เชียงราย – การแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอล 7 คน ชิงแชมป์ จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2569 ปิดฉากลงอย่างงดงามแล้วเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยใช้พื้นที่ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน แม่จัน วิทยาคมเป็นสังเวียนประชันฝีมือ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความมุ่งมั่น และมิตรภาพของเหล่านักกีฬาเยาวชนจากทั่วจังหวัดเชียงรายที่มารวมตัวกันอย่างคับคั่ง
กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีทีมเข้าร่วมกว่า 30 ทีมจาก 10 โรงเรียนชั้นนำในพื้นที่ มีเยาวชนเข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 600 คน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของกีฬารักบี้ในหมู่เยาวชนในจังหวัดเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- รวมพลังเยาวชน:มีทีมเข้าร่วมกว่า 30 ทีม จาก 10 โรงเรียน และนักกีฬาเยาวชนรวมกว่า 600 คน
- เป้าหมายชัดเจน:มุ่งสร้างเวทีให้เยาวชนได้หาประสบการณ์จริง พัฒนาศักยภาพสู่ระดับสูง และสร้างความสามัคคี
- แรงจูงใจจัดเต็ม:มีการมอบเงินอัดฉีดและเงินสนับสนุนกว่า 60,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้นักกีฬาและโรงเรียนที่เข้าร่วม
สร้างอนาคตนักกีฬารักบี้ไทยจากฐานราก
หัวใจสำคัญของรายการนี้ไม่ได้อยู่ที่ผลแพ้ชนะเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างเวทีให้เยาวชนได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ การแข่งขันครอบคลุมตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญมากสำหรับการพัฒนากีฬารักบี้ฟุตบอลของจังหวัดให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต
นายประจญ ปรัชญ์สกุล ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ให้เกียรติเป็นกำลังใจสำคัญในการแข่งขันครั้งนี้ ท่านให้ความสำคัญอย่างมากกับการส่งเสริมกีฬาในระดับเยาวชน เพื่อให้น้องๆ ได้เรียนรู้เรื่องระเบียบวินัยและน้ำใจนักกีฬาผ่านการลงสนามจริง
เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนมุ่งมั่นฝึกซ้อมต่อไป นายประจญยังได้มอบเงินอัดฉีดให้นักกีฬาทุกคนคนละ 500 บาท พร้อมเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 200 บาทต่อคน รวมแล้วมีการมอบเงินสนับสนุนให้แก่โรงเรียนต่างๆ เกือบ 60,000 บาท ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปั้นนักรักบี้หน้าใหม่สู่เส้นทางระดับอาชีพต่อไปในอนาคต
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. การแข่งขันรักบี้ 7 คนที่เชียงรายจัดขึ้นเมื่อไหร่และที่ไหน?
การแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–16 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม จังหวัดเชียงราย
2. มีเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนกี่คน?
มีเยาวชนเข้าร่วมชิงชัยมากกว่า 600 คน จากกว่า 30 ทีม และ 10 โรงเรียนในจังหวัดเชียงราย
3. จุดประสงค์หลักของการจัดการแข่งขันครั้งนี้คืออะไร?
เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ เรียนรู้ประสบการณ์การแข่งขันจริง สร้างความสามัคคี และวางรากฐานการพัฒนากีฬารักบี้ในจังหวัดเชียงรายสู่ระดับที่สูงขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เยาวชนเชียงรายเรียนรู้วิธีเปลี่ยนป่าให้เป็นกำแพงป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5
คำเตือน! เชียงรายมีน้ำท่วมเนื่องจากฝนตกหนักในภาคเหนือของประเทศไทย
ข่าวกีฬา Sports
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ได้จัดการแข่งขันวิ่ง “ภูชี้ฟ้าเทรล 2026” ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ งานนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและต้อนรับฤดูกาลปลายฝนต้นหนาวที่สวยงามของภาคเหนือ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่านักวิ่งและ นักท่องเที่ยว ที่มาร่วมงานอย่างเนืองแน่น กิจกรรมนี้มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 800 คน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้เพียง 500 คน
การจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมเป็นสักขีพยาน ความสำเร็จของงานนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสนุกสนานให้นักวิ่ง แต่ยังคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่อำเภอเทิงและจังหวัดเชียงรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทภายในวันเดียว ถือเป็นการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ท้องถิ่นได้อย่างยอดเยี่ยมและรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญ
- ผู้เข้าร่วมทะลุเป้า:กิจกรรมภูชี้ฟ้าเทรล 2026 มีนักวิ่งและนักท่องเที่ยวร่วมงานกว่า 800 คน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 500 คนอย่างเห็นได้ชัด
- เงินสะพัดในท้องถิ่น:คาดการณ์ว่าการจัดงานเพียงหนึ่งวัน สามารถสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท
- เส้นทางวิ่ง 4 ระยะ:การแข่งขันแบ่งเป็นระยะ 41, 18, 8 และ 3 กิโลเมตร ท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสบายและวิวทะเลหมอกที่สวยงาม
สัมผัสทะเลหมอกกับเส้นทางวิ่ง 4 ระยะ
สำหรับรูปแบบการแข่งขัน ภูชี้ฟ้าเทรล 2026 ได้แบ่งการวิ่งออกเป็น 4 ระยะทาง เพื่อให้เหมาะสมกับนักวิ่งทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ ประกอบด้วยระยะ 41 กิโลเมตร, 18 กิโลเมตร, 8 กิโลเมตร และ 3 กิโลเมตร นักวิ่งทุกคนต่างได้สัมผัสกับความท้าทายของเส้นทางธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ สภาพอากาศในวันนั้นยังเป็นใจอย่างมาก เพราะมีอากาศเย็นสบายตลอดการแข่งขัน
นอกจากนี้นักวิ่งยังได้ชื่นชมความงามของทะเลหมอกภูชี้ฟ้าแบบพาโนรามา ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วประเทศให้เดินทางมาเยือน ความสำเร็จของการจัดงานส่วนหนึ่งมาจากความพร้อมของพื้นที่และการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ทุกคนตลอด 24 ชั่วโมง
ท่องเที่ยวปลอดภัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม
แม้ว่าบรรยากาศในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีความสวยงามและดึงดูดใจ แต่ทางอุทยานฯ ก็ได้ออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินป่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติบางจุดอาจมีสภาพลื่นและอาจพบทากดูดเลือดได้ง่ายตามสภาพความชื้นของป่า นักวิ่งและผู้มาเยือนจึงควรเตรียมความพร้อมเรื่องรองเท้าและอุปกรณ์เดินป่าให้เหมาะสม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
นอกเหนือจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว เจ้าหน้าที่ยังเน้นย้ำเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ ขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมงานทุกคนให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ป่า และปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานฯ อย่างเคร่งครัด การท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม จะช่วยรักษามนต์เสน่ห์ของธรรมชาติให้คงความสมบูรณ์ และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในฤดูกาลต่อๆ ไปได้อย่างยั่งยืนยาวนาน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
ข่าวกีฬา Sports
บิว ภูริพล ผงาดคว้าทอง 100 ม. เอเชียนเกมส์ ทุบสถิติ 9.90 วิ
เอเชียนเกมส์– ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทัพนักกีฬาไทยในเวลานี้ เมื่อ “บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มดาวรุ่งวัย 20 ปี ผงาดคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น เขาเร่งความเร็วเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งด้วยเวลา 9.90 วินาที ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสุขให้กับแฟนกีฬาชาวไทย แต่ยังเป็นการจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการกรีฑาเอเชียอีกด้วย
ผลงานระดับมาสเตอร์พีซนี้ทำให้ภูริพลกลายเป็นจุดสนใจของสื่อกีฬาทั่วโลกทันที การทำเวลา 9.90 วินาทีถือเป็นการทำลายสถิติของการแข่งขันที่เขาเพิ่งทำไว้เองในรอบรองชนะเลิศ นอกจากนี้ยังเป็นการยุติการรอคอยเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายอันยาวนานถึง 48 ปีของ ประเทศไทย ได้อย่างงดงาม นับตั้งแต่ที่ สุชาติ แจสุรภาพ เคยทำได้เมื่อปี 1978
ประเด็นสำคัญ
- คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์:“บิว” ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชาย ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่เมืองนาโกย่าได้อย่างยิ่งใหญ่
- ทุบสถิติเอเชียนเกมส์:เข้าเส้นชัยด้วยเวลาเพียง 9.90 วินาที ทำลายสถิติเดิมที่ตัวเองเพิ่งทำไว้ในรอบรองชนะเลิศอย่างราบคาบ
- สิ้นสุดการรอคอย 48 ปี:เป็นนักกรีฑาชายไทยคนแรกที่ได้เหรียญทองในรายการนี้นับตั้งแต่ปี 1978
ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่เต็มไปด้วยความกดดัน ภูริพลแสดงให้เห็นถึงความนิ่งและพละกำลังที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน เขาสามารถเอาชนะนักวิ่งฟอร์มแรงจากประเทศโอมานอย่าง อาลี อัล-บาลูชิ ที่ตามมาเป็นอันดับสองด้วยเวลา 10.04 วินาที และ มัลฮาม อัล-บาลูชิ ที่คว้าเหรียญทองแดงในเวลา 10.11 วินาที ฟอร์มการวิ่งของภูริพลในครั้งนี้ถือว่าสมบูรณ์แบบตั้งแต่การออกสตาร์ทจนถึงเส้นชัย
หากมองย้อนกลับไปดูสถิติในแต่ละรอบ จะเห็นถึงการพัฒนาที่น่าทึ่งของลมกรดหนุ่มไทยคนนี้ เขาเริ่มต้นด้วยเวลา 9.95 วินาทีในรอบคัดเลือก ก่อนจะกดเวลาลงมาเหลือ 9.91 วินาทีในรอบรองชนะเลิศ ท้ายที่สุดเขาก็สามารถระเบิดฟอร์มเก่งด้วยเวลา 9.90 วินาทีในรอบชิงเหรียญทอง สถิตินี้ตอกย้ำให้เห็นว่าเขามีการเตรียมตัวและรักษาสภาพร่างกายมาอย่างดีเยี่ยมสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้โดยเฉพาะ
อนาคตที่สดใสของวงการลมกรดไทย
ความสำเร็จของภูริพลในศึก เอเชียนเกมส์ 2026 ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญของวงการกรีฑาไทย เขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านักกีฬาจากภูมิภาคอาเซียนสามารถก้าวขึ้นมาทัดเทียมและเอาชนะนักวิ่งระดับแนวหน้าของทวีปได้ การคว้าแชมป์ด้วยเวลาที่ต่ำกว่า 10 วินาทีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองในการแข่งขันระดับโลกรายการอื่นๆ ในอนาคต
ด้วยวัยเพียง 20 ปี เส้นทางสายกีฬาของภูริพลยังคงเปิดกว้างและมีโอกาสพัฒนาสถิติให้ดียิ่งขึ้นไปอีก แฟนกีฬาชาวไทยต่างตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นเขาลงชิงชัยในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรชาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายการที่เขาทำผลงานได้ดีเยี่ยมมาโดยตลอด ไม่ว่าผลการแข่งขันหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ชื่อของ “บิว ภูริพล” ได้กลายเป็นตำนานบทใหม่ของวงการกีฬาไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ช็อกวงการ! พิชฌามลณ์ ถูกแบนจากเอเชียนเกมส์
นักกีฬายิงปืนเยาวชนเชียงรายครองความยิ่งใหญ่ในเวทีระดับชาติและระดับนานาชาติ
ข่าวกีฬา Sports
หน่วยงานด้านกีฬาให้การสนับสนุนการฝึกมวยไทยในโรงเรียนในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย – การกีฬาแห่ง ประเทศไทย สาขา จังหวัดเชียงราย ได้เปิดตัวโครงการปรับปรุงค่ายมวยไทยต้นแบบอย่างเป็นทางการ โครงการนี้จัดขึ้นที่อาคารคชาธาร เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและอนุรักษ์ศิลปะป้องกันตัว กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานกีฬามวยไทยในระดับท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนหันมาสนใจกีฬาประจำชาติของเรามากขึ้นด้วย
โครงการนี้ได้เปิดรับ นักเรียน จาก โรงเรียน ในพื้นที่จำนวนสามแห่งเข้าร่วมการฝึกอบรมอย่างจริงจัง เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ทักษะมวยไทยที่ถูกต้องและเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักสำคัญ ผู้ฝึกสอนมืออาชีพจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการบาดเจ็บระหว่างการฝึกซ้อม สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าเด็ก ๆ จะเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัวได้อย่างปลอดภัย
ประเด็นสำคัญ
- กกท. เชียงราย เปิดตัวโครงการค่ายมวยต้นแบบที่อาคารคชาธารเพื่อเยาวชน
- นักเรียนจากสามโรงเรียนท้องถิ่นได้เรียนรู้ทักษะมวยไทยอย่างปลอดภัย
- มีการยกระดับค่ายมวยนำร่องสองแห่งให้ได้มาตรฐานระดับอาชีพอย่างเต็มรูปแบบ
การฝึกสอนมุ่งเน้นไปที่การเคลื่อนไหวพื้นฐานและการใช้ร่างกายอย่างถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักเรียนจะได้ฝึกฝนการออกหมัด การเตะ และการป้องกันตัวอย่างเป็นขั้นตอน การเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเยาวชนที่เพิ่งเริ่มต้น กิจกรรมเหล่านี้ยังช่วยพัฒนาทั้งความแข็งแรงของร่างกายและจิตใจไปพร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้อำนวยการโครงการกล่าวว่าเป้าหมายหลักคือการทำให้กีฬามวยไทยเข้าถึงได้ง่ายและปลอดภัยสำหรับทุกคน การมีส่วนร่วมของโรงเรียนถือเป็นกลไกสำคัญในการขยายผลโครงการนี้ไปยังกลุ่มเยาวชน ครูและนักเรียนต่างให้การตอบรับที่ดีและกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ความร่วมมือนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการพัฒนาวงการกีฬาในระดับภูมิภาค
ยกระดับค่ายมวยสู่มาตรฐานสากล
นอกจากการฝึกอบรมแล้ว กกท. ยังได้ปรับปรุงค่ายมวยนำร่องจำนวนสองแห่งให้มีมาตรฐานระดับอาชีพอย่างเต็มรูปแบบ ค่ายมวยเหล่านี้ได้รับอุปกรณ์การฝึกซ้อมที่ทันสมัยและมีคุณภาพสูงกว่าเดิมมาก การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้พื้นที่ฝึกซ้อมมีความปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับนักกีฬาทุกระดับ ทุกคนสามารถเข้ามาใช้งานและพัฒนาทักษะของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การสนับสนุนจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง เยาวชนในพื้นที่จะมีโอกาสเข้าถึงสถานที่ฝึกซ้อมที่ได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียมกัน โครงการนี้ไม่เพียงแต่สร้างสุขภาพที่ดี แต่ยังอาจช่วยค้นพบนักกีฬาอาชีพในอนาคต การลงทุนในสถานที่ฝึกซ้อมคือการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับชุมชนของเรา
ค่ายมวยนำร่องทั้งสองแห่งจะถูกใช้เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคนิคใหม่ ๆ ผู้ฝึกสอนในท้องถิ่นสามารถเข้ามาศึกษาดูงานเพื่อนำไปปรับใช้กับค่ายของตนเองได้ การสร้างมาตรฐานที่เป็นหนึ่งเดียวกันจะช่วยยกระดับวงการมวยไทยในจังหวัดเชียงรายให้เป็นที่ยอมรับ สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายในระยะยาว
อนาคตของกีฬามวยไทยในเชียงราย
ในระยะยาว โครงการนี้คาดว่าจะขยายไปยังโรงเรียนและชุมชนอื่น ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งเป้าที่จะสร้างเครือข่ายค่ายมวยไทยที่เข้มแข็งทั่วทั้งจังหวัด การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและสถาบันการศึกษาจะช่วยให้เป้าหมายนี้เป็นจริงได้เร็วขึ้น กีฬามวยไทยในเชียงรายจะเติบโตและเป็นที่รู้จักในระดับประเทศอย่างแน่นอน
กิจกรรมที่อาคารคชาธารเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าสำหรับวงการกีฬาไทย นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการต่างมีความกระตือรือร้นและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองต่อไป เราหวังว่าจะได้เห็นเยาวชนเหล่านี้เติบโตเป็นตัวแทนของจังหวัดเพื่อแข่งขันในรายการสำคัญ กีฬามวยไทยจะยังคงเป็นความภาคภูมิใจและมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยตลอดไป

