เชียงราย – เมื่อเย็นวันที่ 3 พฤษภาคม เวลาประมาณ 19:30 น. เจ้าหน้าที่จากหน่วยลาดตระเวน แม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย ได้จับกุมชายชาวจีน 4 คนที่ลักลอบข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาใน ประเทศไทย การจับกุมเกิดขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำบริเวณบ้านโป่ง ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นกลุ่มคนดังกล่าวมีพฤติกรรมน่าสงสัย กำลังถือกระเป๋าอยู่ในความมืด เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีใครมีเอกสารเข้าเมือง พูดภาษาไทยไม่ได้ และที่น่าตกใจที่สุดคือ พวกเขามีโทรศัพท์มือถือรวมกันถึง 50 เครื่อง ทำให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับแก๊งหลอกลวงทางโทรศัพท์หรือกลุ่มฉ้อโกงออนไลน์ที่กำลังมองหาฐานที่มั่นใหม่สำหรับการก่อ อาชญากรรม ข้อมูลเบื้องต้นจาก MGR Online
การจับกุมในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ นรข. เขตเชียงราย ภายใต้การนำของ น.อ.ภากร มาเนียม และ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า ที่ได้สั่งการให้จัดชุดปฏิบัติการข่าวออกตรวจตราพื้นที่ชายแดนไทย-ลาวอย่างเข้มงวดตลอดทั้งคืน
เนื่องจากพื้นที่ริมแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน เป็นพรมแดนธรรมชาติที่ทอดยาวและมีรอยต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มักถูกใช้เป็นช่องทางในการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำธุรกิจสีเทา ซึ่งมักจะอาศัยช่วงเวลาที่เงียบสงบ ความมืดในยามวิกาล และความกว้างใหญ่ของแม่น้ำเป็นเครื่องมือหลบซ่อนตัวจากสายตาของเจ้าหน้าที่ การที่กลุ่มคนเหล่านี้พยายามลักลอบเข้ามาในประเทศไทย ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่เราทุกคนต้องเฝ้าระวัง เพราะในปัจจุบัน มิจฉาชีพทางออนไลน์ได้สร้างความเสียหายให้กับคนทั่วไปอย่างมหาศาล
ทำไมถึงต้องสงสัยว่าเป็นขบวนการหลอกลวง?
หากเราเดินทางไปทำธุระหรือท่องเที่ยวตามปกติ การพกโทรศัพท์มือถือคนละ 1-2 เครื่องถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่กลุ่มคนจีนทั้ง 4 คนนี้ กลับพกโทรศัพท์มือถือรวมกันถึง 50 เครื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
ในวงการหลอกลวงออนไลน์ โทรศัพท์มือถือเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องมือทำมาหากินของมิจฉาชีพ พวกเขามักใช้โทรศัพท์หลายเครื่องเพื่อปลอมแปลงตัวตน สร้างบัญชีโซเชียลมีเดียปลอม หรือใช้สำหรับโทรศัพท์หลอกลวงเอาเงินจากเหยื่อ ดังนั้น การยึดของกลางจำนวนมากนี้ จึงเป็นเบาะแสสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า พวกเขาไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวที่หลงทางเข้ามาอย่างแน่นอน
เพื่อให้เข้าใจเหตุการณ์การจับกุมได้อย่างชัดเจน เราสามารถสรุปขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ดังนี้:
- พบตัวผู้ต้องสงสัย:เวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนสังเกตเห็นกลุ่มชายแปลกหน้า 4 คน เดินแบกกระเป๋าอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง
- เข้าตรวจสอบเบื้องต้น:เจ้าหน้าที่เข้าไปสอบถามเพื่อขอดูเอกสาร แต่พบว่าผู้ต้องสงสัยพูดภาษาไทยไม่ได้ และไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารเข้าเมืองใดๆ
- ค้นพบของกลาง:เมื่อทำการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระ เจ้าหน้าที่พบโทรศัพท์มือถือซุกซ่อนอยู่รวมกันกว่า 50 เครื่อง
- สนธิกำลัง:ทาง นรข. ได้ประสานงานไปยังตำรวจท่องเที่ยวเชียงราย และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เชียงแสน เพื่อเข้าร่วมตรวจสอบให้รัดกุมยิ่งขึ้น
- ตั้งข้อหาดำเนินคดี:เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชายทั้ง 4 คน พร้อมแจ้งข้อหาเบื้องต้นคือ “เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ก้าวต่อไปของเจ้าหน้าที่: ขยายผลหาตัวการใหญ่
หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการยึดโทรศัพท์มือถือทั้งหมดไปตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคอย่างละเอียด เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงว่ากลุ่มคนเหล่านี้ทำงานให้กับใคร มีเครือข่ายอยู่ที่ไหนบ้าง และมีคนไทยหรือชาวต่างชาติคนอื่นๆ เข้ามาให้ความช่วยเหลือหรือไม่
การสกัดจับกลุ่มคนเหล่านี้ได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้าประเทศ ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ช่วยป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพมีโอกาสใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการหลอกลวงผู้คน ซึ่งจะช่วยรักษาทรัพย์สินและความปลอดภัยของคนในสังคมได้อย่างมาก ในฐานะประชาชน เราควรติดตามข่าวสารอย่างมีสติ ไม่หลงเชื่อสายโทรศัพท์แปลกหน้า และคอยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติในชุมชนก็สามารถแจ้งเบาะแสได้ทันที
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ด่านชายแดนเชียงรายยึดยาบ้าได้ 4 ล้านเม็ดในแม่น้ำโขง
ด่วน! ชายไทยอายุ 33 ปี ถูกจับกุมฐานลักลอบนำชาวจีนเข้าจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย– หลังจากรอคอยมานานเกือบ 10 ปี ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้ตัดสินคดีสำคัญใน จังหวัดเชียงราย คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณของ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งมีทั้งงบอาหารกลางวันและงบซ่อมแซมอาคารเรียน
ครูผู้ร้องเรียนได้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึง 2560 จนกระทั่งผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องหลายคนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว การตัดสินครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของสังคมว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าจะยังคงสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ป.ป.ช. ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการชี้มูลความผิดคดีทุจริตงบโรงเรียนในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่หลายราย ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่
- บางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว แต่คดีอาญาที่เหลือถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การเปิดโปงทุจริตงบซ่อมแซมโรงเรียนและบ้านพักครู
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในหลายโครงการหลัก เช่น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมห้องสหกรณ์โรงเรียน และโครงการว่าจ้างปรับปรุงบ้านพักครูจำนวนหลายหลัง อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกพบว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151 และ 157 พวกเขาถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนว่าเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน
นอกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกและตัวแทนจากภาคเอกชนที่ถูกชี้มูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการทุจริตในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าคดีความจะมีความคืบหน้าหลังจากการรอคอยอย่างยาวนาน แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าความล่าช้าทำให้บางคดีหมดอายุความไปแล้ว ผู้กระทำผิดบางรายจึงรอดพ้นจากการถูกลงโทษทางอาญาไปอย่างน่ากังขา
ขั้นตอนต่อไปและการเรียกร้องค่าเสียหายคืนสู่รัฐ
สำหรับคดีอาญาที่ยังไม่หมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปโดยทันที นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ยังมีสถานะเป็นข้าราชการ
สำนักงานการศึกษาส่วนภูมิภาคได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และความล่าช้าในระบบยุติธรรมของ ประเทศไทย
ปัญหาการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันและงบปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทของจังหวัดเชียงราย การสูญเสียงบประมาณที่สำคัญเหล่านี้ทำให้เด็กๆ ขาดโอกาสและโภชนาการที่พวกเขาควรจะได้รับอย่างเต็มที่ตามสิทธิพื้นฐาน
ประชาชนและหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายต่างคาดหวังว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่เข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานของโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป การสร้างความโปร่งใสและกำจัดการทุจริตในระบบการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเยาวชนและประเทศชาติในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คดีทุจริตโรงเรียนเชียงรายเกิดขึ้นที่อำเภอใด?
A: คดีนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยเป็นการทุจริตงบประมาณซ่อมแซมอาคารและงบอาหารกลางวันในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560
Q: ใครเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตครั้งนี้บ้าง?
A: ผู้ถูกกล่าวหาหลักคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียน (ในขณะนั้น) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด
Q: ทำไมบางข้อกล่าวหาถึงไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้?
A: เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานของ ป.ป.ช. ใช้เวลานานเกือบ 10 ปี ทำให้ข้อกล่าวหาบางส่วนขาดอายุความตามกฎหมายไปแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
เชียงราย– การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเยาวชนและสังคมให้ก้าวหน้า เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ล่าสุดได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026” กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างคึกคัก ณ ห้องลีลาวดี โดยมี นักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากหลากหลาย โรงเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเปิดค่าย STEAM ปี 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เด็กชั้น ป.4-ป.6
- กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ความรู้เชิงลึกและสอนการคิดวิเคราะห์
- โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” ที่เน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาจริง
ยกระดับทักษะด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM
เป้าหมายหลักของค่ายนี้คือการปลูกฝังทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า STEAM แนวทางนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในตำราเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้รูปแบบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้ผ่านการทดลองที่สนุกสนานและท้าทายความคิด
กิจกรรมในค่ายได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาราภรณ์ เตรียมโพธิ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นพบความถนัดของตนเองและต่อยอดจินตนาการสู่นวัตกรรมใหม่ๆ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตของนครเชียงราย
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันของคณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นเปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้นักเรียน การสร้างทักษะแห่งอนาคตเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นโยบายของ เทศบาลนครเชียงราย ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การผลักดันวิสัยทัศน์ “นครแห่งการเรียนรู้” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่า การศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาคน และคนที่มีศักยภาพจะกลับมาพัฒนาเมืองเชียงรายให้ยั่งยืนต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าย Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026 จัดขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด?
ค่ายนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการคิดและสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมตั้งแต่ยังเด็ก
กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน วิธีนี้มีความสำคัญเพราะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ใครคือผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้?
กิจกรรมนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งวิทยากรมาให้ความรู้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย– เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษา จังหวัดเชียงราย ได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน เวียงป่าเป้า วิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “ เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570 ” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ:นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ:เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด:เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย









