เชียงราย – เชียงรายระดมกำลังเข้าดับไฟป่าบริเวณดอยผาโง้ม อำเภอเวียงป่าเป้า หลังเพลิงลุกลามเข้าใกล้พื้นที่พระธาตุและที่พักสงฆ์ เจ้าหน้าที่ทำงานตลอดคืน พร้อมใช้โดรนบินสำรวจจากมุมสูง เพื่อตรวจหาจุดเสี่ยงและเฝ้าระวังไม่ให้ไฟกลับมาลุกอีก
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 นายชูชิป พงษ์ชัย จังหวัดเชียงราย ">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า เกิดเหตุไฟป่ารุนแรงที่ดอยผาเงือก ตำบลปางเงียว อำเภอเวียงป่าเปา ในช่วงค่ำของวันที่ 27 มีนาคม บริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของเจดีย์และวัดพุทธอันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อได้รับรายงานแล้ว ท่านได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการดับไฟป่าประสานงานกับหน่วยป้องกันไฟป่าจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์ไม้ องค์การบริหารส่วนตำบลเวียงป่าเปา ตลอดจนอาสาสมัครและชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อควบคุมสถานการณ์
การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะพื้นที่เป็นภูเขาสูงและป่าลึก อีกทั้งเหตุเกิดในเวลากลางคืน แต่ทุกฝ่ายยังเดินหน้าดับไฟอย่างเต็มกำลัง เจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันเดินเท้าเข้าพื้นที่ ทำแนวกันไฟ และฉีดพ่นน้ำ เพื่อหยุดไฟไม่ให้ลามเข้าเขตศาสนสถาน โดยเฉพาะบริเวณที่พักสงฆ์ตุสิตาผาโง้ม
ต่อมาในวันที่ 28 มีนาคม นายอำเภอ เวียงป่าเป้า ลงพื้นที่ไปบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตัวเอง พร้อมนำกำลังจากหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบความเสียหาย และใช้โดรนบินสำรวจจากทางอากาศ เพื่อประเมินแนวไฟและค้นหาจุดที่อาจปะทุซ้ำ เบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว แต่ยังต้องจัดกำลังเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย รายงานว่าพบ จุดความร้อน ทั่วจังหวัดรวม 65 จุด โดยอำเภอเวียงป่าเป้ามีจุดความร้อนสะสมสูงสุดถึง 95 จุดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่วนสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ก็ยังน่าห่วง เพราะหลายพื้นที่ เช่น อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงของ มีค่าฝุ่นสูงจนกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างชัดเจน
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายย้ำว่า หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจพิจารณาปิดป่าชั่วคราว เพื่อคุมความเสี่ยงจากไฟป่า พร้อมขอความร่วมมือประชาชนงดเผาในที่โล่งทุกชนิดอย่างเด็ดขาด จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
นอกจากนี้ จังหวัดยังเตรียมประสานกำลังทหารจาก กอ.รมน. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ออกลาดตระเวนพื้นที่เสี่ยง โดยจะเริ่มเน้นหนักในอำเภอเวียงป่าเป้าก่อนเป็นอันดับแรกในวันที่ 30 มีนาคมนี้ และถ้าสภาพอากาศเหมาะสม มีความชื้นเพียงพอ ก็จะประสานหน่วยงานด้านการเกษตรเพื่อขอสนับสนุนฝนหลวง ช่วยลดฝุ่นควันและฟื้นคุณภาพอากาศให้ดีขึ้น
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนชัดว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และคนในชุมชน ยังเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องผืนป่าและศาสนสถานของเชียงราย ท่ามกลางสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มลพิษทางน้ำและอากาศในจังหวัดเชียงรายรุนแรง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี









