กรุงเทพฯ, 18 มกราคม 2026ตลาดที่อยู่อาศัยของไทยร่วงลงแรงจนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี ทั้งจำนวนโอนและมูลค่าซื้อขายสะท้อนภาวะซบเซายาว ๆ จากหนี้ครัวเรือนที่สูง สินเชื่อเข้มงวดขึ้น และกำลังซื้อที่อ่อนลง ข้อมูลอุตสาหกรรมปี 2025 ชี้ว่าการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศลดลงชัดเจน ต่อเนื่องจากการหดตัวก่อนหน้า จนกิจกรรมตลาดกลับไปใกล้ช่วงปี 2018-2019 นักวิเคราะห์มองว่ารอบนี้หนักที่สุดรอบหนึ่งนับตั้งแต่วิกฤตการเงินเอเชียปี 1997 ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับแผนใหม่เพื่ออยู่รอด และลุ้นจังหวะฟื้นตัวในปี 2026
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) และบริษัทที่ปรึกษาหลายแห่งรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า ปี 2025 ยอดโอนที่อยู่อาศัยทั่วประเทศลดลงมาก ขณะที่ยอดขายบ้านใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี หดตัวได้มากถึง 49% สำหรับ น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยอดโอนช่วง 8 เดือนแรกปรับลดราว 15% เมื่อเทียบกับปี 2024 ส่วนโครงการใหม่จากผู้พัฒนาลดลงได้ถึงประมาณ 20% ภาพนี้ต่อยอดจากปี 2023 ที่ยอดโอนลดลงราว 15% จนเป็นสัญญาณชัดว่าปริมาณธุรกรรมแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี
สต็อกคงค้างเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีหน่วยเหลือขายมากกว่า 235,000 ยูนิตในช่วงล่าสุด ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2018
ปัญหาอุปทานล้น กระทบกลุ่มลักชัวรีและคอนโดสูงมากสุด
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ากลุ่มลักชัวรีและคอนโดอาคารสูงเจอแรงกดดันจาก อุปทานล้น ( oversupply )หนักกว่ากลุ่มอื่น ตลาดคอนโดในกรุงเทพฯ มีสินค้าคงค้างจำนวนมาก การเปิดตัวโครงการใหม่ของบางรายชะลอลง แต่ยอดดูดซับยังช้า ทำให้แรงระบายสต็อกไม่ทัน ในภาพรวมประเทศ คอนโดเหลือขายยังอยู่ในระดับสูง โดยมีมุมมองว่าปัญหาบางส่วนเป็นเชิงโครงสร้างในกลุ่มกลางถึงบน
เมื่อยอดขายไม่ทันแผน หลายโครงการเริ่มปรับราคา ทำโปรโมชัน และเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อเร่งปิดการขาย โดยเฉพาะโครงการที่สร้างเสร็จแล้วและต้องการลดภาระต้นทุนถือครอง
อย่างไรก็ดี บางตลาดยังพอไปต่อได้ เมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางภูมิภาคอย่าง ภูเก็ต ยังมีแรงซื้อจากต่างชาติค่อนข้างสม่ำเสมอ การโอนคอนโดยังเดินหน้า และมีการคาดการณ์ว่าราคามีโอกาสโตเฉลี่ยราว 8-10% ต่อปีไปถึงปี 2026 จากเทรนด์อยู่อาศัยระยะยาวและการมี นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนนานาชาติรองรับ แต่ในกรุงเทพฯ คอนโดสูงเผชิญความกังวลของผู้ซื้อเพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบค้างจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายในปี 2025 ทำให้ความมั่นใจหายไปบางส่วน
มาตรการรัฐช่วยประคองระยะสั้น แต่ยังไม่พลิกเกม
ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นแบบชั่วคราวต่อเนื่องถึงกลางปี 2026 ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนคลายเกณฑ์ Loan-to-Value (LTV)เปิดทางให้กู้ได้ถึง 100% ในบางกรณี ขณะเดียวกันรัฐบาลลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงมีมาตรการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 50% สำหรับปี 2026 เพื่อช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรม
แม้มาตรการเหล่านี้ช่วยพยุงบรรยากาศได้บ้าง แต่ภาพรวมยังฟื้นแบบจำกัด ประมาณการปี 2026 ยังค่อนข้างระวัง โดยบางสำนักมองว่าจะยังหดตัวต่อ แต่ชะลอลงเหลือราว 6% และค่อย ๆ ปรับสมดุลเมื่อผู้ประกอบการลดการเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ คาดว่าอุปทานคอนโดใหม่ในกรุงเทพฯ ปี 2026 อาจลดลงต่ำกว่า 40,000 ยูนิต ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก
ผู้เชี่ยวชาญแนะผู้ประกอบการโฟกัสดีมานด์ที่ชัดเจน
ผู้นำในอุตสาหกรรมและนักวิเคราะห์มองตรงกันว่า แนวทางขายแบบทำโครงการให้เหมือน ๆ กันแล้วหวังปริมาณจำนวนมาก ใช้ไม่ได้เหมือนเดิม ผู้ประกอบการต้องหันไปทำ กลยุทธ์แบบเฉพาะกลุ่ม (niche strategies)เพื่อผ่านช่วงปรับตัวที่คาดว่าจะกินเวลา 2-3 ปี แนวทางที่ถูกพูดถึง เช่น โฟกัสลูกค้ากำลังซื้อสูงในกลุ่มลักชัวรี เน้นทำเลหลัก ยูนิตขนาดใหญ่ขึ้น และเพิ่มฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง
บางเสียงเสนอให้มองพื้นที่เติบโตนอกเมืองใหญ่ เพิ่มทางเลือกแบบเช่าระยะยาว (leasehold) สำหรับนักลงทุนต่างชาติ และเน้นวินัยการเงินมากกว่าขยายโครงการแบบเร่งรีบ
พิมพ์ภัค จุลมณีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ Sansiri เคยชี้ว่าการผลักดันการเช่ายาว 99 ปีจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจการลงทุน ขณะที่อีกหลายฝ่ายย้ำเรื่องการยิงให้ตรงเป้า มากกว่าพึ่งผู้ซื้อเก็งกำไร เช่น โฟกัสกลุ่มผู้ซื้ออยู่อาศัยจริง คนทำงาน และชาวต่างชาติที่อยู่ระยะยาว ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีเงินทุนพร้อมมีแนวโน้มรับมือได้ดีกว่า ส่วนรายเล็กต้องระวังสภาพคล่อง
การฟื้นตัวยังไม่ชัด เศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนกดดันต่อ
ภาพเศรษฐกิจไทยยังเป็นแรงกดดันต่อภาคอสังหาฯ ด้วยคาดการณ์ GDP ปี 2026 ราว 1.6-1.7% ต่ำกว่าที่หลายฝ่ายเคยหวังไว้ หนี้ครัวเรือนยังอยู่แถว 88-89% ของ GDP ทำให้ความสามารถกู้ซื้อบ้านถูกจำกัด อัตราปฏิเสธสินเชื่อบ้านเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะบ้านราคาต่ำ แม้การท่องเที่ยวและโครงการโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยพยุงบางส่วน แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างยังไม่หายไป
ปี 2026 อาจเป็นช่วงเริ่มเห็นการกระเตื้องแบบค่อยเป็นค่อยไป หากตลาดผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ผู้ซื้อมีโอกาสเจอจังหวะต่อรองราคาได้ดีขึ้น พร้อมโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ที่ยังมีอยู่ในหลายโครงการ ส่วนผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนจากเน้นจำนวน ไปสู่เน้นคุณค่า เลือกทำตลาดที่มีความต้องการจริง และหลีกเลี่ยงการเติมอุปทานเพิ่มในพื้นที่ที่ล้นอยู่แล้ว
ตลาดอสังหาฯ ไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ความท้าทายยังเยอะ แต่ถ้าโฟกัสดีมานด์ที่แข็งแรงและชัดเจนมากพอ โอกาสกลับมาทรงตัวก็ยังพอเห็นได้ในระยะถัดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกเข้าตรวจค้นโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และจับกุมชาวจีนหลายคน
ข่าวธุรกิจ Business
ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน
นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย– วันนี้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องพบกับข่าวร้ายอีกครั้ง เมื่อ ราคาน้ำมัน ในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการประกาศปรับขึ้นราคาอีก 75 สตางค์ต่อลิตร การปรับขึ้นครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลทะยานขึ้นไปแตะระดับ 42.99 บาทต่อลิตรเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าตัวเลขนี้สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งทั่วประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับสถานีบริการน้ำมันปตท. (PTT) ได้มีการอัปเดตราคาหน้าปั๊มใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ โดยน้ำมันทางเลือกอย่างดีเซล B20 ปัจจุบันขยับราคามาอยู่ที่ 37.19 บาทต่อลิตร ในขณะที่กลุ่มเบนซินอย่าง แก๊สโซฮอล์ 91 (GSH91S EVO) ก็ปรับราคาขึ้นมาอยู่ที่ 41.07 บาทต่อลิตรเช่นเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้หลายคนต้องเริ่มวางแผนการเดินทางใหม่เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน
ประเด็นสำคัญ
- ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้น 75 สตางค์ ดันราคาพุ่งสูงถึงระดับ 42.99 บาทต่อลิตร
- ปตท. อัปเดตราคาใหม่ โดยดีเซล B20 อยู่ที่ 37.19 บาท และแก๊สโซฮอล์ 91 ขยับไปที่ 41.07 บาท
- ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าในตลาด
ผลกระทบโดยตรงต่อภาคการขนส่ง
น้ำมันดีเซลถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจและการขนส่งใน ประเทศไทย เมื่อดีเซลแพงขึ้น ต้นทุนของรถบรรทุกและรถรับจ้างก็ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนขับรถเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบชิ่งไปยังราคาสินค้าที่เราซื้อหาในตลาดทุกวัน ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มส่งสัญญาณว่าอาจจะต้องปรับราคาสินค้าขึ้น หากต้นทุนพลังงานยังคงอยู่ในระดับที่สูงเช่นนี้
นอกจากภาคธุรกิจแล้ว ประชาชนคนธรรมดาที่ต้องขับรถไปทำงานทุกวันก็รู้สึกปวดหัวไม่แพ้กัน หลายคนบ่นว่ารายได้เท่าเดิมแต่ค่าเดินทางกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางครอบครัวต้องลดค่าใช้จ่ายส่วนอื่นลงเพื่อนำมาจ่ายค่าน้ำมันในแต่ละเดือน นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาทางออกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยด่วน
ทางเลือกและการปรับตัวของประชาชน
ในช่วงเวลาที่พลังงานมีราคาแพง คนไทยจำนวนมากเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในการเดินทางที่ประหยัดกว่า การหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า หรือรถประจำทาง กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากนี้กระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้าก็กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะช่วยลดภาระค่าน้ำมันได้อย่างชัดเจนในระยะยาว
สำหรับผู้ที่ยังจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ การขับรถด้วยความเร็วคงที่และหลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกกะทันหันสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้จริง หากคุณต้องการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด สามารถตรวจสอบ ราคาน้ำมันล่าสุด จากสำนักข่าวต่างๆ เพื่อวางแผนการเติมน้ำมันล่วงหน้าได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ทิศทางพลังงานในอนาคตของไทย
เมื่อมองไปข้างหน้า แนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนสูงมาก ปัจจัยระดับโลกและสงครามในหลายพื้นที่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ราคาพลังงานไม่นิ่ง ประเทศไทยซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบจากคลื่นความผันผวนเหล่านี้ได้เลย การพึ่งพาพลังงานสะอาดจึงไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของปากท้อง
ท้ายที่สุดแล้ว การปรับตัวรับมือกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้นคือสิ่งที่เราทุกคนต้องเรียนรู้และลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวัน หรือการสนับสนุนแนวทางพลังงานทางเลือก นอกเหนือจากการรอคอยมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐแล้ว การเริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรมจากตัวเราเองคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เครื่องกรองน้ำในไทยแบบไหนได้ผลจริง เลือกอย่างไรให้เหมาะกับบ้าน
ไขความลับ: กลยุทธ์สร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในประเทศไทย
ข่าวธุรกิจ Business
เลือกกระเบื้องหลังคาผิด บ้านร้อน-รั่วได้! รู้จักประเภทกระเบื้องก่อนตัดสินใจ
เวลาสร้างหรือรีโนเวตบ้าน หลายคนอาจใช้เวลาเลือกสี รูปทรง และดีไซน์ของหลังคาเป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้ว การเลือก กระเบื้องหลังคา ยังมีเรื่องที่ต้องพิจารณามากกว่านั้น ทั้งน้ำหนักของวัสดุ ความลาดเอียงของหลังคา การระบายน้ำ ความร้อน รวมถึงความแข็งแรงของโครงสร้างบ้าน หากเลือกวัสดุไม่เหมาะกับรูปแบบหลังคาหรือหน้างาน อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ตั้งแต่หลังคารั่ว บ้านสะสมความร้อน ไปจนถึงการเพิ่มภาระให้โครงสร้างโดยไม่จำเป็น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกวัสดุมุงหลังคา ควรทำความรู้จักข้อแตกต่างของวัสดุแต่ละประเภทเสียก่อน
กระเบื้องหลังคาคอนกรีต แข็งแรง มีรูปแบบให้เลือก
กระเบื้องหลังคาคอนกรีต เป็นวัสดุมุงหลังคาที่นิยมใช้กับบ้านพักอาศัย มีจุดเด่นเรื่องรูปทรงและสีที่มีให้เลือกหลากหลาย จึงสามารถนำไปใช้กับบ้านได้หลายสไตล์ ตั้งแต่บ้านร่วมสมัยไปจนถึงบ้านที่ต้องการให้หลังคาเป็นองค์ประกอบเด่นของตัวอาคาร ด้วยตัววัสดุที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับวัสดุมุงหลังคาบางประเภท การออกแบบโครงสร้างรองรับจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะระยะแป โครงถัก และจุดรับน้ำหนักต่าง ๆ ของหลังคา หากเป็นบ้านสร้างใหม่ สามารถกำหนดวัสดุมุงหลังคาไว้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เพื่อให้วิศวกรคำนวณโครงสร้างให้เหมาะสม แต่หากเป็นบ้านเก่าที่ต้องการเปลี่ยนวัสดุหลังคา ควรตรวจสอบก่อนว่าโครงสร้างเดิมสามารถรองรับน้ำหนักของวัสดุใหม่ได้หรือไม่ นอกจากตัวกระเบื้องแล้ว การติดตั้งอุปกรณ์ประกอบ เช่น ครอบสัน ครอบข้าง และระบบป้องกันน้ำบริเวณรอยต่อ ก็มีผลต่อประสิทธิภาพของหลังคาเช่นกัน
กระเบื้องลอนคู่ ใช้งานได้หลากหลายและติดตั้งบนพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ง่าย
อีกหนึ่งรูปแบบที่พบเห็นได้บ่อยคือ กระเบื้องลอนคู่ ซึ่งโดยทั่วไปเป็นกระเบื้องแผ่นลอนที่นำมาใช้กับบ้านพักอาศัย พื้นที่ต่อเติม โรงจอดรถ อาคารเกษตร หรือพื้นที่ใช้งานทั่วไป ลักษณะที่เป็นแผ่นยาวช่วยให้สามารถมุงพื้นที่ขนาดใหญ่ได้สะดวก ขณะที่รูปทรงลอนช่วยนำทางน้ำฝนให้ไหลลงตามแนวหลังคา จึงเป็นวัสดุที่ใช้งานได้กับพื้นที่หลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การติดตั้งยังต้องคำนึงถึงความลาดเอียงของหลังคา ระยะซ้อนทับระหว่างแผ่น ตำแหน่งของสกรู และรายละเอียดตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพราะหากติดตั้งไม่เหมาะสม จุดเหล่านี้อาจกลายเป็นตำแหน่งที่น้ำซึมเข้าไปได้ในภายหลัง ดังนั้นแม้วัสดุจะมีคุณภาพดี แต่คุณภาพของการติดตั้งก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน
กระเบื้องเซรามิกและวัสดุมุงหลังคาประเภทอื่นก็มีจุดเด่นต่างกัน
นอกจากกระเบื้องคอนกรีตและกระเบื้องลอนคู่แล้ว ยังมีกระเบื้องเซรามิกและกระเบื้องดินเผาที่นิยมใช้กับบ้านบางสไตล์ โดยมีจุดเด่นด้านพื้นผิว สี และความสวยงาม ซึ่งช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับสถาปัตยกรรมของบ้านได้ อย่างไรก็ตาม วัสดุแต่ละชนิดมีทั้งน้ำหนัก รูปแบบการติดตั้ง และข้อกำหนดเรื่องความลาดเอียงแตกต่างกัน จึงควรเลือกให้สัมพันธ์กับโครงสร้างตั้งแต่ต้น
ส่วนเมทัลชีท แม้จะไม่จัดเป็นกระเบื้อง แต่ก็เป็นวัสดุมุงหลังคาที่ถูกนำมาเปรียบเทียบบ่อย โดยมีจุดเด่นเรื่องน้ำหนักเบาและติดตั้งได้รวดเร็ว จึงนิยมใช้กับงานต่อเติม โรงจอดรถ หรืออาคารที่ต้องการลดภาระของโครงสร้าง แต่หากต้องการควบคุมความร้อนและเสียงจากฝน อาจต้องพิจารณาเรื่องฉนวนหรือระบบหลังคาเพิ่มเติมด้วย จึงไม่ควรถามเพียงว่า “กระเบื้องแบบไหนดีที่สุด” แต่ควรถามว่า “วัสดุแบบไหนเหมาะกับบ้านและการใช้งานของเรามากที่สุด”
หลังคาบ้านร้อน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระเบื้องเพียงอย่างเดียว
อากาศร้อนทำให้หลายคนเลือกวัสดุมุงหลังคาจากคุณสมบัติเรื่องการกันความร้อนเป็นหลัก แต่ความร้อนภายในบ้านไม่ได้เกิดจากตัวกระเบื้องเพียงอย่างเดียว สีและพื้นผิวของหลังคา การได้รับแสงแดด ทิศทางของบ้าน ฉนวนกันความร้อน ช่องว่างใต้หลังคา การระบายอากาศ และฝ้าเพดาน ทุกอย่างล้วนมีส่วนต่ออุณหภูมิภายในบ้าน ดังนั้นหากต้องการให้บ้านเย็นขึ้น ควรมองหลังคาเป็นระบบโดยรวม ตัวอย่างเช่น การเลือกวัสดุมุงหลังคาที่เหมาะสมควบคู่กับการติดตั้งฉนวนและออกแบบช่องระบายอากาศใต้หลังคา อาจช่วยจัดการความร้อนได้ตรงจุดกว่าการพิจารณาเฉพาะชนิดของกระเบื้องหลังคา
หลังคารั่วไม่ได้แปลว่ากระเบื้องเสียเสมอไป
อีกหนึ่งปัญหาที่เจ้าของบ้านมักเจอคือหลังคารั่ว โดยเฉพาะในช่วงที่มี ฝนตกหนัก หรือฝนสาดจากลมแรง หลายคนอาจนึกถึงกระเบื้องแตกเป็นอันดับแรก แต่สาเหตุจริงสามารถเกิดได้จากหลายจุด เช่น การซ้อนทับของกระเบื้องไม่เหมาะสม กระเบื้องเคลื่อน อุปกรณ์ครอบเสื่อม รอยต่อระหว่างหลังคากับผนังมีปัญหา หรือทางระบายน้ำอุดตัน ความลาดเอียงของหลังคาก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะวัสดุมุงหลังคาแต่ละประเภทถูกออกแบบให้ใช้งานภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกัน หากเลือกวัสดุไม่เหมาะกับองศาของหลังคา อาจทำให้น้ำระบายออกได้ไม่ดีและเพิ่มความเสี่ยงของการรั่วซึม หากเริ่มพบรอยน้ำบนฝ้า คราบความชื้น หรือสีโป่งหลังฝนตก จึงควรให้ช่างตรวจสอบต้นเหตุให้ชัดเจนก่อน ไม่จำเป็นต้องรีบสรุปว่าต้องเปลี่ยนหลังคาทั้งหมดเสมอไป
สุดท้ายแล้วไม่มีกระเบื้องประเภทใดที่เหมาะกับบ้านทุกหลัง เพราะแต่ละบ้านมีทั้งรูปทรง โครงสร้าง สภาพแวดล้อม และรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันกระเบื้องคอนกรีตอาจเหมาะกับบ้านที่ออกแบบโครงสร้างมาเพื่อรองรับและให้ความสำคัญกับดีไซน์ ขณะที่กระเบื้องลอนคู่สามารถเป็นทางเลือกสำหรับบ้านและพื้นที่ใช้งานหลายประเภท ส่วนกระเบื้องเซรามิกหรือวัสดุมุงหลังคาอื่นก็มีจุดเด่นที่เหมาะกับงานแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกแบบที่แพงที่สุด แต่คือการเลือกวัสดุที่สัมพันธ์กับโครงสร้าง ความลาดเอียง สภาพแวดล้อม และงบประมาณของบ้าน พร้อมติดตั้งด้วยวิธีที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่กำลังสร้างบ้าน ต่อเติม หรือวางแผนเปลี่ยนหลังคา สามารถเลือกดูกระเบื้องและอุปกรณ์หลังคาหลากหลายประเภทได้ที่ ไทวัสดุพร้อมทีมงานที่สามารถช่วยแนะนำสินค้าให้เหมาะกับลักษณะงาน เพื่อให้เลือกวัสดุได้ง่ายและเหมาะกับบ้านมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เด็ก ป.6 เชียงราย เก่งจัด คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
ข่าวธุรกิจ Business
ชินคันเซ็นซูชิบุกเซ็นทรัลเชียงราย จัดเต็ม 250 เมนูเด็ด
นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย– ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของ ภาคเหนือ ล่าสุดได้ร่วมแสดงความยินดีกับการเปิดสาขาใหม่ของร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง คุณสายัณห์ นักบุญ ผู้จัดการทั่วไปของศูนย์การค้า นำทีมผู้บริหารมอบกระเช้าดอกไม้เพื่อต้อนรับพันธมิตรใหม่ โดยมีคุณธันยชนก ปัญจวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการจาก บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ฟ จำกัด เป็นตัวแทนรับมอบ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและการต้อนรับอย่างเป็นกันเองจากทีมงานทุกคน
การมาเยือนของร้าน ชินคันเซ็น ซูชิ (Shinkanzen Sushi) ในครั้งนี้ ช่วยยกระดับประสบการณ์การทานอาหารของชาวเชียงรายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทางร้านพร้อมเสิร์ฟความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วยเมนูที่หลากหลายมากกว่า 250 รายการ ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับซูชิหน้าต่างๆ ซาชิมิสดใหม่ ราเมนรสเข้มข้น และข้าวหน้าสไตล์ญี่ปุ่นอีกมากมาย ร้านนี้จึงเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นการทานข้าวกับครอบครัวหรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน
ประเด็นสำคัญ
- เซ็นทรัล เชียงราย ต้อนรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของร้าน ชินคันเซ็น ซูชิ สาขาใหม่
- ทางร้านจัดเต็มเมนูอาหารญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยมกว่า 250 รายการ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม
- สมัครสมาชิกใหม่รับฟรีเครื่องดื่มเป๊ปซี่ 1 แก้ว ตั้งแต่วันที่ 1-3 ตุลาคม 2569
การเปิดสาขาใหม่ที่ เซ็นทรัล เชียงราย ช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด ปัจจุบันผู้คนมองหาร้านอาหารที่ให้ทั้งความอร่อยและความคุ้มค่า ชินคันเซ็น ซูชิ จึงเข้ามาเติมเต็มโซนร้านอาหารของศูนย์การค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น การเลือกใช้วัตถุดิบที่ได้มาตรฐานและความใส่ใจในทุกขั้นตอน ทำให้แบรนด์นี้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน
เพื่อเป็นการฉลองการเปิดสาขาใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ทางร้านได้จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้า เพียงแค่คุณสมัครสมาชิก ชินคันเซ็น ซูชิ ที่หน้าร้าน จะได้รับเป๊ปซี่ฟรีทันที 1 แก้ว มูลค่า 25 บาท โปรโมชั่นนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม 2569 เท่านั้น โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ทางร้านกำหนด ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นให้เข้ามาใช้บริการได้อย่างคึกคัก
พิกัดความอร่อยใจกลางเมือง
นอกจากรสชาติที่ถูกปากแล้ว ทางร้านยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัยในระดับสูงสุด ทีมเชฟได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีเพื่อรักษาคุณภาพอาหารให้คงที่ การเปิดสาขานี้ยังช่วยสร้างงานและรายได้ให้คนในพื้นที่เชียงราย ถือเป็นการเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืนและมั่นคง
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยม สามารถแวะมาได้ตั้งแต่วันนี้ ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 1 โซน E-Center ของศูนย์การค้า โดยอยู่ติดกับร้าน McDonald’s ทำเลที่ตั้งหาง่ายและมีพื้นที่กว้างขวาง พร้อมรองรับลูกค้าทุกท่านที่ต้องการใช้เวลาแห่งความสุขกับมื้ออาหารสุดพิเศษ มาร่วมเปิดประสบการณ์ความอร่อยที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้แล้ววันนี้ที่เซ็นทรัล เชียงราย



