ข่าวอาชญากรรม - Crime

วันแรกของเทศกาลสงกรานต์สุดเหวี่ยง! ตำรวจกวาดล้างผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับ จับกุมผู้คนไปกว่า 2,600 คน

กรุงเทพฯ – เริ่มต้นเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความคึกคักของการเดินทางกลับภูมิลำเนา แต่สิ่งที่มาคู่กับความรื่นเริงคือสถิติอุบัติเหตุและผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรที่ยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติกางตัวเลขวันแรก…

Published

on

วันแรกของเทศกาลสงกรานต์สุดเหวี่ยง! ตำรวจกวาดล้างผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับ จับกุมผู้คนไปกว่า 2,600 คน

กรุงเทพฯ – เริ่มต้นเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความคึกคักของการเดินทางกลับภูมิลำเนา แต่สิ่งที่มาคู่กับความรื่นเริงคือสถิติอุบัติเหตุและผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรที่ยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติกางตัวเลขวันแรก พบนักดื่มแล้วขับพุ่งหลักพัน ขณะที่ยอดคนไม่สวมหมวกกันน็อกยังครองแชมป์อันดับหนึ่ง

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการ ตำรวจ แห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลด อุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้ออกมาเปิดเผยภาพรวมการจราจรในวันแรกของช่วงวันหยุดยาว โดยระบุว่าปริมาณรถในเส้นทางหลักที่มุ่งหน้าสู่ ภาคเหนือ และภาคอีสานมีปริมาณหนาแน่นอย่างต่อเนื่อง

เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่น ตำรวจทางหลวง และตำรวจท้องที่ได้ระดมกำลังเปิดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) ในจุดที่เป็นคอขวดเพื่อเร่งระบายรถ ไม่ให้เกิดการสะสมตัวจนกลายเป็นอัมพาต พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทุกคนถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

เมาแล้วขับ จับกุมผู้คนไปกว่า 2,600 คน" width="1024" height="694" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/04/1-12.jpg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/04/1-12-300x203.jpg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/04/1-12-768x521.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" />

สถิติ “เมาแล้วขับ” วันแรกพุ่งกระฉูด

แม้จะมีการรณรงค์ “เมาไม่ขับ” อย่างต่อเนื่อง แต่จากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในวันแรกเพียงวันเดียว (ข้อมูลวันที่ 10 เมษายน) เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดฐาน “เมาแล้วขับ” ได้มากถึง 2,617 ราย ที่น่าตกใจไปกว่านั้น คือพบกลุ่มผู้ที่ “ทำผิดซ้ำ” หรือเคยถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับมาก่อนหน้านี้แล้วถึง 26 ราย ซึ่งในกลุ่มนี้ พล.ต.อ.สำราญ ย้ำชัดว่า ตำรวจจะส่งฟ้องศาลโดยระบุพฤติการณ์ความผิดซ้ำเพื่อให้ศาลลงโทษหนักขึ้นตามที่กฎหมายกำหนด โดยไม่มีการรอลงอาญา เพื่อให้เข็ดหลาบและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ร่วมทางคนอื่น

เช็ก 3 อันดับความผิดยอดฮิต “10 รสขม”

นอกจากการเมาแล้วขับ ตำรวจยังมีการกวดขันวินัยจราจรตามมาตรการ “10 รสขม” ซึ่งจากการสรุปยอดวันแรกพบผู้กระทำผิดรวมทุกข้อหารวมกว่า 67,803 ราย โดย 3 อันดับแรกที่มีผู้ถูกดำเนินคดีสูงสุด ได้แก่:

  1. ไม่สวมหมวกนิรภัย:15,994 ราย (อันดับ 1 ตลอดกาลที่สะท้อนถึงความประมาทของผู้ใช้รถจักรยานยนต์)
  2. ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด:13,450 ราย (สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง)
  3. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย:3,809 ราย

คำเตือนจากตำรวจ: กรุงเทพฯ ถนนโล่ง แต่ “เสี่ยงสูง”

พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ได้ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ในขณะที่ถนนสายหลักออกต่างจังหวัดรถติดขัด แต่ในพื้นที่ “กรุงเทพมหานคร” ปริมาณรถกลับลดลงอย่างมาก

จุดนี้เองที่กลายเป็นดาบสองคม เพราะเมื่อถนนโล่ง ผู้ขับขี่มักจะใช้ความเร็วสูงขึ้นกว่าปกติ ประกอบกับความประมาท ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่รุนแรงได้ จึงอยากเตือนให้ผู้ที่อยู่ในกรุงอย่าชะล่าใจ และปฏิบัติตามป้ายจำกัดความเร็วอย่างเคร่งครัด

ช่องทางขอความช่วยเหลือและแจ้งเหตุ

หากประชาชนประสบเหตุระหว่างเดินทาง หรือต้องการสอบถามเส้นทางลัด เส้นทางเลี่ยง เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน ดังนี้:

  • 1197:สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร (สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล)
  • 1193:สายด่วนตำรวจทางหลวง (สำหรับเส้นทางข้ามจังหวัด)
  • 191 หรือ 1599:สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอด 24 ชั่วโมง

สรุปทิ้งท้าย: ความปลอดภัยเริ่มที่ตัวเรา

สงกรานต์ควรเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการรวมตัวของครอบครัว ไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย ตำรวจยืนยันว่าการตั้งด่านและจับกุมอย่างเข้มงวดไม่ใช่การจ้องจับผิด แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ “คนประมาท” เพียงคนเดียวไปพรากชีวิตของผู้อื่น “กลับบ้านปลอดภัย คือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัว”

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจ ป. รวบหนุ่มโหดราดกรดอดีตแฟนสาว สาหัสทั่วตัว

ตำรวจได้เริ่มปฏิบัติการไล่ล่าตัวผู้ต้องสงสัยหลังจากที่จ่าทหารคนหนึ่งยิงภรรยาของตนเสียชีวิต

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

กาญจนบุรี– เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและ ทำร้ายร่างกาย ผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online

ประเด็นสำคัญ

  • ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
  • เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์ กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
  • ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน

จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้

สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ

นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้

การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์

เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น

กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด

ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที

พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่

ประเด็นสำคัญ

  • ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
  • เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
  • ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย

การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง

ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน

เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที

เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน

สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน

นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจร ยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที

ประเด็นสำคัญ:

  • เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
  • ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
  • การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”

สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ

ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ

กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย - Chiang Rai News 2 hours ago

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย - Chiang Rai News 2 hours ago

เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม

สุขภาพและการแพทย์ Health 2 hours ago

Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ

เชียงราย - Chiang Rai News 3 hours ago

เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027

เชียงราย - Chiang Rai News 24 hours ago

เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
ข่าวอาชญากรรม - Crime 1 day ago

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด

เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9

สุขภาพและการแพทย์ Health 1 day ago

สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย และจับกุมชาวจีนที่อินเตอร์โพลต้องการตัว

ข่าว - News 4 weeks ago

พะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด

การเงิน -Finance 4 weeks ago

วิกฤติสินเชื่ออสังหาฯ ไทย: ยอดปฏิเสธพุ่งเกือบครึ่ง ทะลุ 44.9% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย
สุขภาพและการแพทย์ Health 4 weeks ago

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน
เทคโนโลยี - Tech 4 weeks ago

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน

ข่าวธุรกิจ Business 4 weeks ago

ผลสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ปี 2569

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

Download Our App

Trending

Build a Mobile Website
View Site in Mobile | Classic
Share by: