จากเวทีระดับโลก “งานเสวนานายกเทศมนตรีโลก ประจำปี 2026” สู่การยกระดับความร่วมมือระดับท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนและเปิดประตูสู่การท่องเที่ยวแห่งอนาคต
การท่องเที่ยวไม่ได้เป็นเพียงแค่อุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็น “สะพาน” ที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และความเข้าใจระดับนานาชาติเข้าด้วยกันอย่างทรงพลัง ล่าสุดใน งานเสวนานายกเทศมนตรีโลก ประจำปี 2026 (2026 Global Mayors Dialogue)ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองหวงซาน มณฑลอันฮุย ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 28-31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของการหารือ
บทความนี้อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักข่าวซินหัวผ่าน LINE TODAY ซึ่งได้รายงานบทสัมภาษณ์พิเศษของ นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพรอง เชียงราย ">จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ตัวแทนจาก ประเทศไทย ที่เข้าร่วมงานเสวนาในครั้งนี้ โดยท่านได้เปิดมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ “การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” เป็นสื่อกลางในการกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เวทีเสวนาระดับโลก: เมื่อมรดกโลกกับการพัฒนาเมืองเดินหน้าคู่กัน
งานเสวนานายกเทศมนตรีโลก ประจำปี 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สรรค์สร้างอารยธรรมร่วมกัน มรดกโลกเจิดจรัสคู่ธานี: การเสริมพลังระหว่างมรดกโลกกับการพัฒนาเมือง”โดยมีตัวแทนผู้นำท้องถิ่นและนายกเทศมนตรีจากกว่า 10 ประเทศทั่วโลก (เช่น จีน เยอรมนี และไทย) มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์
ประเด็นหลักที่มีการพูดถึงในงานนี้ ประกอบไปด้วย:
- การอนุรักษ์มรดกโลก:การดูแลรักษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ
- การสืบทอดทางวัฒนธรรม:การส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น
- การพัฒนาเมืองสีเขียว:การบูรณาการเทคโนโลยีและการจัดการเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เชียงราย – หวงซาน: สองเมืองที่ไกลกันแค่ระยะทาง แต่ใกล้กันด้วยวิสัยทัศน์
แม้จังหวัดเชียงรายของประเทศไทย และเมืองหวงซานของประเทศจีน จะตั้งอยู่ห่างไกลกันทางภูมิศาสตร์ แต่นายประเสริฐได้เน้นย้ำว่า ทั้งสองเมืองกลับมี “DNA ด้านการท่องเที่ยว” ที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่ง
วิสัยทัศน์ที่ทั้งสองเมืองมีร่วมกัน ได้แก่:
- ความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม:ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการเติบโตของเมือง
- การรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรม:เปลี่ยนหมู่บ้านโบราณและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมให้กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้จริง
- การพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง:มุ่งเน้นรูปแบบการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างประโยชน์และรายได้กลับคืนสู่คนในท้องถิ่น
การบริหารจัดการของเมืองหวงซานในการนำแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมมาใช้ประโยชน์โดยไม่ทำลายเสน่ห์ดั้งเดิม ถือเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยม ซึ่งทางจังหวัดเชียงรายมองว่าสามารถนำมาปรับใช้เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
โครงสร้างพื้นฐานและนโยบาย: ปลดล็อกข้อจำกัดการเดินทางข้ามพรมแดน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมข้ามพรมแดนระหว่างไทยและจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด คือความสะดวกสบายในการเดินทาง ซึ่งในปัจจุบันได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้:
- เครือข่ายระบบราง:ความสำเร็จของเส้นทางรถไฟจีน-ลาว ได้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างมาก ในขณะเดียวกัน โครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทย ก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะพลิกโฉมการเดินทางในภูมิภาคในอนาคตอันใกล้
- นโยบายฟรีวีซ่า 240 ชั่วโมง:เมืองหวงซานได้นำร่องนโยบายแวะเปลี่ยนเครื่อง (Transit) แบบฟรีวีซ่า นานถึง 240 ชั่วโมง (10 วัน) ดึงดูดให้ นักท่องเที่ยว ต่างชาติเดินทางมาเยือนได้ง่ายขึ้น
- เที่ยวบินบินตรง:นโยบายที่เอื้ออำนวยส่งผลให้เส้นทางบินตรงระหว่าง “หวงซาน-กรุงเทพมหานคร” สามารถเปิดให้บริการได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
นวัตกรรมเพื่อทุกคน: ท่องเที่ยวภูเขาด้วย “หุ่นยนต์เอ็กโซสเกลเลตัน”
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่รองผู้ว่าฯ เชียงรายกล่าวชื่นชม คือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจีน เมืองหวงซานได้นำเอาเทคโนโลยี “หุ่นยนต์เอ็กโซสเกลเลตัน” (Exoskeleton)หรือชุดพยุงกำลัง มาเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชันซึ่งเป็นอุปสรรคต่อผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย เทคโนโลยีนี้จึงเข้ามาตอบโจทย์อย่างสมบูรณ์แบบ:
- ช่วยลดความเหนื่อยล้าและอุปสรรคทางร่างกาย
- เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและสัมผัสความงามของธรรมชาติและมรดกโลกได้อย่างเท่าเทียม
- ถือเป็นโมเดลนวัตกรรมใหม่สำหรับเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ของผู้มาเยือน
การทูตภาคประชาชน: มิตรภาพที่หยั่งรากลึกผ่านการท่องเที่ยว
ในท้ายที่สุด นายประเสริฐได้สรุปไว้อย่างน่าประทับใจว่า ทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ของทั้งเชียงรายและอันฮุย ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดขายทางเศรษฐกิจ แต่เป็น “การทูตภาคประชาชน” (People-to-People Diplomacy) ที่เรียบง่ายและอบอุ่นที่สุด
เมื่อผู้คนได้เดินทาง แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และปฏิสัมพันธ์กัน กำแพงทางภูมิศาสตร์และข้อจำกัดทางภาษาก็จะถูกทำลายลง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ซึ่งการเชื่อมโยงของเมืองต่างๆ เหล่านี้ จะก่อให้เกิดการผสมผสานทางอารยธรรม และนำไปสู่ความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่นระหว่างไทย-จีนที่ยั่งยืนและแข็งแกร่งตลอดไป
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติด 500,000 เม็ด ซ่อนไว้ในยางอะไหล่
เหยี่ยวหลงทางได้รับการช่วยเหลือในจังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากสายด่วน 1362
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี







