น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – ความเครียดและความวิตกกังวลเป็นปัญหาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในที่ทำงาน โดยพนักงานประมาณ 40% ระบุว่า ตนเองเผชิญกับความเครียดในระดับที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญในปีที่ผ่านมา 1 ด้วยเหตุนี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ( International SOS ) บริษัทผู้ให้บริการด้าน สุขภาพ และความมั่นคงปลอดภัยระดับโลก จึงได้เรียกร้องให้องค์กรต่าง ๆ ดำเนินการเชิงรุกร่วมกัน เพื่อบริหารจัดการกับความท้าทายด้านสุขภาพจิตของพนักงานภายในองค์กร เนื่องในวัน “ Blue Monday” ซึ่งถือเป็นวันที่มีความท้าทายด้านสุขภาพจิตที่สุดวันหนึ่ง และปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 20 มกราคม
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ได้เปิดเผยสาม ปัญหาสุขภาพจิต ที่พนักงานทั่วโลกจากหลากหลายภาคส่วนร้องขอความช่วยเหลือเข้ามามากที่สุดในช่วงสามปีที่ผ่านมา 2 ได้แก่
1. โรควิตกกังวล : ความหวาดกลัวและความวิตกกังวลอย่างรุนแรงและเกินกว่าที่ควร มักจะเป็นอาการที่มาพร้อมกับความตึงเครียดทางกาย
2. โรคซึมเศร้า : ภาวะสุขภาพจิตที่ทำให้รู้สึกเศร้า ว่างเปล่า หรือหมดความสนใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่ออารมณ์ พฤติกรรม และสุขภาพร่างกายของพนักงานอย่างมีนัยสำคัญ
3. โรคแพนิค : ภาวะอาการตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับความกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นอีกเมื่อใด
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต การได้ทำงานที่มีความหมายสามารถส่งผลดีต่อการฟื้นฟูและการอยู่ร่วมกันในสังคมได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความมั่นใจในตนเองและพัฒนาทักษะทางสังคมให้ดียิ่งขึ้น ผลการวิจัยระบุว่า การได้ทำงานส่งผลเชิงบวกต่อสุขภาพจิตอย่างลึกซึ้งมากกว่าการรักษาทางจิตเวชแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว 3 อย่างไรก็ตาม หากพนักงานต้องเผชิญกับความเครียดในที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ระดับฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลจะเพิ่มสูงขึ้น และแรงกดดันที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจทำให้พนักงานรู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง และท้ายที่สุดอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟได้ ดังนั้น หากไม่ได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอ ปัญหาสุขภาพจิตอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพนักงาน ทั้งในแง่ของความมั่นใจในตนเอง ความพึงพอใจในการทำงาน และโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
นพ.โรดริโก โรดริเกซ-เฟอร์นันเดซ ( Dr. Rodrigo Rodriguez-Fernandez) ที่ปรึกษาด้านสุขภาพระดับโลก แผนกสุขภาวะและสุขภาพจิตของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส กล่าวว่า “ เดือนมกราคมและช่วงเริ่มต้นปีใหม่ถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับใครหลายคน ภาวะความหดหู่หลังช่วงเทศกาลวันหยุด การกลับเข้าสู่กิจวัตรการทำงานตามปกติ และสภาพอากาศหนาวเย็นในซีกโลกเหนือ อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพจิตและสุขภาวะของพนักงาน ดังนั้น Blue Monday จึงเป็นโอกาสสำคัญที่องค์กรต่าง ๆ จะร่วมกันบริหารจัดการกับความท้าทายด้านสุขภาพจิตอย่างจริงจังตลอดทั้งปี และส่งเสริมวัฒนธรรมสุขภาวะที่ดี ไม่ใช่แค่ในวันนี้เพียงวันเดียว”
“ องค์กรต่าง ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตระหนักถึงความเชื่อมโยงที่แยกจากกันไม่ได้ระหว่างสุขภาพจิตที่ดี ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน และประสิทธิภาพขององค์กร แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคืออัตราความเครียดและความวิตกกังวลในที่ทำงานยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีประชากรในวัยทำงานทั่วโลกประมาณ 15% เผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต 4 ในขณะที่ผลกระทบเชิงลบจากความเครียดมีหลากหลายแง่มุม ทั้งปัญหาเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิตและระบบทางเดินอาหาร รวมถึงผลกระทบทางกายภาพและทางอารมณ์ 5 ทั้งนี้ การส่งเสริมและรักษาสุขภาพจิตในที่ทำงานมีความเชื่อมโยงกับการเสริมสร้างศักยภาพ การเพิ่มความตระหนักรู้ และการเปิดโอกาสให้พนักงานได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที”
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ขอนำเสนอ 5 แนวทางให้องค์กรต่าง ๆ ใช้กลยุทธ์เชิงรุกเพื่อบริหารจัดการกับความเครียดและความวิตกกังวลของพนักงาน ดังนี้
1. สนับสนุน
ส่งเสริมวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน: สร้างวัฒนธรรมในที่ทำงานที่ให้ความสำคัญกับการเปิดอกพูดคุยกันและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยส่งเสริมให้พนักงานเปิดเผยระดับความเครียดของตนเอง และจัดเตรียมพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการระบายความกังวลโดยไม่ต้องกลัวการตัดสินหรือผลกระทบที่ตามมา
2. สร้างสมดุล
ส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว พร้อมจัดให้มีรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น: โดยพิจารณาปรับเปลี่ยนนโยบายการลาให้สอดคล้องกับความต้องการด้านสุขภาพจิตของพนักงาน รวมทั้งสนับสนุนให้พนักงานมีเวลาพักผ่อนและกำหนดขอบเขตของชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัวให้ชัดเจน
3. ประเมิน
ประเมินความเครียดอย่างสม่ำเสมอ: ประเมินระดับความเครียดภายในองค์กรเป็นประจำ ด้วยการสำรวจความคิดเห็น การรับฟังฟีดแบคจากพนักงาน และการตรวจคัดกรองสุขภาพ จากนั้นใช้ข้อมูลที่ได้เพื่อระบุปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียด และให้ความช่วยเหลืออย่างตรงจุดเพื่อจัดการกับปัจจัยเหล่านั้น
4. ช่วยเหลือ
นำเสนอโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน ( EAP): ให้พนักงานสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางสุขภาพจิตได้ง่ายขึ้น ทั้งกิจกรรมการเรียนรู้เทคนิคการจัดการความเครียด บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต และสายด่วนสุขภาพจิต
5. ฝึกอบรม
ฝึกอบรมการปฐมพยาบาลด้านสุขภาพจิตให้กับผู้จัดการ : เพื่อให้ผู้จัดการสามารถพัฒนาทักษะในการสังเกตสัญญาณของความเครียด และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่พนักงานที่กำลังเผชิญปัญหา
มูลนิธิอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ( International SOS Foundation ) จะจัด หลักสูตรฝึกอบรมว่าด้วยสุขภาวะของพนักงาน ในระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม เพื่อเสริมสร้างทักษะความสามารถที่จำเป็นในการวางแผน ออกแบบ และนำเสนอโปรแกรมช่วยเหลือพนักงานที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่รับผิดชอบด้านสุขภาวะของพนักงานในองค์กรของตนเอง
นักท่องเที่ยวเชียงรายสัมผัสอากาศเย็นสบายและดอกซากุระป่าหิมาลัย
นักท่องเที่ยวเชียงรายสัมผัสอากาศเย็นสบายและดอกซากุระป่าหิมาลัย
สุขภาพและการแพทย์ Health
แม่สายตื่นตัว! สธ.ลุยตรวจสารหนูในน้ำ เร่งปกป้องสุขภาพ
เชียงราย – เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 หน่วยงานด้านสาธารณสุขได้ลงพื้นที่อำเภอ แม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อเร่งจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดยนายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง จาก กรมควบคุมโรค และนายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา จากกรมอนามัย เป้าหมายหลักคือการตรวจสอบกรณีที่มีการพบสารหนูเจือปนอยู่ใน แม่น้ำสาย การทำงานครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของชาวบ้านอย่างเร่งด่วน
ทีมงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย นำโดยนายแพทย์เอกชัย คำลือ ได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มกำลัง เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูสถานการณ์จริงที่บริเวณด่านพรมแดนไทย-เมียนมา เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชน จากนั้นคณะทำงานได้แบ่งกลุ่มกันไปเยี่ยมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ เพื่อเริ่มขั้นตอนการดูแลประชาชนตามแผนที่วางไว้
ประเด็นสำคัญ
- การเฝ้าระวังเชิงรุก:เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับสูงลงพื้นที่แม่สาย เพื่อจัดการปัญหาสารหนูในแม่น้ำสายอย่างเร่งด่วน
- การตรวจสุขภาพเชิงลึก:มีการตรวจปัสสาวะชาวบ้านเพื่อหาสารหนู พร้อมวางแผนเฝ้าระวังต่อเนื่องถึง 5 ปี
- การคุมเข้มน้ำดื่มน้ำใช้:เจ้าหน้าที่เร่งตรวจคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านและตู้น้ำหยอดเหรียญ เพื่อให้ชาวบ้านใช้น้ำได้อย่างปลอดภัย
คณะทำงานจาก กรมควบคุมโรค ได้ลงพื้นที่ตรวจคัดกรองสุขภาพของประชาชนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สาย เจ้าหน้าที่ได้ซักประวัติและประเมินความเสี่ยงของชาวบ้านที่อาจสัมผัสกับสารหนูในสิ่งแวดล้อม มีการเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อนำไปตรวจหาปริมาณสารหนูอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้และคำแนะนำที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ชาวบ้านรู้วิธีป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงต่างๆ
เพื่อการดูแลที่ยั่งยืน กรมควบคุมโรคได้กำหนดแผนการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง แผนงานนี้มีระยะเวลาดำเนินการถึง 5 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 ถึง 2572 ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสุขภาพจะถูกนำมาใช้เพื่อวางแผนการดูแลรักษาระยะยาว หากพบผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ระบบจะส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาทางการแพทย์ทันที
การเข้ารับการตรวจคัดกรองในครั้งนี้ เป็นเพียงมาตรการป้องกันล่วงหน้าเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มาตรวจจะมีสารหนูในร่างกายเกินมาตรฐาน หน่วยงานสาธารณสุขต้องการข้อมูลที่แท้จริงเพื่อนำไปประเมินความเสี่ยงภาพรวม การทำงานแบบนี้ช่วยให้ชาวบ้านอุ่นใจได้ว่า พวกเขาจะไม่ถูกทอดทิ้งและได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
คุมเข้มคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคในชุมชน
ในเวลาเดียวกัน คณะทำงานจากกรมอนามัยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำกินน้ำใช้ในหลายจุดที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สาย บ้านสันมานะ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะช้าง มีการเก็บตัวอย่างน้ำจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญและระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อนำไปตรวจหาสารหนูและสารปนเปื้อนอื่นๆ อย่างละเอียด
กรมอนามัยให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้นำชุมชนและประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่ได้อธิบายถึงวิธีการจัดการน้ำสะอาดและแนวทางการใช้น้ำอย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน การสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนและใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ช่วยลดความกังวลของชาวบ้านลงได้มาก ทำให้ทุกคนรู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อต้องใช้น้ำในพื้นที่
นอกจากนี้ การสนับสนุนทางวิชาการแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เจ้าหน้าที่ได้สอนวิธีการตรวจสอบคุณภาพน้ำเบื้องต้นให้กับคนในพื้นที่ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐและชุมชน จะช่วยให้การเฝ้าระวังปัญหาสิ่งแวดล้อมมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว
วางแผนระยะยาวเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้าน คณะทำงานยังมีกำหนดการประชุมร่วมกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อติดตามระบบเฝ้าระวังและวางแผนการส่งต่อผู้ป่วย หากตรวจพบว่ามีชาวบ้านที่มีปริมาณสารหนูในร่างกายเกินเกณฑ์มาตรฐาน โรงพยาบาลจะต้องพร้อมให้การดูแลและรักษาอย่างทันท่วงที
