เชียงราย– เมื่อเย็นวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุการณ์ไล่ล่าอย่างดุเดือดใน จังหวัดเชียงราย เมื่อเจ้าหน้าที่ ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 3 สกัดรถยนต์ต้องสงสัยที่คาดว่า ขนยาเสพติด ">ลักลอบขนยาเสพติด
ผู้ต้องสงสัยพยายามขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่เพื่อหลบหนี ก่อนที่จะเสียการควบคุมและตกข้างทางบนถนนบายพาสฝั่งตะวันตกในอำเภอเมืองเชียงราย แม้ว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนจะหลบหนีเข้าไปในป่าภายใต้ความมืดมิด แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถยึดยาบ้าได้ถึง 21 กระสอบ รวมกว่า 4.2 ล้านเม็ด การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่จากชายแดนเข้ามาในประเทศ
เบาะแสสำคัญ สู่การวางแผนสกัดจับกุม
เหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการทำงานด้านการข่าวและสืบสวนอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายกวาดล้างยาเสพติดอย่างเด็ดขาดของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และ พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3
ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานลับว่า จะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดใช้รถยนต์เอนกประสงค์ (SUV) เป็นพาหนะในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ ในตอนในของประเทศ เมื่อได้ข้อมูลที่แน่ชัด ชุดปฏิบัติการจึงได้วางแผนกระจายกำลังดักซุ่มตามจุดเสี่ยงต่างๆ บนเส้นทางสายหลักเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ
นาทีระทึก! การไล่ล่าบนถนนบายพาสเชียงราย
กระทั่งเวลาประมาณ 21.50 น. เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนได้สังเกตเห็นรถยนต์เอนกประสงค์สีดำ ติดป้ายทะเบียนจังหวัดเชียงใหม่ ขับผ่านเข้ามาในพื้นที่ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย โดยมุ่งหน้าลงไปทางขาล่องเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งตรงกับลักษณะรถต้องสงสัยที่สายลับแจ้งไว้ทุกประการ เจ้าหน้าที่จึงเริ่มขับรถสะกดรอยตามไปอย่างระมัดระวัง ตามรายงานของ Ch7HD News
อย่างไรก็ตาม เมื่อรถคันดังกล่าวขับมาถึงบริเวณแยกขัวแคร่ ตำบลบ้านดู่ คนขับได้เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางเลี่ยงเมือง (บายพาส) ฝั่งตะวันตก และเริ่มรู้ตัวว่าถูกติดตาม จึงพยายามเร่งเครื่องหนีด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่ตัดสินใจแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่ทว่าเมื่อถึงบริเวณแยกฮ่องอ้อ ตำบลดอยฮาง คนร้ายกลับไม่ยอมหยุดรถ ซ้ำยังเหยียบคันเร่งพุ่งชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับความเสียหาย
การไล่ล่ายังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด จนกระทั่งรถของคนร้ายเสียหลัก พุ่งตกลงไปในป่าละเมาะข้างทาง ตรงข้ามกับวิทยาลัยเชียงราย ทันทีที่รถจอดสนิท ชาย 2 คนที่อยู่ภายในรถ (คนขับและผู้โดยสาร) ได้รีบเปิดประตูและพากันวิ่งหลบหนีหายเข้าไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
สรุปรายละเอียดของกลางและเหตุการณ์
หลังจากควบคุมสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ได้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสภาพรถและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งนำไปสู่การค้นพบสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมหาศาล โดยสามารถสรุปข้อมูลสำคัญได้ดังนี้:
- พาหนะที่ใช้ก่อเหตุ:รถยนต์เอนกประสงค์ (SUV) สีดำ ป้ายทะเบียนจังหวัดเชียงใหม่
- ของกลางที่ยึดได้:กระสอบฟางที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จำนวนทั้งหมด 21 ใบ
- ปริมาณยาเสพติด:ภายในแต่ละกระสอบบรรจุยาบ้าใบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมมีของกลางเป็นยาบ้าทั้งหมดกว่า 4,200,000 เม็ด
- ผู้ต้องสงสัย:ชาย 2 คน อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว
- ความเสียหาย:รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากการถูกพุ่งชน โชคดีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ
ก้าวต่อไป: ขยายผลล่าตัวขบวนการค้ายาข้ามชาติ
ในเบื้องต้น ทางชุดปฏิบัติการ ตชด. ได้นำรถยนต์ของกลางพร้อมด้วยยาบ้าทั้งหมดกว่า 4.2 ล้านเม็ด ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เพื่อลงบันทึกประจำวันและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมประสานหน่วยงานกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อเร่งตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอที่ตกค้างอยู่ในรถ รวมถึงตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองรถยนต์ป้ายทะเบียนเชียงใหม่คันนี้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำผิดและนายทุนผู้อยู่เบื้องหลัง ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนขยายผลอย่างเต็มที่ เพื่อนำตัวผู้หลบหนีทั้ง 2 รายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด
การสกัดจับยาเสพติดล็อตใหญ่นี้ ถือเป็นผลงานและความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ในการทำหน้าที่เป็นด่านหน้าปกป้องสังคมไทย หากยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ดนี้หลุดรอดเข้าไปในเขตชุมชนเมือง ย่อมสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อปัญหาสังคม ครอบครัว และเยาวชนของชาติ การปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็วและเด็ดขาดในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างแท้จริง
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
พบศพสุดช็อกที่เชียงราย! ชายอายุ 36 ปี ถูกพบเสียชีวิตอย่างปริศนาริมถนน
ปะทะกันอย่างดุเดือด! ทหารปะทะกับแก๊งค้ายาเสพติดอย่างหนัก ชายแดนเชียงราย ยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้กว่า 500,000 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย– หลังจากรอคอยมานานเกือบ 10 ปี ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้ตัดสินคดีสำคัญใน จังหวัดเชียงราย คดีนี้เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณของ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น ซึ่งมีทั้งงบอาหารกลางวันและงบซ่อมแซมอาคารเรียน
ครูผู้ร้องเรียนได้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึง 2560 จนกระทั่งผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องหลายคนได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว การตัดสินครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของสังคมว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าจะยังคงสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ป.ป.ช. ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการชี้มูลความผิดคดีทุจริตงบโรงเรียนในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่หลายราย ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่
- บางคดีได้หมดอายุความไปแล้ว แต่คดีอาญาที่เหลือถูกส่งต่อให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การเปิดโปงทุจริตงบซ่อมแซมโรงเรียนและบ้านพักครู
การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในหลายโครงการหลัก เช่น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมห้องสหกรณ์โรงเรียน และโครงการว่าจ้างปรับปรุงบ้านพักครูจำนวนหลายหลัง อดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกพบว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 151 และ 157 พวกเขาถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนว่าเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน
นอกจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกและตัวแทนจากภาคเอกชนที่ถูกชี้มูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการทุจริตในครั้งนี้ด้วย แม้ว่าคดีความจะมีความคืบหน้าหลังจากการรอคอยอย่างยาวนาน แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าความล่าช้าทำให้บางคดีหมดอายุความไปแล้ว ผู้กระทำผิดบางรายจึงรอดพ้นจากการถูกลงโทษทางอาญาไปอย่างน่ากังขา
ขั้นตอนต่อไปและการเรียกร้องค่าเสียหายคืนสู่รัฐ
สำหรับคดีอาญาที่ยังไม่หมดอายุความ ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องร้องตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปโดยทันที นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องและแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ยังมีสถานะเป็นข้าราชการ
สำนักงานการศึกษาส่วนภูมิภาคได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่และความล่าช้าในระบบยุติธรรมของ ประเทศไทย
ปัญหาการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันและงบปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทของจังหวัดเชียงราย การสูญเสียงบประมาณที่สำคัญเหล่านี้ทำให้เด็กๆ ขาดโอกาสและโภชนาการที่พวกเขาควรจะได้รับอย่างเต็มที่ตามสิทธิพื้นฐาน
ประชาชนและหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายต่างคาดหวังว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่เข้มงวดในการตรวจสอบการทำงานของโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป การสร้างความโปร่งใสและกำจัดการทุจริตในระบบการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเยาวชนและประเทศชาติในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: คดีทุจริตโรงเรียนเชียงรายเกิดขึ้นที่อำเภอใด?
A: คดีนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยเป็นการทุจริตงบประมาณซ่อมแซมอาคารและงบอาหารกลางวันในช่วงปีงบประมาณ 2558-2560
Q: ใครเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตครั้งนี้บ้าง?
A: ผู้ถูกกล่าวหาหลักคืออดีตผู้อำนวยการโรงเรียน (ในขณะนั้น) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกและภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด
Q: ทำไมบางข้อกล่าวหาถึงไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้?
A: เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานของ ป.ป.ช. ใช้เวลานานเกือบ 10 ปี ทำให้ข้อกล่าวหาบางส่วนขาดอายุความตามกฎหมายไปแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม
เชียงราย – การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเยาวชนและสังคมให้ก้าวหน้า เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ยุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด ล่าสุดได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026” กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างคึกคัก ณ ห้องลีลาวดี โดยมี นักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากหลากหลาย โรงเรียน ในพื้นที่เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่
ประเด็นสำคัญ
- เทศบาลนครเชียงรายเปิดค่าย STEAM ปี 2026 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เด็กชั้น ป.4-ป.6
- กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ความรู้เชิงลึกและสอนการคิดวิเคราะห์
- โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “นครแห่งการเรียนรู้” ที่เน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาจริง
ยกระดับทักษะด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM
เป้าหมายหลักของค่ายนี้คือการปลูกฝังทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกกันว่า STEAM แนวทางนี้ช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงความรู้ในตำราเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้รูปแบบนี้เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เยาวชนยังได้เรียนรู้ผ่านการทดลองที่สนุกสนานและท้าทายความคิด
กิจกรรมในค่ายได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณพงษ์ เตรียมโพธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาราภรณ์ เตรียมโพธิ์ จาก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยากรทั้งสองท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นพบความถนัดของตนเองและต่อยอดจินตนาการสู่นวัตกรรมใหม่ๆ
ความร่วมมือเพื่ออนาคตของนครเชียงราย
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างแข็งขันของคณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นเปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้นักเรียน การสร้างทักษะแห่งอนาคตเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตและการใช้ชีวิตของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นโยบายของ เทศบาลนครเชียงราย ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การผลักดันวิสัยทัศน์ “นครแห่งการเรียนรู้” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ว่า การศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาคน และคนที่มีศักยภาพจะกลับมาพัฒนาเมืองเชียงรายให้ยั่งยืนต่อไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่าย Mahidol STEAM Research and Innovation Camp 2026 จัดขึ้นเพื่อกลุ่มเป้าหมายใด?
ค่ายนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 เพื่อเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการคิดและสร้างแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมตั้งแต่ยังเด็ก
กระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่ผสมผสานวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน วิธีนี้มีความสำคัญเพราะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ใครคือผู้สนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้?
กิจกรรมนี้เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงราย โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ส่งวิทยากรมาให้ความรู้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย - Chiang Rai News
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
เชียงราย – เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา วงการการศึกษา จังหวัดเชียงราย ได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน เวียงป่าเป้า วิทยาคมได้ประกาศข่าวแห่งความภาคภูมิใจสู่สาธารณชน โดยนายจักรภัทร พรหมเรืองฤทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้รับคัดเลือกให้เป็น “ เด็กและเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2570 ” ในระดับจังหวัด
ข่าวดีนี้สร้างรอยยิ้มให้กับชาวเวียงป่าเป้าเป็นอย่างมาก การได้รับคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายจักรภัทร เขาไม่เพียงแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนเยาวชนคนอื่นๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนต้นแบบ:นายจักรภัทร นักเรียน ม.5 โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม คว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2570
- รางวัลเกียรติยศ:เตรียมรับโล่และเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันเด็กแห่งชาติ
- ความภูมิใจของจังหวัด:เป็นความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นต่อไป
สำหรับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นนั้น ถือเป็นรางวัลระดับประเทศที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมคนดี ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างนายจักรภัทร จะได้รับโอกาสอันทรงเกียรติในการเข้ารับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตร พิธีมอบรางวัลนี้จะจัดขึ้นโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี
เป้าหมายหลักของรางวัลนี้คือการยกย่องเชิดชูเกียรติเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีความสามารถรอบด้าน และเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบของสังคม ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนายจักรภัทรและครอบครัว รวมถึงเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับคณะครูและโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมอย่างกว้างขวาง
ก้าวต่อไปของเยาวชนคนเก่ง
ทางด้านโรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคมได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งกำลังใจให้นายจักรภัทรก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง คณะครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จส่วนตัวแล้ว ผลงานของนายจักรพัฒน์ยังได้รับการยกย่องในระดับชาติในฐานะแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนในจังหวัดเชียงราย เขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายความฝันของคนรุ่นใหม่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย













