เทคโนโลยี - Tech

เจาะลึก iPhone 18 Pro Max: ปฏิวัติวงการด้วยชิป 2nm และกล้องรูรับแสงปรับได้ (เตรียมเข้าไทย กันยายน 2026)

Naree Srisuk

Published

on

วงการสมาร์ตโฟนกำลังจะถูกสั่นสะเทือนครั้งใหญ่อีกครั้ง! หากคุณคิดว่าสมาร์ตโฟนในปัจจุบันมาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว คุณอาจต้องคิดใหม่ เพราะในปี 2026 นี้ Apple เตรียมเปิดตัว iPhone 18 Pro Maxสมาร์ตโฟนระดับเรือธงที่มาพร้อมกับการยกระดับฮาร์ดแวร์ครั้งประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนมาใช้ชิปประมวลผลขนาด 2 นาโนเมตรเป็นครั้งแรกของโลก หรือการใส่เทคโนโลยี “กล้องรูรับแสงปรับได้” ที่จะมาเปลี่ยนวิถีการถ่ายภาพบนมือถือไปตลอดกาล

สำหรับแฟนๆ ชาวไทย เตรียมตัวให้พร้อม เพราะคาดการณ์ว่า iPhone 18 Pro Max จะเข้ามาวางจำหน่ายใน ประเทศไทย อย่างเป็นทางการในเดือน กันยายน 2026ด้วยราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 49,900 – 52,900 บาทสำหรับรุ่นความจุ 256GB บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ทุกข้อมูลหลุด และทุกเทคโนโลยีใหม่ที่จะถูกบรรจุอยู่ในสมาร์ตโฟนรุ่นนี้แบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องเก่งไอทีก็อ่านสนุกแน่นอน!

1. ปฏิวัติการถ่ายภาพด้วย “กล้องรูรับแสงปรับได้” (Variable Aperture)

จุดขายที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ iPhone 18 Pro Max คือการยกเครื่องระบบกล้องใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะกล้องหลักที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี รูรับแสงปรับได้ (Variable Aperture)ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ iPhone อ้างอิงจากรายงานของ BigGo Finance ที่ระบุว่านี่คือการอัปเกรดฮาร์ดแวร์กล้องที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

หลายคนอาจสงสัยว่า “รูรับแสงปรับได้” คืออะไร และสำคัญอย่างไร? อธิบายง่ายๆ คือ รูรับแสงก็เหมือนกับ “ม่านตา” ของคนเรา ที่สามารถหรี่หรือขยายเพื่อรับแสงได้ สมาร์ตโฟนทั่วไปในปัจจุบันจะมีรูรับแสงแบบคงที่ (ขยับไม่ได้) ทำให้ต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ในการแต่งภาพให้หน้าชัดหลังเบลอ แต่กล้องของ iPhone 18 Pro Max จะมีกลไกที่ขยับได้จริง โดยสามารถปรับได้ตั้งแต่ f/1.4 ไปจนถึง f/2.4

ข้อดีของกล้องรูรับแสงปรับได้:

  • ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้เป็นธรรมชาติ:เมื่อคุณเปิดรูรับแสงกว้างสุด (f/1.4) กล้องจะรับแสงได้มาก ทำให้ถ่ายภาพในที่มืดได้ดีเยี่ยม และสร้างมิติภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Bokeh) ได้สวยงามสมจริงเหมือนถ่ายด้วยกล้องโปร โดยไม่ต้องง้อซอฟต์แวร์
  • ถ่ายภาพวิวและภาพหมู่ได้คมชัด:เมื่อคุณปรับรูรับแสงให้แคบลง (f/2.4) ระยะความชัดของภาพจะลึกขึ้น ทำให้การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ หรือการถ่ายภาพกลุ่มเพื่อน ทุกคนในภาพจะคมชัดเท่ากันทั้งหมด ไม่หลุดโฟกัส
  • ยกระดับเลนส์ซูม:เลนส์ซูม (Telephoto) จะได้รับการขยายขนาดรูรับแสงให้กว้างขึ้น เพื่อให้รับแสงได้ดีขึ้นเมื่อซูมในที่แสงน้อย

นอกจากนี้ กล้องหลังทั้งสามตัว (กล้องหลัก, กล้องมุมกว้างพิเศษ, กล้องซูม) จะได้รับการอัปเกรดเป็นความละเอียด 48 ล้านพิกเซลทั้งหมดทำให้คุณสามารถครอบตัด (Crop) ภาพได้โดยที่ภาพไม่แตก และยังลือกันว่าจะมีการเปลี่ยนไปใช้เซนเซอร์รับภาพแบบซ้อนทับ 3 ชั้นจากทาง Samsung ซึ่งจะช่วยลดจุดรบกวน (Noise) ในภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ขุมพลังชิป A20 Pro ขนาด 2 นาโนเมตร: เร็วขึ้น เย็นขึ้น ประหยัดแบตขึ้น

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่กล้อง ภายในตัวเครื่องของ iPhone 18 Pro Max จะถูกขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลตัวใหม่ล่าสุดอย่าง A20 Proซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร (2nm)จากทาง TSMC ตามการรายงานของ MacRumors

เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น “นาโนเมตร” คือหน่วยวัดขนาดของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เล็กๆ (ทรานซิสเตอร์) ยิ่งตัวเลขน้อยลง หมายความว่าผู้ผลิตสามารถยัดชิ้นส่วนเหล่านี้ลงไปในชิปขนาดเท่าเดิมได้มากขึ้น ผลลัพธ์ก็คือ สมองกลของมือถือจะฉลาดและทำงานได้ไวขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากชิป 2nm:

  • ความเร็วที่เพิ่มขึ้น:คาดการณ์ว่าชิป A20 Pro จะทำงานได้เร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 15% ทำให้การเปิดแอปพลิเคชัน การเล่นเกมกราฟิกสูงๆ หรือการตัดต่อวิดีโอ 4K ลื่นไหลแบบไม่มีสะดุด
  • การประหยัดพลังงาน:ชิปตัวนี้จะจัดการพลังงานได้ดีขึ้นถึง 30% ซึ่งเป็นข่าวดีมากๆ สำหรับคนที่เบื่อกับการต้องชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างวัน
  • รองรับ AI ขั้นสุด:เพื่อรองรับระบบ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Apple Intelligence ในอนาคต ชิปตัวนี้จะถูกออกแบบมาให้คิดและประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Gadgets Now ระบุว่าต้นทุนการผลิตชิป 2 นาโนเมตรนั้นสูงกว่าเดิมถึง 50% นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่เทคโนโลยีนี้จะถูกสงวนไว้เฉพาะรุ่น Pro และ Pro Max เท่านั้น

3. หน้าจอ LTPO+ และ Dynamic Island ที่เล็กลง

เรื่องของหน้าจอก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ได้รับการพัฒนา แม้ขนาดหน้าจอจะยังคงอยู่ที่ 6.9 นิ้วเท่าเดิม แต่เทคโนโลยีเบื้องหลังหน้าจอจะถูกเปลี่ยนเป็น LTPO+ซึ่งเป็นหน้าจอแบบใหม่ที่สามารถควบคุมแสงในระดับพิกเซลได้แม่นยำยิ่งขึ้น ส่งผลให้หน้าจอแสดงสีสันได้สดใสสมจริงขึ้น ประหยัดแบตเตอรี่ลง และลดปัญหาหน้าจอเบิร์น (รอยไหม้หรือภาพค้างบนจอ) ได้อย่างชะงัด

ข่าวดีสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบพื้นที่สีดำด้านบนหน้าจอ หรือที่ Apple เรียกว่า Dynamic Islandข้อมูลจาก India Today ระบุว่า Apple ประสบความสำเร็จในการซ่อนเซนเซอร์สแกนใบหน้า (Face ID) บางส่วนลงไปใต้หน้าจอได้แล้ว ทำให้ขนาดของ Dynamic Island บน iPhone 18 Pro Max จะ เล็กลงถึง 35%เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า นั่นหมายความว่าคุณจะมีพื้นที่บนหน้าจอสำหรับดูหนัง เล่นเกม หรืออ่านคอนเทนต์ต่างๆ ได้เต็มตามากยิ่งขึ้น

4. ดีไซน์พรีเมียม และสีสันใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ในด้านของการออกแบบ iPhone 18 Pro Max จะยังคงเอกลักษณ์ความเป็นมือถือระดับไฮเอนด์ด้วยกรอบตัวเครื่องวัสดุไทเทเนียมผสมอลูมิเนียม แต่สิ่งที่น่าจับตามองคือกระบวนการผลิตแบบใหม่ที่จะทำให้กระจกด้านหลังและขอบโลหะของเครื่องผสานกันได้อย่างเรียบเนียน ไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ แหล่งข่าวหลายแห่งยังรายงานตรงกันว่า Apple กำลังทดสอบสีสันใหม่ๆ สำหรับรุ่น Pro โดยสีไฮไลต์ที่จะมาแทนที่สีโทนเดิมก็คือ สีแดงเข้ม (Dark Cherry)ซึ่งจะเป็นสีแดงอมม่วงสไตล์ไวน์แดง ให้ความรู้สึกหรูหรา สุขุม และโดดเด่น ไม่ซ้ำใคร นอกจากนี้ยังมีข่าวลือของสีเทาเข้ม (Space Gray) ที่จะกลับมา และสีฟ้าอ่อน (Light Blue) เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมอีกด้วย

5. แบตเตอรี่อึดที่สุดในประวัติศาสตร์ของ iPhone

หากคุณเป็นคนที่ใช้งานมือถือหนักๆ ตลอดทั้งวัน นี่คือสิ่งที่คุณรอคอย แหล่งข่าวในประเทศจีนรายงานว่า iPhone 18 Pro Max จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดความจุถึง 5,100 – 5,200 mAh

เมื่อนำความจุแบตเตอรี่ระดับมหาศาลนี้ มารวมเข้ากับชิป A20 Pro ขนาด 2 นาโนเมตรที่ประหยัดพลังงานขึ้น 30% และหน้าจอ LTPO+ รุ่นใหม่ ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายจึงฟันธงว่า iPhone 18 Pro Max จะกลายเป็นสมาร์ตโฟนที่มี อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานที่สุดเท่าที่ Apple เคยสร้างมาคุณอาจจะสามารถใช้งานเครื่องได้ข้ามวันโดยไม่ต้องพกแบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) อีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น ภายในเครื่องจะมีการติดตั้งชิปโมเด็มเครือข่ายรุ่นใหม่ (C2) ที่ Apple ออกแบบเอง เพื่อช่วยยกระดับการรับสัญญาณ Wi-Fi และการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมให้เสถียรและประหยัดแบตเตอรี่มากยิ่งขึ้น

6. กลยุทธ์การเปิดตัว และ ราคาในประเทศไทย (กันยายน 2026)

การเปิดตัว iPhone 18 Series ในปี 2026 นี้น่าจะสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดพอสมควร เนื่องจากมีข่าวลือว่า Apple จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเปิดตัว โดยในเดือน กันยายน 2026จะมีเพียงรุ่นท็อปอย่าง iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Maxและอาจจะรวมถึงมือถือจอพับ (Foldable iPhone) รุ่นแรกของค่าย เปิดตัวออกมาก่อน ส่วนรุ่นเริ่มต้นอย่าง iPhone 18 รุ่นธรรมดานั้น อาจจะถูกเลื่อนไปเปิดตัวในช่วงต้นปี 2027 แทน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความพรีเมียมของรุ่น Pro

สรุปราคาและการวางจำหน่ายในไทย

สำหรับกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทย คาดว่าไทยจะยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศแรก (Tier 1) ที่ได้วางจำหน่ายพร้อมกับสหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าจะเปิดให้สั่งจองและรับเครื่องได้ในช่วงปลายเดือน กันยายน 2026อย่างแน่นอน

ในส่วนของราคา ด้วยต้นทุนการผลิตชิป 2 นาโนเมตรที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีกล้องกลไกสลับซับซ้อน ทำให้ราคาของตัวเครื่องมีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยคาดการณ์ว่าราคาในประเทศไทยจะเริ่มต้นที่ประมาณ:

  • ความจุ 256GB:49,900 – 52,900 บาท
  • ความจุ 512GB:58,900 – 61,900 บาท
  • ความจุ 1TB:67,900 – 70,900 บาท

iPhone 18 Pro Max ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในโลกของฮาร์ดแวร์มือถือ ไม่ใช่แค่การอัปเดตเล็กๆ น้อยๆ เหมือนที่ผ่านๆ มา การมาของ ชิป 2 นาโนเมตรและ กล้องรูรับแสงปรับได้ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานสมาร์ตโฟนไปอีกขั้น ซึ่งจะตอบโจทย์ทั้งเกมเมอร์สายแข็ง ผู้ที่รักการถ่ายภาพ และผู้ใช้งานที่ต้องการมือถือแบตอึดๆ ไว้ใช้งานตลอดวัน

หากในมือของคุณตอนนี้คือ iPhone 14 หรือรุ่นที่เก่ากว่า การอดใจรอเปลี่ยนมือถือใหม่ในเดือนกันยายนปี 2026 เพื่อสอย iPhone 18 Pro Max ถือเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่ากับเงินทุกบาทที่จะเสียไปอย่างแน่นอน เตรียมเก็บเงินรอไว้ได้เลย เพราะความยิ่งใหญ่ครั้งนี้กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า!

ข่าวเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยม

OpenAI ปล่อยฟีเจอร์ ‘Codex’ บนแอปมือถือ ChatGPT เปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็นศูนย์ควบคุม AI เขียนโค้ด

เจาะลึก iPhone 18 Pro Max: เตรียมพลิกโฉมวงการสมาร์ทโฟนไทย กันยายน 2026 นี้ กับสเปคที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เทคโนโลยี - Tech

AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เชียงราย – AIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมโทรคมนาคมของประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เดินหน้ายกระดับระบบนิเวศ ฟุตบอล ไทย">ฟุตบอลไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยประกาศสนับสนุนโครงข่ายสื่อสารให้กับสโมสรฟุตบอล ไทยลีก 1-3 ทั่วประเทศรวม 102 ทีม การสนับสนุนครั้งยิ่งใหญ่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว

เป้าหมายหลักคือการอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรประจำทีมระหว่างการแข่งขันจริง การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียรช่วยให้การทำงานคล่องตัวและราบรื่นในทุกพื้นที่ของสนามแข่ง สิ่งนี้สามารถรองรับรูปแบบการทำงานในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการส่งข้อมูลแทคติกหรือการวิเคราะห์เกมแบบเรียลไทม์

ประเด็นสำคัญ 

  • AIS สนับสนุนโครงข่ายสื่อสารให้สโมสรฟุตบอลไทยลีก 1-3 รวม 102 ทีม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
  • เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมงานและโค้ชด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระหว่างการแข่งขัน
  • แฟนบอลสามารถรับชมการถ่ายทอดสดตลอดฤดูกาล 2026/27 ผ่านโครงข่าย 5G บนแพลตฟอร์ม AIS PLAY

วิสัยทัศน์ผู้บริหาร AIS สู่การพัฒนาวงการลูกหนัง

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กรของ AIS ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นในโปรเจกต์นี้ เธอกล่าวว่า AIS ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยเสมอมา ทางบริษัทมองว่าการสื่อสารเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทุกสโมสร

การมอบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นปีที่ 2 จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของบริษัท AIS ต้องการอยู่เคียงข้างสโมสรและบุคลากรลูกหนังไทยอย่างแท้จริง พร้อมนำศักยภาพของโครงข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมการทำงานให้รวดเร็วและไร้รอยต่อ สิ่งนี้ตอบโจทย์การใช้งานของทีมงานให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

โค้ชและทีมงานสามารถอัปเดตข้อมูลนักเตะได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นสถิติการวิ่งหรือภาพช้าเพื่อวิเคราะห์เกม การมีเครือข่ายที่เชื่อถือได้ทำให้การตัดสินใจข้างสนามแม่นยำขึ้นมาก นวัตกรรมเหล่านี้คือเบื้องหลังความสำเร็จของฟุตบอลยุคใหม่ที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว

ยกระดับประสบการณ์แฟนบอล ถ่ายทอดสดคมชัด

ขณะเดียวกัน AIS ยังเดินหน้าเสริมศักยภาพโครงข่าย 5G และระบบไฟเบอร์ออปติกอย่างเต็มกำลัง การอัปเกรดครั้งนี้ครอบคลุมสนามแข่งขันฟุตบอลทั่วประเทศอย่างทั่วถึง เพื่อรองรับการส่งสัญญาณถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มหลักของบริษัทให้มีเสถียรภาพและรวดเร็วที่สุด

การพัฒนาเครือข่ายนี้ช่วยเติมเต็มความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศฟุตบอลไทยในครบทุกมิติ เริ่มตั้งแต่การเพิ่มความพร้อมให้สโมสรและบุคลากรในวันแข่งขัน ไปจนถึงการส่งมอบประสบการณ์การรับชมฟุตบอลที่มีคุณภาพสูงสุด แฟนบอลทั่วประเทศจะได้สัมผัสความคมชัดโดยไม่มีสะดุด

ความคาดหวังในฤดูกาล 2026/27

ฤดูกาล 2026/27 ถือเป็นปีที่แฟนบอลชาวไทยตั้งตารอคอยอย่างมาก หลายสโมสรมีการเสริมทัพนักเตะดาวรุ่งและโค้ชฝีมือดีเข้ามามากมาย การแข่งขันในลีกสูงสุดจนถึงลีกล่างจึงมีความเข้มข้นและสูสีมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด

ด้วยโครงข่ายการสื่อสารที่ทรงพลังจาก AIS การรายงานข่าวสารและผลการแข่งขันจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว สื่อมวลชนและแฟนบอลสามารถโต้ตอบกันบนโลกออนไลน์ได้ทันที เทคโนโลยีนี้ช่วยสร้างคอมมูนิตี้คนรักฟุตบอลไทยให้เติบโตและเหนียวแน่นยิ่งขึ้น

แฟนลูกหนังสามารถร่วมส่งเสียงเชียร์ทีมรักในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2026/27 แบบจุใจ คุณสามารถชมการแข่งขันสดครบทุกลีก รวมถึงรับชมไฮไลต์และแมตช์รีรันแบบจัดเต็มได้ทุกที่ แฟนๆ สามารถสมัครแพ็กเกจ PLAY ALL และติดตามรายละเอียดการรับชมเพิ่มเติมได้ที่ AIS PLAY

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ

กฟก.เชียงรายลุยแจกไก่พื้นเมือง หนุนชาวอำเภอพานสร้างรายได้

Continue Reading

เทคโนโลยี - Tech

GISTDA เผยภาพดาวเทียม เตือนพื้นที่สีแดงเสี่ยงน้ำท่วมสูง

Rebecca Kim

Published

on

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ได้เปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุด เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำทั่ว ประเทศไทย อย่างใกล้ชิดแบบเรียลไทม์ ข้อมูลภูมิสารสนเทศดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง ที่กำลังเผชิญกับภาวะ น้ำท่วม ขังและมวลน้ำสะสมอย่างหนัก ภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรง จากพายุฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งนำข้อมูลสำคัญนี้ ไปใช้ในการบริหารจัดการน้ำและวางแผนช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

จากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ของ GISTDA พบว่ามีหลายพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมระดับสูงสุด พื้นที่เฝ้าระวังเหล่านี้ครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างขวาง ทั้งในภาคกลาง ภาคเหนือ ตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประชาชนและเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในบริเวณจุดเสี่ยงดังกล่าว จำเป็นต้องติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด การรับรู้ข้อมูลเชิงลึกที่รวดเร็วและมีความแม่นยำสูง จะช่วยให้ทุกคนสามารถเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและทันท่วงที

GISTDA ประเด็นสำคัญ

  • ภาพดาวเทียมจาก GISTDA แสดงให้เห็นชัดเจนว่า มีพื้นที่สีแดงหลายแห่งทั่วประเทศที่กำลังเสี่ยงต่อน้ำท่วมขังในระดับสูง
  • ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เป็นกลุ่มพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำและฝนสะสมหนักที่สุด
  • ทางการขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมอพยพหรือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเมื่อจำเป็น

เมื่อพิจารณาเจาะลึกจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมขังที่ขยายวงกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จังหวัดสำคัญอย่าง นครสวรรค์ พิจิตร ลพบุรี และสระบุรี ล้วนปรากฏภาพเป็นพื้นที่สีแดงบนแผนที่ ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้ มวลน้ำสะสมยังเริ่มส่งผลกระทบต่อเนื่อง ไหลบ่าลงมาถึงพื้นที่ปทุมธานี นนทบุรี และครอบคลุมถึงบางส่วนของ กรุงเทพมหานคร อีกด้วย ข้อมูลเชิงลึกนี้ตรงกับรายงานข่าวจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด ที่ระบุว่าพบจุดน้ำท่วมขังบนผิวถนน กระจายตัวอยู่ในหลายเส้นทางหลักทั่วภูมิภาค

ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาสะสมอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและลำคลองสาขาต่างๆ เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถนนและเส้นทางสัญจรหลายสายถูกน้ำท่วมขังจนรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ตามปกติ ทำให้การเดินทางในชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่งลงพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์ความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเต็มกำลัง ผู้ใช้รถใช้ถนนจึงควรตรวจสอบสภาพเส้นทางอย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงการขับขี่ผ่านจุดที่มีน้ำท่วมขังสูงเพื่อป้องกันอันตราย

ภาคอีสานเผชิญน้ำล้นตลิ่งเป็นวงกว้าง

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน เนื่องจากระบบภาพดาวเทียมตรวจพบการสะสมของมวลน้ำจำนวนมหาศาล จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด ต่างมีจุดเสี่ยงภัยระดับสูงกระจายตัวอยู่หนาแน่นตามแนวลุ่มน้ำต่างๆ ปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่งได้ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและเขตพื้นที่ทางการเกษตร ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชุมชนและไร่นาของเกษตรกรในวงกว้าง หากพายุฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ความเสียหายทางเศรษฐกิจและชุมชนในพื้นที่เหล่านี้อาจจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

ปัจจุบันหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำกำลังเร่งดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชน เพื่อลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนให้น้อยที่สุด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมขั้นสูง ช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถมองเห็นภาพรวมของมวลน้ำ และวางแผนเส้นทางระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้ทางน้ำ ควรเร่งเก็บสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และย้ายยานพาหนะรวมถึงสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการนำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้

แม้ว่าเทคโนโลยีอวกาศสมัยใหม่จะช่วยให้เราสามารถคาดการณ์ และรับรู้ถึงความเสี่ยงของการเกิดอุทกภัยได้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ แต่การเตรียมความพร้อมรับมือระดับบุคคลยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ทาง GISTDA ได้เน้นย้ำและขอร้องให้ประชาชนทุกคนที่อยู่ในเขตพื้นที่สีแดง ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ด้านภัยพิบัติอย่างเคร่งครัด การติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวไทยทุกคนมีสติในการรับมือ และขอให้ทุกคนปลอดภัยจากสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

บิว ภูริพล ผงาดคว้าทอง 100 ม. เอเชียนเกมส์ ทุบสถิติ 9.90 วิ

โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทย อยู่ที่ไหนและต่างกันอย่างไร

Continue Reading

เทคโนโลยี - Tech

โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทย อยู่ที่ไหนและต่างกันอย่างไร

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ประเทศไทย มีโครงการเมืองอัจฉริยะอยู่ที่ไหนบ้าง? หากคุณนึกถึงแต่ น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ อาจพลาดทั้งเมืองท่องเที่ยว ศูนย์กลางภูมิภาค และพื้นที่พัฒนาใหม่ในภาคตะวันออก โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทยมีขอบเขตต่างกัน บางแห่งครอบคลุมจังหวัด บางแห่งเจาะจงเพียงย่านหรือเทศบาล

สิ่งที่ต้องดูควบคู่กับชื่อพื้นที่คือสถานะของโครงการเพราะการติดอันดับ การเข้าร่วมเครือข่าย และการได้รับการรับรองเป็นคนละเรื่องกัน อีกทั้งเมืองอัจฉริยะยังเกี่ยวกับการเดินทาง สิ่งแวดล้อม และชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่การติดตั้งเทคโนโลยี

ประเด็นสำคัญที่ควรรู้

  • ตัวอย่างโครงการเด่นอยู่ในกรุงเทพฯ ระยอง และ ภูเก็ต ขณะที่เมืองภูมิภาคอีกหลายแห่งมีแผนหรือกิจกรรมพัฒนาในรูปแบบของตนเอง
  • ภูเก็ตและขอนแก่นมีผลงานในดัชนีเมืองอัจฉริยะปี 2023 แต่ผลจัดอันดับไม่ได้บอกว่าทุกพื้นที่มีสถานะรับรองเหมือนกัน
  • เชียงราย ปรากฏในกิจกรรม DIGITAL INFINITY: SMART LIVING ที่อำเภอแม่ลาว จึงควรระบุชื่อพื้นที่และลักษณะกิจกรรมให้ชัด
  • กรอบเมืองอัจฉริยะไทยครอบคลุมเจ็ดด้าน โดยแต่ละเมืองเลือกแก้ปัญหาที่ต่างกัน
  • ก่อนนำรายชื่อไปอ้างอิง ควรตรวจสอบพื้นที่ ผู้ดำเนินโครงการ และสถานะล่าสุดจากข้อมูลของ depa

โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทยอยู่ที่ไหนบ้าง

รายชื่อพื้นที่จะอ่านได้ถูกต้องก็ต่อเมื่อรู้ว่าแต่ละชื่อปรากฏในข้อมูลประเภทใด ดัชนีเมืองอัจฉริยะสะท้อนผลการประเมิน ส่วนเครือข่ายเทศบาลบอกถึงการเข้าร่วมพัฒนา ทั้งสองอย่างไม่ควรถูกนำไปรวมเป็นรายชื่อเมืองที่ได้รับการรับรองทั้งหมด

กรุงเทพฯ และพื้นที่พัฒนาเมืองในภาคตะวันออก

กรุงเทพฯ มีตัวอย่างระดับย่าน ได้แก่ Samyan Smart Cityและพื้นที่บริเวณ คลองผดุงกรุงเกษมทั้งสองแห่งปรากฏในกลุ่มเมืองเด่นประเภทพื้นที่เมืองของดัชนีปี 2023 ชื่อโครงการระบุพื้นที่เฉพาะ จึงไม่ควรตีความว่าทั้งกรุงเทพฯ อยู่ภายใต้โครงการเดียวกัน

ภาคตะวันออกมี Wang Chan Valleyในจังหวัดระยอง ซึ่งได้อันดับสูงสุดในกลุ่มพื้นที่เมืองของดัชนีดังกล่าว พื้นที่นี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนานวัตกรรม ขณะที่ชลบุรีเป็นอีกจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่มีความเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาเมือง อย่างไรก็ดี คำว่า “พื้นที่ชลบุรี” ยังไม่บอกชื่อโครงการหรือสถานะ ต้องตรวจสอบรายพื้นที่ก่อนอ้างอิง

ภูเก็ต เชียงใหม่ และเมืองเด่นในภูมิภาค

ในกลุ่มพื้นที่ระดับจังหวัด ภูเก็ตได้อันดับหนึ่งของดัชนีปี 2023 ส่วน ขอนแก่นอยู่ในกลุ่มสามอันดับแรก รายงาน ผลจัดอันดับเมืองอัจฉริยะของไทยปี 2023 ยังแยกผลระดับจังหวัดออกจากระดับพื้นที่เมืองอย่างชัดเจน จึงไม่ควรนำอันดับของภูเก็ตไปเทียบตรง ๆ กับ Samyan Smart City

เชียงใหม่ปรากฏผ่านการเข้าร่วมเครือข่ายเทศบาล Smart City Charter ส่วน เชียงรายมีพื้นที่อำเภอแม่ลาวเข้าร่วมกิจกรรม DIGITAL INFINITY: SMART LIVING ที่ depa รายงานไว้ในปี 2023 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประยุกต์เทคโนโลยีด้านเกษตรกรรม ข้อมูลนี้บอกถึงกิจกรรมในพื้นที่ ไม่ได้ยืนยันว่าเชียงรายทั้งจังหวัดได้รับการรับรองเป็นเมืองอัจฉริยะ

เครือข่ายเทศบาลและพื้นที่ที่กำลังพัฒนา

Smart City Charter มีเทศบาลที่ depa ระบุชื่อไว้ เช่น แม่เหียะ ป่าตอง นครสวรรค์ อุดรธานี กระบี่ ทุ่งสง ชุมแพ และแก่งคอยรายชื่อยังรวมเทศบาลเมืองเชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง และเทศบาลนครรังสิตด้วย

การอยู่ในเครือข่ายหมายถึงเทศบาลเข้ามาร่วมแนวทางพัฒนา ไม่ได้บอกว่าโครงการครอบคลุมทั้งจังหวัดหรือผ่านการรับรองระดับเดียวกันทั้งหมด ในเชียงรายยังมี ความเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของท้องถิ่น ที่สะท้อนความสนใจของหน่วยงานในพื้นที่ แต่ควรแยกข่าวการผลักดันออกจากผลรับรองอย่างเป็นทางการ

ชื่อจังหวัดเดียวกัน อาจหมายถึงโครงการคนละขนาด

เมื่อเห็นชื่อจังหวัดในข่าวเมืองอัจฉริยะ ให้ดูต่อว่าขอบเขตจริงอยู่ตรงไหน ชื่อ “ภูเก็ต” ในการจัดอันดับระดับจังหวัดต่างจากชื่อย่านอย่างสามย่าน หรือชื่อพื้นที่พัฒนาอย่าง Wang Chan Valley หากไม่แยกขนาดพื้นที่ ผู้อ่านอาจเข้าใจผิดว่าผลการประเมินครอบคลุมประชากรและบริการในระดับเดียวกัน

จังหวัด เมือง และย่านต้องอ่านแยกกัน

โครงการระดับย่านอาจมุ่งจัดการปัญหาที่เห็นชัดในบริเวณจำกัด เช่น การเดินทางหรือการใช้พื้นที่สาธารณะ ส่วนแผนระดับจังหวัดต้องประสานงานกับหลายท้องถิ่นและรองรับความต้องการที่หลากหลายกว่า ความต่างนี้มีผลต่อทั้งเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ และวิธีวัดความคืบหน้า

หากข่าวใช้ชื่อจังหวัดเป็นหัวเรื่อง แต่รายละเอียดระบุเพียงหนึ่งอำเภอ ให้ยึด ขอบเขตพื้นที่ในรายละเอียดโครงการเป็นหลัก กิจกรรมที่อำเภอแม่ลาวเป็นตัวอย่างที่ควรเรียกว่าโครงการในพื้นที่เชียงราย มากกว่าจะสรุปว่าเกิดขึ้นทั่วจังหวัด

อันดับ เครือข่าย และการรับรองตอบคนละคำถาม

อันดับจากดัชนีช่วยดูผลงานตามเกณฑ์ในปีที่ประเมิน เครือข่ายอย่าง Smart City Charter แสดงการมีส่วนร่วมของเทศบาล ส่วนสถานะรับรองต้องอาศัยข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

งานวิจัยที่ศึกษา การกำกับดูแลเมืองอัจฉริยะในภูเก็ตและขอนแก่น ช่วยให้เห็นว่าการพัฒนาเมืองมีทั้งระดับนโยบายและระดับพื้นที่ ดังนั้น แม้สองจังหวัดจะถูกกล่าวถึงภายใต้หัวข้อเดียวกัน ก็ยังต้องดูว่าใครดำเนินงานและขอบเขตงานอยู่ตรงไหน

เมืองอัจฉริยะไทยทำอะไรบ้าง นอกจากใช้เทคโนโลยี

กรอบเมืองอัจฉริยะของไทยครอบคลุม เจ็ดด้านได้แก่ เศรษฐกิจ การเดินทาง พลังงาน การดำรงชีวิต ผู้คน การบริหารภาครัฐ และสิ่งแวดล้อม แนวทาง เมืองอัจฉริยะที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ช่วยย้ำว่าจุดเริ่มต้นควรเป็นปัญหาของคนในพื้นที่ ไม่ใช่การเลือกอุปกรณ์ก่อนแล้วค่อยหาว่าจะนำไปใช้ทำอะไร

แต่ละโครงการจึงไม่จำเป็นต้องทำทุกด้านพร้อมกัน เมืองท่องเที่ยวอาจสนใจการเดินทางและคุณภาพชีวิต ส่วนพื้นที่ที่มีโจทย์เรื่องทรัพยากรอาจให้ความสำคัญกับพลังงานหรือสิ่งแวดล้อมมากกว่า

ข้อมูลดิจิทัล การเดินทาง และบริการเมือง

ด้านการบริหารภาครัฐเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจและติดตามบริการสาธารณะ หากหน่วยงานเห็นปัญหาในพื้นที่ได้ชัดขึ้น ก็จัดลำดับงานและประสานผู้รับผิดชอบได้ตรงจุด ส่วนด้านการเดินทางมองถึงความสะดวกในการเข้าถึงสถานที่และบริการที่ประชาชนต้องใช้

ด้านเศรษฐกิจและผู้คนก็เกี่ยวข้องกัน เมืองต้องมองทั้งโอกาสของผู้ประกอบการและความสามารถของประชาชนในการใช้บริการใหม่ อย่างไรก็ดี การกล่าวว่าเมืองใดมีแพลตฟอร์มข้อมูลหรือระบบเดินทางเฉพาะ ต้องมีหลักฐานของโครงการนั้นรองรับก่อน

พลังงาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต

ด้านพลังงานมุ่งใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับปัญหาที่กระทบพื้นที่ เช่น น้ำและขยะ ส่วนด้านการดำรงชีวิตมองผลต่อความเป็นอยู่และการเข้าถึงบริการ

ตัวอย่างการใช้ข้อมูลกับปัญหาใกล้ตัวคือ การพัฒนาระบบจัดการคุณภาพน้ำในเชียงราย ซึ่งกล่าวถึงการรับแจ้งและติดตามปัญหาน้ำประปา ตัวอย่างนี้แสดงวิธีที่เทคโนโลยีช่วยงานท้องถิ่น แต่ไม่ใช่หลักฐานรับรองสถานะเมืองอัจฉริยะของจังหวัด

ดูความก้าวหน้าของโครงการจากอะไร

ชื่อโครงการและแผนงานเป็นจุดเริ่มต้น แต่คนในพื้นที่ย่อมอยากรู้ว่าสิ่งที่ประกาศไว้เกิดขึ้นจริงหรือยัง การติดตามจึงควรแยก กิจกรรมที่เริ่มดำเนินการออกจากผลที่ประชาชนได้รับ เพราะการจัดอบรม การเปิดตัวระบบ และการใช้งานต่อเนื่องเป็นคนละช่วงของงาน

สำหรับโครงการด้านบริการเมือง คำถามที่ใช้ได้คือประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างไร และเมื่อแจ้งปัญหาแล้วใครรับผิดชอบต่อ หากเป็นโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ควรดูว่ามีการรายงานข้อมูลหรือผลดำเนินงานที่ตรวจสอบได้หรือไม่

อีกจุดหนึ่งคือความต่อเนื่องหลังจบกิจกรรมทดลอง พื้นที่นำร่องอาจช่วยทดสอบวิธีทำงาน ก่อนตัดสินใจว่าจะขยายผลอย่างไร การเห็นผลในพื้นที่เล็กจึงยังไม่เท่ากับการใช้ระบบได้ทั่วเมือง

ท้ายที่สุด ตัวชี้วัดควรสัมพันธ์กับปัญหาที่โครงการตั้งใจแก้ หากเป้าหมายคือบริการที่สะดวกขึ้น การนับจำนวนอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวบอกประสบการณ์ของประชาชนไม่ได้ ต้องดูผลการให้บริการประกอบด้วย

วิธีตรวจสอบสถานะและความคืบหน้าของแต่ละพื้นที่

ก่อนใช้รายชื่อโครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทยเป็นข้อมูลอ้างอิง ให้เริ่มที่ Smart City Data Platform ของ depaแพลตฟอร์มนี้แสดงชื่อเมือง พื้นที่ ผู้ดำเนินโครงการ และประเภทเมือง รายละเอียดเหล่านี้ช่วยแยกโครงการระดับย่านออกจากพื้นที่ระดับเมืองหรือจังหวัดได้

จากนั้นตรวจชื่อผู้ดำเนินโครงการและช่วงเวลาของข้อมูล หากพบชื่อเดียวกันในข่าวประชาสัมพันธ์ ให้ดูว่าข่าวกล่าวถึงการเริ่มต้นโครงการ การเข้าร่วมเครือข่าย ผลการจัดอันดับ หรือการรับรองอย่างเป็นทางการ ข่าวแต่ละแบบตอบคำถามต่างกัน

เทียบข้อมูลหลายจุดก่อนสรุปสถานะ

เริ่มจากชื่อพื้นที่จริง ไม่ใช่ชื่อจังหวัดที่ใช้ในพาดหัว แล้วดูหน่วยงานรับผิดชอบและประเภทเมืองในฐานข้อมูล หากต้องการทราบความคืบหน้าล่าสุด ให้เทียบกับประกาศของเทศบาล จังหวัด หรือเจ้าของโครงการโดยตรง

การมีชื่อในดัชนีปี 2023 ไม่ได้บอกสถานะปัจจุบันทั้งหมด เช่นเดียวกับการมีข่าวเปิดตัวในปีหนึ่งที่ไม่ยืนยันว่าระบบยังดำเนินงานอยู่ในปีถัดมา วันที่เผยแพร่ข้อมูลจึงสำคัญพอ ๆ กับชื่อโครงการ

ใช้ตัวเลขและรายชื่อให้ตรงนิยาม

ก่อนนับจำนวนเมือง ให้กำหนดก่อนว่าจะนับพื้นที่ที่ได้รับการรับรอง พื้นที่โครงการ หรือเขตนำร่อง งานวิจัยเรื่อง การจัดชุดข้อมูลสำหรับกำกับดูแลเมืองอัจฉริยะ ใช้ข้อมูลจากเมืองที่ได้รับการรับรองตามขอบเขตการศึกษา ซึ่งไม่ใช่นิยามเดียวกับการรวมทุกเทศบาลและกิจกรรมนำร่อง

รายชื่อและสถานะเปลี่ยนได้เมื่อมีโครงการใหม่หรือปรับขอบเขตงาน หากจะเผยแพร่ข้อมูล ควรระบุทั้งประเภทพื้นที่และวันที่ตรวจสอบไว้ด้วย ผู้อ่านจะได้รู้ว่ารายชื่อนั้นสะท้อนข้อมูลช่วงใด

คำถามที่พบบ่อย

เมืองอัจฉริยะในไทยมีทั้งหมดกี่แห่ง

คำตอบขึ้นอยู่กับสิ่งที่นับ เมืองที่ได้รับการรับรอง พื้นที่โครงการ และเขตนำร่องอาจอยู่คนละชุดข้อมูล จึงไม่ควรนำตัวเลขจากข่าวต่างปีมาบวกกัน หากต้องใช้จำนวนล่าสุด ให้ตรวจฐานข้อมูลของ depa พร้อมดูนิยามและวันที่ข้อมูลได้รับการปรับปรุง

เมืองอัจฉริยะต้องมีเทคโนโลยีอะไรบ้าง

ไม่มีชุดอุปกรณ์ที่ทุกเมืองต้องติดตั้งเหมือนกัน เครื่องมือดิจิทัลควรตอบเป้าหมายของพื้นที่ เช่น ช่วยจัดการข้อมูลเพื่อปรับบริการ หรือช่วยติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อม สิ่งสำคัญคือหน่วยงานใช้ข้อมูลนั้นแก้ปัญหาได้จริงและประชาชนเข้าถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้น

โครงการเมืองอัจฉริยะมีเฉพาะในกรุงเทพฯ หรือไม่

มีพื้นที่พัฒนาในหลายภูมิภาค ตัวอย่างในบทความนี้ครอบคลุมระยอง ภูเก็ต ขอนแก่น เชียงใหม่ และกิจกรรมในเชียงรายด้วย อย่างไรก็ตาม แต่ละชื่ออาจหมายถึงพื้นที่จัดอันดับ เทศบาลในเครือข่าย หรือกิจกรรมนำร่อง จึงไม่ควรเหมารวมว่าได้รับการรับรองสถานะเดียวกัน

ประชาชนตรวจสอบข้อมูลโครงการได้จากที่ไหน

เริ่มที่ Smart City Data Platform ของ depa เพื่อดูชื่อพื้นที่ ประเภทเมือง และผู้ดำเนินโครงการ จากนั้นตรวจเว็บไซต์หรือประกาศของหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเมื่ออยากรู้ว่ากิจกรรมล่าสุดเปิดให้ใช้บริการแล้วหรือยัง ควรดูวันที่ประกาศทุกครั้ง

เมืองอัจฉริยะต่างจากเมืองดิจิทัลอย่างไร

คำว่าเมืองดิจิทัลมักชวนให้นึกถึงบริการออนไลน์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ส่วนเมืองอัจฉริยะมองการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาเมืองหลายด้าน รวมถึงชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อม การมีบริการดิจิทัลจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาได้ แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าเมืองดำเนินงานครบทุกด้าน

โครงการกระจายทั่วไทย แต่ต้องดูสถานะเป็นรายพื้นที่

โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทยมีทั้งย่านในกรุงเทพฯ พื้นที่พัฒนาในภาคตะวันออก และเมืองภูมิภาค ขนาดพื้นที่ จุดเน้น และสถานะของแต่ละแห่งต่างกัน จึงอ่านชื่อโครงการเพียงอย่างเดียวไม่ได้

ก่อนนำรายชื่อไปอ้างอิง ให้ตรวจ ขอบเขตพื้นที่และสถานะล่าสุดจากข้อมูลทางการเสมอ วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพเมืองอัจฉริยะของไทยตามที่แต่ละพื้นที่ดำเนินงานอยู่จริง

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย - Chiang Rai News 12 hours ago

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย - Chiang Rai News 12 hours ago

เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม

สุขภาพและการแพทย์ Health 12 hours ago

Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ

เชียงราย - Chiang Rai News 13 hours ago

เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027

เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 days ago

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9

สุขภาพและการแพทย์ Health 2 days ago

สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย และจับกุมชาวจีนที่อินเตอร์โพลต้องการตัว

ข่าว - News 4 weeks ago

พะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด

การเงิน -Finance 4 weeks ago

วิกฤติสินเชื่ออสังหาฯ ไทย: ยอดปฏิเสธพุ่งเกือบครึ่ง ทะลุ 44.9% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวธุรกิจ Business 4 weeks ago

ผลสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ปี 2569

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน
เทคโนโลยี - Tech 4 weeks ago

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย
สุขภาพและการแพทย์ Health 4 weeks ago

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

Download Our App

Trending

Build a Mobile Website
View Site in Mobile | Classic
Share by: