ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครอง ยาบ้า ">เชียงราย– ตำรวจได้เริ่มปฏิบัติการจับกุมอดีตเจ้าหน้าที่อำเภอในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย คดีนี้มีความสำคัญและสมควรได้รับการสืบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการทุจริตระดับชาติ โดยเฉพาะการใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอมสำหรับชาวต่างชาติ กลุ่มอาชญากรจากจีนและเมียนมาร์มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง
พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการด่วนให้กวาดล้างขบวนการนี้อย่างเด็ดขาด หน่วยงานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันเปิดปฏิบัติการรหัส “กวาดล้างทะเบียน G เทา” เพื่อหยุดยั้งการกระทำผิดและจับกุมผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
Key Takeaways
- ตำรวจบุกจับกุมอดีตปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่ อส. จังหวัดเชียงราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งทำบัตรประชาชนเถื่อน
- กลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติยอมจ่ายเงินสูงถึง 100, 000 บาท ต่อคน เพื่อแลกกับการสวมสิทธิ์เป็นคนไทยและทำธุรกรรมต่างๆ
- เจ้าหน้าที่พบประวัติการทุจริตสวมสิทธิ์ลักษณะนี้มากกว่า 200 รายในช่วงปี 2567-2568 ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคง
ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีการสนธิกำลังจากหลายภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด และขอศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดรวมทั้งสิ้น 27 หมายจับ ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 22 ราย
ผู้ต้องหากลุ่มนี้ประกอบด้วย อดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น 1 ราย เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน หรือ อส. จำนวน 2 ราย และชาวต่างชาติที่เข้ามาสวมสิทธิ์อีก 19 ราย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายสำคัญรวม 6 จุดในจังหวัดเชียงราย อ่านข่าวอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องจากสำนักข่าวแห่งชาติ
สถานที่ที่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ได้แก่ บ้านพักของอดีตปลัดอำเภอและบ้านพักของภรรยา ในพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้งและอำเภอเมืองเชียงราย นอกจากนี้ยังมีการตรวจค้นบ้านพักของเจ้าหน้าที่ อส. อีก 2 จุด และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเวียงแก่น เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม
จุดเริ่มต้นของการทลายแก๊งบัตรเถื่อน
คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากการทำงานที่รัดกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจความมั่นคงตามปกติในพื้นที่ และพบชายชาวต่างชาติคนหนึ่งลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ ชายคนนี้พกเงินสดติดตัวมาด้วยถึง 140,000 บาท
เมื่อถูกเจ้าหน้าที่สอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เงินจำนวนนี้เตรียมไว้ใช้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อทำบัตรประจำตัวสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน คำให้การนี้กลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้ตำรวจเริ่มสงสัยว่า อาจมีขบวนการทุจริตเชิงระบบซ่อนอยู่เบื้องหลังในพื้นที่อำเภอนี้
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงเริ่มขยายผลเจาะลึกอย่างละเอียด จนพบว่ามีการนำบุคคลต่างชาติมาสวมสิทธิ์เป็นเด็กนักเรียนที่มีรหัสอักษร “G” เริ่มแรกพบการกระทำผิด 4 ราย จึงเดินหน้าสืบสวนต่อจนพบเครือข่ายที่ใหญ่และซับซ้อนขึ้นมาก
กลโกงรหัส G เอื้อประโยชน์แก๊งคอลเซ็นเตอร์
รหัสอักษร “G” ปกติแล้วจะใช้สำหรับขึ้นทะเบียนเด็กนักเรียนต่างชาติที่เข้ามาเรียนในประเทศไทย แต่ขบวนการนี้ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่ นำชาวต่างชาติผู้ใหญ่มาสวมสิทธิ์แทน ชาวต่างชาติเหล่านี้มาจากหลายประเทศ ทั้งจีน เมียนมา ลาว และเวียดนาม
เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อมั่นว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ เมื่อพวกเขาได้บัตรประจำตัวไปแล้ว จะสามารถใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้เหมือนคนไทยทั่วไป เช่น การเดินทางอย่างอิสระ หรือการเปิดบัญชีธนาคาร
การมีบัญชีธนาคารทำให้พวกเขาสามารถทำธุรกรรมทางการเงิน ฟอกเงินที่ได้จากการทำผิดกฎหมาย หรือซื้อทรัพย์สินในไทยได้ง่ายขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศชาติอย่างแท้จริง ติดตามข่าวสารด้านความมั่นคงเพิ่มเติม
นายหน้าชาวเมียนมาและกลุ่มลับข้ามชาติ
จากการสอบปากคำผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมบางราย เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีกลุ่มลับของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ภายในกลุ่มนี้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างเปิดเผยว่า สามารถจัดทำบัตรเลข “0” หรือบัตรผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนได้จริง
ขบวนการนี้มีตัวการหรือนายหน้าคนสำคัญเป็นชายชาวเมียนมา ทราบชื่อคือ “ตูน ลิน” (Tun Lin) อายุประมาณ 50 ปี เขาอาศัยอยู่ในพื้นที่ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยนายตูน ลิน จะเป็นคนเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการทำบัตร ในราคาสูงถึงใบละ 100,000 บาท
เมื่อตำรวจตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังไปในช่วงปี พ.ศ. 2567 ถึง 2568 พบว่ามีความผิดปกติในการสวมรายการนักเรียนรหัสอักษร G ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่นสูงมาก เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะมีการกระทำความผิดลักษณะนี้ไปแล้วมากกว่า 200 ราย
ขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะเดินหน้าทำงานร่วมกับกรมการปกครองและทุกภาคส่วน เพื่อขยายผลกวาดล้างขบวนการนี้ให้หมดสิ้นไป โดยจะต้องนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
DSI ผนึกกำลังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ยึดยาบ้ากว่า 7 ล้านเม็ดในเชียงรายและลำปาง
ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นในจังหวัดเชียงราย หลังรัฐบาลวางแผนเวนคืนที่ดินริมแม่น้ำไทรเพื่อป้องกันน้ำท่วม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า
เ ชียงราย– เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.พาน ได้ผนึกกำลังกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นระหว่างเวลา 22.00 ถึง 24.00 น. บริเวณหน้าตู้ยามตำบลสันติสุข อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย เพื่อตั้งจุดตรวจสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย การทำงานร่วมกันครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชนในชุมชน
การปฏิบัติงานนี้ดำเนินการตามแผนที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นำข้อมูล อาชญากรรม มาวิเคราะห์อย่างละเอียด ทีมงานนำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ ผู้กำกับการ สภ.พาน พร้อมด้วยตำรวจสายตรวจและ น.ส.พิชญกานต์ ตาดทอง กำนันตำบลสันติสุข ทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดจุดตรวจที่เหมาะสมที่สุด การใช้ข้อมูลจริงมาวางแผนช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- กำลังเจ้าหน้าที่ร่วม 30 นาย ตั้งด่านเครือข่ายใยแมงมุมในตำบลสันติสุขเพื่อสกัดกั้น ยาเสพติด
- ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอาชญากรรมเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตั้งจุดตรวจและป้องกันเหตุร้าย
- จับกุมชายวัย 33 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 10 เม็ด และตั้งข้อหาหนักเรื่องการเสพยาขณะขับขี่
ผลลัพธ์จากการตั้งจุดตรวจใยแมงมุม
จากการตรวจตราอย่างเข้มงวด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้หนึ่งราย ผู้ต้องหาเป็นชายชาวตำบลสันติสุข อายุ 33 ปี ซึ่งขับขี่ยานพาหนะผ่านเข้ามายังจุดตรวจ เมื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 10 เม็ดอยู่ในความครอบครอง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานทันที
หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ข้อหาหลักคือการครอบครองยาเสพติดให้โทษและการเสพยาเสพติดในขณะขับขี่ยานพาหนะ ขณะนี้ผู้ต้องหาได้ถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว เหตุการณ์นี้ถือเป็นผลงานสำคัญที่สะท้อนการทำงานอย่างหนักของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อความสงบสุขของประชาชน
พลังของชุมชนในการต้านภัยยาเสพติด
ความสำเร็จในคืนดังกล่าวไม่ได้มาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากความร่วมมือที่แข็งแกร่ง ฝ่ายปกครองและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต่างมีบทบาทสำคัญในการลงพื้นที่ การทำงานแบบบูรณาการนี้ช่วยยกระดับการป้องกันปัญหายาเสพติดในอำเภอพานได้อย่างเป็นรูปธรรม
ชาวบ้านในตำบลสันติสุขต่างรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเห็นการทำงานที่จริงจังและใกล้ชิดประชาชน การตั้งด่านแบบเครือข่ายใยแมงมุมจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมในพื้นที่ ทุกฝ่ายหวังว่าความร่วมมือนี้จะทำให้จังหวัดเชียงรายน่าอยู่และปลอดภัยยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม
ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครอง ยาบ้า ">เชียงราย– เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติการครั้งสำคัญเพื่อรักษาความปลอดภัยใน จังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ พวกเขาได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อตั้งจุดตรวจความปลอดภัย ปฏิบัติการนี้จัดขึ้นบริเวณหน้าตลาดล้านเมือง ตำบลสันทราย โดยมีเป้าหมายหลักในการป้องกันเหตุร้ายและดูแลประชาชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ใช้แผนปฏิบัติการที่เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่เน้นความแม่นยำและการใช้ข้อมูลจริง เจ้าหน้าที่จะนำสถิติและสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาวิเคราะห์ เพื่อหาจุดที่ควรตั้งด่านตรวจให้เกิดประโยชน์สูงสุด วิธีนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่การสุ่มตรวจทั่วไป แต่เป็นการวางกำลังเพื่อป้องกันและสกัดกั้นคนทำผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญ
- ยกระดับความปลอดภัย:ตำรวจภาค 5 สนธิกำลังตั้งด่าน “ใยแมงมุม” ทั่วเชียงรายเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
- จับกุมผู้กระทำผิด:ด่านแม่คำ อำเภอแม่จัน สามารถรวบตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาเสพติดได้ 1 รายอย่างรวดเร็ว
- ใช้ข้อมูลทำงาน:แผนใยแมงมุมใช้การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง เพื่อจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่อย่างแม่นยำและตรงจุด
ผลงานด่านแม่คำ สกัดจับเครือข่ายยาเสพติด
ในคืนเดียวกันนั้น แผนเครือข่ายใยแมงมุมก็แสดงผลงานอย่างชัดเจนในอีกพื้นที่หนึ่งของจังหวัด พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่จัน ได้นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมกันตั้งด่านตรวจสกัด พวกเขาประจำการอยู่ที่บริเวณด่านตรวจแม่คำ อำเภอแม่จัน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจร การทำงานเป็นไปอย่างเข้มงวดและรัดกุมตามนโยบายระดับจังหวัดที่วางเอาไว้
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างขะมักเขม้น พวกเขาได้เรียกตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยตามหลักการทำงาน ผลจากการตรวจค้นอย่างละเอียด ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมชายผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดได้จำนวนหนึ่ง การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การตั้งด่านแบบมีข้อมูลรองรับนั้น สามารถสกัดกั้นการแพร่ระบาดของสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างแท้จริง โดยสามารถติดตาม ข่าวสารตำรวจภูธรภาค 5 เพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางทางการ
อำเภอแม่จันถือเป็นพื้นที่สำคัญที่มีการสัญจรไปมาอย่างหนาแน่น และเชื่อมต่อกับหลายอำเภอ การตั้งจุดตรวจที่ด่านแม่คำจึงเป็นการตัดวงจรการขนส่งสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างดีเยี่ยม เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้กระทำผิดเล็ดลอดไปได้ การสกัดจับครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ยาเสพติดจะกระจายเข้าสู่ชุมชนตอนใน
บูรณาการกำลัง สร้างความอุ่นใจให้ชุมชน
การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและฝ่ายปกครอง ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการนี้ราบรื่นและประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างรู้หน้าที่และเป้าหมายของตนเองอย่างชัดเจน การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบและเชื่อมโยงข้อมูลกันเหมือนใยแมงมุม ทำให้ผู้กระทำผิดหลบหนีได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา
เป้าหมายสูงสุดของปฏิบัติการทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมผู้ทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่คือการดูแลความสงบเรียบร้อยให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดล้านเมือง หรือชาวบ้านที่เดินทางไปมาในยามวิกาล ต่างรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น พวกเขามีความมั่นใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ในอนาคต คาดว่าทางเจ้าหน้าที่จะยังคงใช้แผนเครือข่ายใยแมงมุมนี้ต่อไป พร้อมทั้งปรับปรุงข้อมูลให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้การทำงานของตำรวจมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ประชาชนเองก็สามารถเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
การเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงราย ด้วยการทำงานที่โปร่งใส ใช้ข้อมูลจริง และร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทำให้ความหวังที่จะเห็นชุมชนปลอดภัยจากเหตุร้ายต่างๆ เข้าใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น ความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย
ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า">เชียงราย– เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน ได้นำกำลังตั้งจุดตรวจ ยาเสพติด ที่บริเวณด่านตรวจปูแกง ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย การปฏิบัติงานครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.วิชัย ไชยอิ่นคำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายบนถนนพหลโยธิน
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้มีรถบรรทุก 4 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมา รถคันนี้เดินทางมาจากอำเภอเมืองเชียงรายและกำลังมุ่งหน้าไปยังจังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่พบว่ารถมีลักษณะน่าสงสัยจึงได้เรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด โดยพบผู้ขับขี่คือ นายวรวุฒิ อายุ 32 ปี และมีแฟนสาวคือ น.ส.ปภัสรา อายุ 33 ปี นั่งโดยสารมาด้วย ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย
ประเด็นสำคัญ
-
ตำรวจด่านปูแกงจับกุมหนุ่มสาวชาวหนองคาย ลักลอบขนยาไอซ์จำนวน 350 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระบะดัดแปลง
-
ผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับจ้างขนยาจากชายแดนแม่สาย ไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ แลกกับค่าตอบแทน 300,000 บาท
-
เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสืบสวนขยายผล เพื่อกวาดล้างผู้ว่าจ้างและเครือข่ายยาเสพติดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ในตอนแรก การตรวจสอบภายนอกรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ แต่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมท่าทางที่มีพิรุธ จึงได้ทำการตรวจค้นรถอย่างละเอียดอีกครั้ง จนกระทั่งพบว่าบริเวณพื้นกระบะด้านหลังถูกดัดแปลงอย่างแนบเนียนให้เป็นช่องลับใต้ท้องรถ ช่องลับนี้ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการขันนอตจึงจะสามารถเปิดออกได้
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดช่องลับ พวกเขาพบซองชาเขียวบรรจุสุญญากาศ 350 ซองเรียงกันอย่างแน่นหนาอยู่ภายใน การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแต่ละซองบรรจุยาเมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) ประมาณ 1 กิโลกรัม รวมทั้งหมด 350 กิโลกรัม ผู้ต้องสงสัยทั้งสองถูกจับกุมในทันที
สารภาพรับจ้างขนส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ให้การรับสารภาพว่า พวกตนไปรับยาเสพติดจำนวนนี้มาจากพื้นที่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ทางฝั่งอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป้าหมายคือการลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดไปส่งให้ผู้รับในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ต้องหาเปิดเผยว่าได้รับค่าจ้างในการขนส่งครั้งนี้เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท
หลังจากทำการจับกุมและสอบสวนเบื้องต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งมอบให้กับชุดสืบสวน สภ.พาน นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับชุดขยายผลยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทางตำรวจจะเร่งสืบสวนเพื่อขยายผลไปถึงตัวผู้ว่าจ้างและทลายเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดนี้ให้สิ้นซาก

