เชียงใหม่ - Chiang Mai

ทหารในเชียงใหม่ยึดยาไอซ์ได้ 270 กิโลกรัม หลังการปะทะกัน

เชียงใหม่ – เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารพรานจากกองกำลังผาเมือง ได้ยิงปะทะอย่างดุเดือดกับกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ…

Published

on

เชียงใหม่ – เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารพรานจาก กองกำลังผาเมือง ได้ยิงปะทะอย่างดุเดือดกับกลุ่มขบวนการ ขนยาเสพติด "> ลักลอบขนยา เสพติดข้ามชาติ บริเวณช่องทางธรรมชาติบ้านปะสี ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่พยายามส่งสัญญาณขอตรวจค้นกลุ่มคนต้องสงสัย แต่กลุ่มคนร้ายกลับใช้อาวุธปืนสาดกระสุนใส่เพื่อเปิดทางหลบหนี ทำให้เกิดการต่อสู้กันกลางดึก ท้ายที่สุดในช่วงรุ่งเช้า เจ้าหน้าที่สามารถเข้าเคลียร์พื้นที่และตรวจยึดยาไอซ์ได้มากถึง 18 เป้ น้ำหนักรวมกว่า 270 กิโลกรัม

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหน่วยงานข่าวกรองได้รับเบาะแสสำคัญว่า จะมีกลุ่มคนร้ายลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากลงมาทางชายแดนตอนเหนือของประเทศไทย โดยใช้เส้นทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอแม่อาย เมื่อทราบข้อมูลดังนั้น เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้จัดทีมลาดตระเวนเข้าไปเฝ้าระวังในพื้นที่เป้าหมายอย่างเข้มงวดตลอดทั้งคืน การทำงานของเจ้าหน้าที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องเดินเท้าฝ่าความมืดและเฝ้ารอในป่าลึก แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องประเทศจากภัยยาเสพติด ทุกนายจึงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง สามารถอ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้จาก ผู้จัดการออนไลน์ ที่รายงานเหตุการณ์นี้ไว้

นาทีปะทะเดือดกลางป่าลึก

ในเวลาประมาณตีหนึ่งครึ่ง ขณะที่ชุดลาดตระเวนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น พวกเขาได้พบเห็นกลุ่มคนประมาณ 15 ถึง 20 คน เดินสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่เข้ามาตามเส้นทางในป่า เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและส่งสัญญาณขอทำการตรวจค้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนดังกล่าวไม่ยอมให้ตรวจค้นแต่โดยดี กลับชักอาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ทันที ทำให้เกิดการยิงปะทะกันเสียงดังสนั่นป่า การต่อสู้กินเวลาประมาณ 5 นาที ก่อนที่เสียงปืนจะสงบลง

เนื่องจากเวลานั้นยังมืดสนิทและมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ยากลำบาก เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจตรึงกำลังล้อมพื้นที่เอาไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย และเพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายย้อนกลับมาทำร้าย หรือนำของกลางหลบหนีไปได้

ต่อมาในเวลาประมาณ 06.30 น. เมื่อท้องฟ้าสว่างและสภาพอากาศเปิด เจ้าหน้าที่ได้ขอกำลังเสริมเข้าไปตรวจสอบจุดที่มีการยิงปะทะกันอย่างละเอียดอีกครั้ง แม้ว่ากลุ่มคนร้ายจะอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ทั้งหมด แต่พวกเขาก็ได้ทิ้งร่องรอยและของกลางไว้จำนวนมาก ดังนี้:

  • กระสอบฟางที่ถูกดัดแปลงเป็นกระเป๋าเป้สะพายหลัง จำนวน 18 ใบ ตกกระจายอยู่ตามเส้นทางหลบหนี
  • ภายในเป้แต่ละใบพบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 หรือ ยาไอซ์ จำนวน 15 ก้อน (ก้อนละประมาณ 1 กิโลกรัม)
  • รวมน้ำหนักยาไอซ์ทั้งหมดที่ยึดได้ในครั้งนี้สูงถึงประมาณ 270 กิโลกรัม
  • นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนของฝ่ายคนร้ายตกอยู่ในที่เกิดเหตุอีกจำนวน 5 ปลอก

เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

จากเหตุการณ์นี้ นับเป็นความโชคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายปลอดภัยและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ การตรวจยึดยาไอซ์ลอตใหญ่ครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดอันตรายเหล่านี้หลุดรอดเข้าไปสร้างปัญหาในสังคม ข้อมูลเพิ่มเติมจากรายงานของ ข่าวผู้จัดการ ระบุว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งตรวจสอบของกลางทั้งหมด และประสานงานเพื่อขยายผลติดตามจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

การทำงานของเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มแข็ง แม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตในทุกๆ วัน แต่เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน พวกเขาพร้อมที่จะเสียสละและปฏิบัติภารกิจนี้ต่อไป เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องยืนยันถึงปัญหาขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ยังคงพยายามหาช่องทางลักลอบนำของผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ข่าวเชียงใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม

เชียงใหม่พบจุดเกิดไฟป่าใหม่ 83 จุด ท่ามกลางคลื่นความร้อนรุนแรง

ปิดคดีสะเทือนขวัญ! รวบฆาตกรต่อเนื่องฆ่าคนไร้บ้านเชียงใหม่ สารภาพดับ 2 ศพในคืนเดียว

เชียงใหม่ - Chiang Mai

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เชียงใหม่– วันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ชุดปราบปราม อาชญากรรม ทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังพร้อมหมายศาล บุกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในอำเภอสันทราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังตำรวจสืบทราบว่า มีการลักลอบขายอาวุธปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก ถือเป็นภัยอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง

ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ล่อซื้อปืนจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ ใช้ชีวิต ให้คุ้มค่า ” ซึ่งโพสต์ขายปืนลมแรงดันสูงในกลุ่มที่มีสมาชิกกว่า 2,200 คน เมื่อทีมตรวจค้นไปถึงบ้านเป้าหมาย พบว่ามี สุนัข เฝ้าบ้าน 3 ตัว โดยหนึ่งในนั้นเป็นสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานที่ดุร้ายมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องนำอาหารไปหลอกล่อให้สุนัขเชื่องและเดินออกไปก่อน จึงจะสามารถบุกเข้าไปในบ้านได้อย่างปลอดภัย

ประเด็นสำคัญ 

  • ตำรวจภาค 5 บุกค้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ทลายแหล่งผลิตอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์
  • เจ้าหน้าที่ต้องใช้อาหารล่อสุนัขดุร้าย 3 ตัว ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาวัย 50 ปีได้สำเร็จ
  • ผู้ต้องหาสั่งอะไหล่จากอินเทอร์เน็ตมาประกอบปืนขาย สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน

เมื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ด้านหลังบ้าน ตำรวจก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกดัดแปลงเป็นโกดังผลิตอาวุธปืนเถื่อน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวนายดวงจันทร์ อายุ 50 ปี ชาวตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย ทันที พร้อมยึดของกลางเป็นปืนลมแรงดันสูง (PCP) จำนวน 4 กระบอก นอกจากนี้ยังพบกล้องเล็ง กระสุนหัวตะกั่ว กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 17 นัด และอุปกรณ์ประกอบปืนอีกหลายรายการ

จากการสอบถามเบื้องต้น นายดวงจันทร์เล่าว่าตนเองเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษา แต่เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เขาใช้ประสบการณ์ที่คลุกคลีกับการทำปืนเถื่อนมานานกว่า 15 ปีเป็นทุนเดิม โดยมักจะสั่งซื้อชิ้นส่วนต่างๆ ผ่านทางแอปพลิเคชันซื้อขายออนไลน์ชื่อดัง จากนั้นก็นำอะไหล่ทั้งหมดมานั่งประกอบชิ้นส่วนในห้องหลังบ้านของตนเอง

รายได้งามจากการขายอาวุธปืนออนไลน์

หลังจากประกอบปืนเสร็จ เขาจะนำสินค้าไปโพสต์ขายในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยตั้งราคาอยู่ที่กระบอกละ 9,500 ถึง 11,500 บาท นายดวงจันทร์รับสารภาพว่าเขาสามารถขายปืนได้ประมาณ 2 ถึง 5 กระบอกต่อเดือน ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000 ถึง 50,000 บาทเลยทีเดียว ขณะนี้ทาง ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว

เหตุการณ์จับกุมครั้งนี้ถือเป็นการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ การลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนทางอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องผิดกฎหมายและสร้างความไม่ปลอดภัยในสังคม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนและกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความสงบสุขของประชาชน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ

ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Continue Reading

เชียงใหม่ - Chiang Mai

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

เชียงใหม่ – เชียงใหม่เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 ตุลาคม 2569 อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากชายคนหนึ่งที่ เมาแล้วขับ รถเก๋งพุ่งชนพนักงานทำความสะอาดของเทศบาลนครเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เธอกำลังปฏิบัติหน้าที่กวาดถนนอยู่รอบคูเมืองอย่างขยันขันแข็ง

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจอย่างมากให้กับเพื่อนร่วมงานที่ยืนเห็นเหตุการณ์ ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยรีบเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พวกเขาพบร่างของผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์และต้องเร่งนำตัวคนขับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ชายวัย 48 ปี ขับรถเก๋งด้วยความเมา พุ่งชนพนักงานกวาดถนนของเทศบาลนครเชียงใหม่
  • ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 67 ปี เธอถูกชนและลากไปกับพื้นถนนจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
  • ผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของคนขับพุ่งสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

จุดเกิดเหตุริมคูเมืองเชียงใหม่

เหตุการณ์สลดนี้เกิดขึ้นบนถนนบุญเรืองฤทธิ์ บริเวณหน้าร้านกาแฟชื่อดังในตัวเมืองเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุและรีบลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบ พร้อมกับประสานงานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีเทา จอดอยู่บริเวณข้างทาง นอกจากนี้ยังพบร่างของนางสาวสมจิตร จะอือ อายุ 67 ปี พนักงานกวาดขยะของเทศบาล ติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์คันดังกล่าว

ทีมกู้ภัยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำร่างของเธอออกมาและหวังจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายเธอก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในที่สุด ท่ามกลางความตกใจและเสียใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

ผลตรวจแอลกอฮอล์พุ่งสูงเกินกฎหมาย

จากการสอบสวนพบว่ารถยนต์คันก่อเหตุขับโดยนายชุมนัดภ์ มณีศิริ อายุ 48 ปี ในตอนที่เกิดเหตุเขามีอาการคล้ายคนเมาสุราอย่างหนัก เขาขับรถมาตามเส้นทางปกติก่อนจะเสียหลักพุ่งชนผู้เคราะห์ร้ายอย่างจัง

ตำรวจไม่ได้รอช้า รีบควบคุมตัวนายชุมนัดภ์ไปที่สถานีตำรวจเมืองเชียงใหม่ทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของเขา เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีต่อไป

ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ออกมาสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดไว้หลายเท่า ตำรวจจึงควบคุมตัวเขาไว้ดำเนินคดี ก่อนที่ทนายความของผู้ก่อเหตุจะเดินทางมายื่นเรื่องขอประกันตัวในเวลาต่อมา

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

ปัญหาเมาแล้วขับที่ยังแก้ไม่หาย

อุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับมักนำมาซึ่งความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เสมอ ชุมชนในเชียงใหม่ต่างพากันแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนางสาวสมจิตรที่ต้องมาจบชีวิตลงขณะทำงานสุจริต หลายคนเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดมากขึ้น การขับรถขณะมึนเมาสุราไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังทำลายครอบครัวและอนาคตของผู้กระทำผิดด้วย

แนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ ผู้คนบนท้องถนนไม่ควรต้องมาเสี่ยงชีวิตเพียงเพราะความประมาทของใครบางคน การปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

หน่วยงานท้องถิ่นอาจต้องพิจารณาเพิ่มแสงสว่างและป้ายเตือนในจุดที่พนักงานต้องทำงานในเวลากลางคืนหรือเช้ามืด มาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ

ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Continue Reading

เชียงใหม่ - Chiang Mai

ตำรวจบุกช่วย นศ.เชียงใหม่ ถูกแก๊งคอลฯ หลอกขังตัวรีดเงิน

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เชียงใหม่ – เชียงใหม่เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ งัดมุกใหม่มาใช้หลอกลวง มิจฉาชีพ กลุ่มนี้ได้หลอกนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งให้ไปขังตัวเองอยู่ภายในห้องพักโรงแรม จากนั้นก็บังคับให้แต่งเรื่องหลอกขอเงินจากพ่อแม่เพื่อนำไปโอนต่อเข้า บัญชีม้า

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเหยื่อได้รับสายโทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยปลายสายอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ค่ายมือถือ พวกเขาข่มขู่ว่าบัตรประชาชนของนักศึกษาถูกนำไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งไปพัวพันกับคดี ยาเสพติด และการฟอกเงินรายใหญ่

ประเด็นสำคัญ

  • แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข่มขู่เหยื่อว่าพัวพันคดีฟอกเงิน เพื่อสร้างความหวาดกลัวและบังคับให้ทำตามคำสั่ง
  • มิจฉาชีพบังคับให้นักศึกษาแยกตัวไปอยู่โรงแรมคนเดียว และต้องเปิดกล้องวิดีโอคอลทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ตำรวจภูพิงคราชนิเวศน์แกะรอยจากเบาะแสที่เพื่อนแจ้งความคนหาย จนสามารถบุกเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย

วิธีการของแก๊งนี้ถือว่าแยบยลและเล่นกับความกลัวของเหยื่ออย่างมาก พวกเขาสั่งให้นักศึกษาแยกตัวออกจากเพื่อนฝูง ห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด พร้อมทั้งให้ไปเช่าโรงแรมอยู่เพียงลำพัง นอกจากนี้ยังบังคับให้เหยื่อเปิดกล้องวิดีโอคอลทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหว

เมื่อเหยื่อถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มิจฉาชีพก็เริ่มแผนการขั้นต่อไป พวกเขาขู่ให้นำเงินมาวางประกันเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หากไม่มีเงิน ก็บังคับให้นักศึกษาแต่งเรื่องโกหกพ่อแม่เพื่อขอเงิน เช่น อ้างว่าสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศได้ แต่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่เป็นค่ามัดจำบัญชี

เมื่อผู้ปกครองถูกหลอกและโอนเงินไปแล้ว กลุ่มมิจฉาชีพทางโทรศัพท์จะสั่งให้นักเรียนโอนเงินทั้งหมดไปยังบัญชีสำรองหลายบัญชี โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนการตรวจสอบทรัพย์สิน และเงินจะถูกคืนในภายหลัง

ตำรวจแกะรอยช่วยเหลือ บุกโรงแรมก่อนสูญเงิน

โชคดีที่เพื่อนของนักศึกษารายนี้สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงได้รีบไปแจ้งความคนหายตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อแกะรอยตามหาตัว จนกระทั่งทราบว่าเหยื่อไปเปิดห้องพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่

ทันทีที่ทราบพิกัด ตำรวจและผู้ปกครองได้บุกเข้าไปให้ความช่วยเหลือที่ห้องพัก เมื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในสายวิดีโอคอลเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่มาช่วย พวกเขาก็รีบกดยกเลิกข้อความทั้งหมดแล้วตัดสายหลบหนีไปทันที ทำให้นักศึกษาคนนี้รอดพ้นจากการสูญเสียเงินจำนวนมากได้อย่างหวุดหวิด

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากเตือนไปยังกลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษาว่า หากมีสายแปลกโทรมาข่มขู่เรื่องคดีความ ให้รีบตั้งสติและตัดสายทิ้งทันที อย่าหลงเชื่อหรือทำตามคำสั่งใดๆ หากสงสัยให้รีบปรึกษาครอบครัวหรืออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน

สำหรับผู้ปกครอง หากบุตรหลานที่เรียนอยู่ต่างจังหวัดโทรมาขอเงินก้อนใหญ่กะทันหัน ขอให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น โดยเฉพาะการอ้างเรื่องทุนการศึกษา หรือมีพฤติกรรมเก็บตัวติดต่อยาก ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางมหาวิทยาลัยหรือเพื่อนสนิทของลูกให้แน่ใจก่อนโอนเงินเสมอ

ยุคนี้มิจฉาชีพมาในหลากหลายรูปแบบและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา หากท่านรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเหยื่อ หรือไม่สามารถติดต่อบุตรหลานได้ สามารถโทรแจ้งสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Thaipoliceonline.go.th เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ผู้ซื้อบ้านในเชียงใหม่ผงะ พบศพคุณยายที่หายตัวไป

ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย - Chiang Rai News 17 hours ago

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย - Chiang Rai News 17 hours ago

เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม

สุขภาพและการแพทย์ Health 17 hours ago

Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ

เชียงราย - Chiang Rai News 18 hours ago

เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 days ago

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9

สุขภาพและการแพทย์ Health 2 days ago

สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย และจับกุมชาวจีนที่อินเตอร์โพลต้องการตัว

ข่าว - News 4 weeks ago

พะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด

การเงิน -Finance 4 weeks ago

วิกฤติสินเชื่ออสังหาฯ ไทย: ยอดปฏิเสธพุ่งเกือบครึ่ง ทะลุ 44.9% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวธุรกิจ Business 4 weeks ago

ผลสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ปี 2569

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน
เทคโนโลยี - Tech 4 weeks ago

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย
สุขภาพและการแพทย์ Health 4 weeks ago

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

Download Our App

Trending

Build a Mobile Website
View Site in Mobile | Classic
Share by: