เชียงราย — ทางการไทยและเมียนมาเดินหน้ายกระดับความร่วมมือ ยาเสพติด ">ปราบปรามยาเสพติดครั้งใหญ่ ล่าสุดฝ่ายเมียนมาได้ส่งมอบตัวผู้ต้องหาชาวไทยหลบหนีหมายจับรวม 9 ราย ให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยอย่างเป็นทางการ พิธีรับมอบตัวจัดขึ้นบริเวณจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้าม แม่น้ำสาย แห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝั่ง
การส่งมอบตัวครั้งนี้นำโดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( สำนักงาน ป.ป.ส. ) พร้อมด้วย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยรับมอบตัวจาก พลตำรวจจัตวา ตั๊ด ลวิน หม่อง เลขาธิการร่วมสำนักงานคณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติดแห่งเมียนมา (CCDAC) เพื่อนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายไทยทันที
ประเด็นสำคัญ
- จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย:ทางการเมียนมาส่งมอบตัวคนไทยหลบหนีคดี 9 ราย โดยเป็นคดียาเสพติด 7 ราย และคดีอาญาอื่นอีก 2 ราย
- รวบ 3 รายสำคัญ:ในกลุ่มผู้ต้องหามี 3 รายที่เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญตามประกาศหมายจับของ ป.ป.ส.
- ผลสำเร็จจากการทูต:ปฏิบัติการนี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการหารือระดับผู้นำ เพื่อตัดวงจรยาเสพติดและคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ เกิดจากการเดินสายเจรจาเชิงรุกของรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2569 คณะผู้แทนระดับสูงของไทยได้เดินทางเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมมือกันสกัดกั้นสารตั้งต้น การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และการขยายผลเครือข่ายข้ามแดนอย่างจริงจัง
ต่อมาในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2569 พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา ได้เดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อหารือทวิภาคีร่วมกับนายกรัฐมนตรีไทย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเน้นหนักที่การหลอกลวงออนไลน์และปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ข้อตกลงระดับนโยบายดังกล่าวจึงแปรเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติการจริงในพื้นที่ชายแดนอย่างรวดเร็ว
เปิดโฉมหน้า 3 นักค้ารายสำคัญตามหมายจับ
จากข้อมูลการคัดกรองพบว่า ในบรรดาผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย มีผู้เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดถึง 7 ราย และคดีทั่วไปอีก 2 ราย โดยมี 3 รายที่เป็นบุคคลตามประกาศสืบจับของสำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวมานาน ได้แก่:
- นางชลณัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปีบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย
- นายบอย (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปีบุคคลตามหมายจับศาลอาญา
- นางสาวกุลพร (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปีบุคคลตามหมายจับศาลอาญา
ผู้ต้องหาทั้งหมดใช้พื้นที่รอยต่อชายแดนและประเทศเพื่อนบ้านเป็นแหล่งกบดาน เพื่อคอยสั่งการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของไทย การประสานงานอย่างรวดเร็วในครั้งนี้จึงช่วยตัดตอนขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้สำเร็จ
มุ่งมั่นกวาดล้างต่อเนื่อง เปิดช่องทางแจ้งเบาะแส 24 ชั่วโมง
เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวขอบคุณทางการเมียนมาและทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดทั้งในประเทศและนอกประเทศต่อไป เพื่อตัดต้นตอขบวนการค้ายาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาค
ทั้งนี้ ทางการขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตาเพื่อสังคมที่ปลอดภัย หากพบเห็นเบาะแสยาเสพติด สามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลส่วนตัวของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับสูงสุดตามมาตรฐานความปลอดภัย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนด่วน! พายุฝนถล่มภาคเหนือ เชียงรายอ่วม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
ด่วน: กำแพงกั้นน้ำในท่าขี้เหล็กพังถล่ม กระแสน้ำเชี่ยวกรากทะลักเข้าท่วมเมืองชายแดน
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย– เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ยาเสพติด ">ขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี







