เทคโนโลยี - Tech

WhatsApp เปิดตัวฟีเจอร์ชื่อผู้ใช้: แชทได้โดยไม่ต้องแชร์หมายเลขโทรศัพท์ของคุณ

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

แอปพลิเคชันแชทยอดฮิตอย่าง WhatsApp กำลังจะเปลี่ยนวิถีการสื่อสารของเราไปตลอดกาล การแจกเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวให้กับคนแปลกหน้ากำลังจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว เพราะตอนนี้ทางแพลตฟอร์มได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่หลายคนรอคอย นั่นคือการใช้งานผ่านชื่อผู้ใช้หรือ Username

ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่มากกว่า 3 พันล้านคนทั่วโลก บริษัทแม่อย่าง Meta ได้เริ่มเปิดให้ผู้ใช้ทยอยเข้าไปจองชื่อผู้ใช้ของตนเองได้แล้วในช่วงกลางปี 2026 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการถูกคุกคามทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเด็นสำคัญ Key Takeaways

  • ซ่อนเบอร์โทรศัพท์ได้มิดชิด:ฟีเจอร์ใหม่เปิดให้คุณสร้าง Username เพื่อพูดคุยติดต่อกันได้ โดยไม่ต้องเปิดเผยเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวให้ใครรู้
  • ระบบ Username Key สุดล้ำ:แพลตฟอร์มมีการเพิ่มรหัส PIN 4 หลัก เพื่อใช้คัดกรองคนที่สามารถส่งข้อความหาคุณได้ ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาสแปมได้อย่างดีเยี่ยม
  • เปิดให้จองชื่อล่วงหน้าแล้ว:ผู้ใช้งานทั่วโลกสามารถเข้าไปที่เมนูตั้งค่า เพื่อกดจอง (Reserve) ชื่อผู้ใช้ที่ต้องการได้แล้วตั้งแต่วันนี้
  • แยกชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน:ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็ก สามารถบริหารจัดการการสื่อสารได้อย่างปลอดภัยและเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ทำไม WhatsApp ถึงเปลี่ยนมาใช้ระบบ Username?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันนี้จำเป็นต้องใช้เบอร์โทรศัพท์เสมอ ข้อจำกัดดังกล่าวทำให้หลายคนรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อต้องติดต่อกับคนที่ไม่คุ้นเคย การให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวอาจนำไปสู่ปัญหาการถูกรบกวนในยามวิกาล หรือการถูกดึงเข้ากลุ่มแชทสแปมที่ไม่พึงประสงค์ได้ง่าย

เพื่อแก้ปัญหาเรื้อรังนี้ ทางทีมนักพัฒนาจึงได้ออกแบบระบบ Username ขึ้นมาทดแทน ระบบนี้จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเกราะป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ คุณสามารถแชร์แค่ชื่อผู้ใช้ให้กับเพื่อนร่วมงานใหม่ หรือพนักงานส่งของได้สบายๆ โดยที่พวกเขาจะไม่มีทางรู้เบอร์โทรศัพท์จริงของคุณเลย

เพิ่มความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์

การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสำคัญอย่างมาก ฟีเจอร์ใหม่ของแพลตฟอร์มนี้จึงตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการรักษาระยะห่างทางสังคมในโลกอินเทอร์เน็ต การสื่อสารจะยังคงลื่นไหลและรวดเร็วเหมือนเดิม แต่ผู้ใช้งานจะมีอำนาจควบคุมข้อมูลของตนเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ฟีเจอร์ Username Key (รหัส PIN 4 หลัก) คืออะไร?

แม้ว่าการใช้ชื่อผู้ใช้จะช่วยปกป้องเบอร์โทรศัพท์ได้ดี แต่หลายคนก็ยังกังวลว่าใครๆ ก็สามารถค้นหาชื่อและทักมาป่วนได้ ทางผู้พัฒนาแอปจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างชื่อผู้ใช้เท่านั้น พวกเขาได้เพิ่มระบบความปลอดภัยอีกขั้นที่เรียกว่า Username Key เข้ามาทำงานควบคู่กัน

ระบบที่ว่านี้คือรหัส PIN 4 หลัก ซึ่งเป็นตัวเลือกเสริมสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุด หากมีคนแปลกหน้าต้องการส่งข้อความหาคุณเป็นครั้งแรกผ่านทาง Username พวกเขาจำเป็นต้องรู้และกรอกรหัส PIN นี้ให้ถูกต้องเสียก่อน หากไม่มีรหัสหรือกรอกผิด ก็จะไม่สามารถเริ่มบทสนทนาได้เลย

บอกลาข้อความสแปมและการก่อกวน

การเปิดใช้งานระบบ PIN 4 หลักถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการจัดการกับข้อความสแปมและ มิจฉาชีพ พวก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือบอทสแปมจะไม่สามารถสุ่มทักหาคุณได้อีกต่อไป เพราะนอกจากจะต้องเดาชื่อผู้ใช้ให้ถูกแล้ว ยังต้องผ่านด่านรหัสผ่านความปลอดภัยอีกชั้น ถือเป็นการยกระดับความเป็นส่วนตัวที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

วิธีการตั้งค่าและจองชื่อผู้ใช้ (Reserve Username) ของคุณ

เนื่องจากแพลตฟอร์มมีฐานผู้ใช้งานที่ใหญ่โตมาก การหาชื่อที่ซ้ำกันจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางบริษัทจึงแนะนำให้ผู้ใช้ทุกคนรีบเข้าไปจองชื่อที่ตนเองต้องการตั้งแต่เนิ่นๆ กระบวนการตั้งค่านั้นทำได้ง่ายมาก และใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นบนสมาร์ทโฟนของคุณ

เพียงคุณอัปเดตแอปพลิเคชันให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด จากนั้นเข้าไปที่เมนู Settings (การตั้งค่า) เลือกเมนู Account (บัญชี) และกดที่ตัวเลือก Username (ชื่อผู้ใช้) คุณก็สามารถพิมพ์ชื่อที่คุณชื่นชอบลงไปได้ทันที หากระบบแจ้งว่าชื่อนั้นยังว่างอยู่ คุณก็สามารถกดยืนยันเพื่อครอบครองชื่อนั้นได้เลย

เคล็ดลับในการเลือกชื่อที่เหมาะสม

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรเลือกชื่อที่จำได้ง่าย แต่ไม่ควรสะท้อนข้อมูลส่วนตัวที่อ่อนไหวจนเกินไป สำหรับธุรกิจหรือกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ทางแพลตฟอร์มมีตัวเลือกให้คุณสามารถดึงชื่อเดียวกับที่ใช้บน Instagram หรือ Facebook มาใช้งานได้ เพื่อเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็ก

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลดีแค่กับผู้ใช้ทั่วไป ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับคนแปลกหน้าเท่านั้น แต่มันยังเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อธุรกิจขนาดเล็กและร้านค้าออนไลน์ด้วย ลูกค้าจะรู้สึกสบายใจและปลอดภัยมากขึ้นในการทักแชทไปสอบถามรายละเอียดสินค้า เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะถูกร้านค้านำเบอร์โทรศัพท์ไปใช้ทำการตลาดแบบสแปม

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า การสนทนาทั้งหมดจะยังคงได้รับการคุ้มครองด้วยเทคโนโลยีเข้ารหัสแบบ End-to-End Encryption เช่นเดิม คุณสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิสัยทัศน์นี้ได้โดยตรงที่ ข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของ Meta ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้คือหัวใจหลักของการอัปเดตระบบในครั้งนี้

การสร้างมาตรฐานใหม่ตามหลัก E-E-A-T

การนำเสนอฟีเจอร์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Meta ในการสร้างความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยตามมาตรฐานระดับสากล ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จาก รายงานข่าวของ NDTV มองว่านี่คือการเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาด มันช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดแอปพลิเคชันสื่อสาร ที่ใส่ใจประสบการณ์ของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

เปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดแอปพลิเคชันแชท

แน่นอนว่า WhatsApp ไม่ใช่แอปพลิเคชันแรกที่ริเริ่มการใช้ระบบ Username แพลตฟอร์มคู่แข่งอย่าง Telegram หรือ LINE ต่างก็มีระบบไอดีและชื่อผู้ใช้มานานแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้การขยับตัวครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก คือขนาดของฐานผู้ใช้งานที่กว้างใหญ่ และความแข็งแกร่งของระบบนิเวศซอฟต์แวร์

เมื่อนำระบบชื่อผู้ใช้มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีรหัส PIN 4 หลัก มันจึงกลายเป็นระบบที่เหนือกว่าคู่แข่งในแง่ของการคัดกรองผู้ติดต่อ นี่ไม่ใช่แค่การซ่อนเบอร์โทรศัพท์ธรรมดา แต่มันคือการสร้างกำแพงดิจิทัลที่ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งระดับความหนาแน่นได้ด้วยตัวเอง

ความท้าทายในการปรับตัวของผู้บริโภค

แม้ฟีเจอร์นี้จะเต็มไปด้วยข้อดี แต่ความท้าทายหลักคือการให้ความรู้แก่ผู้ใช้งานกลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่ค่อยสันทัดเรื่องเทคโนโลยี การทำความเข้าใจว่าทำไมต้องตั้งรหัส PIN และจะแชร์ Username อย่างไรให้ปลอดภัย ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทีมงานผู้พัฒนาต้องเร่งสร้างสื่อการสอนที่เข้าใจง่ายออกมารองรับ

ก้าวต่อไปของแอปพลิเคชันแชทระดับโลก

ขณะนี้ฟีเจอร์การจองชื่อและระบบ PIN กำลังทยอยเปิดให้ใช้งานแบบค่อยเป็นค่อยไปในหลายประเทศทั่วโลก ทางผู้พัฒนาวางแผนว่าฟีเจอร์เต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการแชทผ่านชื่อผู้ใช้แบบ 100% จะพร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสกันในช่วงปลายปี 2026 นี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่วงการโซเชียลมีเดียและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

การเปิดตัวระบบ WhatsApp Username และ Username Key ถือเป็นการอัปเดตครั้งประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มรับฟังและใส่ใจเสียงเรียกร้องของผู้ใช้งาน การเลิกพึ่งพาเบอร์โทรศัพท์เป็นช่องทางเดียวในการติดต่อ จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดและปัญหาด้านความปลอดภัยมากมายที่เคยสร้างความปวดหัวให้กับผู้คน

ผู้ใช้ทั่วโลกจะสามารถเพลิดเพลินกับการสื่อสารได้อย่างมีอิสระมากขึ้น โดยไม่ต้องหวาดระแวงเรื่องข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล หรือการเผชิญหน้ากับข้อความ หลอกลวง นี่คือมาตรฐานใหม่ของการแชทที่ให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนบุคคลอย่างแท้จริง หากคุณยังไม่ได้ตั้งค่า อย่าลืมรีบเข้าไปอัปเดตแอปพลิเคชันและจองชื่อสุดเจ๋งของคุณก่อนที่จะโดนคนอื่นแย่งไป!

