เชียงราย – เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดประเด็นร้อนใน จังหวัดเชียงราย การคัดเลือกอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กลายเป็นเรื่องถกเถียงอย่างหนัก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ศาลาประชาคมบ้านฟาร์มสัมพันธกิจ หมู่ที่ 1 ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
ชาวบ้านและผู้นำชุมชนต้องการให้มีการลงคะแนนเสียงจากคนทั้งหมู่บ้าน แต่ฝ่ายตัวแทน อสม. เดิมกลับมองต่างออกไป พวกเขาเสนอว่าควรคัดเลือกเฉพาะคนในพื้นที่รับผิดชอบเท่านั้น ความคิดเห็นที่แตกต่างนี้ทำให้บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด
สรุปประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านต้องการให้เลือกตั้ง อสม. แบบลงคะแนนลับทั้งหมู่บ้าน เพื่อลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเด็กเส้น
- ประธาน อสม. ระบุว่าควรเลือกจากกลุ่มชาวบ้าน 20 กว่าหลังคาเรือนในพื้นที่รับผิดชอบเดิม เพราะรู้ปัญหา สุขภาพ คนในพื้นที่ดีกว่า
- สาธารณสุขอำเภอชี้แจงว่า สามารถทำได้ทั้ง 2 วิธีตามระเบียบกระทรวงฯ โดยเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสและตรวจสอบได้เป็นหลัก
เปิดมุมมองผู้นำชุมชน เน้นโปร่งใสทั้งหมู่บ้าน
นายชญากร นำพาภิวัฒน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ยืนยันว่าการลงคะแนนลับคือทางออกที่ดีที่สุด เขาอธิบายว่าหมู่บ้านเคยใช้วิธีนี้มาแล้วตั้งแต่ปี 2568 วิธีนี้ช่วยแก้ปัญหาการเล่นพรรคเล่นพวกได้อย่างชัดเจน และทำให้ชาวบ้านเชื่อมั่นในกระบวนการมากขึ้น
“ข้อดีของการลงคะแนนลับคือไม่มีการทะเลาะกัน” นายชญากรกล่าว เขาย้ำว่าวิธีนี้ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องเปิดเผยตัวตน และเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การเลือกตั้งจากคนทั้งหมู่บ้านจะได้คนที่ชาวบ้านต้องการจริง ๆ
การดำเนินการแบบนี้ทำมาแล้วถึง 3 ครั้ง และได้ อสม. ใหม่ที่มีคุณภาพมาตลอด แต่ครั้งนี้ฝ่าย อสม. ตำบลกลับเสนอให้เลือกจากกลุ่มชาวบ้านเพียง 20 กว่าหลังคาเรือน ผู้ใหญ่บ้านจึงกังวลว่าการเลือกกลุ่มเล็กอาจทำให้ขาดความโปร่งใส
ฝ่าย อสม. ย้ำ คนในพื้นที่ย่อมรู้ปัญหาดีที่สุด
ทางด้าน นางชนิศิกานต์ ฝั้นคำ ประธาน อสม. ตำบลริมกก ให้เหตุผลในอีกมุมมองหนึ่ง เธอกล่าวว่า อสม. ในตำบลมีมติร่วมกันมานานแล้ว หากมีตำแหน่งว่างลง ควรเลือกคนใหม่จากพื้นที่รับผิดชอบเดิมเพื่อให้การทำงานต่อเนื่อง
ตำแหน่งที่ว่างนี้ต้องดูแลชาวบ้านประมาณ 21 หลังคาเรือน นางชนิศิกานต์เชื่อว่าคนในพื้นที่จะรู้จักผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้มีโรคประจำตัวได้ดีกว่าคนนอกพื้นที่ นอกจากนี้ เธอยังต้องการให้การคัดเลือกเป็นไปตามขั้นตอนการรับรองของอำเภอและจังหวัด
“เราทำงานด้วยจิตอาสาและต้องการความสามัคคี” เธอกล่าวทิ้งท้าย พร้อมยืนยันว่าไม่ได้อยากขัดขวางกระบวนการของหมู่บ้าน แต่แค่ต้องการหาข้อสรุปร่วมกันตั้งแต่แรก สามารถติดตามข่าวสารสาธารณสุขเพิ่มเติมได้ที่ กระทรวงสาธารณสุข
สาธารณสุขชี้ทางออก ทำได้ทั้งสองวิธี
นายณรงค์ เครือคำ ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอเมืองเชียงราย ได้เข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ เขาอธิบายถึงระเบียบปี 2554 ซึ่งเปิดกว้างเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยระบุว่าสามารถทำได้ทั้งการให้ อสม. เลือกกันเอง หรือให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม
“ทำได้ทั้งสองอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละพื้นที่” นายณรงค์กล่าวย้ำ สิ่งสำคัญที่สุดคือกระบวนการต้องโปร่งใส หากมีคนคัดค้านคุณสมบัติในภายหลังก็จะต้องสามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นธรรม
ผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น และต้องได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติก่อน จึงจะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานสาธารณสุข การมีส่วนร่วมของชุมชนถือเป็นกลไกคัดกรองที่ดีเยี่ยม
เสียงสะท้อนจากชาวบ้าน และบทสรุปการเลือกตั้ง
นายเจริญชัย สมใจ ตัวแทนชาวบ้าน เสนอความเห็นว่าผู้นำทั้งสองฝ่ายควรพบกันครึ่งทาง เขาเห็นด้วยกับการเลือกตั้ง เพราะช่วยลดความหวาดระแวงเรื่องการสนับสนุนพวกพ้อง และเปิดโอกาสให้คนมีจิตอาสาเข้ามาทำงาน
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าไม่ควรนำความขัดแย้งไปโต้เถียงกันในกลุ่มไลน์หมู่บ้าน เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ของชุมชนเสียหาย ประธาน อสม. และผู้ใหญ่บ้านควรจับเข่าคุยกัน เพื่อมอบหมายหน้าที่ให้คนใหม่ได้อย่างชัดเจน
ท้ายที่สุด คณะกรรมการหมู่บ้านก็เดินหน้าจัดการลงคะแนนลับตามมติเดิม การเลือกตั้งดำเนินไปตั้งแต่เวลา 10.00–15.00 น. ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และมีคณะกรรมการอำนวยการคอยสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด
ผลการลงคะแนนเสร็จสิ้นลงด้วยความเรียบร้อย ผู้ได้รับเลือกจะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและอบรมต่อไป แม้จะมีประเด็นร้อนแรงเกิดขึ้น แต่ชุมชนบ้านฟาร์มสัมพันธกิจก็สามารถใช้กระบวนการประชาธิปไตยหาทางออกร่วมกันได้ในที่สุด สำรวจข่าวท้องถิ่นเพิ่มเติมได้ที่ เชียงรายโฟกัส
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
น้ำท่วมรุนแรงถล่มภาคเหนือของประเทศไทย!! ทีมกู้ภัยเร่งให้ความช่วยเหลือ
เจ้าอาวาสวัดเชียงรายถูกสั่งพักงาน หลังสูญเสียเงินหลายล้านบาทจากคดีฉ้อโกงทางโทรศัพท์
เชียงราย - Chiang Rai News
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย– หลังจากรอคอยมานานเกือบ 10 ปี ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้ตัดสินคดีสำคัญใน จังหวัดเชียงราย คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณของ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งมีทั้งงบอาหารกลางวันและงบซ่อมแซมอาคารเรียน
ครูผู้ร้องเรียนได้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึง 2560 จนกระทั่งผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องหลายคนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว การตัดสินครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของสังคมว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าจะยังคงสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ป.ป.ช. ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการชี้มูลความผิดคดีทุจริตงบโรงเรียนในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่หลายราย ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่
- บางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว แต่คดีอาญาที่เหลือถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การเปิดโปงทุจริตงบซ่อมแซมโรงเรียนและบ้านพักครู
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในหลายโครงการหลัก เช่น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมห้องสหกรณ์โรงเรียน และโครงการว่าจ้างปรับปรุงบ้านพักครูจำนวนหลายหลัง อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกพบว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151 และ 157 พวกเขาถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนว่าเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน
นอกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกและตัวแทนจากภาคเอกชนที่ถูกชี้มูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการทุจริตในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าคดีความจะมีความคืบหน้าหลังจากการรอคอยอย่างยาวนาน แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าความล่าช้าทำให้บางคดีหมดอายุความไปแล้ว ผู้กระทำผิดบางรายจึงรอดพ้นจากการถูกลงโทษทางอาญาไปอย่างน่ากังขา
ขั้นตอนต่อไปและการเรียกร้องค่าเสียหายคืนสู่รัฐ
สำหรับคดีอาญาที่ยังไม่หมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปโดยทันที นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ยังมีสถานะเป็นข้าราชการ
สำนักงานการศึกษาส่วนภูมิภาคได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และความล่าช้าในระบบยุติธรรมของ ประเทศไทย
ปัญหาการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันและงบปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทของจังหวัดเชียงราย การสูญเสียงบประมาณที่สำคัญเหล่านี้ทำให้เด็กๆ ขาดโอกาสและโภชนาการที่พวกเขาควรจะได้รับอย่างเต็มที่ตามสิทธิพื้นฐาน
ประชาชนและหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายต่างคาดหวังว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่เข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานของโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป การสร้างความโปร่งใสและกำจัดการทุจริตในระบบการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเยาวชนและประเทศชาติในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คดีทุจริตโรงเรียนเชียงรายเกิดขึ้นที่อำเภอใด?
A: คดีนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยเป็นการทุจริตงบประมาณซ่อมแซมอาคารและงบอาหารกลางวันในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560
Q: ใครเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตครั้งนี้บ้าง?
A: ผู้ถูกกล่าวหาหลักคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียน (ในขณะนั้น) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด
Q: ทำไมบางข้อกล่าวหาถึงไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้?
A: เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานของ ป.ป.ช. ใช้เวลานานเกือบ 10 ปี ทำให้ข้อกล่าวหาบางส่วนขาดอายุความตามกฎหมายไปแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
เชียงราย– การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเยาวชนและสังคมให้ก้าวหน้า เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ล่าสุดได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026” กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างคึกคัก ณ ห้องลีลาวดี โดยมี นักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากหลากหลาย โรงเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเปิดค่าย STEAM ปี 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เด็กชั้น ป.4-ป.6
- กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ความรู้เชิงลึกและสอนการคิดวิเคราะห์
- โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” ที่เน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาจริง
ยกระดับทักษะด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM
เป้าหมายหลักของค่ายนี้คือการปลูกฝังทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า STEAM แนวทางนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในตำราเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้รูปแบบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้ผ่านการทดลองที่สนุกสนานและท้าทายความคิด
กิจกรรมในค่ายได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาราภรณ์ เตรียมโพธิ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นพบความถนัดของตนเองและต่อยอดจินตนาการสู่นวัตกรรมใหม่ๆ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตของนครเชียงราย
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันของคณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นเปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้นักเรียน การสร้างทักษะแห่งอนาคตเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นโยบายของ เทศบาลนครเชียงราย ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การผลักดันวิสัยทัศน์ “นครแห่งการเรียนรู้” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่า การศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาคน และคนที่มีศักยภาพจะกลับมาพัฒนาเมืองเชียงรายให้ยั่งยืนต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าย Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026 จัดขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด?
ค่ายนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการคิดและสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมตั้งแต่ยังเด็ก
กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน วิธีนี้มีความสำคัญเพราะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ใครคือผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้?
กิจกรรมนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งวิทยากรมาให้ความรู้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย– เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษา จังหวัดเชียงราย ได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน เวียงป่าเป้า วิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “ เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570 ” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ:นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ:เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด:เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย