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วน การบูรณาการความร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย และเครือข่ายสาธารณสุขในพื้นที่ เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ การทำงานที่เป็นระบบจะช่วยให้การเฝ้าระวังสุขภาพและการตรวจสอบคุณภาพน้ำดำเนินไปอย่างราบรื่น
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของหน่วยงานรัฐที่มีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน การตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่องและการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนชาวเชียงรายทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตแม่น้ำสาย! เชียงรายเตือนภัยสารหนูพุ่ง 28 เท่า
ด่วน! ไฟไหม้ศูนย์ราชการฯ เชียงราย คุมเพลิงได้ใน 2 ชม
สุขภาพและการแพทย์ Health
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ เชียงราย ได้จัดงานมหกรรม สุขภาพ ครั้งใหญ่แห่งปี งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sriburin Health Expo 2026 THE Health Experience 2026 ” โดยจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย งานสำคัญนี้มาพร้อมแนวคิด “Discover Your Health. Design Your Future.” ซึ่งเน้นย้ำถึงการออกแบบสุขภาพที่ดีเพื่ออนาคตของคุณ
นพ.อิทธิพงษ์ ยอดประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย และโรบินสัน เชียงราย เข้าร่วมด้วย รวมถึงสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงรายก็มาร่วมทำข่าวในงานนี้อย่างคับคั่ง
ประเด็นสำคัญ:
- โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ จัดงานแฟร์สุขภาพยิ่งใหญ่ที่เซ็นทรัล เชียงราย เพื่อรณรงค์การดูแลตัวเอง
- ภายในงานมีบริการตรวจสุขภาพเฉพาะทางและให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ประชาชนที่สนใจสามารถซื้อแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษได้ยาวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
ไฮไลท์กิจกรรมและการตรวจสุขภาพเฉพาะทาง
ภายในงานเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการตรวจประเมินสุขภาพอย่างครบวงจร โดยมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางมาร่วมให้บริการอย่างใกล้ชิด มีทั้งการตรวจสุขภาพหัวใจ การตรวจกระดูกและข้อ รวมถึงการให้คำปรึกษาปัญหาการนอนหลับ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ชาวเชียงรายรู้เท่าทันโรคและสามารถป้องกันได้ทันท่วงที
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมไฮไลท์อย่าง Doctor Talk ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างเข้าใจง่าย พร้อมทั้งมีการแนะนำเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ผู้ร่วมงานได้รับความรู้กลับไปดูแลตัวเองอย่างเต็มที่
วางแผนสุขภาพระยะยาวด้วยแพ็กเกจสุดคุ้ม
การส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันคือเป้าหมายหลักของการจัดงานในครั้งนี้ ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดเตรียมแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษมาให้เลือกมากมาย แพ็กเกจเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนสุขภาพระยะยาวได้อย่างคุ้มค่าและตรงจุดที่สุด
สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสมาร่วมงานที่เซ็นทรัลเชียงราย ก็ไม่ต้องกังวลใจไป คุณยังสามารถติดต่อสอบถามและซื้อแพ็กเกจโปรโมชั่นนี้ได้โดยตรงที่โรงพยาบาล โปรโมชั่นพิเศษนี้เปิดให้จองยาวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ตามเงื่อนไขของแต่ละแพ็กเกจ อย่าลืมว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการใส่ใจและวางแผนดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: งาน Sriburin Health Expo 2026 จัดขึ้นที่ไหนและเมื่อไหร่?
A: งานเปิดตัวจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
Q: สามารถซื้อแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษได้ถึงวันไหน?
A: สามารถติดต่อสอบถามและซื้อแพ็กเกจโปรโมชั่นได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ โดยตรง
Q: มีการตรวจสุขภาพด้านใดบ้างที่น่าสนใจจากงานนี้?
A: มีการให้คำปรึกษาและประเมินสุขภาพจากศูนย์เฉพาะทาง เช่น สุขภาพหัวใจ กระดูกและข้อ ปัญหาการนอนหลับ รวมถึงการคัดกรองมะเร็งเต้านม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
สุขภาพและการแพทย์ Health
สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
เชียงราย – เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. นางสุวาภรณ์ จิตต์พลีชีพ รองนายกเหล่ากาชาด จังหวัดเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดงานรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านม งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sabina Sewing Cup Sewing Heart เย็บด้วยใจ ส่งต่อด้วยรัก” ซึ่งจัดขึ้นที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย กิจกรรมนี้จัดโดยห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย ร่วมกับบริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) จุดประสงค์หลักคือการรณรงค์ให้สตรีไทยตระหนักถึงภัยของโรคนี้
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ สมาคมสื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย ภายในงานมุ่งเน้นการส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยที่กำลังเผชิญกับโรคร้ายนี้ ผู้เข้าร่วมงานต่างให้ความสนใจและร่วมมือกันอย่างอบอุ่น บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวังสำหรับผู้ป่วยทุกคน
ประเด็นสำคัญ
- เหล่ากาชาดและภาคีเครือข่ายร่วมจัดกิจกรรมเย็บเต้านมเทียมเพื่อมอบให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
- โครงการนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสอนวิธีตรวจคัดกรองเบื้องต้น
- เป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูสภาพจิตใจและคืนความมั่นใจให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
การให้ความรู้และกิจกรรมเย็บเต้านมเทียม
ในงานนี้มีการบรรยายให้ความรู้ที่สำคัญในหัวข้อ “การรู้เท่าทันและการป้องกันมะเร็งเต้านม” โดยได้รับเกียรติจาก พญ.กุลเนตร เนตรศรีทอง ท่านเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย การบรรยายนี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจวิธีดูแลตัวเองได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีทีมพยาบาลวิชาชีพและหัวหน้าส่งเสริม สุขภาพ จาก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มาร่วมให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั่วไป
กิจกรรมที่โดดเด่นที่สุดในงานคือการจัด Workshop เย็บเต้านมเทียม กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มจิตอาสาและผู้เข้าร่วมงานทุกคน หลังจากเย็บเสร็จแล้ว ได้มีการทำพิธีมอบเต้านมเทียมเหล่านี้ให้แก่ตัวแทนโรงพยาบาล เต้านมเทียมทั้งหมดจะถูกนำไปส่งต่อให้ผู้ป่วย เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจต่อไปในอนาคต
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ของการแบ่งปัน
โครงการดีๆ แบบนี้ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 แล้ว ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันให้กับผู้หญิงไทยทุกคน การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่เนิ่นๆ
การสอนให้ผู้หญิงสามารถตรวจเช็กเต้านมด้วยตนเองเบื้องต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรงได้ การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้การรักษาง่ายและมีโอกาสหายขาดสูงขึ้น นอกจากเรื่องสุขภาพกายแล้ว การเติมเต็มกำลังใจให้ผู้ป่วยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ทุกภาคส่วนหวังว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ความสำคัญของการฟื้นฟูจิตใจผู้ป่วย
มะเร็งเต้านมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วย การสูญเสียเต้านมจากการผ่าตัดทำให้ผู้หญิงหลายคนขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นการได้รับเต้านมเทียมจึงเปรียบเสมือนการได้รับของ ขวัญ ที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ทำให้พวกเขากล้าที่จะแต่งตัวและเข้าสังคมอีกครั้งด้วยความมั่นใจ
แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจาก กรมการแพทย์ ยืนยันว่า กำลังใจที่ดีมีส่วนสำคัญมากในกระบวนการรักษาโรค การที่สังคมแสดงความห่วงใยผ่านกิจกรรมจิตอาสาแบบนี้ ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง พลังบวกจากคนรอบข้างจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีแรงใจ ซึ่งนำไปสู่การตอบสนองต่อการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว


