เชียงราย– สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดเชียงรายกำลังน่าเป็นห่วงมากขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและเบนซิน ผู้ใช้รถทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องจอดรอเติมน้ำมันกันยาวนานหลายชั่วโมง หลายคนไปถึงปั๊มแล้วกลับเจอป้ายหมดน้ำมัน ขณะที่คนขับรถส่งสินค้าบางรายต้องหยุดรถกลางทาง เพราะน้ำมันดีเซลหมด ปัญหานี้กระทบทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน งานขนส่ง และเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างชัดเจน
สถานการณ์ล่าสุด คิวยาวหลายปั๊ม บางแห่งหยุดขายกะทันหัน
จากรายงานในช่วงเดือนมีนาคม 2569 หลายพื้นที่ของ เชียงราย โดยเฉพาะอำเภอเมือง แม่สาย พาน และ แม่ฟ้าหลวง มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่อแถวหน้าสถานีบริการน้ำมันเป็นทางยาว บางปั๊มมีรถรอมากถึง 50 ถึง 100 คัน ขณะเดียวกัน บางแห่งเริ่มจำกัดปริมาณการเติม เช่น ไม่เกิน 100 ลิตรต่อคัน หรือไม่เกิน 1,000 บาท เพื่อลดการกักตุน
ผู้สื่อข่าวที่ลงพื้นที่พบว่า บางสถานีได้รับน้ำมันดีเซลเพียงวันละ 8,000 ลิตร ซึ่งน้อยกว่าปกติราวสองในสาม และบางปั๊มไม่มีน้ำมันเบนซิน 95 ให้บริการเลย หลายแห่งขายดีเซลหมดตั้งแต่ช่วงบ่าย ส่งผลให้คนที่รอคิวมาหลายชั่วโมงต้องเสียเที่ยว และต้องขับรถไปหาปั๊มใหม่
นายสมชาย (นามสมมติ) คนขับรถส่งผักจากอำเภอพาน เล่าว่า “ผมออกส่งของตั้งแต่เช้า น้ำมันใกล้หมด พอไปถึงปั๊มแรกก็เจอว่าหมดแล้ว ต้องขับวนหาอีก 3 ปั๊ม กว่าจะเจอที่ยังพอมีดีเซล ตอนนี้ทั้งเสียเวลา ทั้งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก”
จังหวัดทางภาคเหนือของ ประเทศไทย
ได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทย เกิดคิวยาวเหยียดและปั๊มน้ำมันว่างเปล่า Chiang Rai Times" width="975" height="649" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/3820279.webp 700w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/3820279-300x200.webp 300w" sizes="(max-width: 975px) 100vw, 975px" />
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนและธุรกิจ
ปัญหาน้ำมันขาดแคลนในเชียงรายส่งผลในวงกว้าง และเห็นชัดในหลายด้าน
- ผู้ใช้รถทั่วไปต้องเสียเวลารอเติมน้ำมันนาน บางคนต้องเลื่อนนัดหรือยกเลิกการเดินทาง
- คนขับรถส่งของเสี่ยงน้ำมันหมดระหว่างทาง ทำให้ส่งสินค้าล่าช้า โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และของใช้จำเป็น
- ธุรกิจท้องถิ่นมีต้นทุนขนส่งสูงขึ้น จึงกระทบต่อการค้าและบริการ
- เกษตรกรขาดน้ำมันไปใช้กับเครื่องจักรในช่วงเพาะปลูก
ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่า ปริมาณน้ำมันคงเหลือในหลายปั๊มลดลงเร็วมาก เพราะความต้องการเพิ่มขึ้นผิดปกติ บางพื้นที่มีปั๊มน้ำมัน 8 แห่งที่ไม่ได้รับน้ำมันรอบใหม่ในวันเดียวกัน และบางแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราว
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันและคลังน้ำมันในจังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน พร้อมย้ำว่า “น้ำมันในจังหวัดเชียงรายยังมีเพียงพอ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุน เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง” นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ยังสั่งใช้ 6 มาตรการคุมเข้มตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เช่น ให้สิทธิ์คนไทยและเกษตรกรก่อน ห้ามขายน้ำมันใส่ถังโดยไม่ลงทะเบียน และดำเนินการกับผู้กักตุนอย่างจริงจัง
ทางสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายยังอธิบายเพิ่มว่า สาเหตุหลักมาจากการกระจายน้ำมันที่ล่าช้า และความต้องการที่เพิ่มขึ้นชั่วคราวจากกระแสข่าวลือเรื่องสถานการณ์โลก แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าภาพรวมทั้งประเทศไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันดิบก็ตาม
PumpRadar CR ตัวช่วยจากเชียงราย 108 ลดการขับวนหาปั๊ม
เพื่อช่วยลดปัญหาการต่อคิวและการขับรถหาปั๊มแบบไม่รู้ว่าจะมีน้ำมันหรือไม่ กลุ่มเชียงราย 108 ได้พัฒนาเว็บไซต์ PumpRadar CR( https://www.chiangrai108.com/oil/ ) สำหรับตรวจสอบสถานะน้ำมันแบบเรียลไทม์
จุดเด่นของ PumpRadar CR
- เช็กสถานะน้ำมันของปั๊มในเชียงรายได้ตลอดเวลา
- แสดงแผนที่ปั๊มน้ำมันพร้อมสถานะ เช่น มีน้ำมัน เหลือน้อย หรือหมด
- กรองข้อมูลตามอำเภอ แบรนด์ปั๊ม และประเภทน้ำมัน เช่น ดีเซล เบนซิน และแก๊สโซฮอล์
- ประชาชนช่วยรายงานสถานะปั๊มได้แบบเรียลไทม์
- ข้อมูลอัปเดตจากผู้ใช้จริงทั่วจังหวัด
ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่ประหยัดทั้งเวลาและค่าน้ำมัน เพราะไม่ต้องขับวนหาแบบสุ่ม ปัจจุบันเว็บไซต์มีข้อมูลปั๊มมากกว่า 180 แห่งในเชียงราย และมีการอัปเดตอยู่เป็นระยะ
นายธนากร จากเชียงราย 108 กล่าวว่า “เราทำ PumpRadar CR ขึ้นมาเพื่อช่วยชาวเชียงรายในช่วงที่สถานการณ์ตึงตัว ใครเจอปั๊มไหนยังมี หรือปั๊มไหนหมด ก็ช่วยกันอัปเดต เพื่อให้ทุกคนได้ข้อมูลที่ตรงและทันเวลา”
มุมมองจากภาครัฐและแนวทางรับมือ
นายปรศักดิ์ งามสมภาค พลังงานจังหวัดเชียงราย ระบุว่า จังหวัดมีคลังน้ำมันของตัวเอง จึงช่วยให้การขนส่งเร็วกว่าอีกหลายพื้นที่ และตอนนี้กำลังประสานกับผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มรอบรถส่งน้ำมันให้มากขึ้น นอกจากนั้น ยังเปิดช่องทางรับร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจัดการกับการกักตุนและการปฏิเสธขายโดยไม่มีเหตุผล
ในส่วนของรัฐบาลกลาง ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งให้กระทรวงพลังงานเร่งกระจายน้ำมัน และติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความกังวลของประชาชนมากกว่าการขาดแคลนจริง
ถึงอย่างนั้น ประชาชนจำนวนมากยังแนะนำกันว่า ควรตรวจสอบข้อมูลผ่าน PumpRadar CR ก่อนออกจากบ้าน และเติมน้ำมันเท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้แรงกดดันในระบบเพิ่มขึ้นไปอีก
สรุปสถานการณ์และข้อแนะนำสำหรับประชาชน
วิกฤตน้ำมันในเชียงรายครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ระบบกระจายสินค้าอาจสะดุดได้ง่ายเมื่อเกิดความผันผวนหรือข่าวลือ แม้หน่วยงานรัฐจะยืนยันว่าปริมาณน้ำมันยังเพียงพอ แต่ความร่วมมือจากทุกฝ่ายยังสำคัญมาก ทั้งการไม่กักตุน การติดตามข้อมูลจาก PumpRadar CR และการประสานงานระหว่างจังหวัดกับผู้ประกอบการ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายได้เร็วขึ้น
คำแนะนำสำหรับประชาชน
- ตรวจสอบสถานะน้ำมันผ่าน PumpRadar CR ก่อนเดินทาง
- เติมน้ำมันเท่าที่จำเป็น และไม่กักตุน
- หากพบปั๊มปฏิเสธขายหรือมีพฤติกรรมกักตุน ให้แจ้งสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายทันที
- ติดตามประกาศจากสำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย และผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิด
ตอนนี้สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง และทุกฝ่ายยังจับตาอย่างใกล้ชิด หวังว่าปัญหาจะค่อย ๆ เบาลงในเร็ววัน เพื่อให้การใช้ชีวิตของชาวเชียงรายกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เห็นด่านแล้วไหวตัวทัน คนขนยาบ้าทิ้ง จยย. กลางทาง ก่อนหนีเข้าป่าชานเมืองเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า
เ ชียงราย– เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.พาน ได้ผนึกกำลังกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นระหว่างเวลา 22.00 ถึง 24.00 น. บริเวณหน้าตู้ยามตำบลสันติสุข อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย เพื่อตั้งจุดตรวจสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชนในชุมชน
การปฏิบัติงานนี้ดำเนินการตามแผนที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นำข้อมูล อาชญากรรม มาวิเคราะห์อย่างละเอียด ทีมงานนำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ ผู้กำกับการ สภ.พาน พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจและ น.ส.พิชญกานต์ ตาดทอง กำนันตำบลสันติสุข ทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดจุดตรวจที่เหมาะสมที่สุด การใช้ข้อมูลจริงมาวางแผนช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- กำลังเจ้าหน้าที่ร่วม 30 นาย ตั้งด่านเครือข่ายใยแมงมุมในตำบลสันติสุขเพื่อสกัดกั้น ยาเสพติด
- ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอาชญากรรมเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตั้งจุดตรวจและป้องกันเหตุร้าย
- จับกุมชายวัย 33 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 10 เม็ด และตั้งข้อหาหนักเรื่องการเสพยาขณะขับขี่
ผลลัพธ์จากการตั้งจุดตรวจใยแมงมุม
จากการตรวจตราอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้หนึ่งราย ผู้ต้องหาเป็นชายชาวตำบลสันติสุข อายุ 33 ปี ซึ่งขับขี่ยานพาหนะผ่านเข้ามายังจุดตรวจ เมื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 10 เม็ดอยู่ในความครอบครอง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานทันที
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ข้อหาหลักคือการครอบครองยาเสพติดให้โทษและการเสพยาเสพติดในขณะขับขี่ยานพาหนะ ขณะนี้ผู้ต้องหาได้ถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว เหตุการณ์นี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สะท้อนการทำงานอย่างหนักของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อความสงบสุขของประชาชน
พลังของชุมชนในการต้านภัยยาเสพติด
ความสำเร็จในคืนดังกล่าวไม่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่ง ฝ่ายปกครองและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต่างมีบทบาทสำคัญในการลงพื้นที่ การทำงานแบบบูรณาการนี้ช่วยยกระดับการป้องกันปัญหายาเสพติดในอำเภอพานได้อย่างเป็นรูปธรรม
ชาวบ้านในตำบลสันติสุขต่างรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเห็นการทำงานที่จริงจังและใกล้ชิดประชาชน การตั้งด่านแบบเครือข่ายใยแมงมุมจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมในพื้นที่ ทุกฝ่ายหวังว่าความร่วมมือนี้จะทำให้จังหวัดเชียงรายน่าอยู่และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย– เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติการครั้งสำคัญเพื่อรักษาความปลอดภัยใน จังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล รองผู้บัญชาการ ตำรวจ ภูธรภาค 5">ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ พวกเขาได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อตั้งจุดตรวจความปลอดภัย ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นบริเวณหน้าตลาดล้านเมือง ตำบลสันทราย โดยมีเป้าหมายหลักในการป้องกันเหตุร้ายและดูแลประชาชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ใช้แผนปฏิบัติการที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่เน้นความแม่นยำและการใช้ข้อมูลจริง เจ้าหน้าที่จะนำสถิติและสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาวิเคราะห์ เพื่อหาจุดที่ควรตั้งด่านตรวจให้เกิดประโยชน์สูงสุด วิธีนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่การสุ่มตรวจทั่วไป แต่เป็นการวางกำลังเพื่อป้องกันและสกัดกั้นคนทำผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญ
- ยกระดับความปลอดภัย: ตำรวจภาค 5 สนธิกำลังตั้งด่าน “ใยแมงมุม” ทั่วเชียงรายเพื่อป้องกันและปราบปราม อาชญากรรม
- จับกุมผู้กระทำผิด:ด่านแม่คำ อำเภอแม่จัน สามารถรวบตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดได้ 1 รายอย่างรวดเร็ว
- ใช้ข้อมูลทำงาน:แผนใยแมงมุมใช้การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เพื่อจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่อย่างแม่นยำและตรงจุด
ผลงานด่านแม่คำ สกัดจับเครือข่ายยาเสพติด
ในคืนเดียวกันนั้น แผนเครือข่ายใยแมงมุมก็แสดงผลงานอย่างชัดเจนในอีกพื้นที่หนึ่งของจังหวัด พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่จัน ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมกันตั้งด่านตรวจสกัด พวกเขาประจำการอยู่ที่บริเวณด่านตรวจแม่คำ อำเภอแม่จัน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจร การทำงานเป็นไปอย่างเข้มงวดและรัดกุมตามนโยบายระดับจังหวัดที่วางเอาไว้
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างขะมักเขม้น พวกเขาได้เรียกตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยตามหลักการทำงาน ผลจากการตรวจค้นอย่างละเอียด ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมชายผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดได้จำนวนหนึ่ง การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การตั้งด่านแบบมีข้อมูลรองรับนั้น สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดของสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างแท้จริง โดยสามารถติดตาม ข่าวสารตำรวจภูธรภาค 5 เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางทางการ
อำเภอแม่จันถือเป็นพื้นที่สำคัญที่มีการสัญจรไปมาอย่างหนาแน่น และเชื่อมต่อกับหลายอำเภอ การตั้งจุดตรวจที่ด่านแม่คำจึงเป็นการตัดวงจรการขนส่งสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างดีเยี่ยม เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้กระทำผิดเล็ดลอดไปได้ การสกัดจับครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ยาเสพติดจะกระจายเข้าสู่ชุมชนตอนใน
บูรณาการกำลัง สร้างความอุ่นใจให้ชุมชน
การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและฝ่ายปกครอง ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการนี้ราบรื่นและประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างรู้หน้าที่และเป้าหมายของตนเองอย่างชัดเจน การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบและเชื่อมโยงข้อมูลกันเหมือนใยแมงมุม ทำให้ผู้กระทำผิดหลบหนีได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา
เป้าหมายสูงสุดของปฏิบัติการทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมผู้ทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่คือการดูแลความสงบเรียบร้อยให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดล้านเมือง หรือชาวบ้านที่เดินทางไปมาในยามวิกาล ต่างรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น พวกเขามีความมั่นใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ในอนาคต คาดว่าทางเจ้าหน้าที่จะยังคงใช้แผนเครือข่ายใยแมงมุมนี้ต่อไป พร้อมทั้งปรับปรุงข้อมูลให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้การทำงานของตำรวจมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ประชาชนเองก็สามารถเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
การเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงราย ด้วยการทำงานที่โปร่งใส ใช้ข้อมูลจริง และร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทำให้ความหวังที่จะเห็นชุมชนปลอดภัยจากเหตุร้ายต่างๆ เข้าใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย
ตำรวจ เชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม">เชียงราย– เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน ได้นำกำลังตั้งจุดตรวจ ยาเสพติด ที่บริเวณด่านตรวจปูแกง ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย การปฏิบัติงานครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายบนถนนพหลโยธิน
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้มีรถบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา รถคันนี้เดินทางมาจากอำเภอเมืองเชียงรายและกำลังมุ่งหน้าไปยังจังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่พบว่ารถมีลักษณะน่าสงสัยจึงได้เรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด โดยพบผู้ขับขี่คือ นายวรวุฒิ อายุ 32 ปี และมีแฟนสาวคือ น.ส.ปภัสรา อายุ 33 ปี นั่งโดยสารมาด้วย ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย
ประเด็นสำคัญ
-
ตำรวจด่านปูแกงจับกุมหนุ่มสาวชาวหนองคาย ลักลอบขนยาไอซ์จำนวน 350 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระบะดัดแปลง
-
ผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับจ้างขนยาจากชายแดนแม่สาย ไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ แลกกับค่าตอบแทน 300,000 บาท
-
เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสืบสวนขยายผล เพื่อกวาดล้างผู้ว่าจ้างและเครือข่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ในตอนแรก การตรวจสอบภายนอกรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมท่าทางที่มีพิรุธ จึงได้ทำการตรวจค้นรถอย่างละเอียดอีกครั้ง จนกระทั่งพบว่าบริเวณพื้นกระบะด้านหลังถูกดัดแปลงอย่างแนบเนียนให้เป็นช่องลับใต้ท้องรถ ช่องลับนี้ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการขันนอตจึงจะสามารถเปิดออกได้
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดช่องลับ พวกเขาพบซองชาเขียวบรรจุสุญญากาศ 350 ซองเรียงกันอย่างแน่นหนาอยู่ภายใน การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแต่ละซองบรรจุยาเมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) ประมาณ 1 กิโลกรัม รวมทั้งหมด 350 กิโลกรัม ผู้ต้องสงสัยทั้งสองถูกจับกุมในทันที
สารภาพรับจ้างขนส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ให้การรับสารภาพว่า พวกตนไปรับยาเสพติดจำนวนนี้มาจากพื้นที่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ทางฝั่งอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป้าหมายคือการลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดไปส่งให้ผู้รับในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ต้องหาเปิดเผยว่าได้รับค่าจ้างในการขนส่งครั้งนี้เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท
หลังจากทำการจับกุมและสอบสวนเบื้องต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งมอบให้กับชุดสืบสวน สภ.พาน นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับชุดขยายผลยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทางตำรวจจะเร่งสืบสวนเพื่อขยายผลไปถึงตัวผู้ว่าจ้างและทลายเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดนี้ให้สิ้นซาก

