เชียงราย – เชียงรายต้องเจอกับอีกหนึ่งวันที่หนักหนาในวันที่ 27 มีนาคม 2569 หลังหมอกควันจากไฟป่าปกคลุมทั่วทั้งจังหวัดตั้งแต่เช้า ท้องฟ้ากลายเป็นสีเทา มองเห็นได้ไม่ไกลเหมือนเดิม ขณะเดียวกันอุณหภูมิก็พุ่งแตะ 40 องศาเซลเซียส ทำให้การใช้ชีวิตกลางแจ้งลำบากขึ้นมาก และเสี่ยงต่อ สุขภาพ ของหลายคน
หน่วยงานในพื้นที่ระบุว่าสถานการณ์อยู่ในระดับน่าห่วง เพราะทั้งควันพิษและความร้อนรุนแรงเกิดขึ้นพร้อมกัน เด็ก ผู้สูงอายุ รวมถึงคนที่มีโรคประจำตัว จึงได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ
เชียงราย">จังหวัดเชียงรายได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากหมอกควันหนาแน่น " width="1200" height="675" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/wmremove-transformed-2.webp 1200w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/wmremove-transformed-2-300x169.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/wmremove-transformed-2-1024x576.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/wmremove-transformed-2-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" />
ทำไมเชียงรายเจอหมอกควันหนักในช่วงนี้
สาเหตุหลักมาจากไฟป่าในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเกิดขึ้นง่ายในช่วงอากาศแห้ง พืชพรรณแห้งติดไฟได้ไว อีกทั้งบางพื้นที่ยังมีการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรหรือจัดการที่ดิน จึงยิ่งทำให้ควันสะสมมากขึ้น เมื่อควันลอยรวมกับอากาศร้อนและลมนิ่ง ปัญหาหมอกควันก็ยิ่งรุนแรง
ข้อมูลคุณภาพอากาศวันที่ 27 มีนาคม พบว่าหลายจุดในเชียงรายมีค่า AQI⁺ สูงเกินมาตรฐานอย่างมาก ได้แก่
- อำเภอเมืองเชียงราย (ตำบลนางแล): 313 อยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพมาก
- อำเภอแม่สาย (ตำบลเวียงพางคำ): 282
- อำเภอ แม่ฟ้าหลวง : 252
- อำเภอแม่จัน: 245
ตัวเลขเหล่านี้สูงกว่าระดับปลอดภัยชัดเจน โดยมลพิษหลักคือ ฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กจากการเผาไหม้ และสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ลึก ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าในช่วงฤดูแล้งของไทย โดยเฉพาะเดือนมีนาคม การเผาชีวมวลยังเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นในภาคเหนือ
ตลอดทั้งวัน ท้องฟ้าเหนือเชียงรายถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนา หลายคนบอกว่าเหมือนอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันตลอดเวลา ยิ่งเจอกับอากาศร้อน 40 องศา ก็ยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดและระคายเคืองมากขึ้น

อากาศร้อนจัดและหมอกควัน กระทบชีวิตประจำวันอย่างไร
นอกจากฝุ่นควันแล้ว ความร้อนก็เป็นอีกปัญหาที่ทำให้คนในพื้นที่เหนื่อยง่าย หลายคนมีอาการแสบจมูก แสบตา และไม่สบายตัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็กที่รับผลกระทบได้เร็วกว่า การหายใจเอาอากาศที่มีฝุ่นปนเปื้อนเข้าไป ขณะร่างกายต้องเผชิญอุณหภูมิสูง ทำให้กิจกรรมง่าย ๆ ในแต่ละวันกลายเป็นเรื่องหนัก
ชาวบ้านในอำเภอเมืองเชียงรายรายหนึ่งเล่าว่า “ออกไปข้างนอกแป๊บเดียวก็แสบตาทันที เด็ก ๆ ก็ออกไปเล่นไม่ได้ ส่วนพ่อแม่ก็ต้องอยู่ในบ้าน เปิดพัดลมตลอด” เสียงสะท้อนแบบนี้เกิดขึ้นในหลายชุมชนทั่วจังหวัด
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังกังวลเรื่องผลกระทบระยะยาว เพราะ PM2.5 สามารถกระตุ้นอาการหอบหืด ทำให้อาการโรคทางเดินหายใจแย่ลง และทำให้เกิดการระคายเคืองตา คอ และจมูกได้ ในกรณีรุนแรงยังเพิ่มภาระต่อหัวใจและปอดด้วย
คำเตือนจากทางการ และวิธีป้องกันตัวที่ควรทำทันที
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงรายออกประกาศเตือนประชาชนอย่างเร่งด่วน พร้อมขอให้ทุกคนป้องกันตัวอย่างจริงจัง
คำแนะนำสำคัญมีดังนี้
- สวมหน้ากากกันฝุ่นที่ได้มาตรฐาน เช่น N95 เมื่อต้องออกนอกบ้าน
- งดกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะช่วงแดดจัด
- อยู่ภายในอาคาร ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด และใช้เครื่องฟอกอากาศหากมี
- ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำจากอากาศร้อน
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจไม่สะดวก เวียนศีรษะ หรือแสบตารุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที
ทางการย้ำว่า กลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจ ควรระวังมากกว่าปกติ
ในหลายพื้นที่ โรงเรียนและสถานประกอบการบางแห่งได้ปรับเวลาเรียนและเวลาทำงานแล้ว หลายโรงเรียนให้เด็กอยู่ในอาคารช่วงพัก หรือย้ายกิจกรรมไปยังห้องที่มีเครื่องปรับอากาศเท่าที่ทำได้
ทำไมภาคเหนือของไทยเจอปัญหาหมอกควันซ้ำทุกปี
ทุกปีในช่วงปลายฤดูแล้ง จังหวัดทางภาคเหนืออย่างเชียงรายมักต้องเผชิญกับหมอกควันตามฤดูกาล สาเหตุหลักมาจากไฟป่าและการเผาในภาคเกษตร ซึ่งปล่อยควันจำนวนมากขึ้นสู่บรรยากาศ เมื่อสภาพอากาศร้อนและแห้ง มลพิษก็ยิ่งค้างอยู่ใกล้พื้นดิน
นอกจากนี้ ควันจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาและลาว ยังอาจพัดข้ามแดนเข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์ในบางช่วง แม้ภาครัฐจะพยายามประสานงานร่วมกัน แต่ในช่วงที่มีจุดความร้อนจำนวนมาก ปัญหาก็ยังควบคุมได้ยาก
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าปัจจัยที่ทำให้หมอกควันเกิดซ้ำมีหลายด้าน ทั้งการเผาไร่แบบเดิม การเตรียมพื้นที่เพาะปลูก และไฟป่าที่ลุกลามโดยควบคุมไม่ได้ รวมถึงฝนที่มาน้อยและอุณหภูมิสูงผิดปกติ ก็มีส่วนทำให้สถานการณ์แย่ลง
ปีนี้ยิ่งหนักขึ้น เพราะทั้งอากาศร้อนจัดและจุดความร้อนที่ยังเกิดต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายอำเภอในเชียงรายเข้าสู่โซนอันตรายด้านคุณภาพอากาศ
ชาวบ้านควรทำอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยง
ระหว่างรอฝนช่วยพัดพาฝุ่นควันออกไป คนในพื้นที่ยังพอป้องกันตัวเองและคนในบ้านได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้
- เช็กค่า AQI แบบเรียลไทม์จากแอปหรือรายงานท้องถิ่นก่อนออกจากบ้าน
- ลดการออกกำลังกายหรือทำงานหนักกลางแจ้ง
- หากมีอาการระคายเคืองตาหรือจมูก อาจใช้น้ำเกลือล้างตาหรือพ่นจมูก หลังปรึกษาแพทย์
- ดูแลอากาศในบ้านให้สะอาด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือจุดธูปภายในบ้าน
- เตรียมของจำเป็นไว้ล่วงหน้า เช่น หน้ากาก น้ำดื่ม และยาสามัญประจำบ้าน
หลายชุมชนยังช่วยกันเฝ้าระวังไฟไหม้ หากพบการเผาหรือไฟลุกลาม ก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าควบคุมให้เร็วที่สุด
สถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อไร
นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า หมอกควันมักเริ่มเบาบางลงเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม ช่วงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามจุดความร้อนอย่างใกล้ชิด และขอความร่วมมือไม่ให้มีการจุดไฟเพิ่ม
รัฐบาลจังหวัดกำลังประสานงานกับหน่วยงานส่วนกลางเพื่อรับมือสถานการณ์ต่อเนื่อง หลายพื้นที่เริ่มเรียกร้องการช่วยเหลือเพิ่ม เช่น การแจกหน้ากาก และการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่น
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ ดูแลตัวเองให้ปลอดภัย อยู่ในอาคารเมื่อทำได้ และติดตามคำเตือนจากทางการอย่างใกล้ชิด
เหตุการณ์ในเชียงรายครั้งนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า ปัญหามลพิษทางอากาศในภาคเหนือยังเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องรับมือทุกปี ชาวบ้านจำนวนมากจึงได้แต่หวังว่าอากาศจะเย็นลง และท้องฟ้าจะกลับมาใสอีกครั้งในไม่ช้า
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิดรถบัสไฟฟ้าฟรี 08.00 ถึง 17.00 น. ช่วยลดค่าเดินทางช่วงน้ำมันแพง
เชียงราย - Chiang Rai News
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย– หลังจากรอคอยมานานเกือบ 10 ปี ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้ตัดสินคดีสำคัญใน จังหวัดเชียงราย คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณของ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งมีทั้งงบอาหารกลางวันและงบซ่อมแซมอาคารเรียน
ครูผู้ร้องเรียนได้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึง 2560 จนกระทั่งผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องหลายคนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว การตัดสินครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของสังคมว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าจะยังคงสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ป.ป.ช. ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการชี้มูลความผิดคดีทุจริตงบโรงเรียนในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่หลายราย ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่
- บางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว แต่คดีอาญาที่เหลือถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การเปิดโปงทุจริตงบซ่อมแซมโรงเรียนและบ้านพักครู
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในหลายโครงการหลัก เช่น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมห้องสหกรณ์โรงเรียน และโครงการว่าจ้างปรับปรุงบ้านพักครูจำนวนหลายหลัง อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกพบว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151 และ 157 พวกเขาถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนว่าเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน
นอกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกและตัวแทนจากภาคเอกชนที่ถูกชี้มูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการทุจริตในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าคดีความจะมีความคืบหน้าหลังจากการรอคอยอย่างยาวนาน แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าความล่าช้าทำให้บางคดีหมดอายุความไปแล้ว ผู้กระทำผิดบางรายจึงรอดพ้นจากการถูกลงโทษทางอาญาไปอย่างน่ากังขา
ขั้นตอนต่อไปและการเรียกร้องค่าเสียหายคืนสู่รัฐ
สำหรับคดีอาญาที่ยังไม่หมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปโดยทันที นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ยังมีสถานะเป็นข้าราชการ
สำนักงานการศึกษาส่วนภูมิภาคได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และความล่าช้าในระบบยุติธรรมของ ประเทศไทย
ปัญหาการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันและงบปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทของจังหวัดเชียงราย การสูญเสียงบประมาณที่สำคัญเหล่านี้ทำให้เด็กๆ ขาดโอกาสและโภชนาการที่พวกเขาควรจะได้รับอย่างเต็มที่ตามสิทธิพื้นฐาน
ประชาชนและหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายต่างคาดหวังว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่เข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานของโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป การสร้างความโปร่งใสและกำจัดการทุจริตในระบบการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเยาวชนและประเทศชาติในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คดีทุจริตโรงเรียนเชียงรายเกิดขึ้นที่อำเภอใด?
A: คดีนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยเป็นการทุจริตงบประมาณซ่อมแซมอาคารและงบอาหารกลางวันในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560
Q: ใครเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตครั้งนี้บ้าง?
A: ผู้ถูกกล่าวหาหลักคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียน (ในขณะนั้น) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด
Q: ทำไมบางข้อกล่าวหาถึงไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้?
A: เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานของ ป.ป.ช. ใช้เวลานานเกือบ 10 ปี ทำให้ข้อกล่าวหาบางส่วนขาดอายุความตามกฎหมายไปแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
เชียงราย – การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเยาวชนและสังคมให้ก้าวหน้า เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ล่าสุดได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026” กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างคึกคัก ณ ห้องลีลาวดี โดยมี นักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากหลากหลาย โรงเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเปิดค่าย STEAM ปี 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เด็กชั้น ป.4-ป.6
- กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ความรู้เชิงลึกและสอนการคิดวิเคราะห์
- โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” ที่เน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาจริง
ยกระดับทักษะด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM
เป้าหมายหลักของค่ายนี้คือการปลูกฝังทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า STEAM แนวทางนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในตำราเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้รูปแบบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้ผ่านการทดลองที่สนุกสนานและท้าทายความคิด
กิจกรรมในค่ายได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาราภรณ์ เตรียมโพธิ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นพบความถนัดของตนเองและต่อยอดจินตนาการสู่นวัตกรรมใหม่ๆ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตของนครเชียงราย
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันของคณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นเปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้นักเรียน การสร้างทักษะแห่งอนาคตเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นโยบายของ เทศบาลนครเชียงราย ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การผลักดันวิสัยทัศน์ “นครแห่งการเรียนรู้” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่า การศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาคน และคนที่มีศักยภาพจะกลับมาพัฒนาเมืองเชียงรายให้ยั่งยืนต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าย Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026 จัดขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด?
ค่ายนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการคิดและสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมตั้งแต่ยังเด็ก
กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน วิธีนี้มีความสำคัญเพราะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ใครคือผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้?
กิจกรรมนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งวิทยากรมาให้ความรู้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย – เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษา จังหวัดเชียงราย ได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน เวียงป่าเป้า วิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “ เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570 ” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ:นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ:เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด:เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย