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

OpenAI ปล่อยฟีเจอร์ ‘Codex’ บนแอปมือถือ ChatGPT เปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็นศูนย์ควบคุม AI เขียนโค้ด

เจาะลึก iPhone 18 Pro Max: เตรียมพลิกโฉมวงการสมาร์ทโฟนไทย กันยายน 2026 นี้ กับสเปคที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Continue Reading

เทคโนโลยี - Tech

AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า">เชียงราย– AIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมโทรคมนาคมของประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เดินหน้ายกระดับระบบนิเวศ ฟุตบอล ไทย">ฟุตบอลไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยประกาศสนับสนุนโครงข่ายสื่อสารให้กับสโมสรฟุตบอล ไทยลีก 1-3 ทั่วประเทศรวม 102 ทีม การสนับสนุนครั้งยิ่งใหญ่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว

เป้าหมายหลักคือการอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรประจำทีมระหว่างการแข่งขันจริง การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียรช่วยให้การทำงานคล่องตัวและราบรื่นในทุกพื้นที่ของสนามแข่ง สิ่งนี้สามารถรองรับรูปแบบการทำงานในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งการส่งข้อมูลแทคติกหรือการวิเคราะห์เกมแบบเรียลไทม์

ประเด็นสำคัญ 

  • AIS สนับสนุนโครงข่ายสื่อสารให้สโมสรฟุตบอลไทยลีก 1-3 รวม 102 ทีม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
  • เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมงานและโค้ชด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระหว่างการแข่งขัน
  • แฟนบอลสามารถรับชมการถ่ายทอดสดตลอดฤดูกาล 2026/27 ผ่านโครงข่าย 5G บนแพลตฟอร์ม AIS PLAY

วิสัยทัศน์ผู้บริหาร AIS สู่การพัฒนาวงการลูกหนัง

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กรของ AIS ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นในโปรเจกต์นี้ เธอกล่าวว่า AIS ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยเสมอมา ทางบริษัทมองว่าการสื่อสารเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทุกสโมสร

การมอบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นปีที่ 2 จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของบริษัท AIS ต้องการอยู่เคียงข้างสโมสรและบุคลากรลูกหนังไทยอย่างแท้จริง พร้อมนำศักยภาพของโครงข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมการทำงานให้รวดเร็วและไร้รอยต่อ สิ่งนี้ตอบโจทย์การใช้งานของทีมงานให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

โค้ชและทีมงานสามารถอัปเดตข้อมูลนักเตะได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นสถิติการวิ่งหรือภาพช้าเพื่อวิเคราะห์เกม การมีเครือข่ายที่เชื่อถือได้ทำให้การตัดสินใจข้างสนามแม่นยำขึ้นมาก นวัตกรรมเหล่านี้คือเบื้องหลังความสำเร็จของฟุตบอลยุคใหม่ที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว

ยกระดับประสบการณ์แฟนบอล ถ่ายทอดสดคมชัด

ขณะเดียวกัน AIS ยังเดินหน้าเสริมศักยภาพโครงข่าย 5G และระบบไฟเบอร์ออปติกอย่างเต็มกำลัง การอัปเกรดครั้งนี้ครอบคลุมสนามแข่งขันฟุตบอลทั่วประเทศอย่างทั่วถึง เพื่อรองรับการส่งสัญญาณถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มหลักของบริษัทให้มีเสถียรภาพและรวดเร็วที่สุด

การพัฒนาเครือข่ายนี้ช่วยเติมเต็มความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศฟุตบอลไทยในครบทุกมิติ เริ่มตั้งแต่การเพิ่มความพร้อมให้สโมสรและบุคลากรในวันแข่งขัน ไปจนถึงการส่งมอบประสบการณ์การรับชมฟุตบอลที่มีคุณภาพสูงสุด แฟนบอลทั่วประเทศจะได้สัมผัสความคมชัดโดยไม่มีสะดุด

ความคาดหวังในฤดูกาล 2026/27

ฤดูกาล 2026/27 ถือเป็นปีที่แฟนบอลชาวไทยตั้งตารอคอยอย่างมาก หลายสโมสรมีการเสริมทัพนักเตะดาวรุ่งและโค้ชฝีมือดีเข้ามามากมาย การแข่งขันในลีกสูงสุดจนถึงลีกล่างจึงมีความเข้มข้นและสูสีมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด

ด้วยโครงข่ายการสื่อสารที่ทรงพลังจาก AIS การรายงานข่าวสารและผลการแข่งขันจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว สื่อมวลชนและแฟนบอลสามารถโต้ตอบกันบนโลกออนไลน์ได้ทันที เทคโนโลยีนี้ช่วยสร้างคอมมูนิตี้คนรักฟุตบอลไทยให้เติบโตและเหนียวแน่นยิ่งขึ้น

แฟนลูกหนังสามารถร่วมส่งเสียงเชียร์ทีมรักในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2026/27 แบบจุใจ คุณสามารถชมการแข่งขันสดครบทุกลีก รวมถึงรับชมไฮไลต์และแมตช์รีรันแบบจัดเต็มได้ทุกที่ แฟนๆ สามารถสมัครแพ็กเกจ PLAY ALL และติดตามรายละเอียดการรับชมเพิ่มเติมได้ที่ AIS PLAY

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ

กฟก.เชียงรายลุยแจกไก่พื้นเมือง หนุนชาวอำเภอพานสร้างรายได้

Continue Reading

เทคโนโลยี - Tech

GISTDA เผยภาพดาวเทียม เตือนพื้นที่สีแดงเสี่ยงน้ำท่วมสูง

Rebecca Kim

Published

on

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ได้เปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุด เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำทั่ว ประเทศไทย อย่างใกล้ชิดแบบเรียลไทม์ ข้อมูลภูมิสารสนเทศดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง ที่กำลังเผชิญกับภาวะ น้ำท่วม ขังและมวลน้ำสะสมอย่างหนัก ภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรง จากพายุฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งนำข้อมูลสำคัญนี้ ไปใช้ในการบริหารจัดการน้ำและวางแผนช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

จากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ของ GISTDA พบว่ามีหลายพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมระดับสูงสุด พื้นที่เฝ้าระวังเหล่านี้ครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างขวาง ทั้งในภาคกลาง ภาคเหนือ ตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประชาชนและเกษตรกรที่อาศัยอยู่ในบริเวณจุดเสี่ยงดังกล่าว จำเป็นต้องติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด การรับรู้ข้อมูลเชิงลึกที่รวดเร็วและมีความแม่นยำสูง จะช่วยให้ทุกคนสามารถเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและทันท่วงที

GISTDA ประเด็นสำคัญ

  • ภาพดาวเทียมจาก GISTDA แสดงให้เห็นชัดเจนว่า มีพื้นที่สีแดงหลายแห่งทั่วประเทศที่กำลังเสี่ยงต่อน้ำท่วมขังในระดับสูง
  • ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เป็นกลุ่มพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำและฝนสะสมหนักที่สุด
  • ทางการขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมอพยพหรือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเมื่อจำเป็น

เมื่อพิจารณาเจาะลึกจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมขังที่ขยายวงกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จังหวัดสำคัญอย่าง นครสวรรค์ พิจิตร ลพบุรี และสระบุรี ล้วนปรากฏภาพเป็นพื้นที่สีแดงบนแผนที่ ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้ มวลน้ำสะสมยังเริ่มส่งผลกระทบต่อเนื่อง ไหลบ่าลงมาถึงพื้นที่ปทุมธานี นนทบุรี และครอบคลุมถึงบางส่วนของ กรุงเทพมหานคร อีกด้วย ข้อมูลเชิงลึกนี้ตรงกับรายงานข่าวจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด ที่ระบุว่าพบจุดน้ำท่วมขังบนผิวถนน กระจายตัวอยู่ในหลายเส้นทางหลักทั่วภูมิภาค

ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาสะสมอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและลำคลองสาขาต่างๆ เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถนนและเส้นทางสัญจรหลายสายถูกน้ำท่วมขังจนรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ตามปกติ ทำให้การเดินทางในชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่งลงพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์ความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเต็มกำลัง ผู้ใช้รถใช้ถนนจึงควรตรวจสอบสภาพเส้นทางอย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงการขับขี่ผ่านจุดที่มีน้ำท่วมขังสูงเพื่อป้องกันอันตราย

ภาคอีสานเผชิญน้ำล้นตลิ่งเป็นวงกว้าง

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน เนื่องจากระบบภาพดาวเทียมตรวจพบการสะสมของมวลน้ำจำนวนมหาศาล จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด ต่างมีจุดเสี่ยงภัยระดับสูงกระจายตัวอยู่หนาแน่นตามแนวลุ่มน้ำต่างๆ ปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่งได้ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและเขตพื้นที่ทางการเกษตร ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชุมชนและไร่นาของเกษตรกรในวงกว้าง หากพายุฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ความเสียหายทางเศรษฐกิจและชุมชนในพื้นที่เหล่านี้อาจจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

ปัจจุบันหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำกำลังเร่งดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชน เพื่อลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนให้น้อยที่สุด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมขั้นสูง ช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถมองเห็นภาพรวมของมวลน้ำ และวางแผนเส้นทางระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้ทางน้ำ ควรเร่งเก็บสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และย้ายยานพาหนะรวมถึงสัตว์เลี้ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการนำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้

แม้ว่าเทคโนโลยีอวกาศสมัยใหม่จะช่วยให้เราสามารถคาดการณ์ และรับรู้ถึงความเสี่ยงของการเกิดอุทกภัยได้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ แต่การเตรียมความพร้อมรับมือระดับบุคคลยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ทาง GISTDA ได้เน้นย้ำและขอร้องให้ประชาชนทุกคนที่อยู่ในเขตพื้นที่สีแดง ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ด้านภัยพิบัติอย่างเคร่งครัด การติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวไทยทุกคนมีสติในการรับมือ และขอให้ทุกคนปลอดภัยจากสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

บิว ภูริพล ผงาดคว้าทอง 100 ม. เอเชียนเกมส์ ทุบสถิติ 9.90 วิ

โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทย อยู่ที่ไหนและต่างกันอย่างไร

Continue Reading

เทคโนโลยี - Tech

โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทย อยู่ที่ไหนและต่างกันอย่างไร

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ประเทศไทย มีโครงการเมืองอัจฉริยะอยู่ที่ไหนบ้าง? หากคุณนึกถึงแต่ น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ อาจพลาดทั้งเมืองท่องเที่ยว ศูนย์กลางภูมิภาค และพื้นที่พัฒนาใหม่ในภาคตะวันออก โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทยมีขอบเขตต่างกัน บางแห่งครอบคลุมจังหวัด บางแห่งเจาะจงเพียงย่านหรือเทศบาล

สิ่งที่ต้องดูควบคู่กับชื่อพื้นที่คือสถานะของโครงการเพราะการติดอันดับ การเข้าร่วมเครือข่าย และการได้รับการรับรองเป็นคนละเรื่องกัน อีกทั้งเมืองอัจฉริยะยังเกี่ยวกับการเดินทาง สิ่งแวดล้อม และชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่การติดตั้งเทคโนโลยี

ประเด็นสำคัญที่ควรรู้

  • ตัวอย่างโครงการเด่นอยู่ในกรุงเทพฯ ระยอง และ ภูเก็ต ขณะที่เมืองภูมิภาคอีกหลายแห่งมีแผนหรือกิจกรรมพัฒนาในรูปแบบของตนเอง
  • ภูเก็ตและขอนแก่นมีผลงานในดัชนีเมืองอัจฉริยะปี 2023 แต่ผลจัดอันดับไม่ได้บอกว่าทุกพื้นที่มีสถานะรับรองเหมือนกัน
  • เชียงราย ปรากฏในกิจกรรม DIGITAL INFINITY: SMART LIVING ที่อำเภอแม่ลาว จึงควรระบุชื่อพื้นที่และลักษณะกิจกรรมให้ชัด
  • กรอบเมืองอัจฉริยะไทยครอบคลุมเจ็ดด้าน โดยแต่ละเมืองเลือกแก้ปัญหาที่ต่างกัน
  • ก่อนนำรายชื่อไปอ้างอิง ควรตรวจสอบพื้นที่ ผู้ดำเนินโครงการ และสถานะล่าสุดจากข้อมูลของ depa

โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทยอยู่ที่ไหนบ้าง

รายชื่อพื้นที่จะอ่านได้ถูกต้องก็ต่อเมื่อรู้ว่าแต่ละชื่อปรากฏในข้อมูลประเภทใด ดัชนีเมืองอัจฉริยะสะท้อนผลการประเมิน ส่วนเครือข่ายเทศบาลบอกถึงการเข้าร่วมพัฒนา ทั้งสองอย่างไม่ควรถูกนำไปรวมเป็นรายชื่อเมืองที่ได้รับการรับรองทั้งหมด

กรุงเทพฯ และพื้นที่พัฒนาเมืองในภาคตะวันออก

กรุงเทพฯ มีตัวอย่างระดับย่าน ได้แก่ Samyan Smart Cityและพื้นที่บริเวณ คลองผดุงกรุงเกษมทั้งสองแห่งปรากฏในกลุ่มเมืองเด่นประเภทพื้นที่เมืองของดัชนีปี 2023 ชื่อโครงการระบุพื้นที่เฉพาะ จึงไม่ควรตีความว่าทั้งกรุงเทพฯ อยู่ภายใต้โครงการเดียวกัน

ภาคตะวันออกมี Wang Chan Valleyในจังหวัดระยอง ซึ่งได้อันดับสูงสุดในกลุ่มพื้นที่เมืองของดัชนีดังกล่าว พื้นที่นี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนานวัตกรรม ขณะที่ชลบุรีเป็นอีกจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่มีความเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาเมือง อย่างไรก็ดี คำว่า “พื้นที่ชลบุรี” ยังไม่บอกชื่อโครงการหรือสถานะ ต้องตรวจสอบรายพื้นที่ก่อนอ้างอิง

ภูเก็ต เชียงใหม่ และเมืองเด่นในภูมิภาค

ในกลุ่มพื้นที่ระดับจังหวัด ภูเก็ตได้อันดับหนึ่งของดัชนีปี 2023 ส่วน ขอนแก่นอยู่ในกลุ่มสามอันดับแรก รายงาน ผลจัดอันดับเมืองอัจฉริยะของไทยปี 2023 ยังแยกผลระดับจังหวัดออกจากระดับพื้นที่เมืองอย่างชัดเจน จึงไม่ควรนำอันดับของภูเก็ตไปเทียบตรง ๆ กับ Samyan Smart City

เชียงใหม่ปรากฏผ่านการเข้าร่วมเครือข่ายเทศบาล Smart City Charter ส่วน เชียงรายมีพื้นที่อำเภอแม่ลาวเข้าร่วมกิจกรรม DIGITAL INFINITY: SMART LIVING ที่ depa รายงานไว้ในปี 2023 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประยุกต์เทคโนโลยีด้านเกษตรกรรม ข้อมูลนี้บอกถึงกิจกรรมในพื้นที่ ไม่ได้ยืนยันว่าเชียงรายทั้งจังหวัดได้รับการรับรองเป็นเมืองอัจฉริยะ

เครือข่ายเทศบาลและพื้นที่ที่กำลังพัฒนา

Smart City Charter มีเทศบาลที่ depa ระบุชื่อไว้ เช่น แม่เหียะ ป่าตอง นครสวรรค์ อุดรธานี กระบี่ ทุ่งสง ชุมแพ และแก่งคอยรายชื่อยังรวมเทศบาลเมืองเชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง และเทศบาลนครรังสิตด้วย

การอยู่ในเครือข่ายหมายถึงเทศบาลเข้ามาร่วมแนวทางพัฒนา ไม่ได้บอกว่าโครงการครอบคลุมทั้งจังหวัดหรือผ่านการรับรองระดับเดียวกันทั้งหมด ในเชียงรายยังมี ความเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของท้องถิ่น ที่สะท้อนความสนใจของหน่วยงานในพื้นที่ แต่ควรแยกข่าวการผลักดันออกจากผลรับรองอย่างเป็นทางการ

ชื่อจังหวัดเดียวกัน อาจหมายถึงโครงการคนละขนาด

เมื่อเห็นชื่อจังหวัดในข่าวเมืองอัจฉริยะ ให้ดูต่อว่าขอบเขตจริงอยู่ตรงไหน ชื่อ “ภูเก็ต” ในการจัดอันดับระดับจังหวัดต่างจากชื่อย่านอย่างสามย่าน หรือชื่อพื้นที่พัฒนาอย่าง Wang Chan Valley หากไม่แยกขนาดพื้นที่ ผู้อ่านอาจเข้าใจผิดว่าผลการประเมินครอบคลุมประชากรและบริการในระดับเดียวกัน

จังหวัด เมือง และย่านต้องอ่านแยกกัน

โครงการระดับย่านอาจมุ่งจัดการปัญหาที่เห็นชัดในบริเวณจำกัด เช่น การเดินทางหรือการใช้พื้นที่สาธารณะ ส่วนแผนระดับจังหวัดต้องประสานงานกับหลายท้องถิ่นและรองรับความต้องการที่หลากหลายกว่า ความต่างนี้มีผลต่อทั้งเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ และวิธีวัดความคืบหน้า

หากข่าวใช้ชื่อจังหวัดเป็นหัวเรื่อง แต่รายละเอียดระบุเพียงหนึ่งอำเภอ ให้ยึด ขอบเขตพื้นที่ในรายละเอียดโครงการเป็นหลัก กิจกรรมที่อำเภอแม่ลาวเป็นตัวอย่างที่ควรเรียกว่าโครงการในพื้นที่เชียงราย มากกว่าจะสรุปว่าเกิดขึ้นทั่วจังหวัด

อันดับ เครือข่าย และการรับรองตอบคนละคำถาม

อันดับจากดัชนีช่วยดูผลงานตามเกณฑ์ในปีที่ประเมิน เครือข่ายอย่าง Smart City Charter แสดงการมีส่วนร่วมของเทศบาล ส่วนสถานะรับรองต้องอาศัยข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

งานวิจัยที่ศึกษา การกำกับดูแลเมืองอัจฉริยะในภูเก็ตและขอนแก่น ช่วยให้เห็นว่าการพัฒนาเมืองมีทั้งระดับนโยบายและระดับพื้นที่ ดังนั้น แม้สองจังหวัดจะถูกกล่าวถึงภายใต้หัวข้อเดียวกัน ก็ยังต้องดูว่าใครดำเนินงานและขอบเขตงานอยู่ตรงไหน

เมืองอัจฉริยะไทยทำอะไรบ้าง นอกจากใช้เทคโนโลยี

กรอบเมืองอัจฉริยะของไทยครอบคลุม เจ็ดด้านได้แก่ เศรษฐกิจ การเดินทาง พลังงาน การดำรงชีวิต ผู้คน การบริหารภาครัฐ และสิ่งแวดล้อม แนวทาง เมืองอัจฉริยะที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ช่วยย้ำว่าจุดเริ่มต้นควรเป็นปัญหาของคนในพื้นที่ ไม่ใช่การเลือกอุปกรณ์ก่อนแล้วค่อยหาว่าจะนำไปใช้ทำอะไร

แต่ละโครงการจึงไม่จำเป็นต้องทำทุกด้านพร้อมกัน เมืองท่องเที่ยวอาจสนใจการเดินทางและคุณภาพชีวิต ส่วนพื้นที่ที่มีโจทย์เรื่องทรัพยากรอาจให้ความสำคัญกับพลังงานหรือสิ่งแวดล้อมมากกว่า

ข้อมูลดิจิทัล การเดินทาง และบริการเมือง

ด้านการบริหารภาครัฐเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจและติดตามบริการสาธารณะ หากหน่วยงานเห็นปัญหาในพื้นที่ได้ชัดขึ้น ก็จัดลำดับงานและประสานผู้รับผิดชอบได้ตรงจุด ส่วนด้านการเดินทางมองถึงความสะดวกในการเข้าถึงสถานที่และบริการที่ประชาชนต้องใช้

ด้านเศรษฐกิจและผู้คนก็เกี่ยวข้องกัน เมืองต้องมองทั้งโอกาสของผู้ประกอบการและความสามารถของประชาชนในการใช้บริการใหม่ อย่างไรก็ดี การกล่าวว่าเมืองใดมีแพลตฟอร์มข้อมูลหรือระบบเดินทางเฉพาะ ต้องมีหลักฐานของโครงการนั้นรองรับก่อน

พลังงาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต

ด้านพลังงานมุ่งใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องกับปัญหาที่กระทบพื้นที่ เช่น น้ำและขยะ ส่วนด้านการดำรงชีวิตมองผลต่อความเป็นอยู่และการเข้าถึงบริการ

ตัวอย่างการใช้ข้อมูลกับปัญหาใกล้ตัวคือ การพัฒนาระบบจัดการคุณภาพน้ำในเชียงราย ซึ่งกล่าวถึงการรับแจ้งและติดตามปัญหาน้ำประปา ตัวอย่างนี้แสดงวิธีที่เทคโนโลยีช่วยงานท้องถิ่น แต่ไม่ใช่หลักฐานรับรองสถานะเมืองอัจฉริยะของจังหวัด

ดูความก้าวหน้าของโครงการจากอะไร

ชื่อโครงการและแผนงานเป็นจุดเริ่มต้น แต่คนในพื้นที่ย่อมอยากรู้ว่าสิ่งที่ประกาศไว้เกิดขึ้นจริงหรือยัง การติดตามจึงควรแยก กิจกรรมที่เริ่มดำเนินการออกจากผลที่ประชาชนได้รับ เพราะการจัดอบรม การเปิดตัวระบบ และการใช้งานต่อเนื่องเป็นคนละช่วงของงาน

สำหรับโครงการด้านบริการเมือง คำถามที่ใช้ได้คือประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างไร และเมื่อแจ้งปัญหาแล้วใครรับผิดชอบต่อ หากเป็นโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ควรดูว่ามีการรายงานข้อมูลหรือผลดำเนินงานที่ตรวจสอบได้หรือไม่

อีกจุดหนึ่งคือความต่อเนื่องหลังจบกิจกรรมทดลอง พื้นที่นำร่องอาจช่วยทดสอบวิธีทำงาน ก่อนตัดสินใจว่าจะขยายผลอย่างไร การเห็นผลในพื้นที่เล็กจึงยังไม่เท่ากับการใช้ระบบได้ทั่วเมือง

ท้ายที่สุด ตัวชี้วัดควรสัมพันธ์กับปัญหาที่โครงการตั้งใจแก้ หากเป้าหมายคือบริการที่สะดวกขึ้น การนับจำนวนอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวบอกประสบการณ์ของประชาชนไม่ได้ ต้องดูผลการให้บริการประกอบด้วย

วิธีตรวจสอบสถานะและความคืบหน้าของแต่ละพื้นที่

ก่อนใช้รายชื่อโครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทยเป็นข้อมูลอ้างอิง ให้เริ่มที่ Smart City Data Platform ของ depaแพลตฟอร์มนี้แสดงชื่อเมือง พื้นที่ ผู้ดำเนินโครงการ และประเภทเมือง รายละเอียดเหล่านี้ช่วยแยกโครงการระดับย่านออกจากพื้นที่ระดับเมืองหรือจังหวัดได้

จากนั้นตรวจชื่อผู้ดำเนินโครงการและช่วงเวลาของข้อมูล หากพบชื่อเดียวกันในข่าวประชาสัมพันธ์ ให้ดูว่าข่าวกล่าวถึงการเริ่มต้นโครงการ การเข้าร่วมเครือข่าย ผลการจัดอันดับ หรือการรับรองอย่างเป็นทางการ ข่าวแต่ละแบบตอบคำถามต่างกัน

เทียบข้อมูลหลายจุดก่อนสรุปสถานะ

เริ่มจากชื่อพื้นที่จริง ไม่ใช่ชื่อจังหวัดที่ใช้ในพาดหัว แล้วดูหน่วยงานรับผิดชอบและประเภทเมืองในฐานข้อมูล หากต้องการทราบความคืบหน้าล่าสุด ให้เทียบกับประกาศของเทศบาล จังหวัด หรือเจ้าของโครงการโดยตรง

การมีชื่อในดัชนีปี 2023 ไม่ได้บอกสถานะปัจจุบันทั้งหมด เช่นเดียวกับการมีข่าวเปิดตัวในปีหนึ่งที่ไม่ยืนยันว่าระบบยังดำเนินงานอยู่ในปีถัดมา วันที่เผยแพร่ข้อมูลจึงสำคัญพอ ๆ กับชื่อโครงการ

ใช้ตัวเลขและรายชื่อให้ตรงนิยาม

ก่อนนับจำนวนเมือง ให้กำหนดก่อนว่าจะนับพื้นที่ที่ได้รับการรับรอง พื้นที่โครงการ หรือเขตนำร่อง งานวิจัยเรื่อง การจัดชุดข้อมูลสำหรับกำกับดูแลเมืองอัจฉริยะ ใช้ข้อมูลจากเมืองที่ได้รับการรับรองตามขอบเขตการศึกษา ซึ่งไม่ใช่นิยามเดียวกับการรวมทุกเทศบาลและกิจกรรมนำร่อง

รายชื่อและสถานะเปลี่ยนได้เมื่อมีโครงการใหม่หรือปรับขอบเขตงาน หากจะเผยแพร่ข้อมูล ควรระบุทั้งประเภทพื้นที่และวันที่ตรวจสอบไว้ด้วย ผู้อ่านจะได้รู้ว่ารายชื่อนั้นสะท้อนข้อมูลช่วงใด

คำถามที่พบบ่อย

เมืองอัจฉริยะในไทยมีทั้งหมดกี่แห่ง

คำตอบขึ้นอยู่กับสิ่งที่นับ เมืองที่ได้รับการรับรอง พื้นที่โครงการ และเขตนำร่องอาจอยู่คนละชุดข้อมูล จึงไม่ควรนำตัวเลขจากข่าวต่างปีมาบวกกัน หากต้องใช้จำนวนล่าสุด ให้ตรวจฐานข้อมูลของ depa พร้อมดูนิยามและวันที่ข้อมูลได้รับการปรับปรุง

เมืองอัจฉริยะต้องมีเทคโนโลยีอะไรบ้าง

ไม่มีชุดอุปกรณ์ที่ทุกเมืองต้องติดตั้งเหมือนกัน เครื่องมือดิจิทัลควรตอบเป้าหมายของพื้นที่ เช่น ช่วยจัดการข้อมูลเพื่อปรับบริการ หรือช่วยติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อม สิ่งสำคัญคือหน่วยงานใช้ข้อมูลนั้นแก้ปัญหาได้จริงและประชาชนเข้าถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้น

โครงการเมืองอัจฉริยะมีเฉพาะในกรุงเทพฯ หรือไม่

มีพื้นที่พัฒนาในหลายภูมิภาค ตัวอย่างในบทความนี้ครอบคลุมระยอง ภูเก็ต ขอนแก่น เชียงใหม่ และกิจกรรมในเชียงรายด้วย อย่างไรก็ตาม แต่ละชื่ออาจหมายถึงพื้นที่จัดอันดับ เทศบาลในเครือข่าย หรือกิจกรรมนำร่อง จึงไม่ควรเหมารวมว่าได้รับการรับรองสถานะเดียวกัน

ประชาชนตรวจสอบข้อมูลโครงการได้จากที่ไหน

เริ่มที่ Smart City Data Platform ของ depa เพื่อดูชื่อพื้นที่ ประเภทเมือง และผู้ดำเนินโครงการ จากนั้นตรวจเว็บไซต์หรือประกาศของหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเมื่ออยากรู้ว่ากิจกรรมล่าสุดเปิดให้ใช้บริการแล้วหรือยัง ควรดูวันที่ประกาศทุกครั้ง

เมืองอัจฉริยะต่างจากเมืองดิจิทัลอย่างไร

คำว่าเมืองดิจิทัลมักชวนให้นึกถึงบริการออนไลน์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ส่วนเมืองอัจฉริยะมองการใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาเมืองหลายด้าน รวมถึงชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อม การมีบริการดิจิทัลจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาได้ แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าเมืองดำเนินงานครบทุกด้าน

โครงการกระจายทั่วไทย แต่ต้องดูสถานะเป็นรายพื้นที่

โครงการเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศไทยมีทั้งย่านในกรุงเทพฯ พื้นที่พัฒนาในภาคตะวันออก และเมืองภูมิภาค ขนาดพื้นที่ จุดเน้น และสถานะของแต่ละแห่งต่างกัน จึงอ่านชื่อโครงการเพียงอย่างเดียวไม่ได้

ก่อนนำรายชื่อไปอ้างอิง ให้ตรวจ ขอบเขตพื้นที่และสถานะล่าสุดจากข้อมูลทางการเสมอ วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพเมืองอัจฉริยะของไทยตามที่แต่ละพื้นที่ดำเนินงานอยู่จริง

Continue Reading
เชียงราย - Chiang Rai News 11 hours ago

ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า

ข่าวกีฬา Sports 11 hours ago

งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย

เชียงราย - Chiang Rai News 12 hours ago

ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
ข่าวอาชญากรรม - Crime 18 hours ago

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน

เชียงใหม่ - Chiang Mai 18 hours ago

ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด

เชียงราย - Chiang Rai News 19 hours ago

ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม

สุขภาพและการแพทย์ Health 2 days ago

Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาทำการ และการเดินทาง
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide 4 weeks ago

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาเปิด และวิธีไปให้ไม่พลาด

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

ข่าวอาชญากรรม - Crime 3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท

Trending

Build a Mobile Website
View Site in Mobile | Classic
Share by: