เชียงราย – กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อปกป้องผืนป่าไทย นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอบรับนโยบายปราบปรามขั้นเด็ดขาดจากรัฐบาล เพื่อหยุดยั้งขบวนการลักลอบตัดไม้ที่สร้างความเสียหายระดับชาติ
เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างกลุ่มทุนข้ามชาติที่เข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์จากป่าไม้ของเรา เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้รับคำสั่งให้ใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดที่สุด เพื่อขยายผลไปสู่ผู้บงการรายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
ประเด็นสำคัญ
- รัฐมนตรีสุชาติ นำกำลังบุกทลายโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนใน จังหวัดเชียงราย พร้อมยึดไม้ประดู่มูลค่ามหาศาล
- การบุกค้นครั้งนี้เป็นการขยายผลการสืบสวน จากเครือข่ายลักลอบตัดไม้ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์
- รัฐบาลเอาจริงกับการปราบปรามกลุ่มนายทุนต่างชาติ โดยเตรียมงัดกฎหมายขั้นสูงสุดมาจัดการผู้บงการ
การจับกุมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เป็นผลจากการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ จุดเริ่มต้นมาจากการสืบสวนขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้ามในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่ได้แกะรอยเส้นทางการขนย้ายอย่างต่อเนื่อง จนพบเบาะแสสำคัญที่เชื่อมโยงมาถึงพื้นที่ ภาคเหนือ ตอนบน
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น . เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ พร้อมด้วย พล.ต.ต.อเนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. และนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้นำกำลังเข้าพื้นที่ การทำงานครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อให้การจับกุมรัดกุมที่สุด
บุกค้นโกดังลับ ยึดไม้ประดู่และแท่นเครื่องจักร
ทีมเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงราย บุกเข้าไปยังโกดังและโรงงานแปรรูปไม้เป้าหมาย สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านโป่งฮึ้ง ตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองเชียงราย จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบว่าสถานที่นี้เป็นโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาต
ภายในโกดัง เจ้าหน้าที่พบไม้ท่อนและไม้แปรรูปซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ “ไม้ประดู่” ซึ่งเป็นไม้มีค่าและเป็นที่ต้องการอย่างมากของตลาดมืด ไม้ประดู่เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีลวดลายสวยงามและทนทานสูง ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดึงดูดให้นายทุนยอมเสี่ยงทำผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับแปรรูปไม้เตรียมส่งออก เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของสถานที่ 1 รายทันที
ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหาหนัก คือ “ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต” ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดไม้แปรรูปและแท่นเครื่องจักรทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมอายัดไม้ท่อนเพื่อตรวจสอบเอกสารการครอบครอง และสืบหาแหล่งที่มาอย่างละเอียดต่อไป
ประกาศสงครามกับทุนข้ามชาติ ปกป้องทรัพยากรไทย
นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนที่ชัดเจนของกระทรวงฯ ว่าจะไม่มีการประนีประนอมกับผู้ที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญสูงสุดในตอนนี้ รัฐบาลจะไม่ยอมปล่อยให้กลุ่มทุนต่างชาติ หรือผู้มีอิทธิพลรายใด เข้ามาหาผลประโยชน์จากผืนป่าของประเทศไทยอีกต่อไป
หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลการตรวจสอบ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้าไม้ข้ามชาติอย่างเร่งด่วน ข้อมูลทางการเงินและเส้นทางการติดต่อทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์ เป้าหมายสุดท้ายคือการลากตัวผู้กระทำผิดและนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด มาลงโทษตามกฎหมายให้หนักที่สุด เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างไม่ให้มีใครกล้าทำลายทรัพยากรของชาติอีก
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและก้าวต่อไปของรัฐบาล
การลักลอบตัดไม้ไม่เพียงแต่ทำให้ประเทศสูญเสียรายได้มหาศาล แต่ยังสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง ป่าไม้ที่ถูกทำลายส่งผลให้เกิดปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่โดยตรง รัฐบาลจึงต้องเร่งฟื้นฟูธรรมชาติควบคู่ไปกับการปราบปราม
ประชาชนทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องป่าไม้ได้ หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยหรือการตั้งโรงงานแปลกปลอมในชุมชน สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที ความร่วมมือจากภาคประชาชนคือพลังสำคัญ ที่จะช่วยให้ป่าไม้ของไทยคงความอุดมสมบูรณ์ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมคนโง่ที่พยายามลักลอบขนยาบ้าอีกราย
กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี








