เชียงราย – วัดสันมะเหม้า จังหวัดเชียงราย กำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่จากบุคคลภายนอก วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก นักท่องเที่ยว มากมายเดินทางมาขอพรและทำบุญอย่างต่อเนื่อง แต่ความสงบของวัดกลับถูกรบกวนโดยหญิงสาวคนหนึ่งจาก กรุงเทพมหานคร หญิงคนนี้ได้สร้างความวุ่นวายและทำให้วัดเสื่อมเสียชื่อเสียง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อหญิงสาวรายนี้เดินทางมาทำบุญที่วัดกับคณะทัวร์ หลังจากนั้นเธอก็เริ่มเข้ามาที่วัดบ่อยครั้งขึ้น แต่เธอกลับมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและแอบขโมยเงินบริจาคของวัดไปหลายครั้ง จนกระทั่งถูกจับได้และถูกศาลตัดสินลงโทษในที่สุด
Key Takeaways (ประเด็นสำคัญ)
- หญิงสาวจาก กรุงเทพฯ ก่อเหตุขโมยเงินบริจาคของวัดดังในเชียงรายหลายครั้ง จนถูกจับกุมตัว
- ศาลสั่งจำคุกและปรับเงิน แต่ให้รอลงอาญา 3 ปี เนื่องจากจำเลยรับสารภาพและคืนเงินทั้งหมด
- ล่าสุดหญิงคนดังกล่าวกลับมาโพสต์เฟซบุ๊กใส่ร้ายทางวัด ทำให้วัดต้องฟ้องร้องดำเนินคดีหมิ่นประมาท
วัดสันมะเหม้าตั้งอยู่ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวสายมู ผู้คนมากมายตั้งใจมากราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณและองค์พญาครุฑ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปหลวงพ่อขาวที่เป็นที่เคารพรักของชาวบ้าน วัดแห่งนี้เคยมีความสงบสุขและเต็มไปด้วยผู้มีจิตศรัทธา
แต่ความสงบนั้นก็หายไปเมื่อหญิงสาวคู่กรณีเริ่มเข้ามาวุ่นวาย นายสมศักดิ์ สีเขียว ไวยาวัจกรของวัด ต้องไปแจ้งความกับตำรวจ เพราะหญิงคนนี้มีพฤติกรรมก่อกวนและสร้างความรำคาญ คณะกรรมการวัดจึงต้องมีมติห้ามเธอเข้ามาในบริเวณวัดอีก เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ผู้ที่มาทำบุญ
พฤติกรรมขโมยเงินบริจาคและคำตัดสินของศาล
ในช่วงกลางปี 2568 ทางวัดพบว่าเงินบริจาคหายไปหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 13,700 บาท เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 21 พฤษภาคม และ 6 มิถุนายน ทางวัดจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจสถานีตำรวจภูธรพานทันที
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ก็พบหลักฐานชัดเจนว่าผู้ก่อเหตุคือหญิงสาวคนดังกล่าว เธอจึงถูกจับกุมและถูกนำตัวส่งฟ้องศาล ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าเธอมีความผิดจริงหลายกระทง
ศาลพิพากษาจำคุกรวม 18 เดือน และปรับเงิน 30,000 บาท แต่เนื่องจากเธอให้การรับสารภาพและยอมคืนเงินทั้งหมด ประกอบกับอายุยังน้อย ศาลจึงลดโทษให้ โดยให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้โอกาสเธอได้กลับตัวกลับใจ
ความแค้นฝังใจและข้อกล่าวหาที่รุนแรงผ่านโซเชียลมีเดีย
แม้ศาลจะให้โอกาส แต่หญิงคนนี้กลับไม่ยอมหยุดพฤติกรรมของเธอ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ปี 2569 เธอได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โจมตีบุคคลในวัดด้วยถ้อยคำที่รุนแรงและหยาบคายอย่างมาก
เธอโพสต์กล่าวหาว่าวัดแห่งนี้มีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ โดยเตือนให้ผู้หญิงและเด็กระมัดระวังตัว นอกจากนี้เธอยังอ้างว่าตัวเองเคยตกเป็นเหยื่อ และกำลังรวบรวมผู้เสียหายคนอื่นๆ เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีกับทางวัด
ข้อกล่าวหาของเธอยังพาดพิงไปถึงเจ้าอาวาส พระผู้ใหญ่ และเด็กวัด เธอใส่ร้ายว่ามีการเสพยาเสพติด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และดูสื่อลามกอนาจารภายในวัด ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของวัดอย่างมหาศาล
การตอบโต้จากทางวัดและการฟ้องร้องดำเนินคดี
หลังจากเกิดเรื่อง นายสมศักดิ์ สีเขียว และคณะกรรมการวัดได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน พวกเขายืนยันว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดในเฟซบุ๊กไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย ทางวัดเชื่อว่าหญิงสาวคนนี้ทำไปเพราะความโกรธแค้นจากคดีขโมยเงินบริจาค
ทางกรรมการวัดมองว่าหญิงคนนี้เป็นบุคคลอันตรายต่อชุมชน แม้คดีขโมยเงินจะจบไปแล้ว เธอก็ยังพยายามกลับเข้ามาในวัดอยู่หลายครั้ง ทางวัดต้องคอยป้องกันไม่ให้เธอเข้าใกล้พื้นที่สำคัญเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะตามมา
ในขณะนี้ ทางวัดสันมะเหม้าไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขาได้รวบรวมหลักฐานเพื่อฟ้องร้องหญิงสาวคนนี้แล้ว โดยตั้งข้อหาหมิ่นประมาทและทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การกระทำนี้เป็นการปกป้องชื่อเสียงเพื่อให้ประชาชนกลับมาศรัทธาอีกครั้ง คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อุทยานแห่งชาติเชียงรายปิดให้บริการช่วงฤดูฝน: ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน
กองทัพประกาศว่า การป้องกันอุทกภัยในแม่สาย จังหวัดเชียงราย เสร็จสมบูรณ์ 100%
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี







