เชียงราย – เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ภูธร จังหวัดเชียงราย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุม ยาเสพติด ">ขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ 4 คดีซ้อน เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา พบของกลางยาบ้ากว่า 4.6 ล้านเม็ด พร้อมไอซ์และยาเคจำนวนมาก แต่สิ่งที่ทำให้สังคมต้องตกใจคือผู้ต้องหาในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุเพียง 14-16 ปี ที่ถูกจ้างวานให้ทำหน้าที่ขนส่งยาเสพติดแลกกับเงินหลักแสนบาท โดยใช้ทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ส่วนตัวในการลำเลียงเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
สรุปเหตุการณ์กวาดล้างยาเสพติดล็อตใหญ่ในเชียงราย
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย นำโดย พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.เชียงราย และฝ่ายปกครอง ซึ่งสามารถทลายเครือข่ายได้ถึง 4 คดีหลัก โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- คดีเด็กชาย 14 ปี ขนไอซ์-ยาเค:ตำรวจ สภ.แม่จัน จับกุมเด็กชายอายุเพียง 14 ปี 3 คน ขณะขี่รถจักรยานยนต์ขนไอซ์ 25.8 กิโลกรัม และคีตามีน 4.1 กิโลกรัม บนถนนในตำบลศรีค้ำ
- คดีเด็กชาย 15 ปี ขนยาบ้า 1 ล้านเม็ด:พบรถยนต์ฮอนด้า Mobilio พยายามขับหนีจุดตรวจที่ตำบลท่าข้าวเปลือก เมื่อตรวจสอบพบคนขับเป็นเยาวชนอายุ 15 ปี (นายไอซ์) ภายในรถมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ถึง 1 ล้านเม็ด
- เครือข่ายเยาวชน 16 ปี ขับรถนำทาง:จากการขยายผลคดียาบ้า 1 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเยาวชนอายุ 16 ปี เพิ่มเติม ซึ่งทำหน้าที่ขับรถเก๋งอีกคันเพื่อสำรวจเส้นทาง (รถนำ) ให้กับทีมขนยา
- คดีรถขนส่งพัสดุปลอม:เจ้าหน้าที่ สภ.แม่สรวย ตรวจพบรถบรรทุกตู้ทึบที่พ่นสีเลียนแบบบริษัทขนส่งชื่อดัง ดัดแปลงช่องลับซุกยาบ้าเกือบ 2 ล้านเม็ด เตรียมส่งไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
เบื้องหลังการจ้างวาน: เงินหลักแสนล่อใจเด็ก
จากการสอบสวนเยาวชนที่ถูกจับกุม พบว่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติเริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์มาใช้เด็กและเยาวชนมากขึ้น เนื่องจากคิดว่าจะถูกตรวจค้นได้ยากกว่าผู้ใหญ่ โดยในคดีของเยาวชนวัย 15 ปีที่ขนยาบ้า 1 ล้านเม็ดนั้น สารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากชายชาวเมียนมาให้ไปรับยาที่ชายแดนแม่ฟ้าหลวง เพื่อนำไปส่งในตัวเมืองเชียงราย โดยแลกกับค่าจ้างสูงถึง 200,000 บาท
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่น่ากังวลในสังคมไทย เมื่อกลุ่มค้ายาพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบางอย่างเยาวชนที่อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือพ่ายแพ้ต่อเย้ายวนของเงินก้อนโต ซึ่งตามรายงานจาก อมรินทร์ทีวี ระบุว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อจับกุมตัวบงการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการใช้เด็กเป็นเครื่องมือในครั้งนี้
นอกจากเรื่องของอายุผู้ต้องหาแล้ว อีกสิ่งที่น่าสนใจคือวิธีการที่คนร้ายใช้ในการลำเลียงยาเสพติด ซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น:
- การดัดแปลงยานพาหนะ:มีการพ่นสีรถบรรทุกให้ดูเหมือนรถขนส่งพัสดุของเอกชน เพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ด่านตรวจ
- การใช้รถนำทาง:มีการวางแผนเป็นระบบด้วยการใช้ “รถนำ” เพื่อคอยแจ้งเตือนรถขนยาหากเจอจุดตรวจหรือด่านสกัดของตำรวจ
- เส้นทางสายรอง:ขบวนการเหล่านี้มักเลือกใช้เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านหรือถนนสายรอง แทนที่จะใช้ถนนสายหลัก เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจตราที่เข้มงวด
เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า การกวาดล้างครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้กระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ผู้ปกครองควรสอดส่องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ไม่ให้หลงผิดไปยุ่งเกี่ยวกับวงจรอาชญากรรมเหล่านี้เพียงเพราะต้องการเงินเร็ว
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
เกิดการถกเถียงอย่างร้อนแรงในจังหวัดเชียงราย! ชาวบ้านในบ้านดูประท้วงต่อต้านการถมดิน
แม่น้ำแม่สาย จังหวัดเชียงราย อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด: เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมซ้ำ!
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี








