ข่าวอาชญากรรม - Crime

แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี

Naree Srisuk

Published

on

ลำปาง – เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเด็กหญิงวัย 15 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นหญิงนำโดย “ซ้อเนย” รุม ทำร้ายร่างกาย จนหมดสติและชักเกร็ง บริเวณใกล้ห้างโลตัส สาขาสบตุ๋ย จังหวัดลำปาง สาเหตุหลักมาจากความหึงหวงที่เพื่อนชายเข้ามาพูดคุยกับผู้เสียหาย ล่าสุดผู้เป็นแม่ทนไม่ไหวต้องบินด่วนจาก น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ เพื่อมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด โดยยืนยันจะเอาเรื่องจนถึงที่สุดเพื่อความปลอดภัยของลูก

ความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่นยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทยที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ล่าสุดเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจขึ้นที่จังหวัดลำปาง เมื่อนางบี (นามสมมุติ) ผู้เป็นแม่ ต้องรีบเดินทางจาก กรุงเทพมหานคร เพื่อมาทวงความยุติธรรมให้กับลูกสาว เด็กหญิงซี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ถูกกลุ่มวัยรุ่นหญิงรุมทำร้ายร่างกายอย่างทารุณกลางดึก

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แม่ของผู้เสียหายเปิดเผยว่า หลังจากเห็นคลิปวิดีโอที่ลูกสาวถูกทำร้ายจนสลบคาที่ เธอรู้สึกตกใจและหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของลูกอย่างมาก จึงตัดสินใจพาลูกเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองลำปาง ทันที เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

ประเด็นสำคัญ  

  • เหตุการณ์ระทึก:เด็กหญิงวัย 15 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ และรุมทำร้ายจนหมดสติและชักเกร็ง บริเวณถนนใกล้ห้างโลตัส สบตุ๋ย จังหวัดลำปาง
  • ผู้ก่อเหตุและแรงจูงใจ:แก๊งก่อเหตุนำโดย น.ส.เนย อายุ 19 ปี หรือ “ซ้อเนย” ลงมืออย่างอุกอาจเพราะหึงหวงที่เพื่อนชายของตนเองมาพูดคุยแสดงความสนใจผู้เสียหาย
  • การทวงความยุติธรรม:แม่ของผู้เสียหายบินตรงจากกรุงเทพฯ เพื่อเข้าแจ้งความเอาผิด โดยยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกสาวถูกตามมาทำร้ายซ้ำ

เหตุการณ์อันน่าตกใจนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยผู้เสียหายกำลังเดินทางกลับบ้านในช่วงกลางคืนพร้อมกับเพื่อนรุ่นพี่ชั้น ม.5 จำนวน 2 คน หลังจากเลิกทำงานพิเศษล่วงเวลาและแวะเติมน้ำมันที่บริเวณสามแยกโรงน้ำแข็งเมืองลำปาง เมื่อขี่รถผ่านซอยใกล้ห้างโลตัส สาขาสบตุ๋ย กลุ่มวัยรุ่นหญิงประมาณ 4 คนได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาประกบอย่างกระชั้นชิด

เด็กหญิงวัย 15 ปี ระบุว่าหนึ่งในผู้ก่อเหตุคือ น.ส.เนย อายุ 19 ปี หรือที่วัยรุ่นในพื้นที่รู้จักกันในฉายา “ ซ้อเนย ” พร้อมด้วยเพื่อนอีกคนที่ชื่อแคท ทั้งสองคนได้ตรงเข้ามารุมตบ เตะ และกระทืบผู้เสียหายอย่างรุนแรงแบบไม่ยั้งมือ การทำร้ายร่างกายดำเนินไปจนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดสติ และมีอาการชักเกร็งลงไปกองกับพื้น ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะพากันหลบหนีไปในความมืด

พยานถูกข่มขู่และแรงจูงใจในการก่อเหตุ

เพื่อนนักเรียนชั้น ม.5 ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เธอเห็นการกระทำอันป่าเถื่อนทั้งหมด และพยายามจะเข้าไปห้ามปรามเพื่อช่วยรุ่นน้อง แต่กลับถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุข่มขู่และสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว หลังจากกลุ่มคนร้ายหนีไป เธอจึงตั้งสติและรีบพาผู้เสียหายซ้อนท้ายจักรยานยนต์กลับบ้านที่อำเภอเกาะคาทันที

ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองลำปาง แต่ด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกดักทำร้ายซ้ำ จึงไม่กล้าเดินทางไปตรวจรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาล สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่ามาจากปัญหาความหึงหวงส่วนตัว หลังจากมีเพื่อนชายเข้ามาพูดคุยหรือแสดงความสนใจในตัวผู้เสียหาย ทำให้ “ซ้อเนย” เกิดความไม่พอใจอย่างหนัก จึงนัดแนะพรรคพวกมาก่อเหตุดังกล่าว

นอกเหนือจากบาดแผลทางร่างกายที่รุนแรงจนถึงขั้นหมดสติและชักเกร็งแล้ว สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือผลกระทบทางจิตใจของผู้เสียหาย การถูกรุมทำร้ายในที่สาธารณะโดยกลุ่มคนที่อายุมากกว่า สร้างความบอบช้ำทางจิตใจอย่างมหาศาล เด็กวัยเพียง 15 ปีต้องเผชิญกับความหวาดผวาและความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ความกลัวนี้รุนแรงถึงขั้นที่ผู้เสียหายไม่กล้าเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา

บาดแผลที่มองไม่เห็นเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า หรือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) ได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ครอบครัวจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเยียวยาจิตใจ แม่ของผู้เสียหายได้แสดงให้เห็นถึงความรักและความเข้มแข็ง ด้วยการบินข้ามจังหวัดมาปกป้องลูกสาวทันทีที่ทราบเรื่อง ซึ่งนับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการช่วยให้ผู้เสียหายรู้สึกปลอดภัยอีกครั้ง

ข้อหาที่ผู้ก่อเหตุอาจได้รับและกระบวนการทางกฎหมาย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองลำปาง ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว โดยพบว่า น.ส.เนย มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตำบลชมพู อำเภอเมืองลำปาง ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง และติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองรายมาสอบปากคำ การกระทำของ น.ส.เนย และพวก ถือเป็นความผิดร้ายแรงทางอาญา ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

ในมุมมองทางกฎหมาย ผู้ก่อเหตุอาจต้องเผชิญกับข้อหาหนักหลายกระทง ความผิดแรกคือการร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หากผลการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ระบุว่าบาดแผลมีความรุนแรงมาก ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งมีโทษจำคุกที่สูงขึ้น นอกจากนี้ การข่มขู่พยานที่พยายามเข้าช่วยเหลือยังอาจมีความผิดฐานข่มขู่บังคับจิตใจผู้อื่นอีกด้วย การดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดจะช่วยเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคมและป้องกันการลอกเลียนแบบ

คดีของแก๊ง “ซ้อเนย” เป็นเพียงหนึ่งในหลายเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่นไทย ปัจจุบันเยาวชนหลายคนมักใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา และเลือกที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อกลั่นแกล้งหรือทำร้ายผู้อื่น การกระทำเหล่านี้มักถูกบันทึกเป็นคลิปวิดีโอและส่งต่อในโลกออนไลน์ ซึ่งยิ่งเป็นการทำร้ายผู้เหยื่อซ้ำเติมในพื้นที่ดิจิทัล ปัญหานี้เป็นผลมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการเลียนแบบพฤติกรรมจากสื่อสังคมออนไลน์ สภาพแวดล้อมที่เติบโตมา รวมถึงการขาดทักษะในการจัดการอารมณ์

ปัญหาความรุนแรงในวัยรุ่นไทยที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ปัญหาความรุนแรงในวัยรุ่นไทยที่ทวีความรุนแรงขึ้น

หลายครั้งที่เยาวชนผู้ก่อเหตุมักคิดว่าตนเองมีพรรคพวกเยอะ หรือเป็นที่รู้จักในพื้นที่ จึงกล้าลงมือทำร้ายคนอื่นโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เหมือนดั่งกรณีของ “ซ้อเนย” ที่มีฉายาเป็นที่รู้จักในกลุ่มวัยรุ่นลำปาง สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนว่าสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหันมาใส่ใจ และหาทางป้องกันปัญหาอาชญากรรมในเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง

เพื่อเป็นการปกป้องบุตรหลานจากเหตุการณ์เลวร้าย พ่อแม่ผู้ปกครองควรเริ่มต้นจากการสร้างบรรยากาศภายในบ้านที่อบอุ่นและเปิดกว้าง ให้เด็กกล้าพูดคุยและปรึกษาปัญหาทุกเรื่องโดยไม่รู้สึกว่าถูกตัดสิน หมั่นสังเกตความผิดปกติทั้งทางร่างกาย เช่น รอยฟกช้ำตามตัว และความผิดปกติทางพฤติกรรม เช่น การเก็บตัว ไม่อยากไปโรงเรียน หรือมีความหวาดระแวงผิดปกติ

หากพบว่าบุตรหลานตกเป็นเหยื่อความรุนแรง พ่อแม่ต้องเป็นที่พึ่งพิงหลักและรีบให้ความช่วยเหลือด้านจิตใจอย่างใกล้ชิด ต้องพาเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพื่อเก็บหลักฐาน และเข้าแจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด การปล่อยผ่านเรื่องราวเหล่านี้ไป อาจทำให้ผู้กระทำผิดได้ใจและไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่น ดังที่แม่ของผู้เสียหายในคดีนี้ได้ตัดสินใจลุกขึ้นมาสู้เพื่อความยุติธรรมของลูกสาว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง

ชายอายุ 21 ปี ถูกจับกุมในจังหวัดลำปาง ในข้อหาปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่อำเภอและหลอกลวงประชาชนเป็นเงินกว่า 200,000 บาท

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

กาญจนบุรี– เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและ ทำร้ายร่างกาย ผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online

ประเด็นสำคัญ

  • ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
  • เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์ กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
  • ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน

จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้

สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ

นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้

การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์

เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด

การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น

กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด

ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที

พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่

ประเด็นสำคัญ

  • ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
  • เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
  • ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย

การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง

ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน

เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที

เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน

สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน

นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจร ยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที

ประเด็นสำคัญ:

  • เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
  • ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
  • การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”

สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ

ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ

กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย - Chiang Rai News 11 hours ago

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย - Chiang Rai News 11 hours ago

เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม

สุขภาพและการแพทย์ Health 11 hours ago

Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ

เชียงราย - Chiang Rai News 11 hours ago

เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027

เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 days ago

ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9

สุขภาพและการแพทย์ Health 2 days ago

สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย และจับกุมชาวจีนที่อินเตอร์โพลต้องการตัว

ข่าว - News 4 weeks ago

พะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด

การเงิน -Finance 4 weeks ago

วิกฤติสินเชื่ออสังหาฯ ไทย: ยอดปฏิเสธพุ่งเกือบครึ่ง ทะลุ 44.9% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน
เทคโนโลยี - Tech 4 weeks ago

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน

ข่าวธุรกิจ Business 4 weeks ago

ผลสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ปี 2569

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย
สุขภาพและการแพทย์ Health 4 weeks ago

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

Download Our App

Trending

Build a Mobile Website
View Site in Mobile | Classic
Share by: