เชียงราย – วันที่ 4 สิงหาคม 2569 จังหวัดเชียงราย ได้ก้าวไปอีกขั้นในการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการ “หมอหนี้ชุมชน” อย่างเป็นทางการ งานนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐและเครือข่ายชุมชนทั่วจังหวัดเข้าร่วมถึง 120 คน
ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกคน การแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง เราจำเป็นต้องสร้างความรู้ด้านการจัดการเงิน การวิเคราะห์หนี้ และปลูกฝังวินัยการออมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ครอบครัว
ประเด็นสำคัญ
- การเปิดตัวโครงการ:เชียงรายเริ่มโครงการ “หมอหนี้ชุมชน” เพื่อให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาหนี้สินให้ชาวบ้านอย่างเป็นระบบ
- ความร่วมมือระดับจังหวัด:หน่วยงานรัฐและสถาบันการเงินหลายแห่งจับมือกันเพื่อฝึกอบรมบุคลากรในชุมชน
- เป้าหมายหลัก:มุ่งเน้นการให้ความรู้ด้านการเงิน ลดปัญหาหนี้ครัวเรือน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
โครงการนี้เกิดจากการผนึกกำลังของหลายหน่วยงานสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาจังหวัดเชียงราย สำนักงานคลังจังหวัดเชียงราย และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พวกเขาร่วมกันฝึกอบรมและพัฒนา “หมอหนี้ชุมชน” ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็น หมอหนี้เหล่านี้จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำและช่วยชาวบ้านวางแผนจัดการหนี้สินได้อย่างเหมาะสม
การทำงานร่วมกันครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการแก้ปัญหาในระดับท้องถิ่น เมื่อผู้นำชุมชนมีความรู้ พวกเขาก็สามารถส่งต่อความเข้าใจที่ถูกต้องให้เพื่อนบ้านได้ วิธีนี้ช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงคำปรึกษาได้ง่ายและเป็นกันเองมากขึ้น ชุมชนจึงมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ดีขึ้น
2026/08/1-17.jpg" alt="เชียงรายเดินหน้า "หมอหนี้ชุมชน" กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน" width="2048" height="1152" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/1-17.jpg?w=2048&ssl=1 2048w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/1-17.jpg?resize=300%2C169&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/1-17.jpg?resize=1024%2C576&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/1-17.jpg?resize=768%2C432&ssl=1 768w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/1-17.jpg?resize=1536%2C864&ssl=1 1536w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/1-17.jpg?w=1480&ssl=1 1480w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
เป้าหมายหลักและการสร้างเครือข่ายที่มั่นคง
เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้คือการสร้างเครือข่ายจัดการหนี้ที่เข้มแข็งในระดับหมู่บ้าน เมื่อเครือข่ายแข็งแรง ความมั่นคงทางการเงินของชุมชนก็จะตามมา โครงการนี้มุ่งหวังที่จะลดปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงรายให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง ทุกคนจะได้มีชีวิตที่มั่นคงและสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างยั่งยืน การมี สุขภาพ การเงินที่ดีถือเป็นรากฐานสำคัญของความสุขในครอบครัว

วิธีการทำงานของหมอหนี้ในพื้นที่
เมื่อผ่านการอบรมแล้ว หมอหนี้ชุมชนจะลงพื้นที่พูดคุยและรับฟังปัญหาของลูกบ้านในแต่ละชุมชน พวกเขาจะใช้เครื่องมือวิเคราะห์หนี้ที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยแยกแยะและจัดลำดับความสำคัญของหนี้สิน จากนั้นจะร่วมกันวางแผนการจ่ายเงินคืนที่สอดคล้องกับรายได้ของแต่ละครอบครัว
การให้คำปรึกษาจะเป็นไปอย่างเป็นความลับและเต็มไปด้วยความเข้าใจ ซึ่งจะช่วยลดความเครียดของลูกหนี้ลงได้มาก ชาวบ้านจะรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยถึงปัญหาของตนเอง แทนที่จะหันไปพึ่งพาการกู้เงินนอกระบบที่อันตรายและมีดอกเบี้ยสูง
ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของโครงการนี้จะขึ้นอยู่กับการเปิดใจของชาวบ้านและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย จังหวัดเชียงรายกำลังเดินหน้าสู่การเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยั่งยืนให้พื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้ต่อไป ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ระทึกขวัญเชียงราย! ชายป่วยจิตเวชคลั่งถือมีดบุกโรงเรียน ตำรวจล้อมจับวุ่น
สมาคมกีฬาเชียงราย จัดหนัก! มอบอุปกรณ์กีฬา-อัดฉีดโค้ช เตรียมทัพเยาวชนลุยศึก “สุราษฎร์ธานีเกมส์”
ข่าวธุรกิจ Business
มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

ชาวจีน และชาวบ้านปะทะกัน">เชียงใหม่– กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ภาคเหนือ 8 แห่ง ร่วมกันจัดงาน “วิจิตรภูษา ภูมิปัญญาสร้างสรรค์ แพรพรรณท้องถิ่นไทย” ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต งานนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยด้านสิ่งทอ และนำความรู้ไปช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีเปิดงานแสดงสินค้าและผลงานวิจัยด้านสิ่งทออย่างยิ่งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ งานนี้เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตภาคเหนือทั้ง 8 แห่ง นำโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป้าหมายหลักคือการนำความรู้จากห้องเรียนมาสู่การปฏิบัติจริงในชุมชน
นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน ท่านได้เน้นย้ำถึงการใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าทอของไทย ทั้งนี้เพื่อให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกยุคใหม่
ประเด็นสำคัญ
- งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
- มุ่งเน้นการนำงานวิจัยมาพัฒนาผ้าทอไทย เพื่อสร้างรายได้จริงให้ชุมชนท้องถิ่น
- มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น แฟชั่นโชว์ การเสวนา และร้านขายสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน
เกิดอะไรขึ้นในงานนี้?
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้จับมือกับเพื่อนมหาวิทยาลัยอีก 7 แห่ง จัดงานใหญ่นี้ขึ้นมา มหาวิทยาลัยที่ร่วมจัดงานได้แก่ เชียงราย ลำปาง อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิบูลสงคราม และเพชรบูรณ์ ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานมากมายที่ได้จากการลงพื้นที่วิจัยจริงๆ ของอาจารย์และนักศึกษา
ในวันเปิดงาน มีผู้บริหารจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมงานอย่างคับคั่ง รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้กล่าวรายงานถึงความตั้งใจของงาน งานนี้ช่วยเชื่อมโยงสถาบันการศึกษากับชาวบ้านเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิด สิ่งนี้จะช่วยเปลี่ยนภูมิปัญญาดั้งเดิมให้กลายเป็นสินค้าที่ทันสมัยมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงที่น่าสนใจอย่างการเสวนาเรื่องการปรับตัวของผ้าไทยในยุคปัจจุบัน และที่พลาดไม่ได้คือแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ แฟชั่นโชว์ชุด “มรดกโขน ผ้าทอพิษณุโลก สู่ชุดพระราชทาน” แสดงให้เห็นถึงการนำผ้าทอท้องถิ่นมาตัดเย็บได้อย่างงดงามและทรงคุณค่า
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อชุมชน?
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดงานแสดงสินค้าทั่วไปเพื่อขายของ แต่เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับหมู่บ้าน กระทรวง อว. ให้ความสำคัญอย่างมากกับการนำความรู้สมัยใหม่มาช่วยชาวบ้านทำงาน การทำเช่นนี้สอดคล้องกับแนวคิดการทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
นายดนุพร ปุณณกันต์ กล่าวว่า การเล่าเรื่องราวหรือประวัติความเป็นมาของผ้าแต่ละผืน จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ เราต้องสอนให้เยาวชนและผู้ประกอบการรุ่นใหม่รู้จักการทำการตลาดแบบบอกเล่าเรื่องราว สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าเข้าใจและเห็นคุณค่าของผ้าไทยมากขึ้นกว่าเดิม
หากเราสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับความเก่งกาจดั้งเดิมของชาวบ้านได้ ผ้าทอไทยก็จะไม่ใช่แค่ของฝากตามเทศกาลอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีราคาสูง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องปากท้องในชุมชนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด?
กลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์เต็มๆ คือชาวบ้านและกลุ่มแม่บ้านทอผ้าในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง พวกเขาจะได้เรียนรู้วิธีการใหม่ๆ ในการผลิตผ้าให้มีสีสันสวยงามและใช้งานได้ทนทานมากขึ้น กลุ่มที่สองคือนักศึกษาและอาจารย์ ที่ได้นำทฤษฎีจากในห้องเรียนมาทดลองแก้ปัญหาจริงในพื้นที่
นอกจากนี้ ผู้บริโภคหรือผู้ที่มาร่วมงานก็จะได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ในราคาที่ยุติธรรมโดยตรงจากผู้ผลิต ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสอนทำงานฝีมือให้ผู้ที่สนใจได้ลองทำด้วยตัวเอง ถือเป็นการเรียนรู้ที่สนุกและได้ลงมือทำจริง
ตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับความสวยงามของวัฒนธรรมที่ถูกนำมาปรับปรุงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย คุณจะได้เห็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม การเล่นดนตรีพื้นบ้าน และเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอย่างเป็นกันเอง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตคืออะไร?
ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากงานนี้ จะถูกนำไปต่อยอดในการพัฒนาหมู่บ้านต่างๆ ในภาคเหนือต่อไป มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 8 แห่งยืนยันที่จะทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจะช่วยดูแลตั้งแต่การออกแบบลายผ้า ไปจนถึงการหาช่องทางขายของออนไลน์ให้ชาวบ้าน
การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย และชาวบ้าน จะเป็นรากฐานที่แข็งแรงในการพัฒนาประเทศ หากคุณสนใจอ่านข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำงานวิจัยมาช่วยชุมชน สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เว็บไซต์ของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สำหรับใครที่อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่หรือพื้นที่ใกล้เคียง วันนี้ (26 กรกฎาคม 2569) ยังคงเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน คุณสามารถเดินทางไปร่วมงานได้ที่ลาน GRAND HALL 03 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต นี่คือโอกาสดีที่คุณจะได้สนับสนุนสินค้าจากฝีมือคนไทยอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ค้างชำระค่าปรับจราจรในประเทศไทย? บอกลาป้ายภาษีประจำปีของคุณได้เลย!
คำเตือนสภาพอากาศรุนแรงของประเทศไทย: พื้นที่สีแดงเผชิญอุทกภัยและภัยแล้งรุนแรง
ข่าวธุรกิจ Business
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออนาคตเมืองอัจฉริยะ

เชียงราย – เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย ">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางไปพบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มผู้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรการพัฒนาเมืองอัจฉริยะสำหรับผู้บริหารท้องถิ่น การพบปะครั้งนี้จัดขึ้น ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างแรงบันดาลใจและเสริมแนวคิดการพัฒนาท้องถิ่นให้พร้อมก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
การอบรมในหลักสูตรพิเศษนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งสำคัญของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยนเรศวร และสมาคมพลังงานทดแทนสู่ชุมชนแห่ง ภาคเหนือ ของประเทศไทย">ประเทศไทย กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 16 ถึง 17 กรกฎาคม 2569 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและบุคลากรภาครัฐจากหลายพื้นที่ที่เดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก
ประเด็นสำคัญ
- วิสัยทัศน์ร่วมกัน:ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่น เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาใช้สร้างเมืองอัจฉริยะทั่วทั้งจังหวัด
- ยกระดับความรู้ผู้นำ:การอบรมมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัล การใช้พลังงานสะอาด และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมยุคใหม่แก่บุคลากรภาครัฐ
- เป้าหมายเพื่อประชาชน:โครงการนี้ต้องการให้ผู้บริหารนำความรู้ไปพัฒนางานบริการสาธารณะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
เจาะลึกเนื้อหาหลักสูตร: พลิกโฉมการบริหารด้วยระบบดิจิทัล
หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เป็นหลัก เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถนำเครื่องมือเหล่านี้ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองได้อย่างแท้จริง เนื้อหาในการอบรมครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้านที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในปัจจุบัน ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการสาธารณะแก่ประชาชนทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ การอบรมยังให้ความสำคัญกับการเลือกใช้พลังงานสะอาดและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในชุมชนระยะยาว ทั้งนี้ ทางหน่วยงานภาครัฐได้สนับสนุนข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทาง เว็บไซต์จังหวัดเชียงราย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการพัฒนาเมืองในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง

สร้างเครือข่ายความร่วมมือ มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ได้จากการอบรมครั้งนี้คือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคการศึกษา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารจากต่างพื้นที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายเมืองอัจฉริยะในระดับท้องถิ่นสามารถดำเนินไปได้อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับผู้นำท้องถิ่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต การนำนวัตกรรมมาปรับใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว แต่ยังช่วยกระจายโอกาสการพัฒนาไปสู่ทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม ท่านสามารถศึกษาแนวคิดและหลักสูตรการศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเริ่มใช้มาตรการควบคุมการค้าชายแดนใหม่ ณ ด่านตรวจ 3 แห่ง
ทางการลาวได้เนรเทศชาวไทย 22 คนกลับไปยังเชียงรายแล้ว หลังจากถูกจับกุมในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับศูนย์รับโทรศัพท์หลอกลวง
ข่าวธุรกิจ Business
เตือนภัยด่วน! สมาคมสื่อมวลชนเชียงรายประกาศระวังมิจฉาชีพ แอบอ้างชื่อรีดไถเงินผู้ประกอบการ

เชียงราย – เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 สมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ได้ออกแถลงการณ์ด่วนเพื่อเตือนภัยแก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันหลังพบกลุ่ม มิจฉาชีพ แอบอ้างตัวเป็นสื่อมวลชน เพื่อเข้าไปข่มขู่และกรรโชกทรัพย์จากหน่วยงานต่างๆ ทางสมาคมฯ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลกลุ่มนี้อย่างแน่นอน
กลุ่มผู้แอบอ้างได้ใช้วิธีการเรียกรับผลประโยชน์จากองค์กรและผู้จัดกิจกรรมต่างๆ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย พวกเขาใช้คำว่า “ค่าสื่อ” ระบุในหลักฐานการโอนเงินเพื่อหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ พร้อมทั้งข่มขู่ว่าจะนำเสนอข่าวในเชิงลบหากเหยื่อไม่ยอมจ่ายเงินตามที่เรียกร้อง ทางสมาคมฯ ถือว่าเรื่องนี้สร้างความเสียหายร้ายแรง และกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- กลุ่มมิจฉาชีพกำลังแอบอ้างเป็นสื่อมวลชนเชียงราย เพื่อข่มขู่และเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการต่างๆ
- สมาคมสื่อมวลชนฯ ยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงิน หรือส่งตัวแทนไปเรี่ยไรเงินใดๆ ทั้งสิ้น
- หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยหรือถูกข่มขู่ ให้รีบตรวจสอบกับทางสมาคมฯ หรือแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทันที
นายโชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีนี้อย่างชัดเจนเพื่อลดความตื่นตระหนก ท่านระบุว่าได้สั่งการให้มีการตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างละเอียดแล้ว ผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่า บุคคลเหล่านั้นไม่ได้เป็นสมาชิก หรือเป็นกรรมการบริหารของสมาคมฯ แต่อย่างใด
นายโชติสิริเน้นย้ำเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนว่า สมาคมไม่เคยขอรับเงินบริจาคจากองค์กรใดๆ และสมาคมไม่เคยอนุญาตให้บุคคลภายนอกใดๆ ขอรับหรือรับสินบนในนามของสมาคม
คำแนะนำสำหรับหน่วยงานและช่องทางการแจ้งเบาะแส
ทางสมาคมสื่อมวลชนฯ ขอฝากเตือนไปยังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดในระยะนี้ หากมีผู้ใดมาติดต่อโดยแอบอ้างชื่อสมาคมฯ เพื่อขอรับการสนับสนุน หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ขอให้ท่านระงับการจ่ายเงิน และทำการตรวจสอบข้อมูลก่อนเสมอ การยืนยันตัวตนกับทางสมาคมฯ โดยตรงคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยของทุกภาคส่วนในสังคม หากท่านพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการกรรโชกทรัพย์ หรือการหลอกลวงดังกล่าว ขอให้รีบดำเนินการปกป้องสิทธิ์ของท่านทันที ท่านสามารถแจ้งเบาะแสและส่งหลักฐานมายังสมาคมฯ หรือติดต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ เพื่อให้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ตลอดเวลา







































