ จังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และผู้แทนจากเมือง ท่าขี้เหล็ก และรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยจัดทั้งงานเปิดตัวและประชุมทำงานร่วมกัน
เวทีหลักใช้ชื่อ “เริ่มโครงการสร้าง แนวกันไฟ เพื่อลดการเผาไหม้ข้ามพรมแดน ความสัมพันธ์ไทย-เมียนมาร์ และความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ( การประชุมเพื่อลดหมอกควันข้ามพรมแดน )” จัดในแนวพื้นที่ทำแนวกันไฟที่เชื่อมหมู่บ้านคู่ขนาน จุดสำคัญอยู่ที่บ้านผาหมี ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และบ้านสามปี เมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา
ลดควันข้ามแดน เพื่ออากาศที่ดีขึ้น
ความร่วมมือนี้เน้นการป้องกันไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง การทำแนวกันไฟตามแนวชายแดน และการดูแลแนวกันไฟให้ใช้งานได้จริงต่อเนื่อง อีกด้านหนึ่ง ทีมงานยังช่วยกันสื่อสารกับชุมชนชายแดนและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อลดการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นต้นทางสำคัญของหมอกควัน
นอกจากนี้ ยังมีการหารือเพื่อเดินหน้ากลไก “เมืองคู่ขนาน” ระหว่างแม่สายและท่าขี้เหล็ก ให้ประสานงานได้เร็วขึ้น และทำงานแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนแบบต่อเนื่องในชีวิตจริง ระยะยาวทั้งสองฝั่งต้องการเห็นป่าฟื้นตัว ควันลดลง และทุกคนได้หายใจอากาศสะอาดร่วมกัน
ผู้เข้าร่วมหลักประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย, ผู้ว่าราชการเมืองท่าขี้เหล็ก ตุน เว่ย ตง, ผู้อำนวยการ TEI ดร.วิจารณ์ สีมาชัย, นายอำเภอแม่สาย วรายุทธ คมบุญ และนายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ ฉัตรชัย ไชยศิริ
ขณะเดียวกัน ผู้นำชุมชน (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) และชาวบ้านจากทั้งสองประเทศก็ลงพื้นที่ร่วมกัน ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมยังเข้ามาช่วยกิจกรรม “ทำแนวกันไฟสองประเทศ” เพื่อผลักดันทางออกของวิกฤตหมอกควันที่กระทบคนทั้งสองฝั่งชายแดน
ไฟลาม ควันข้ามแดน ยังเป็นโจทย์ใหญ่
สถานการณ์ “ไฟลาม ควันข้ามแดน” ยังน่ากังวล โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนแถวตำบลเวียงพางคำ ตำบลแม่สาย ตำบลแม่สายมิตรภาพ และตำบลโป่งงาม ในอำเภอแม่สาย ที่ยังเผชิญไฟป่าซึ่งลุกลามข้ามแนวเขตได้
พื้นที่รอบบ้านผาหมีและผาฮี้เสี่ยงเป็นพิเศษ เพราะภูมิประเทศชันและเป็นหน้าผา ทำให้ควัน ฝุ่น และมลพิษ PM2.5 ถูกลมพัดข้ามฝั่งได้ง่าย ผลกระทบจึงไปถึงสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวันของชุมชนทั้งไทยและเมียนมา
เพราะเหตุนี้ หน่วยงานต่างๆ จึงรวมพลังกันแบบบูรณาการ ยึดตามสภาพจริงของพื้นที่ และเน้นงานที่เห็นผลได้ ไม่ใช่แค่ประชุมบนกระดาษ นอกจากการลงมือทำแนวกันไฟและฝึกปฏิบัติในพื้นที่แล้ว เป้าหมายร่วมยังรวมถึงการลดรอยไหม้ ลดการปะทุซ้ำ และป้องกันไฟลามในจุดเสี่ยงให้ได้มากที่สุด สุดท้ายแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจที่จะปกป้องป่า และพาอากาศที่ดีขึ้นกลับมาสู่แม่สาย รวมถึงชุมชนฝั่งท่าขี้เหล็กในระยะยาว
ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่เกิดซ้ำทุกปีในเชียงราย
ทุกหน้าแล้ง เชียงรายมักเจอปัญหา หมอกควันข้ามแดนกลับมาเป็นประจำ ช่วงที่หนักมักอยู่ราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน อากาศขมุกขมัวและเริ่มไม่ปลอดภัย เพราะมีฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5สะสมสูง แหล่งกำเนิดส่วนหนึ่งมาจากการเผาในพื้นที่เกษตรและไฟป่าในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เช่น ลาว เมียนมา และบางพื้นที่ของไทย
เมื่อกระแสลมตามฤดูกาลพัดเร็ว หมอกควันก็เคลื่อนข้ามพรมแดนได้ง่าย และเข้ามาปกคลุมจังหวัด ทำให้คุณภาพอากาศหลายช่วงลดลงไปอยู่ระดับกระทบต่อสุขภาพ ข้อมูลที่เผยแพร่ทั่วไปมักรายงานว่าช่วงพีกค่า PM2.5 อาจสูงเกิน 50 ถึง 100 µg/m³ ได้ในบางสัปดาห์
ผลกระทบเกิดขึ้นหลายด้าน เช่น อาการระคายเคืองทางเดินหายใจ ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงทัศนวิสัยที่แย่ลง ซึ่งกระทบการเดินทางและงานกลางแจ้ง นอกจากนี้ ธุรกิจท้องถิ่นก็อาจได้รับแรงกดดันเมื่อการท่องเที่ยวชะลอตัว และแผนการทำเกษตรบางอย่างต้องปรับตามสภาพอากาศ
ที่ผ่านมา หน่วยงานและชุมชนพยายามทำงานข้ามพรมแดนมากขึ้น ทั้งโครงการแนวกันไฟไทย ลาว ในพื้นที่อย่างภูชี้ฟ้า รวมถึงความร่วมมือภายใต้ CLEAR Sky Strategy ระหว่างไทย ลาว และเมียนมา ที่มุ่งลดการเผาในที่โล่ง และสนับสนุนการจัดการพื้นที่ให้เหมาะสม อย่างไรก็ตาม หมอกควันยังกลับมาแทบทุกปี และหน้าแล้งยังเป็นช่วงที่เชียงรายต้องรับมือหนักเสมอ
ชาวบ้านภาคเหนือของไทยเรียกร้องให้เร่งดำเนินการควบคุมฝุ่นละออง PM2.5 และหมอกควัน
สำนักงานกิจการอาเซียนมาเยือนเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการหลอกลวงทางโทรศัพท์
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า
เ ชียงราย– เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.พาน ได้ผนึกกำลังกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นระหว่างเวลา 22.00 ถึง 24.00 น. บริเวณหน้าตู้ยามตำบลสันติสุข อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย เพื่อตั้งจุดตรวจสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชนในชุมชน
การปฏิบัติงานนี้ดำเนินการตามแผนที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นำข้อมูล อาชญากรรม มาวิเคราะห์อย่างละเอียด ทีมงานนำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ ผู้กำกับการ สภ.พาน พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจและ น.ส.พิชญกานต์ ตาดทอง กำนันตำบลสันติสุข ทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดจุดตรวจที่เหมาะสมที่สุด การใช้ข้อมูลจริงมาวางแผนช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- กำลังเจ้าหน้าที่ร่วม 30 นาย ตั้งด่านเครือข่ายใยแมงมุมในตำบลสันติสุขเพื่อสกัดกั้น ยาเสพติด
- ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอาชญากรรมเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตั้งจุดตรวจและป้องกันเหตุร้าย
- จับกุมชายวัย 33 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 10 เม็ด และตั้งข้อหาหนักเรื่องการเสพยาขณะขับขี่
ผลลัพธ์จากการตั้งจุดตรวจใยแมงมุม
จากการตรวจตราอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้หนึ่งราย ผู้ต้องหาเป็นชายชาวตำบลสันติสุข อายุ 33 ปี ซึ่งขับขี่ยานพาหนะผ่านเข้ามายังจุดตรวจ เมื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 10 เม็ดอยู่ในความครอบครอง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานทันที
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ข้อหาหลักคือการครอบครองยาเสพติดให้โทษและการเสพยาเสพติดในขณะขับขี่ยานพาหนะ ขณะนี้ผู้ต้องหาได้ถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว เหตุการณ์นี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สะท้อนการทำงานอย่างหนักของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อความสงบสุขของประชาชน
พลังของชุมชนในการต้านภัยยาเสพติด
ความสำเร็จในคืนดังกล่าวไม่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่ง ฝ่ายปกครองและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต่างมีบทบาทสำคัญในการลงพื้นที่ การทำงานแบบบูรณาการนี้ช่วยยกระดับการป้องกันปัญหายาเสพติดในอำเภอพานได้อย่างเป็นรูปธรรม
ชาวบ้านในตำบลสันติสุขต่างรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเห็นการทำงานที่จริงจังและใกล้ชิดประชาชน การตั้งด่านแบบเครือข่ายใยแมงมุมจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมในพื้นที่ ทุกฝ่ายหวังว่าความร่วมมือนี้จะทำให้จังหวัดเชียงรายน่าอยู่และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครอง ยาบ้า ">เชียงราย– เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติการครั้งสำคัญเพื่อรักษาความปลอดภัยใน จังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ พวกเขาได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อตั้งจุดตรวจความปลอดภัย ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นบริเวณหน้าตลาดล้านเมือง ตำบลสันทราย โดยมีเป้าหมายหลักในการป้องกันเหตุร้ายและดูแลประชาชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ใช้แผนปฏิบัติการที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่เน้นความแม่นยำและการใช้ข้อมูลจริง เจ้าหน้าที่จะนำสถิติและสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาวิเคราะห์ เพื่อหาจุดที่ควรตั้งด่านตรวจให้เกิดประโยชน์สูงสุด วิธีนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่การสุ่มตรวจทั่วไป แต่เป็นการวางกำลังเพื่อป้องกันและสกัดกั้นคนทำผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญ
- ยกระดับความปลอดภัย:ตำรวจภาค 5 สนธิกำลังตั้งด่าน “ใยแมงมุม” ทั่วเชียงรายเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
- จับกุมผู้กระทำผิด:ด่านแม่คำ อำเภอแม่จัน สามารถรวบตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดได้ 1 รายอย่างรวดเร็ว
- ใช้ข้อมูลทำงาน:แผนใยแมงมุมใช้การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เพื่อจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่อย่างแม่นยำและตรงจุด
ผลงานด่านแม่คำ สกัดจับเครือข่ายยาเสพติด
ในคืนเดียวกันนั้น แผนเครือข่ายใยแมงมุมก็แสดงผลงานอย่างชัดเจนในอีกพื้นที่หนึ่งของจังหวัด พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่จัน ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมกันตั้งด่านตรวจสกัด พวกเขาประจำการอยู่ที่บริเวณด่านตรวจแม่คำ อำเภอแม่จัน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจร การทำงานเป็นไปอย่างเข้มงวดและรัดกุมตามนโยบายระดับจังหวัดที่วางเอาไว้
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างขะมักเขม้น พวกเขาได้เรียกตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยตามหลักการทำงาน ผลจากการตรวจค้นอย่างละเอียด ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมชายผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดได้จำนวนหนึ่ง การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การตั้งด่านแบบมีข้อมูลรองรับนั้น สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดของสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างแท้จริง โดยสามารถติดตาม ข่าวสารตำรวจภูธรภาค 5 เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางทางการ
อำเภอแม่จันถือเป็นพื้นที่สำคัญที่มีการสัญจรไปมาอย่างหนาแน่น และเชื่อมต่อกับหลายอำเภอ การตั้งจุดตรวจที่ด่านแม่คำจึงเป็นการตัดวงจรการขนส่งสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างดีเยี่ยม เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้กระทำผิดเล็ดลอดไปได้ การสกัดจับครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ยาเสพติดจะกระจายเข้าสู่ชุมชนตอนใน
บูรณาการกำลัง สร้างความอุ่นใจให้ชุมชน
การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและฝ่ายปกครอง ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการนี้ราบรื่นและประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างรู้หน้าที่และเป้าหมายของตนเองอย่างชัดเจน การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบและเชื่อมโยงข้อมูลกันเหมือนใยแมงมุม ทำให้ผู้กระทำผิดหลบหนีได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา
เป้าหมายสูงสุดของปฏิบัติการทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมผู้ทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่คือการดูแลความสงบเรียบร้อยให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดล้านเมือง หรือชาวบ้านที่เดินทางไปมาในยามวิกาล ต่างรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น พวกเขามีความมั่นใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ในอนาคต คาดว่าทางเจ้าหน้าที่จะยังคงใช้แผนเครือข่ายใยแมงมุมนี้ต่อไป พร้อมทั้งปรับปรุงข้อมูลให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้การทำงานของตำรวจมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ประชาชนเองก็สามารถเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
การเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงราย ด้วยการทำงานที่โปร่งใส ใช้ข้อมูลจริง และร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทำให้ความหวังที่จะเห็นชุมชนปลอดภัยจากเหตุร้ายต่างๆ เข้าใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย
ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า">เชียงราย– เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน ได้นำกำลังตั้งจุดตรวจ ยาเสพติด ที่บริเวณด่านตรวจปูแกง ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย การปฏิบัติงานครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายบนถนนพหลโยธิน
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้มีรถบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา รถคันนี้เดินทางมาจากอำเภอเมืองเชียงรายและกำลังมุ่งหน้าไปยังจังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่พบว่ารถมีลักษณะน่าสงสัยจึงได้เรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด โดยพบผู้ขับขี่คือ นายวรวุฒิ อายุ 32 ปี และมีแฟนสาวคือ น.ส.ปภัสรา อายุ 33 ปี นั่งโดยสารมาด้วย ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย
ประเด็นสำคัญ
-
ตำรวจด่านปูแกงจับกุมหนุ่มสาวชาวหนองคาย ลักลอบขนยาไอซ์จำนวน 350 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระบะดัดแปลง
-
ผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับจ้างขนยาจากชายแดนแม่สาย ไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ แลกกับค่าตอบแทน 300,000 บาท
-
เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสืบสวนขยายผล เพื่อกวาดล้างผู้ว่าจ้างและเครือข่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ในตอนแรก การตรวจสอบภายนอกรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมท่าทางที่มีพิรุธ จึงได้ทำการตรวจค้นรถอย่างละเอียดอีกครั้ง จนกระทั่งพบว่าบริเวณพื้นกระบะด้านหลังถูกดัดแปลงอย่างแนบเนียนให้เป็นช่องลับใต้ท้องรถ ช่องลับนี้ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการขันนอตจึงจะสามารถเปิดออกได้
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดช่องลับ พวกเขาพบซองชาเขียวบรรจุสุญญากาศ 350 ซองเรียงกันอย่างแน่นหนาอยู่ภายใน การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแต่ละซองบรรจุยาเมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) ประมาณ 1 กิโลกรัม รวมทั้งหมด 350 กิโลกรัม ผู้ต้องสงสัยทั้งสองถูกจับกุมในทันที
สารภาพรับจ้างขนส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ให้การรับสารภาพว่า พวกตนไปรับยาเสพติดจำนวนนี้มาจากพื้นที่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ทางฝั่งอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป้าหมายคือการลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดไปส่งให้ผู้รับในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ต้องหาเปิดเผยว่าได้รับค่าจ้างในการขนส่งครั้งนี้เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท
หลังจากทำการจับกุมและสอบสวนเบื้องต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งมอบให้กับชุดสืบสวน สภ.พาน นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับชุดขยายผลยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทางตำรวจจะเร่งสืบสวนเพื่อขยายผลไปถึงตัวผู้ว่าจ้างและทลายเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดนี้ให้สิ้นซาก

