ข่าวอาชญากรรม - Crime

จับกุมแม่ต้องสงสัยบังคับลูกสาววัย 12 ปีค้าประเวณีในญี่ปุ่น

กรุงเทพฯ – ตำรวจจับกุมหญิงคนหนึ่งเมื่อวันอังคารในข้อหาบังคับลูกสาววัย 12 ปีให้ค้าประเวณีในญี่ปุ่น ผู้ต้องสงสัยถูกส่งตัวกลับประเทศจากไต้หวันแล้ว ผู้ต้องสงสัยเป็นหญิงอายุ 29 ปี ตำรวจระบุชื่อเพียงว่า “ลัค”…

Published

on

กรุงเทพฯ– ตำรวจจับกุมหญิงคนหนึ่งเมื่อวันอังคารในข้อหาบังคับลูกสาววัย 12 ปีให้ค้าประเวณีในญี่ปุ่น ผู้ต้องสงสัยถูกส่งตัวกลับประเทศจากไต้หวันแล้ว

ผู้ต้องสงสัยเป็นหญิงอายุ 29 ปี ตำรวจระบุชื่อเพียงว่า “ลัค” เธอถูกควบคุมตัวทันทีหลังเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัด สมุทรปราการ ราว 17.00 น. ด้วยเที่ยวบินจากไต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศที่จับกุมตัวเธอไว้ก่อน แล้วส่งมอบให้ทางการไทย

เจ้าหน้าที่พาตัวเธอไปยังกองบัญชาการ ตำรวจ สอบสวนกลาง">ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ใน น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ เพื่อสอบปากคำ ตำรวจระบุว่าจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมในการแถลงข่าวช่วงบ่ายวันพุธ

พนักงานสอบสวนระบุว่า ผู้ต้องสงสัยทิ้งลูกสาวไว้ที่กรุงโตเกียวกับเจ้าของร้านนวดรายหนึ่ง ก่อนที่เด็กจะถูกบังคับให้ค้าประเวณี ขณะเดียวกันมีข้อมูลว่าแม่รายนี้หลบหนีไปไต้หวันเมื่อเดือนกันยายน

เด็กหญิงยังอยู่ในการดูแลของทางการญี่ปุ่น และถูกปฏิบัติในฐานะ “ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์”

ตำรวจเชื่อว่าในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนปีนี้ ผู้ต้องสงสัยซึ่งมีรายงานว่าเคยทำงานค้าประเวณี ได้จัดให้มีการซื้อบริการทางเพศจากลูกสาวในหลายจุด ทั้งในจังหวัดเพชรบูรณ์ บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ และที่ร้านนวดในกรุงโตเกียว

ตำรวจระบุว่าเธอถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรง เช่น การจัดให้มีการค้าประเวณีที่เกี่ยวข้องกับผู้เยาว์ และความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยโทษอาจสูงสุดจำคุก 20 ปี และปรับสูงสุด 2 ล้านบาท

ภาพรวมปัญหาการค้ามนุษย์เด็กในไทย

ในอดีต ปัญหาการค้ามนุษย์เด็กเพื่อค้าประเวณีและการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในไทย เคยมีกรณีครอบครัวยากจนมากขายลูกสาวเข้าสู่วงการค้าประเวณี เหตุการณ์ลักษณะนี้ถูกพูดถึงบ่อยในช่วงทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000

ปัจจัยสำคัญมักเกี่ยวกับความยากจน หนี้สิน และความจำเป็นต้องส่งเงินกลับบ้าน โดยพบมากในพื้นที่ชนบทภาคเหนือ และบางชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง (รวมถึงกลุ่มอาข่า)

กลุ่มชุมชนบนพื้นที่สูงและแรงงานอพยพจากประเทศใกล้เคียง เช่น เมียนมา ลาว และกัมพูชา มักมีความเสี่ยงสูงกว่า หลายคนไม่มีสัญชาติไทย ทำให้เข้าถึงโรงเรียน การรักษาพยาบาล และงานถูกกฎหมายได้ยาก ความเปราะบางเหล่านี้ทำให้ครอบครัวยิ่งติดอยู่กับความยากจน ขบวนการค้ามนุษย์มักเข้าหาด้วยคำสัญญาเรื่องงานจริง แต่สุดท้ายบังคับเด็กผู้หญิงเข้าสถานบริการในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือเมืองท่องเที่ยว

ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปมาก ยังมีบางกรณีที่แม่หรือญาติบังคับเด็กให้ค้าประเวณี และมีรายงานเป็นระยะในช่วงปี 2010s และ 2020s โดยเด็กมีอายุราว 9 ถึง 13 ปี หน่วยงานรัฐมองกรณีเหล่านี้เป็นคดีค้ามนุษย์ และดำเนินคดีอย่างจริงจัง

การค้ามนุษย์เด็กเพื่อประโยชน์ทางเพศในไทยยังคงเกิดขึ้น แต่ภาพที่พบบ่อยขึ้นคือกรณีที่เกี่ยวข้องกับแรงงานอพยพ การล่อลวงทางออนไลน์ และการบังคับโดยเครือข่ายจัดตั้ง มากกว่าการ “ขายลูก” โดยพ่อแม่โดยตรง ความยากจนยังเป็นปัจจัยหลักอยู่เสมอ การเข้าถึงการศึกษาเพิ่มขึ้น รวมถึงนโยบายเรียนฟรีถึงชั้น ม.6 ช่วยลดความเสี่ยงในเด็กสัญชาติไทยจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงกลับไปกระจุกอยู่ในกลุ่มเด็กไร้สัญชาติ เด็กไม่มีเอกสาร หรือเด็กอพยพที่เพิ่งเข้ามา

กฎหมายคุ้มครองเด็กและการปราบปรามค้ามนุษย์ในไทย

ไทยมีกฎหมายที่เอาผิดการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กและการค้ามนุษย์ค่อนข้างเข้ม เช่น

  • พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี (1996)ห้ามการชักชวน จัดหา จัดให้มี หรือหาประโยชน์จากการค้าประเวณี และเพิ่มโทษเมื่อเกี่ยวข้องกับผู้เยาว์
  • กฎหมายอายุความยินยอมและมาตรการคุ้มครองเด็กการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปีถูกมองเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์หรือข่มขืนตามกฎหมาย การนำผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีไปเกี่ยวข้องกับสถานค้าประเวณีเป็นความผิด แม้เด็กจะแสดงท่าที “ยินยอม” ก็ตาม
  • พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (2008)ครอบคลุมการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ และสนับสนุนงานบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงหน่วยงานอย่าง TICAC (Thailand Internet Crimes Against Children)ที่ทำคดีเกี่ยวกับออนไลน์

หน่วยงานรัฐและองค์กรเอกชน (NGOs) รวมถึง ECPAT, Destiny Rescue และ World Vision ยังรายงานปัญหาอย่างการล่อลวงทางออนไลน์ และการล่วงละเมิดที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน มีการรายงานว่าคดีแบบเปิดเผยตามท้องถนนลดลงเมื่อเทียบกับหลายสิบปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการบังคับใช้กฎหมายและความตระหนักของสังคมที่เพิ่มขึ้น

งานป้องกันและอุดช่องโหว่

หลายองค์กรทำงานป้องกันในพื้นที่เสี่ยง ผ่านการสนับสนุนการศึกษา บ้านพักพิง และกิจกรรมชุมชน รายงาน U.S. Trafficking in Persons ในช่วงหลังมักระบุว่ามีความคืบหน้าระดับหนึ่ง ทั้งด้านการสืบสวน การช่วยเหลือผู้เสียหาย และการดำเนินคดี แต่ก็ยังมีช่องโหว่ โดยเฉพาะเรื่องค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และการคุ้มครองชุมชนแรงงานอพยพ

ทั้งหมดนี้ยังเป็นปัญหาสิทธิมนุษยชนที่รุนแรง ซึ่งผูกกับความเหลื่อมล้ำและทางเลือกที่จำกัด ไม่ใช่เรื่องที่สะท้อนว่าเป็น “ค่านิยมปกติ” ของสังคมไทยในปัจจุบัน รายงานที่น่าเชื่อถือจำนวนมากชี้ว่าแรงขับหลักของคดีส่วนใหญ่ในยุคนี้คือการหลอกลวง การบังคับ และเครือข่ายค้ามนุษย์ที่จัดตั้ง มากกว่าการขายเด็กโดยครอบครัวแบบที่เคยพบมากในอดีต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมเด็กชายอายุ 13 ปี

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

Rebecca Kim

Published

on

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ– สถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้ประชาชน กลับกลายเป็นช่องทางทองให้ มิจฉาชีพ หาผลประโยชน์ ล่าสุดคนดังในวงการบันเทิงและโซเชียลมีเดียตกเป็นเหยื่อหลายราย เมื่อมีชายหนุ่มอ้างตัวเป็นจิตอาสาขอรับบริจาคเงิน เหตุการณ์นี้สะเทือนใจผู้ที่ตั้งใจช่วยเหลือสังคมอย่างมาก เงินบริจาคที่ควรจะได้นำไปช่วยผู้ประสบภัย กลับถูกนำไปใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว

อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม และดาราสาว ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ ไม่นิ่งนอนใจกับเรื่องร้ายแรงที่เกิดขึ้น ทั้งสองคนได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ร่มเกล้า เพื่อเอาผิดมิจฉาชีพรายนี้อย่างเด็ดขาด ผู้ก่อเหตุใช้วิธีตีสนิทและอ้างว่าจะนำเงินไปตั้งโรงครัวช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม แต่ในความเป็นจริงเขากลับนำเงินบริจาคไปใช้จ่ายส่วนตัวอย่างหน้าตาเฉย

ประเด็นสำคัญ 

  • อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม และ ขวัญ อุษามณี แจ้งความจับชายอ้างตัวเป็นอาสาสมัครที่ หลอกลวง เงินบริจาคน้ำท่วม
  • มิจฉาชีพสร้างเรื่อง “โรงครัวทิพย์” หลอกคนดังหลายรายให้โอนเงินสมทบทุนรวมมูลค่าหลายแสนบาท
  • มีผู้พบเห็นและถ่ายคลิปหลักฐานว่ามิจฉาชีพนำเงินบริจาคไปเที่ยวสถานบันเทิงอย่างสบายใจ

พฤติกรรมสุดแสบของมิจฉาชีพคราบนักบุญ

ผู้ก่อเหตุรายนี้มีฉายาในวงการว่า “ลูกเฟิร์ส” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในพื้นที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดใกล้เคียง ในอดีตเขาเคยก่อเหตุหลอกลวงโดยอ้างตัวเป็นคนทรงเจ้าหรือร่างทรงเพื่อเรียกรับเงินมาก่อน ปัจจุบันเขามีคดีติดตัวและมีหมายจับในข้อหาฉ้อโกงหลายท้องที่ แต่ก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมหลอกลวง เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ เขากลับใช้โอกาสนี้ตระเวนหลอกลวงคนดังไปทั่วประเทศ

กลโกงของเขาคือการเข้ามาทำทีเป็นคนดี มีจิตอาสา และอยากช่วยเหลือสังคม เขาเสนอตัวจะจัดตั้งโรงครัวเพื่อทำอาหารกล่องแจกจ่ายให้ผู้ประสบอุทกภัย ความน่าเชื่อถือและการพูดจาที่หว่านล้อม ทำให้คนดังหลายคนหลงเชื่อและยอมโอนเงินสมทบทุนให้ อาจารย์เบียร์สูญเงินไปถึง 149, 000 บาท ขณะที่ขวัญ อุษามณี โอนเงินช่วยเหลือไปจำนวน 36,000 บาท

ความเสียหายไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ยังมีคนดังอีกหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อของโรงครัวทิพย์นี้ เปิ้ล นาคร ศิลาชัย โอนเงินร่วมบุญไป 20,000 บาท นอกจากนี้ หลวงตาสินทรัพย์ หรือ “พระสิ้นคิด” ก็ถูกหลอกลวงเงินไปเกือบ 200,000 บาท ยอดรวมความเสียหายทั้งหมดมีมูลค่าหลายแสนบาท ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง

หลักฐานมัดตัว นำเงินบุญไปเที่ยวผับ

ความจริงทั้งหมดปรากฏขึ้นเมื่อมีผู้พบเห็นชายคนดังกล่าวนำเงินที่ได้จากการบริจาคไปใช้เที่ยวเตร่ มีพลเมืองดีสามารถถ่ายคลิปวิดีโอขณะที่เขากำลังเที่ยวสถานบันเทิงและดื่มกินอย่างสนุกสนานได้ หลักฐานชิ้นนี้กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้อาจารย์เบียร์และผู้เสียหายคนอื่นๆ ตัดสินใจดำเนินคดีตามกฎหมาย พวกเขามองว่านี่คือการซ้ำเติมผู้ประสบภัยที่กำลังลำบากอย่างหนัก

ในขณะเดียวกัน มีวัยรุ่นชายคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นทีมงานของผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมาที่ สน.ร่มเกล้า เพื่อให้ปากคำกับตำรวจ เขาออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นคนขับรถพาผู้ก่อเหตุไปเที่ยวผับจริง โดยคืนนั้นผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาอย่างหนักและใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย

วัยรุ่นคนนี้ยังยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองได้โอนเงินส่วนที่เหลือคืนให้ผู้ก่อเหตุไปหมดแล้ว เขาไม่ทราบเลยว่าเงินเหล่านั้นถูกนำไปทำอะไรต่อ หรือถูกนำไปใช้จ่ายที่ไหนอีก การออกมาชี้แจงครั้งนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเงินบริจาคไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์เลยแม้แต่น้อย

เสียงเตือนจากคนดัง ระวังภัยบริจาคน้ำท่วม

การเดินทางมาเข้าแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อเรียกร้องเงินของตนเองคืน แต่เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพรายนี้ไปหลอกลวงผู้อื่นได้อีกในอนาคต ข่าวจาก Amarin TV ระบุว่า อาจารย์เบียร์ต้องการให้ผู้ก่อเหตุออกมาชี้แจงความจริงต่อหน้าสื่อและสังคม เพราะเหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้บริจาคเป็นอย่างมาก

อาจารย์เบียร์ยังฝากเตือนสติประชาชนทุกคนที่ต้องการทำบุญช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงนี้ ขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุดและตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนโอนเงิน ควรเลือกบริจาคผ่านหน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรการกุศลที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกส่งถึงมือชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนจริงๆ

ด้านดาราสาว ขวัญ อุษามณี ก็เปิดเผยว่าเธอรู้สึกเสียใจและผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เธอมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤต แต่กลับถูกคนฉวยโอกาสนำความเมตตาไปหาผลประโยชน์ คดีนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงให้กับสังคมไทยในการทำบุญผ่านระบบออนไลน์ ที่มิจฉาชีพมักแฝงตัวมาในรูปแบบของคนดีมีน้ำใจ

บทเรียนสำคัญสำหรับการทำบุญยุคดิจิทัล

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาภัยไซเบอร์และการหลอกลวงที่แนบเนียนขึ้นในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมักจะใช้ความน่าสงสารหรือสถานการณ์ภัยพิบัติมาเป็นเครื่องมือกระตุ้นความเห็นใจ เมื่อประชาชนเห็นภาพน้ำท่วมหรือผู้เดือดร้อน ก็มักจะรีบโอนเงินช่วยเหลือโดยไม่ทันได้ตรวจสอบประวัติของผู้รับบริจาคให้ดีเสียก่อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแนะนำว่า ก่อนการบริจาคทุกครั้ง ควรขอรายละเอียดโครงการและตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับโอนให้ชัดเจน หากชื่อบัญชีเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียงหรือไม่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรใดๆ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน นอกจากนี้ การติดตามผลการดำเนินงานหลังจากการบริจาคก็เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้คนฉวยโอกาสนำเงินบุญไปใช้ในทางที่ผิด

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ร่มเกล้า กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่ามิจฉาชีพคราบนักบุญรายนี้จะได้รับโทษทางกฎหมายที่สาสมกับสิ่งที่ทำไว้หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตที่คนไทยควรช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากที่สุด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา

ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เชียงใหม่– เหตุการณ์ระทึก ขวัญ เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อพระสงฆ์และสามเณรวัดศรีสุพรรณร่วมใจกันสวมบทฮีโร่ วิ่งไล่ จับคนร้าย ที่เข้ามาก่อเหตุขโมยตู้บริจาคถึงในวัด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 12 ตุลาคม 2569 โดยศูนย์วิทยุกองบังคับการ ตำรวจ ภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (191) ได้รับแจ้งเหตุและรีบประสานงานทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ จึงรุดลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถามพระลูกวัดทราบว่า คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เข้ามาในวัด ทำทีเหมือนเป็นคนใจบุญมาไหว้พระ ในช่วงเช้าที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังไม่มาทำงาน เมื่อพระสงฆ์เปิดประตูวิหารและประตูพระอุโบสถ คนร้ายก็ฉวยโอกาสเดินเข้าไปอุ้มตู้บริจาคเหล็กทันที โชคดีที่พระและสามเณรมาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงพากันส่งเสียงตะโกนและวิ่งไล่ตามคนร้ายอย่างกระชั้นชิด

ประเด็นสำคัญ 

  • พระและสามเณรวัดศรีสุพรรณร่วมกันจับกุมโจรขโมยตู้บริจาคไว้ได้ทันควัน
  • คนร้ายทิ้งรถบิ๊กไบค์วิ่งหนีเท้าเปล่า แต่ไม่รอดถูกรุมจับกุมในที่สุด
  • ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าเพิ่งพ้นโทษ และมีประวัติก่อคดีลักทรัพย์มาแล้วกว่า 5 ครั้ง

ด้วยความตกใจ คนร้ายพยายามอุ้มตู้บริจาควิ่งหนีไปยังรถบิ๊กไบค์ที่จอดเตรียมไว้ แต่กลุ่มพระและสามเณรวิ่งกรูตามมาอย่างรวดเร็วและไม่ลดละ ทำให้คนร้ายต้องตัดสินใจทิ้งรถจักรยานยนต์ แล้วพยายามหิ้วตู้หนีด้วยเท้าเปล่าออกไปนอกวัด อย่างไรก็ตาม สุดท้ายคนร้ายก็หนีไม่รอดและถูกรุมจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด ส่วนเงินในตู้บริจาคนั้นมีไม่มากนัก เนื่องจากทางวัดมีกิจวัตรในการไขกุญแจเก็บเงินบริจาคออกทุกวันอยู่แล้ว

ประวัติโชกโชน: โจรบิ๊กไบค์สารภาพเคยก่อเหตุซ้ำซาก

หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ ตำรวจเชียงใหม่ ได้ทำการสอบสวนผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด ซึ่งคนร้ายได้ให้การรับสารภาพอย่างจำนนต่อหลักฐาน เขายอมรับว่าเคยมีประวัติก่อคดีลักทรัพย์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง เมื่อพ้นโทษออกมาก็ไม่มีงานทำ จึงตัดสินใจกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก โดยก่อนหน้านี้ได้มาตระเวนดูลาดเลาที่วัดศรีสุพรรณอยู่หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจก่อนลงมือจริง

นอกจากนี้ คนร้ายยังสารภาพว่าได้ไปยืมรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของเพื่อนมาใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ เมื่อตำรวจตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถเถื่อนที่ไม่มีเอกสารและไม่ได้เสียภาษีแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน

Naree Srisuk

Published

on

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน

จันทบุรี– เจ้าหน้าที่ ตำรวจ จันทบุรีได้รวบตัวหนุ่มแสบในคดีโรแมนซ์สแกมสุดอุกอาจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภัยเงียบรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล ผู้ต้องหารายนี้ใช้ความรักเป็นเครื่องมือในการ หลอกลวง เหยื่อจนสูญเงินมหาศาล คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเพราะคนร้ายนำเทคโนโลยี AI มาใช้ปลอมแปลงเอกสารสำคัญ ทำให้เหยื่อหลงเชื่ออย่างสนิทใจจนสูญเงินกว่า 21 ล้านบาท

ตามรายงานจาก ข่าวไทยรัฐออนไลน์ พฤติการณ์ของคนร้ายเริ่มจากการทำความรู้จักกับผู้เสียหายที่ร้านนวดใน กรุงเทพมหานคร เมื่อความสัมพันธ์พัฒนาไปในเชิงชู้สาว ผู้ต้องหาจึงเริ่มสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการใช้ AI ดัดแปลงภาพเอกสารธนาคารปลอม เขาอ้างว่าตนเองมีเงินเก็บมากถึง 14 ล้านบาท ทำให้ผู้เสียหายตายใจและยอมโอนเงินให้หลายร้อยครั้ง

ประเด็นสำคัญ

  • ใช้ AI ปลอมเอกสารเนียน:คนร้ายใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ สร้างหน้าบัญชีเงินฝากและเอกสารตำรวจปลอม เพื่อหลอกว่าตนเองมีฐานะดีและกำลังเดือดร้อน
  • สูญเงินมหาศาลกว่า 21 ล้านบาท:เหยื่อหลงเชื่ออย่างหนัก จึงยอมโอนเงินและมอบทรัพย์สินให้ผู้ต้องหามากถึง 623 ครั้ง ภายในเวลาเพียงปีกว่า
  • เงินหายไปกับการ พนันออนไลน์ :ตำรวจสืบพบว่าเงินทั้งหมดไม่ได้ถูกนำไปลงทุน แต่ถูกนำไปเล่นสล็อตออนไลน์และใช้หนี้นอกระบบจนเกือบหมด

พล.ต.ต.ธราเทพ ตูพานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยรายละเอียดการสืบสวนที่น่าตกใจ คนร้ายไม่ได้ปลอมแค่ยอดเงินในบัญชีธนาคารเท่านั้น แต่ยังเหิมเกริมปลอมเอกสารจากสถานีตำรวจเมืองนนทบุรีอีกด้วย โดยผู้ต้องหาอ้างว่าแม่ถูกจับคดีหวยใต้ดินและต้องใช้เงินด่วนเพื่อเสียค่าปรับ

เทคนิคการใช้ AI ปรับแต่งตัวเลขบนเอกสาร ทำให้ภาพถ่ายที่ส่งผ่านไลน์ดูสมจริงจนแทบแยกไม่ออก นี่คือกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้เสียหายโอนเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ถึงกันยายน 2569 จนกระทั่งผู้เสียหายเริ่มสงสัยและปรึกษาครอบครัว จึงนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด

บุกค้น 4 จุดหลักและเส้นทางการเงินที่หายไป

เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรัดกุม ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุมนายพงศ์ธรที่พักย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร การปฏิบัติการครั้งนี้ยังขยายผลเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 4 จุดหลัก ซึ่งรวมถึงคอนโดมิเนียมย่านอโศกและบ้านพักในจังหวัดนครปฐม เพื่อหาหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงินเพิ่มเติม

จากการแกะรอยเส้นทางการเงิน พบความจริงว่าเงินกว่า 21 ล้านบาทไม่ได้ถูกนำไปสร้างเนื้อสร้างตัวเลย ผู้ต้องหารับสารภาพว่านำเงินไปชำระหนี้นอกระบบและใช้จ่ายส่วนตัว แต่เงินก้อนใหญ่ที่สุดถูกนำไปทิ้งกับเว็บพนันออนไลน์ โดยเฉพาะการเล่นเกมสล็อตที่สูบเงินไปอย่างมหาศาล

บทเรียนราคาแพงและวิธีป้องกันภัยโรแมนซ์สแกม

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ชิ้นโตสำหรับคนที่กำลังมองหาความรักผ่านโลกออนไลน์หรือแอปพลิเคชันหาคู่ มิจฉาชีพยุคใหม่ไม่ได้มาในรูปแบบของการข่มขู่ แต่มาพร้อมกับคำหวานและการสร้างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย การใช้ AI สร้างเอกสารปลอมถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่แพร่ระบาดหนักในขณะนี้ ซึ่งทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะรู้เท่าทันและระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมไซเบอร์แนะนำว่า การป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดคือการตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ หากคนรักออนไลน์ของคุณเริ่มพูดถึงเรื่องเงินหรือขอความช่วยเหลือทางการเงิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นการหลอกลวง คุณไม่ควรด่วนตัดสินใจโอนเงินให้คนที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง แม้ว่าเขาจะดูมีฐานะดีแค่ไหนก็ตาม

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังฝากข้อคิดเตือนใจว่า แม้เอกสารที่มิจฉาชีพนำมาแสดงจะดูน่าเชื่อถือและมีตราประทับราชการชัดเจน ขอให้มีสติและโทรศัพท์ตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรงก่อนเสมอ การโอนเงินไปแล้วมักติดตามคืนได้ยากมาก ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความรักหรือความสงสารชั่ววูบมาทำลายเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY

นายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงรายหารือเกี่ยวกับการยกระดับทิศทางการศึกษาสมัยใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

Continue Reading

SOi Dog FOundation

เทคโนโลยี - Tech 4 hours ago

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม
ข่าวอาชญากรรม - Crime 4 hours ago

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

ข่าวการเมือง Politics 5 hours ago

ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา

น้ำมันดีเซลไทย B7, B20 และ Premium ต่างกันอย่างไร?
ข่าวธุรกิจ Business 5 hours ago

ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน

เชียงราย - Chiang Rai News 6 hours ago

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

ฟุตบอล 7 hours ago

เชียงราย ยูไนเต็ด พลาดท่า! ประจวบ เอฟซี ฮึดสู้พลิกแซง 2-1 ในเกมสุดมันส์

ข่าวอาชญากรรม - Crime 7 hours ago

พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่

เชียงราย - Chiang Rai News 7 hours ago

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์

เชียงราย - Chiang Rai News 7 hours ago

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช

เชียงราย - Chiang Rai News 8 hours ago

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท

อัปเดตการจราจรเชียงราย: เริ่มใช้กฎการกลับรถใหม่ 20 กันยายนนี้
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

อัปเดตการจราจรเชียงราย: เริ่มใช้กฎการกลับรถใหม่ 20 กันยายนนี้

ข่าวอาชญากรรม - Crime 3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

Trending

Build a Mobile Website
View Site in Mobile | Classic
Share by: