เชียงราย-เมื่อคืนวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญบนเส้นทางเปลี่ยวข้ามจังหวัด เมื่อเจ้าหน้าที่ ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) จังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการสกัดจับคนร้าย ขนยาเสพติด ">ลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ โดยสามารถยึดยาบ้าได้มากถึง 500,000 เม็ด ซึ่งถูกซุกซ่อนมาในรถกระบะอย่างแยบยล ข้อมูลจาก สยามรัฐ ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการติดตามสืบสวนอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเด็ดขาด
ปฏิบัติการนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปส.เชียงราย กก.2 บก.ปส.3 ได้รับเบาะแสสำคัญว่า จะมีการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่จากจังหวัดเชียงราย มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความรวดเร็วและเพื่อไม่ให้คนร้ายไหวตัวทัน เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนและกระจายกำลังดักซุ่มตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้ขับผ่าน
กระทั่งเวลาผ่านไปจนดึก เจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยของรถกระบะคันหนึ่ง จึงได้ขับรถสะกดรอยตามอย่างเงียบๆ ผ่านพื้นที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งรถคันดังกล่าวกำลังมุ่งหน้าไปยังอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อถึงจุดที่เหมาะสมและปลอดภัยบนถนนสายเปลี่ยว เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจแสดงตัว และส่งสัญญาณให้รถคันดังกล่าวหยุดเพื่อทำการตรวจค้นทันที
ซ่อนเนียนในล้ออะไหล่ แต่ไม่รอดสายตาตำรวจ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถที่ใช้ก่อเหตุคือรถกระบะยี่ห้อมาสด้า สีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร ภายในรถมีผู้ขับขี่เพียงคนเดียว ทราบชื่อภายหลังคือ นายพงศกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านหมู่ 17 ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
ในตอนแรก การตรวจค้นดูเหมือนจะเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะคนร้ายได้หาวิธีซ่อนยาเสพติดไว้อย่างมิดชิดเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การทำงานที่ยาวนานของตำรวจ ทำให้ไม่สามารถหลุดรอดสายตาไปได้ เจ้าหน้าที่พบสิ่งผิดปกติที่บริเวณใต้ท้องรถและในช่องเก็บล้ออะไหล่
เมื่อทำการรื้อค้นอย่างละเอียด ทุกคนก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ซุกซ่อนอยู่ โดยแบ่งเป็นสองส่วนหลักๆ ดังนี้:
- จุดที่หนึ่ง:ซ่อนอยู่ในช่องเก็บล้ออะไหล่ จำนวนมากถึงประมาณ 300,000 เม็ด
- จุดที่สอง:ซุกซ่อนอยู่บริเวณใต้กระบะรถยนต์อีกประมาณ 200,000 เม็ด
รวมยาบ้าที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 500,000 เม็ด ซึ่งหากยาเสพติดล็อตนี้หลุดรอดไปถึงมือผู้บริโภค จะสร้างความเสียหายต่อสังคมไทยอย่างมหาศาล
เบื้องหลังเส้นทางลำเลียงและขบวนการค้ายา
เส้นทางจากชายแดนจังหวัดเชียงรายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ มักถูกใช้เป็นเส้นทางหลักของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดมาโดยตลอด อำเภอแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของผู้ต้องหา มีพื้นที่ติดกับชายแดน ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นจุดพักและลักลอบขนยาเสพติด
กลุ่มคนร้ายมักจะเลือกใช้ช่วงเวลากลางคืนดึกดื่น หรือใช้เส้นทางที่ห่างไกลชุมชน เพื่อหลีกเลี่ยงการตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม การสืบสวนขยายผลล่วงหน้า และการทำงานที่สอดประสานกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถดักสกัดการขนส่งครั้งนี้ไว้ได้สำเร็จ ถือเป็นการสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดจำนวนมหาศาลกระจายเข้าสู่ชุมชน
ยาบ้าจัดเป็นยาเสพติดที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทอย่างรุนแรง การที่เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นยาบ้าจำนวน 5 แสนเม็ดนี้ไว้ได้ ถือว่าเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ป่วยติดยาเสพติดรายใหม่ขึ้นในสังคม และยังช่วยลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่มักจะตามมา ไม่ว่าจะเป็นการลักทรัพย์ การทำร้ายร่างกาย หรือปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งล้วนแต่เป็นผลพวงมาจากการใช้ยาเสพติด
นอกจากนี้ การใช้เส้นทางธรรมชาติ หรือเส้นทางสายรองในการลักลอบขนยาเสพติด ถือเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะเส้นทางเหล่านี้มักจะมีความคดเคี้ยว เปลี่ยว และมืดมิด ผู้กระทำผิดมักจะอาศัยความชำนาญในพื้นที่เพื่อหลบหนี แต่ด้วยความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ ทำให้ภารกิจนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี

สรุปเหตุการณ์ที่น่าสนใจ
เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมของเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว นี่คือประเด็นสำคัญจากการจับกุมในครั้งนี้:
- ผู้ต้องหา:ชายวัย 28 ปี จากอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
- พฤติการณ์:ขับรถกระบะมาเพียงลำพังในช่วงกลางดึก
- ของกลางทั้งหมด:ยาบ้าจำนวน 500,000 เม็ด
- จุดซ่อนเร้น:ซ่อนในล้ออะไหล่และใต้ท้องรถกระบะ
- ยานพาหนะ:รถกระบะมาสด้า สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร
- สถานที่สกัดจับ:เส้นทางระหว่าง อ.เวียงป่าเป้า (เชียงราย) มุ่งหน้า อ.ดอยสะเก็ด (เชียงใหม่)
- หน่วยงานปฏิบัติการ:นปส.เชียงราย กก.2 บก.ปส.3
ก้าวต่อไปของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายพงศกร พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด แต่ภารกิจของตำรวจยังไม่จบเพียงแค่นี้
การจับกุมผู้ลักลอบขนส่ง ซึ่งมักจะเป็นเพียง “ผู้รับจ้างขน” เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา สิ่งที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการต่อไปคือ การสืบสวนขยายผลอย่างละเอียด เพื่อสาวไปให้ถึงตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง เครือข่ายที่จัดหายาเสพติด และกลุ่มนายทุนที่ให้การสนับสนุนทางการเงิน ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ เส้นทางการเงิน และคำให้การของผู้ต้องหา จะเป็นกุญแจสำคัญในการทลายเครือข่ายนี้ให้สิ้นซาก
ปัญหายาเสพติดเป็นภัยร้ายแรงที่กัดกินสังคมไทยมาอย่างยาวนาน การทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่จะคืนความสงบสุขและปลอดภัยให้กับประชาชน ยาเสพติดไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้เสพ แต่ยังทำลายครอบครัวและอนาคตของประเทศชาติ การรายงานและแจ้งเบาะแสจากประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน
ข่าวเด่นประจำเชียงราย:
เหยี่ยวหลงทางได้รับการช่วยเหลือในจังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากสายด่วน 1362
ข่าวดีเชียงราย! รัฐบาลขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเป็นทางการ จาก 11.00 น. ถึง 24.00 น.
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
เชียงราย– การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเยาวชนและสังคมให้ก้าวหน้า เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ล่าสุดได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026” กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างคึกคัก ณ ห้องลีลาวดี โดยมี นักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากหลากหลาย โรงเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเปิดค่าย STEAM ปี 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เด็กชั้น ป.4-ป.6
- กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ความรู้เชิงลึกและสอนการคิดวิเคราะห์
- โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” ที่เน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาจริง
ยกระดับทักษะด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM
เป้าหมายหลักของค่ายนี้คือการปลูกฝังทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า STEAM แนวทางนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในตำราเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้รูปแบบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้ผ่านการทดลองที่สนุกสนานและท้าทายความคิด
กิจกรรมในค่ายได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาราภรณ์ เตรียมโพธิ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นพบความถนัดของตนเองและต่อยอดจินตนาการสู่นวัตกรรมใหม่ๆ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตของนครเชียงราย
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันของคณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นเปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้นักเรียน การสร้างทักษะแห่งอนาคตเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นโยบายของ เทศบาลนครเชียงราย ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การผลักดันวิสัยทัศน์ “นครแห่งการเรียนรู้” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่า การศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาคน และคนที่มีศักยภาพจะกลับมาพัฒนาเมืองเชียงรายให้ยั่งยืนต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าย Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026 จัดขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด?
ค่ายนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการคิดและสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมตั้งแต่ยังเด็ก
กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน วิธีนี้มีความสำคัญเพราะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ใครคือผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้?
กิจกรรมนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งวิทยากรมาให้ความรู้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย– เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษา จังหวัดเชียงราย ได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน เวียงป่าเป้า วิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “ เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570 ” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ:นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ:เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด:เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
AIS กำลังช่วยเหลือนักเรียนในการพัฒนาทักษะด้าน AI และดิจิทัลในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที









