เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอำเภอ ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน">เชียงแสน ได้สกัดจับชายไทยคนหนึ่งใน จังหวัดเชียงราย ขณะที่เขากำลังพยายามลักลอบนำชาวจีนสองคนเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 1129 ในตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนของ ตำรวจ ที่ขยายวงกว้างขึ้นเกี่ยวกับการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของชายแดน
ปฏิบัติการสกัดจับและรายชื่อผู้ต้องหา
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.เชียงแสน ได้รับเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับขบวนการลักลอบขนคนเถื่อน จึงได้วางแผนตั้งจุดตรวจค้นอย่างรัดกุม จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ในที่สุด สำหรับรายละเอียดของผู้ที่ถูกควบคุมตัวในครั้งนี้ มีดังนี้:
- นายทัย บุญธรรม (อายุ 33 ปี):คนขับรถชาวเชียงราย ถูกตั้งข้อหาช่วยเหลือและซ่อนเร้นคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย เพื่อช่วยให้พ้นจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่
- นายเซี่ย เจีย (อายุ 36 ปี) และ นายปัน ซิเจีย (อายุ 30 ปี):ชาวจีนสองคน ถูกตั้งข้อหาเป็นคนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาและอยู่ในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ของกลางที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ:รถยนต์กระบะสีขาว ทะเบียนจังหวัดเพชรบูรณ์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง
คำให้การที่ขัดแย้งกับข้อมูลของตำรวจ
จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายทัยอ้างว่าตนเองได้รับค่าจ้างในการขับรถรับส่งเพียงเที่ยวละ 2,000 บาทเท่านั้น ในขณะที่ชาวจีนทั้งสองคนให้การว่า พวกเขาไม่ทราบรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการเดินทางเลย เพราะมีพรรคพวกเป็นคนจัดการเรื่องการหลบหนีเข้าเมืองให้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ดูเหมือนจะขัดแย้งกับข้อเท็จจริงเชิงลึกที่ตำรวจสืบทราบมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมระบุว่า ในความเป็นจริงแล้ว ขบวนการเหล่านี้จะเรียกเก็บ “ค่าหัว” หรือค่าดำเนินการจากชาวต่างชาติที่ต้องการลักลอบเข้าเมืองสูงถึงรายละ 20,000 บาท ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า น่าจะมีนายทุนหรือผู้บงการรายใหญ่ที่ได้รับผลประโยชน์มหาศาลซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังการว่าจ้างครั้งนี้
อำเภอเชียงแสนมีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านและมีช่องทางธรรมชาติมากมาย ลักษณะภูมิประเทศแบบนี้ทำให้ง่ายต่อการลักลอบข้ามแดน หากไม่มีการลาดตระเวนที่รัดกุมเพียงพอ กลุ่มคนร้ายมักจะใช้ช่องโหว่ของพื้นที่ป่าเขาและแม่น้ำเพื่อลักลอบขนคนเข้าประเทศ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่การมองเห็นจำกัดและตรวจตรายากลำบาก
การปล่อยให้มีขบวนการขนคนเถื่อนเข้ามาในพื้นที่ ไม่เพียงแต่เป็นการทำผิดกฎหมาย แต่ยังสร้างความกังวลให้กับคนในชุมชนด้วย เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าผู้ที่ลักลอบเข้ามานั้นเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรืออาชญากรรมอื่นๆ หรือไม่ ดังนั้น การทำงานที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
หลังจากเสร็จสิ้นการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางให้กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเชียงแสน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป คดีนี้ไม่ใช่แค่การจับกุมคนขับรถรับจ้างธรรมดา แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะนำตำรวจไปสู่การขยายผลและทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้พื้นที่ชายแดนเชียงรายเป็นทางผ่านให้สิ้นซาก – หากต้องการอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวต้นฉบับ สามารถเข้าไปดูได้ที่ เว็บไซต์ข่าวไทยรัฐออนไลน์
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
พลังมวลชนคนเชียงราย! ชาวพานลุกฮือ ค้านสร้างโรงไฟฟ้าขยะ จี้รัฐเปิดข้อมูลด่วน
ด่วน! นรข.เชียงราย สกัดจับหนุ่มจีนลักลอบเข้าเมือง ยึดจยย. 3 คันริมโขงเชียงแสน
คนงานชาวเมียนมาร์ 4 คนถูกจับกุมในจังหวัดเชียงรายในข้อหาฆาตกรรมนายจ้าง
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี








