เชียงราย – ตำรวจสถานีตำรวจแม่จัน จังหวัดเชียงราย ปิดคดีปล้นและฆาตกรรมสุดสะเทือนขวัญของนางบัวเขียวเพียรกิจ หรือ “ป้าบัวเขียว” ได้สำเร็จ เหตุการณ์โศกนาฏกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ในป่าทึบของบ้านป่าเปา หมู่บ้านที่ 6 ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
คนร้ายได้ลงมือ ทำร้ายร่างกาย ป้าบัวเขียวอย่างโหดเหี้ยมจนถึงแก่ความตาย ก่อนจะขโมยเงินสดและสร้อยคอทองคำหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้ครอบครัวและคนในชุมชนต้องตกอยู่ในความหวาดผวาและโศกเศร้ากับความสูญเสียที่เกิดขึ้น
คดีนี้มีความยากลำบากและท้าทายการทำงานของตำรวจอย่างมาก เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นป่าลึกที่ห่างไกลจากบ้านเรือนผู้คน ไม่มี กล้องวงจรปิด และแทบจะไม่มีพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์ แต่ด้วยความมุ่งมั่นของ “ชุดสืบสวนหมาป่าราตรี” นำโดย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตประสาร ผกก. สภ.แม่จัน เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เก็บรวบรวมหลักฐานทุกชิ้นอย่างละเอียด จนกระทั่งผลตรวจ DNA จาก ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ยืนยันความผิด ตำรวจจึงขอศาลออกหมายจับ น.ส.สุขก้าน หรือ “ป้ากานต์” ได้ในที่สุด
ประเด็นสำคัญของคดีนี้ (Key Takeaways):
- ตำรวจจับกุม “ป้ากานต์” คนสนิทของผู้ตาย ในข้อหาฆ่าชิงทรัพย์ โดยใช้หลักฐาน DNA มัดตัว แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธอย่างหนักแน่นก็ตาม
- แรงจูงใจหลักคาดว่ามาจากหนี้สินการพนัน หลังพบพิรุธว่าผู้ต้องหานำเงินก้อนโตไปปลดหนี้ทันทีหลังเกิดเหตุ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่มีเงินเลย
- เจ้าหน้าที่เตรียมคุมตัวฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว และจะลุยค้นบ้านพักเพื่อตามหาสร้อยคอทองคำของป้าบัวเขียวที่ยังสูญหาย
พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตประสาร ผู้กำกับการ สภ.แม่จัน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้คดีนี้จะไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ และจุดพบศพอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านเกือบกิโลเมตร แต่ทีมตำรวจก็ไม่ได้ย่อท้อ ชุดสืบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนแน่นหนาเพียงพอที่ศาลจังหวัดเชียงรายจะอนุมัติหมายจับได้
หลักฐานชิ้นสำคัญที่ไขคดีนี้คือ ผลตรวจ DNA ทางนิติวิทยาศาสตร์จากวัตถุพยานที่เก็บกู้ได้ตั้งแต่วันแรก นอกจากนี้ คำให้การของป้ากานต์เกี่ยวกับเส้นทางและเวลาหลังเกิดเหตุ ยังขัดแย้งกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง ซึ่งถือเป็นข้อพิรุธที่มัดตัวผู้ต้องหาเอง
หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาล และจะคัดค้านการประกันตัวอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ตำรวจกำลังเตรียมเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาเพิ่มเติม เพื่อหาพยานหลักฐานอื่น ๆ รวมถึงสร้อยคอทองคำของผู้ตายที่ยังคงสูญหายไป เพื่อนำกลับคืนมาให้ครอบครัว
พิรุธเรื่องเงินก้อนโต และแรงจูงใจก่อเหตุ
จนถึงขณะนี้ น.ส.สุขก้าน หรือป้ากานต์ ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และมีท่าทีปากแข็งมาโดยตลอดตั้งแต่ถูกจับกุม แต่ทางญาติและลูกสาวของป้าบัวเขียวต่างปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่านี่คือฝีมือของคนใกล้ตัวอย่างแน่นอน
ครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่า ป้ากานต์มีพฤติกรรมติดการพนันอย่างหนัก และมักจะมีปัญหาเรื่องเงินอยู่เสมอ ที่สำคัญคือเธอรับรู้มาตลอดว่าป้าบัวเขียวมีเงินสดและทองคำเก็บสะสมไว้กับตัว ซึ่งถือเป็นจุดล่อใจสำคัญที่ทำให้เกิดการฆ่าชิงทรัพย์ครั้งนี้
นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมน่าสงสัยที่ชาวบ้านพากันพูดถึง คือการที่ป้ากานต์นำเงินก้อนโตไปไล่ทยอยใช้หนี้ทันทีหลังจากที่ป้าบัวเขียวเสียชีวิต ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพียงคืนเดียว เธอเพิ่งจะไปหยิบยืมเงินคนอื่นอยู่เลย การกระทำที่โหดเหี้ยมและทำตัวนิ่งเฉยเพื่อปกปิดความผิด ถือเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับไม่ได้ สามารถอ่านข้อมูลคดีอาชญากรรมเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวอาชญากรรมทั่วไป
เสียงสะท้อนจากครอบครัวผู้สูญเสีย
ลูกสาวของป้าบัวเขียวได้เล่าทั้งน้ำตาว่า แม่ของตนเป็นคนดี ทำมาหากินอย่างสุจริตมาตลอดชีวิต และไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือทะเลาะเบาะแว้งกับใคร การที่แม่ต้องมาเสียชีวิตด้วยน้ำมือของคนที่เคยกินอยู่ด้วยกัน เป็นเรื่องที่สะเทือนใจอย่างมาก
คนใกล้ชิดที่เคยไปเข้าป่าหาเห็ดด้วยกัน กลับกลายเป็นคนที่ลงมือฆ่าเพียงเพราะหวังชิงทรัพย์ เป็นสิ่งที่ครอบครัวไม่สามารถทำใจยอมรับได้เลย ทางครอบครัวรู้สึกว่าได้รับความยุติธรรมกลับคืนมาส่วนหนึ่ง หลังจากที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้
ลูกสาวผู้ตายยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และเรียกร้องให้ลงโทษขั้นสูงสุด พวกเขาไม่อยากให้คนใจดำอำมหิตเช่นนี้ ได้รับการปล่อยตัวออกมาสร้างความเดือดร้อน หรือทำร้ายใครในสังคมได้อีกต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทลายเครือข่ายสวมสิทธิ์คนไทย! จับอดีตปลัดเชียงราย โยงทุนเทาข้ามชาติ ซื้อบัตร 1 แสนบาท
DSI ผนึกกำลังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ยึดยาบ้ากว่า 7 ล้านเม็ดในเชียงรายและลำปาง
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี







