เชียงราย– เหตุการณ์สุดระทึกและน่าสลดใจนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าแดด จังหวัดเชียงราย ได้ทำการสกัดจับรถแท็กซี่สีชมพูคันหนึ่งบนถนนสายรอง ซึ่งพยายามลักลอบขนยาบ้าจำนวนมหาศาลกว่า 2.2 ล้านเม็ด โดยผู้ขับขี่คือ นายอภิชาติ ฟักแย้ม วัย 49 ปี ได้ใช้กลวิธีที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นคือการนำกระสอบยาบ้ามาปูเป็นที่นอนให้ลูกชายและลูกสาววัยเพียง 7-8 ขวบ นอนทับเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ เขาหวังจะใช้ความไร้เดียงสาของเด็กเป็นเกราะกำบังในการหลบหนีการตรวจค้น เพื่อนำยาเสพติดไปส่งยังพื้นที่ภาคกลาง แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของตำรวจ นำไปสู่การจับกุมและยึดของกลางได้ในที่สุด
การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลมาจากความตื่นตัวของเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจ สภ.ป่าแดด ที่ได้ตั้งจุดสกัดกั้นยาเสพติดแบบสุ่ม (Frog-jump) บนถนนสายรองระหว่างอำเภอป่าแดดและอำเภอจุน ในขณะที่รถแท็กซี่โตโยต้าอัลติส สีชมพู ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามาใกล้ด่านตรวจ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าคนขับมีอาการลุกลี้ลุกลนและแสดงท่าทีมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่ามองเผินๆ จะดูเหมือนครอบครัวพาลูกนั่งรถมาด้วยก็ตาม ตำรวจจึงตัดสินใจเรียกให้หยุดรถเพื่อขอทำการตรวจค้นอย่างละเอียด ซึ่งไหวพริบในครั้งนี้นำไปสู่การ สกัดจับยาเสพติด ล็อตใหญ่ได้สำเร็จ
ลักลอบขนยาเสพติดประเภท เมทแอมเฟตามีน
ในจังหวัดเชียงราย" width="1280" height="720" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/2-4.webp 1280w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/2-4-300x169.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/2-4-1024x576.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/05/2-4-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />
เผยกลวิธีซุกซ่อนสุดแนบเนียน และน่าสลดใจ
เมื่อเจ้าหน้าที่เริ่มทำการตรวจค้นภายในรถ ก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่พบ บนเบาะที่นั่งผู้โดยสารและบริเวณที่วางเท้ามีกระสอบบรรจุยาบ้าวางเรียงรายอยู่ โดยผู้ก่อเหตุได้นำผ้าห่มมาปูทับกระสอบเหล่านั้น เพื่อทำเป็นที่นอนนุ่มๆ ให้เด็กทั้งสองคนนอนหลับระหว่างการเดินทาง นี่คือกลวิธีเบี่ยงเบนความสนใจ ทำให้รถดูเหมือนเป็นเพียงรถของครอบครัวธรรมดาที่กำลังเดินทางไกล ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเปิดกระโปรงท้ายรถ ตำรวจยังพบกระสอบยาบ้าซุกซ่อนอยู่อีก รวมทั้งหมด 9 กระสอบ คิดเป็นจำนวนยาบ้าสูงถึง 2.2 ล้านเม็ด
สรุปข้อมูลสำคัญของเหตุการณ์นี้
เพื่อให้เข้าใจเรื่องราวได้ง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น นี่คือประเด็นสำคัญจากการจับกุม:
- ใคร:นายอภิชาติ ฟักแย้ม อายุ 49 ปี (คนขับแท็กซี่) และเด็กวัย 7-8 ขวบสองคน
- ทำอะไร:ลักลอบขนยาบ้าจำนวน 2.2 ล้านเม็ด บรรจุในกระสอบ 9 ใบ
- เมื่อไหร่:วันที่ 8 พฤษภาคม 2569
- ที่ไหน:ด่านตรวจสกัดบนถนนสายรอง อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย
- ทำไมถึงถูกจับ:คนขับมีท่าทีมีพิรุธและลุกลี้ลุกลนเมื่อเจอด่านตรวจของตำรวจ
- จุดสังเกตสำคัญ:ใช้ผ้าคลุมกระสอบยาบ้าทำเป็นที่นอนให้เด็กเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

เส้นทางลำเลียงยาเสพติด และการขยายผลของตำรวจ
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอภิชาติได้ยอมรับสารภาพอย่างจำนนต่อหลักฐาน เขาเปิดเผยว่าได้ไปรับยาบ้าทั้งหมดมาจากบริเวณชายแดน และเลือกใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองหรือถนนสายรอง เพื่อหลบหลีกด่านตรวจหลักอย่างด่านกิ่วทัพยั้งในอำเภอแม่จัน โดยวางแผนขับอ้อมมาทางอำเภอป่าแดด ทะลุไปยังอำเภอจุน จังหวัดพะเยา เพื่อมุ่งหน้าลงสู่พื้นที่ภาคกลางของประเทศ เขาเล่าเพิ่มเติมว่าจะมีผู้ว่าจ้างโทรศัพท์มาบอกจุดส่งของที่แน่นอนอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงปลายทาง
ด้าน พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนอย่างหนัก เพื่อขยายผลหาตัวผู้บงการและเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดรายนี้มาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด

บทเรียนจากข่าว: ภัยร้ายที่คุกคามสถาบันครอบครัว
ปัญหายาเสพติดถือเป็นภัยร้ายแรงที่บ่อนทำลายสังคมมาอย่างยาวนาน คดีนี้แสดงให้เห็นว่าขบวนการค้ายาเสพติดพยายามใช้ทุกวิถีทาง แม้กระทั่งการดึงเอาเด็กตัวเล็กๆ ที่ยังไม่รู้เรื่องราวเข้ามาเป็นเครื่องมือ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไร้จิตสำนึกอย่างยิ่ง โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเชี่ยวชาญและผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ทำให้สามารถจับสังเกตและอ่านพฤติกรรมของผู้กระทำผิดได้อย่างเฉียบขาด
การตั้งด่านแบบสุ่มเป็นอีกหนึ่งยุทธวิธีที่ได้ผลดีเยี่ยมในการรับมือกับผู้กระทำผิดที่มักจะใช้ถนนสายรองเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย ประชาชนทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันสังคมได้ หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย ควรแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ทันที
สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับและติดตามความคืบหน้าของคดี สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์
ด่วน! เชียงรายสั่งยกระดับความปลอดภัย ล่ารถเก๋งต้องสงสัยป่วนหน้าโรงเรียน
เชียงราย – ทางการสั่งเฝ้าระวังเข้มงวด หลังพบรถยนต์ต้องสงสัยป้วนเปี้ยนหน้าโรงเรียนในอำเภอพาน หวั่นเกิดเหตุไม่คาดคิดกับนักเรียน ย้ำทุกโรงเรียนต้องปิดประตูและคัดกรองคนเข้า-ออกอย่างละเอียดตลอดเวลาการเรียนการสอน
เปิดข้อมูลรถต้องสงสัยที่ต้องเฝ้าระวัง
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนและสถานศึกษาช่วยกันสอดส่องรถยนต์ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้:
- ลักษณะรถ: รถยนต์เก๋ง โตโยต้า วีออส (Toyota Vios)
- สีรถ: สีครีมไข่
- ทะเบียนรถ: 1330 กรุงเทพมหานคร
- จุดที่พบ: บริเวณหน้าสถานศึกษาในพื้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
มาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด
เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น ทางที่ทำการปกครองอำเภอเมืองเชียงรายได้ประสานงานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้กำชับโรงเรียนในสังกัดปฏิบัติตามแนวทางดังนี้:
- ปิดประตูโรงเรียน: ให้รักษาความปลอดภัยด้วยการปิดประตูเข้า-ออกตลอดช่วงเวลาที่มีการเรียนการสอน
- ตรวจตราคนแปลกหน้า: เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลภายนอกที่ขอเข้าพื้นที่
- รายงานเหตุทันที: หากพบเห็นรถคันดังกล่าวหรือบุคคลที่มีพฤติกรรมพิรุธ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่หรือแจ้งสายด่วนทันที
ความปลอดภัยของบุตรหลานคือเรื่องสำคัญ
เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกโซเชียล โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปกครองที่ความกังวลเรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ ทางเจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือให้ทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากใครมีข้อมูลเพิ่มเติมหรือพบเห็นรถที่มีลักษณะตรงตามประกาศ สามารถติดต่อสอบถามหรือแจ้งเบาะแสได้ที่ สภ.พาน หรือหน่วยงานท้องถิ่นใกล้บ้านท่าน
ข่าวเชียงใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายจับกุมวัยรุ่นอายุ 14-16 ปี ขนยาเสพติดจำนวนมาก
เกิดการถกเถียงอย่างร้อนแรงในจังหวัดเชียงราย! ชาวบ้านในบ้านดูประท้วงต่อต้านการถมดิน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

กาญจนบุรี– เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและ ทำร้ายร่างกาย ผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์ กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจร ยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน













