เชียงราย– เช้าวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุการณ์ตึงเครียดขึ้นในตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เมื่อทหารจาก หน่วยเฉพาะกิจผาเมือง ปะทะกับผู้ค้ายาเสพติดติดอาวุธ
การยิงต่อสู้กินเวลาประมาณ 5 นาที ก่อนที่ผู้ต้องสงสัยจะหลบหนีไปในความมืดและเนื่องจากคุ้นเคยกับภูมิประเทศ โชคดีที่เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย และสามารถยึดยา เมทแอมเฟตามีน ได้มากถึง 500,000 เม็ด ปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการลาดตระเวนเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้ายาเสพติดและผลกระทบต่อสังคมไทย
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเวลาประมาณ 08.05 น. ทหารจากกองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ กองกำลังผาเมือง ได้จัดทีมชุดปฏิบัติการจำนวน 2 ชุด ออกเดินเท้าลาดตระเวนไปตามแนวป่าชายแดน เป้าหมายหลักคือการเฝ้าระวังและสกัดกั้นไม่ให้มีการทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการ ลักลอบขนยาเสพติด เข้ามาในประเทศ
ในระหว่างที่กำลังเดินลาดตระเวนอยู่นั้น เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นกลุ่มคนต้องสงสัยประมาณ 5 ถึง 10 คน เดินลัดเลาะมาตามแนวป่า ทุกคนสะพายเป้กระสอบดัดแปลงที่ดูผิดสังเกต เมื่อเห็นดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณแสดงตัวเพื่อขอเข้าไปตรวจค้นตามขั้นตอนปกติ
เสียงปืนแตกกลางป่า การปะทะที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นไปตามคาด แทนที่กลุ่มคนดังกล่าวจะยอมให้ตรวจค้นแต่โดยดี พวกเขากลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดที่พกมาด้วยยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหาที่กำบังและยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว
การปะทะกันดำเนินไปอย่างดุเดือดประมาณ 5 นาที ท่ามกลางป่าเขาที่สลับซับซ้อน เมื่อสิ้นสุดเสียงปืน เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายปลอดภัย ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนกลุ่มคนร้ายได้อาศัยจังหวะชุลมุนและความคุ้นเคยกับเส้นทางป่าหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว
ขยายผลตรวจสอบ ยึดยาบ้ามหาศาล
หลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายและกลับสู่ความสงบ ทางหน่วยทหารได้ขอกำลังสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 3 ชุดปฏิบัติการ เพื่อเข้ามาช่วยควบคุมพื้นที่เกิดเหตุให้ปลอดภัยที่สุด จากนั้นจึงเริ่มเข้าตรวจสอบบริเวณที่เกิดการปะทะอย่างละเอียด
สิ่งที่เจ้าหน้าที่พบคือ กระสอบที่ถูกดัดแปลงให้เป็นเป้สะพายหลังจำนวน 3 ใบถูกทิ้งไว้บนพื้นดิน เมื่อเปิดออกดูภายในก็พบกับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “ยาบ้า” ซุกซ่อนอยู่เต็มกระเป๋า รวมแล้วมีจำนวนมากถึง 500,000 เม็ด ซึ่งถ้าหากยาเสพติดล็อตนี้หลุดรอดเข้าไปในเมืองหลวงหรือชุมชนต่างๆ จะสร้างความเสียหายให้กับสังคมและอนาคตของชาติอย่างมหาศาล
สรุปข้อมูลสำคัญจากเหตุการณ์นี้
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น นี่คือสรุปประเด็นหลักที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่:
- ผู้ที่เกี่ยวข้อง:ทหารกองกำลังผาเมือง และกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด 5-10 คน
- สถานที่เกิดเหตุ:พื้นที่ป่าในตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
- ช่วงเวลา:เช้าวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 08.05 น.
- ของกลางที่ยึดได้:ยาบ้าจำนวน 500,000 เม็ด บรรจุในเป้กระสอบดัดแปลง 3 ใบ
- ผลลัพธ์:เจ้าหน้าที่ปลอดภัยทุกคน ส่วนคนร้ายหลบหนีไปได้
การจัดการของกลางและขั้นตอนตามกฎหมาย
ในเวลาต่อมา ประมาณ 10.30 น. ของวันเดียวกัน พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ได้มอบหมายให้ ร้อยเอก เขตโสภณ นพศิริ ผู้บังคับกองร้อยทหารม้าที่ 2 เป็นตัวแทนลงพื้นที่ตรวจสอบของกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังได้มีการเปิดเผยข้อมูลและชี้แจงรายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมดให้กับสื่อมวลชนได้รับทราบ เพื่อความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ปัจจุบันของกลางทั้งหมดถูกนำส่งไปยังสถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนและติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทำไมชายแดนภาคเหนือถึงเป็นจุดเสี่ยง?
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมข่าวการจับกุมยาเสพติดถึงมักจะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงราย เหตุผลหลักๆ เป็นเพราะสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและมีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านยาวหลายกิโลเมตร ทำให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดมักจะใช้ช่องทางธรรมชาติเหล่านี้ในการลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้ามา
การทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ความยากลำบากในการเดินทาง และความเสี่ยงต่อชีวิตในทุกก้าวเดิน การยึดยาบ้าได้ถึงครึ่งล้านเม็ดในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่ช่วยปกป้องลูกหลานของเราให้ห่างไกลจากวงจรของยาเสพติด เราในฐานะประชาชนคนไทยจึงควรส่งกำลังใจและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละเหล่านี้อยู่เสมอ
หากคุณต้องการตรวจสอบข้อมูลต้นฉบับและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวนี้ สามารถเข้าไปติดตามได้โดยตรงที่ เว็บไซต์ข่าว สวพ.FM91 ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของรายงานข่าวนี้
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
คู่รักชาวเชียงรายประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ตกหลุมก่อสร้างในแม่จัน
พบศพสุดช็อกที่เชียงราย! ชายอายุ 36 ปี ถูกพบเสียชีวิตอย่างปริศนาริมถนน
เชียงราย - Chiang Rai News
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย– หลังจากรอคอยมานานเกือบ 10 ปี ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้ตัดสินคดีสำคัญใน จังหวัดเชียงราย คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณของ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งมีทั้งงบอาหารกลางวันและงบซ่อมแซมอาคารเรียน
ครูผู้ร้องเรียนได้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึง 2560 จนกระทั่งผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องหลายคนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว การตัดสินครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของสังคมว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าจะยังคงสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ป.ป.ช. ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการชี้มูลความผิดคดีทุจริตงบโรงเรียนในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่หลายราย ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่
- บางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว แต่คดีอาญาที่เหลือถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การเปิดโปงทุจริตงบซ่อมแซมโรงเรียนและบ้านพักครู
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในหลายโครงการหลัก เช่น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมห้องสหกรณ์โรงเรียน และโครงการว่าจ้างปรับปรุงบ้านพักครูจำนวนหลายหลัง อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกพบว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151 และ 157 พวกเขาถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนว่าเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน
นอกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกและตัวแทนจากภาคเอกชนที่ถูกชี้มูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการทุจริตในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าคดีความจะมีความคืบหน้าหลังจากการรอคอยอย่างยาวนาน แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าความล่าช้าทำให้บางคดีหมดอายุความไปแล้ว ผู้กระทำผิดบางรายจึงรอดพ้นจากการถูกลงโทษทางอาญาไปอย่างน่ากังขา
ขั้นตอนต่อไปและการเรียกร้องค่าเสียหายคืนสู่รัฐ
สำหรับคดีอาญาที่ยังไม่หมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปโดยทันที นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ยังมีสถานะเป็นข้าราชการ
สำนักงานการศึกษาส่วนภูมิภาคได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และความล่าช้าในระบบยุติธรรมของ ประเทศไทย
ปัญหาการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันและงบปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทของจังหวัดเชียงราย การสูญเสียงบประมาณที่สำคัญเหล่านี้ทำให้เด็กๆ ขาดโอกาสและโภชนาการที่พวกเขาควรจะได้รับอย่างเต็มที่ตามสิทธิพื้นฐาน
ประชาชนและหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายต่างคาดหวังว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่เข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานของโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป การสร้างความโปร่งใสและกำจัดการทุจริตในระบบการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเยาวชนและประเทศชาติในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คดีทุจริตโรงเรียนเชียงรายเกิดขึ้นที่อำเภอใด?
A: คดีนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยเป็นการทุจริตงบประมาณซ่อมแซมอาคารและงบอาหารกลางวันในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560
Q: ใครเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตครั้งนี้บ้าง?
A: ผู้ถูกกล่าวหาหลักคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียน (ในขณะนั้น) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด
Q: ทำไมบางข้อกล่าวหาถึงไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้?
A: เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานของ ป.ป.ช. ใช้เวลานานเกือบ 10 ปี ทำให้ข้อกล่าวหาบางส่วนขาดอายุความตามกฎหมายไปแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
เชียงราย– การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเยาวชนและสังคมให้ก้าวหน้า เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ล่าสุดได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026” กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างคึกคัก ณ ห้องลีลาวดี โดยมี นักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากหลากหลาย โรงเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเปิดค่าย STEAM ปี 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เด็กชั้น ป.4-ป.6
- กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ความรู้เชิงลึกและสอนการคิดวิเคราะห์
- โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” ที่เน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาจริง
ยกระดับทักษะด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM
เป้าหมายหลักของค่ายนี้คือการปลูกฝังทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า STEAM แนวทางนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในตำราเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้รูปแบบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้ผ่านการทดลองที่สนุกสนานและท้าทายความคิด
กิจกรรมในค่ายได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาราภรณ์ เตรียมโพธิ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นพบความถนัดของตนเองและต่อยอดจินตนาการสู่นวัตกรรมใหม่ๆ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตของนครเชียงราย
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันของคณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นเปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้นักเรียน การสร้างทักษะแห่งอนาคตเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นโยบายของ เทศบาลนครเชียงราย ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การผลักดันวิสัยทัศน์ “นครแห่งการเรียนรู้” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่า การศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาคน และคนที่มีศักยภาพจะกลับมาพัฒนาเมืองเชียงรายให้ยั่งยืนต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าย Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026 จัดขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด?
ค่ายนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการคิดและสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมตั้งแต่ยังเด็ก
กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน วิธีนี้มีความสำคัญเพราะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ใครคือผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้?
กิจกรรมนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งวิทยากรมาให้ความรู้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย– เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษา จังหวัดเชียงราย ได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน เวียงป่าเป้า วิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “ เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570 ” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ:นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ:เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด:เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย









