เชียงราย – กระทรวงคมนาคม โดยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะลงพื้นที่ จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 และทางลอดแยกศูนย์ราชการ สาย ชร.1023 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2570 เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด เพิ่มความปลอดภัย และรองรับการเติบโตของการค้าชายแดนระหว่างไทย สปป.ลาว และจีนตอนใต้
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดเชียงราย เพื่อเร่งรัดโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งทางถนน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างอำเภอเมืองเชียงรายไปยังอำเภอ เชียงของ ซึ่งเป็นประตูหลักในการค้าขายและการท่องเที่ยวชายแดน
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่เมือง เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน และยกระดับศักยภาพระบบโลจิสติกส์ (การขนส่งสินค้า) เพื่อรองรับมูลค่าการค้าชายแดนที่เติบโตอย่างต่อเนื่องระหว่าง ประเทศไทย สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ตามรายงานข่าวของ กรุงเทพธุรกิจ
ประเด็นสำคัญ
- พัฒนา 2 โครงการหลัก:ครอบคลุมการสร้างทางลอดบริเวณแยกศูนย์ราชการ (ชร.1023) และการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 เป็น 4 ช่องจราจร
- กำหนดเสร็จปี 2570:ทางลอดแยกศูนย์ราชการมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2570 ส่วนโครงการขยายทางหลวง 1020 จะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2570
- เน้นย้ำความปลอดภัย:กำชับให้ผู้รับจ้างติดตั้งสัญญาณเตือน ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยเข้มงวดตลอดแนวพื้นที่ก่อสร้าง
เจาะลึก 2 โครงการใหญ่ ยกระดับคมนาคมเชียงราย
คณะตรวจราชการนี้นำโดยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ พร้อมด้วยนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างสำคัญ 2 แห่งที่มีบทบาทต่อการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้าในพื้นที่
1. โครงการทางลอดและปรับปรุงถนน สาย ชร.1023 (แยกศูนย์ราชการ)
โครงการนี้ดำเนินการโดยกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เป็นการก่อสร้างทางลอดและปรับปรุงถนนบริเวณจุดตัดแยกศูนย์ราชการ บนทางหลวงชนบทหมายเลข ชร.1023 มีระยะทางรวม 425.50 เมตร โดยออกแบบเป็นทางขนาด 4 ช่องจราจร (ไป-กลับ)
นอกจากนี้ โครงการยังรวมถึงการขยายสะพานข้ามแม่น้ำกก เพื่อเพิ่มความกว้างช่องจราจรให้มีความสม่ำเสมอตลอดเส้นทาง การปรับปรุงนี้จะช่วยขจัดปัญหาคอขวดบริเวณสี่แยกฝั่งหมิ่น ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ และอำนวยความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้อย่างรวดเร็ว

2. โครงการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 สายเชียงราย–เชียงของ
กรมทางหลวง (ดล.) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาทางหลวงหมายเลข 1020 เพื่อยกระดับเส้นทางเชื่อมโยงจากอำเภอเมืองเชียงราย ผ่านอำเภอเทิง และต่อยอดไปยังอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา มุ่งหน้าสู่ด่านชายแดนบ้านฮวก โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ตอนสำคัญ:
- ตอนที่ 1 (กม.7+420 – กม.18+600):ช่วงบ้านหัวดอย ถึง บ้านใหม่ดอนลาน ระยะทาง 11.18 กิโลเมตร ปรับปรุงเป็นทางขนาด 4 ช่องจราจร เชื่อมต่อไปยังทางหลวงหมายเลข 1421 เพื่อมุ่งสู่สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ท่าเรือเชียงแสน สปป.ลาว และจีนตอนใต้
- ตอนที่ 2 (กม.18+600 – กม.30+000):ช่วงบ้านหัวดอย ถึง บ้านใหม่ดอนลาน ระยะทาง 11.40 กิโลเมตร เป็นการขยายเส้นทางหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราความเร็วในการขนส่งสินค้าอย่างปลอดภัย
รับฟังเสียงประชาชน พร้อมชูมาตรการความปลอดภัยสูงสุด
นอกจากการตรวจความคืบหน้าเชิงวิศวกรรมแล้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมยังได้ให้ความสำคัญกับผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งป้ายเตือนและไฟส่องสว่างให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุยามค่ำคืน
ขณะเดียวกัน คณะทำงานยังได้เดินทางไปยังวัดสบเปา ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย เพื่อร่วมประชุมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากชาวบ้านในพื้นที่โดยตรง โดยมีนายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย เขต 5 และนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมรับฟังข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการบูรณาการแก้ปัญหาต่อไป
การเร่งรัดและพัฒนาโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 1020 และทางลอดแยกศูนย์ราชการ ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาปัญหาจราจรในชีวิตประจำวันของชาวเชียงรายเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูการค้าและการท่องเที่ยวของภาคเหนือตอนบน การเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งสินค้าไปยังสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 และด่านชายแดนบ้านฮวก จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่สถานที่สำคัญ เช่น ดอยผาตั้ง ภูชี้ฟ้า และอุทยานแห่งชาติภูซาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เปิดแล้ว”ผกาดจาดนัก ปี 2″ พลิกโฉมกาดหลวงเชียงรายสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิต
คนขับรถบรรทุกถูกจับกุมในจังหวัดเชียงราย: ด่านตรวจของตำรวจยึดยาไอซ์ได้ 58 กิโลกรัม
เชียงราย - Chiang Rai News
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย– หลังจากรอคอยมานานเกือบ 10 ปี ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้ตัดสินคดีสำคัญใน จังหวัดเชียงราย คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณของ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งมีทั้งงบอาหารกลางวันและงบซ่อมแซมอาคารเรียน
ครูผู้ร้องเรียนได้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึง 2560 จนกระทั่งผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องหลายคนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว การตัดสินครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของสังคมว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าจะยังคงสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ป.ป.ช. ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการชี้มูลความผิดคดีทุจริตงบโรงเรียนในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่หลายราย ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่
- บางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว แต่คดีอาญาที่เหลือถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การเปิดโปงทุจริตงบซ่อมแซมโรงเรียนและบ้านพักครู
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในหลายโครงการหลัก เช่น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมห้องสหกรณ์โรงเรียน และโครงการว่าจ้างปรับปรุงบ้านพักครูจำนวนหลายหลัง อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกพบว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151 และ 157 พวกเขาถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนว่าเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน
นอกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกและตัวแทนจากภาคเอกชนที่ถูกชี้มูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการทุจริตในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าคดีความจะมีความคืบหน้าหลังจากการรอคอยอย่างยาวนาน แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าความล่าช้าทำให้บางคดีหมดอายุความไปแล้ว ผู้กระทำผิดบางรายจึงรอดพ้นจากการถูกลงโทษทางอาญาไปอย่างน่ากังขา
ขั้นตอนต่อไปและการเรียกร้องค่าเสียหายคืนสู่รัฐ
สำหรับคดีอาญาที่ยังไม่หมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปโดยทันที นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ยังมีสถานะเป็นข้าราชการ
สำนักงานการศึกษาส่วนภูมิภาคได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และความล่าช้าในระบบยุติธรรมของ ประเทศไทย
ปัญหาการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันและงบปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทของจังหวัดเชียงราย การสูญเสียงบประมาณที่สำคัญเหล่านี้ทำให้เด็กๆ ขาดโอกาสและโภชนาการที่พวกเขาควรจะได้รับอย่างเต็มที่ตามสิทธิพื้นฐาน
ประชาชนและหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายต่างคาดหวังว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่เข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานของโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป การสร้างความโปร่งใสและกำจัดการทุจริตในระบบการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเยาวชนและประเทศชาติในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คดีทุจริตโรงเรียนเชียงรายเกิดขึ้นที่อำเภอใด?
A: คดีนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยเป็นการทุจริตงบประมาณซ่อมแซมอาคารและงบอาหารกลางวันในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560
Q: ใครเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตครั้งนี้บ้าง?
A: ผู้ถูกกล่าวหาหลักคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียน (ในขณะนั้น) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด
Q: ทำไมบางข้อกล่าวหาถึงไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้?
A: เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานของ ป.ป.ช. ใช้เวลานานเกือบ 10 ปี ทำให้ข้อกล่าวหาบางส่วนขาดอายุความตามกฎหมายไปแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
เชียงราย – การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเยาวชนและสังคมให้ก้าวหน้า เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ล่าสุดได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026” กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างคึกคัก ณ ห้องลีลาวดี โดยมี นักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากหลากหลาย โรงเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเปิดค่าย STEAM ปี 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เด็กชั้น ป.4-ป.6
- กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ความรู้เชิงลึกและสอนการคิดวิเคราะห์
- โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” ที่เน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาจริง
ยกระดับทักษะด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM
เป้าหมายหลักของค่ายนี้คือการปลูกฝังทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า STEAM แนวทางนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในตำราเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้รูปแบบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้ผ่านการทดลองที่สนุกสนานและท้าทายความคิด
กิจกรรมในค่ายได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาราภรณ์ เตรียมโพธิ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นพบความถนัดของตนเองและต่อยอดจินตนาการสู่นวัตกรรมใหม่ๆ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตของนครเชียงราย
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันของคณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นเปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้นักเรียน การสร้างทักษะแห่งอนาคตเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นโยบายของ เทศบาลนครเชียงราย ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การผลักดันวิสัยทัศน์ “นครแห่งการเรียนรู้” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่า การศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาคน และคนที่มีศักยภาพจะกลับมาพัฒนาเมืองเชียงรายให้ยั่งยืนต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าย Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026 จัดขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด?
ค่ายนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการคิดและสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมตั้งแต่ยังเด็ก
กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน วิธีนี้มีความสำคัญเพราะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ใครคือผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้?
กิจกรรมนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งวิทยากรมาให้ความรู้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย – เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษา จังหวัดเชียงราย ได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน เวียงป่าเป้า วิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “ เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570 ” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ:นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ:เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด:เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย











