เชียงราย– สภาพอากาศใน จังหวัดทางภาคเหนือ ของ ประเทศไทย ได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก จากพายุฝนที่ตกกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์นี้ส่งผลให้เกิด น้ำป่าไหลหลาก และปัญหาอุทกภัยฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะใน จังหวัดเชียงราย และจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ประชาชนหลายร้อยหลังคาเรือนกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากมวลน้ำที่เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเช้าวันนี้
ที่จังหวัดเชียงราย มวลน้ำจำนวนมากจากดอยลิไข่ได้หลากเข้าท่วมถนนพหลโยธิน ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนักในฝั่งขาขึ้นเข้าหมู่บ้านแม่ปูคา เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งลงพื้นที่เปิดไฟสัญญาณ เพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน ขณะเดียวกัน พื้นที่อำเภอแม่สายก็กำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากระดับน้ำ ในแม่น้ำสายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ประเด็นสำคัญ
- เชียงรายรับศึกหนัก:มวลน้ำป่าจากดอยลิไข่ไหลทะลักเข้าท่วมถนนสายหลัก ขณะที่รอยรั่วของพนังกั้นน้ำในอำเภอแม่สายได้รับการซ่อมแซมแล้ว
- แม่ฮ่องสอนอ่วมน้ำป่า:น้ำป่าพัดเศษซากไม้ถล่มสะพานซูตองเป้ และสะพานหมู่บ้าน จนชาวบ้านต้องเร่งจ้างรถแบ็กโฮมาตักขยะออกอย่างเร่งด่วน
- เฝ้าระวัง 17 จังหวัด:กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สั่งการเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดช่วงเดือนสิงหาคมนี้
สถานการณ์น้ำท่วมในเชียงรายและแม่ฮ่องสอน
แม้ว่าล่าสุดรอยรั่วของพนังกั้นน้ำกึ่งถาวร ในบริเวณชุมชนเกาะทราย อำเภอแม่สาย จะได้รับการแก้ไขแล้วก็ตาม แต่ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกำแพงคอนกรีตฝั่งท่าขี้เหล็กเกิดการทรุดตัว และระดับน้ำอาจกลับมาสูงขึ้นจนใกล้ล้นตลิ่งอีกครั้ง ทางกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า แม้ปริมาณฝนจะเริ่มลดลง แต่การระบายน้ำยังทำได้ยากมาก
ขยับไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน สถานการณ์น้ำป่าก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน น้ำที่ไหลหลากอย่างรวดเร็ว ได้พัดพาเศษต้นไม้และกิ่งไม้มาอัดแน่นที่สะพานทางเข้าหมู่บ้าน โดยเฉพาะที่สะพานซูตองเป้ ของวัดภูสมณาราม น้ำได้หลากเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของชาวบ้านโดยรอบจนจมมิด พระสงฆ์และสามเณรต้องลงมาตรวจสอบโครงสร้างสะพานอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ผู้นำชุมชนต้องระดมทุนเพื่อจ้างรถแบ็กโฮ มาช่วยตักเศษขยะที่มากับน้ำป่าออกไป การจัดการสิ่งกีดขวางเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้โครงสร้างสะพานได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้ ทุกฝ่ายกำลังเร่งมือทำงานแข่งกับเวลา เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
ผลกระทบในพื้นที่เพชรบูรณ์และการเตรียมพร้อม
นอกจากภาคเหนือตอนบนแล้ว จังหวัดเพชรบูรณ์ก็ได้รับผลกระทบจากมรสุมฝนตกหนักเช่นเดียวกัน น้ำได้ไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่อำเภอหล่มเก่าและอำเภอหล่มสักกว่าหลายร้อยครัวเรือน แม้ว่าล่าสุดระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้ว แต่เทศบาลเมืองหล่มสักยังคงต้องปักสัญญาณธงแดงแจ้งเตือนอันตรายเอาไว้
เจ้าหน้าที่ได้นำกระสอบทรายมาอุดช่องโหว่ บริเวณป้ายถนนคนเดินไทหล่ม เพื่อป้องกันมวลน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เป็นสิ่งสำคัญมากในการลดความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ ประชาชนในพื้นที่ต่างร่วมมือร่วมใจกันอย่างเต็มที่ เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้
หน่วยงานท้องถิ่นยังคงเฝ้าติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด และมีการแจ้งเตือนประชาชนให้ตื่นตัวอยู่เสมอ การสื่อสารที่รวดเร็วและชัดเจน ช่วยให้ชาวบ้านสามารถเก็บข้าวของขึ้นที่สูงได้ทันเวลา นี่คือตัวอย่างของการจัดการภัยพิบัติในระดับชุมชนที่มีประสิทธิภาพ
การพยากรณ์อากาศและคำเตือนจากภาครัฐ
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนประชาชน ในช่วงกลางสัปดาห์ไปจนถึงปลายสัปดาห์นี้ พื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ต้องระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากยังมีสูงมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ
ทางด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์วิกฤตนี้ ได้มีการเรียกประชุมด่วนทีม ปภ. ภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด เพื่อวางแผนรับมืออุทกภัยอย่างรัดกุม โดยคาดการณ์ว่าปริมาณฝนในเดือนสิงหาคมปีนี้ จะมีมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติในหลายพื้นที่อย่างแน่นอน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้เตรียมบุคลากรและเครื่องมือเพื่อช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูงควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด สามารถดูรายละเอียดและข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยาโดยตรง – คลิกที่นี่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหยื่อการหลอกลวงหางานผ่าน TikTok ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานจัดหางานเชียงราย
วิกฤตแม่น้ำปนเปื้อนเชียงราย: สหประชาชาติลงพื้นที่หาทางออก ขณะชาวบ้านผวาภัยโลหะหนักข้ามแดน
เชียงราย - Chiang Rai News
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย– หลังจากรอคอยมานานเกือบ 10 ปี ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้ตัดสินคดีสำคัญใน จังหวัดเชียงราย คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณของ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งมีทั้งงบอาหารกลางวันและงบซ่อมแซมอาคารเรียน
ครูผู้ร้องเรียนได้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึง 2560 จนกระทั่งผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องหลายคนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว การตัดสินครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของสังคมว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าจะยังคงสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ป.ป.ช. ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการชี้มูลความผิดคดีทุจริตงบโรงเรียนในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่หลายราย ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่
- บางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว แต่คดีอาญาที่เหลือถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การเปิดโปงทุจริตงบซ่อมแซมโรงเรียนและบ้านพักครู
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในหลายโครงการหลัก เช่น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมห้องสหกรณ์โรงเรียน และโครงการว่าจ้างปรับปรุงบ้านพักครูจำนวนหลายหลัง อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกพบว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151 และ 157 พวกเขาถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนว่าเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน
นอกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกและตัวแทนจากภาคเอกชนที่ถูกชี้มูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการทุจริตในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าคดีความจะมีความคืบหน้าหลังจากการรอคอยอย่างยาวนาน แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าความล่าช้าทำให้บางคดีหมดอายุความไปแล้ว ผู้กระทำผิดบางรายจึงรอดพ้นจากการถูกลงโทษทางอาญาไปอย่างน่ากังขา
ขั้นตอนต่อไปและการเรียกร้องค่าเสียหายคืนสู่รัฐ
สำหรับคดีอาญาที่ยังไม่หมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปโดยทันที นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ยังมีสถานะเป็นข้าราชการ
สำนักงานการศึกษาส่วนภูมิภาคได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และความล่าช้าในระบบยุติธรรมของ ประเทศไทย
ปัญหาการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันและงบปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทของจังหวัดเชียงราย การสูญเสียงบประมาณที่สำคัญเหล่านี้ทำให้เด็กๆ ขาดโอกาสและโภชนาการที่พวกเขาควรจะได้รับอย่างเต็มที่ตามสิทธิพื้นฐาน
ประชาชนและหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายต่างคาดหวังว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่เข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานของโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป การสร้างความโปร่งใสและกำจัดการทุจริตในระบบการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเยาวชนและประเทศชาติในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คดีทุจริตโรงเรียนเชียงรายเกิดขึ้นที่อำเภอใด?
A: คดีนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยเป็นการทุจริตงบประมาณซ่อมแซมอาคารและงบอาหารกลางวันในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560
Q: ใครเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตครั้งนี้บ้าง?
A: ผู้ถูกกล่าวหาหลักคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียน (ในขณะนั้น) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด
Q: ทำไมบางข้อกล่าวหาถึงไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้?
A: เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานของ ป.ป.ช. ใช้เวลานานเกือบ 10 ปี ทำให้ข้อกล่าวหาบางส่วนขาดอายุความตามกฎหมายไปแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
เชียงราย – การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเยาวชนและสังคมให้ก้าวหน้า เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ล่าสุดได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026” กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างคึกคัก ณ ห้องลีลาวดี โดยมี นักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากหลากหลาย โรงเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเปิดค่าย STEAM ปี 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เด็กชั้น ป.4-ป.6
- กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ความรู้เชิงลึกและสอนการคิดวิเคราะห์
- โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” ที่เน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาจริง
ยกระดับทักษะด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM
เป้าหมายหลักของค่ายนี้คือการปลูกฝังทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า STEAM แนวทางนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในตำราเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้รูปแบบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้ผ่านการทดลองที่สนุกสนานและท้าทายความคิด
กิจกรรมในค่ายได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาราภรณ์ เตรียมโพธิ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นพบความถนัดของตนเองและต่อยอดจินตนาการสู่นวัตกรรมใหม่ๆ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตของนครเชียงราย
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันของคณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นเปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้นักเรียน การสร้างทักษะแห่งอนาคตเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นโยบายของ เทศบาลนครเชียงราย ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การผลักดันวิสัยทัศน์ “นครแห่งการเรียนรู้” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่า การศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาคน และคนที่มีศักยภาพจะกลับมาพัฒนาเมืองเชียงรายให้ยั่งยืนต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าย Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026 จัดขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด?
ค่ายนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการคิดและสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมตั้งแต่ยังเด็ก
กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน วิธีนี้มีความสำคัญเพราะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ใครคือผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้?
กิจกรรมนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งวิทยากรมาให้ความรู้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย – เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษา จังหวัดเชียงราย ได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน เวียงป่าเป้า วิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “ เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570 ” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ:นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ:เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด:เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย









