เชียงราย– ตำรวจและหน่วยงานท้องถิ่นใน จังหวัดทางภาคเหนือ ของประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการปราบปรามการค้ายาเสพติด ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้ยึดยาบ้าจำนวนมหาศาลที่เตรียมกระจายไปทั่วประเทศ เป็นการหยุดยั้งภัยคุกคามต่ออนาคตของเยาวชนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการอย่างรวดเร็วนี้ป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแทรกซึมเข้าสู่ชุมชนต่างๆ
การแถลงข่าวครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ณ กองบัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นผู้นำการแถลงข่าวร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง การปฏิบัติการทั้งหมดนี้เป็นไปตามนโยบาย ปราบปรามยาเสพติด ขั้นเด็ดขาดของนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways:
- ยึดของกลางมหาศาล:เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าได้รวมกว่า 5.27 ล้านเม็ด จากปฏิบัติการกวาดล้าง 3 พื้นที่หลักในภาคเหนือ
- กวาดล้างหลายจังหวัด:การจับกุมครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายในอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน, อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
- เดินหน้าขยายผลเครือข่าย:ของกลางและผู้ต้องหาถูกส่งมอบให้สำนักงาน ป.ป.ส. อย่างรวดเร็ว เพื่อเร่งสืบสวนและขยายผลจับกุมผู้บงการระดับสูงต่อไป
การจับกุมครั้งนี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดใกล้เคียงกัน โดยคดีแรกเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยได้หนึ่งคันอย่างทันท่วงที ภายในรถพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่มากถึง 2,480,000 เม็ด ซึ่งถือเป็นล็อตที่ใหญ่ที่สุดในการปฏิบัติการครั้งนี้และสร้างความตื่นตระหนกให้แก่สังคม
คดีที่สองเกิดขึ้นในพื้นที่ใจกลางอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมรถยนต์ 1 คัน และพบของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 1,800,000 เม็ด การจับกุมในเขตเมืองแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของกลุ่มคนร้าย ที่พยายามขนย้ายยาเสพติดผ่านพื้นที่ชุมชนหนาแน่นเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
ส่วนคดีที่สามนั้นเกิดขึ้นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่แนวชายแดนที่สำคัญและมีความซับซ้อนทางภูมิศาสตร์ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้อีก 994,000 เม็ด พื้นที่นี้มักถูกใช้เป็นจุดพักยาเสพติดชั่วคราว ก่อนที่ขบวนการค้ายาจะลำเลียงเข้าสู่ตัวเมืองชั้นในและจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย
นโยบายรัฐบาลกับการสกัดกั้นแนวชายแดนภาคเหนือ
เมื่อนำของกลางจากทั้ง 3 คดีมารวมกัน เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าได้ทั้งหมด 5,274,000 เม็ด พร้อมด้วยรถยนต์ 2 คัน และผู้ต้องหา 1 ราย ตอนนี้ผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดได้ถูกนำส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เรียบร้อยแล้ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและสืบหาต้นตอของเครือข่ายนี้ต่อไป
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างหนักของรัฐบาลไทย ในการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะพื้นที่แนวชายแดนภาคเหนือที่เป็นจุดเสี่ยงสำคัญ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและอดทน เพื่อติดตามและเฝ้าระวังกลุ่มเครือข่ายค้ายาเสพติดที่มักจะเปลี่ยนวิธีการขนส่งอยู่ตลอดเวลา
การสกัดกั้นตามแนวชายแดนถือเป็นหัวใจสำคัญของการหยุดยั้งวงจรยาเสพติด หากปล่อยให้หลุดรอดเข้ามาได้ การติดตามจับกุมในพื้นที่ตอนในจะทำได้ยากและซับซ้อนยิ่งขึ้น ดังนั้นการเพิ่มกำลังพลและเทคโนโลยีในการตรวจตรา จึงเป็นสิ่งที่ภาครัฐให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในยุคปัจจุบัน

ความร่วมมือเพื่ออนาคตสังคมไทยที่ปลอดภัยและยั่งยืน
ปัญหายาเสพติดไม่ใช่เพียงหน้าที่ของตำรวจหรือหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาในชุมชนของตนเอง หากพบเห็นสิ่งผิดปกติหรือบุคคลแปลกหน้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ควรแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที ความร่วมมือจากภาคประชาชนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเปลี่ยนแปลงสังคม
การบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วนจะช่วยสร้างเกราะป้องกันที่เข้มแข็งให้กับประเทศของเรา และปกป้องลูกหลานจากภัยมืดที่แฝงตัวอยู่ คุณสามารถอ่านข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมและติดตามรายละเอียดเจาะลึกของคดีนี้ได้ที่หน้าข่าวต้นฉบับของ กรุงเทพธุรกิจ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรับรู้สถานการณ์ และช่วยกันสร้างสรรค์สังคมที่ปลอดภัยไร้ยาเสพติดอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ค้ายาเสพติดและยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 1.8 ล้านเม็ด
ตำรวจไซเบอร์บุกทลายรังเว็บพนันออนไลน์ รวบแอดมินสาวคาบ้านพักบนดอยเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

กาญจนบุรี– เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและ ทำร้ายร่างกาย ผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์ กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจร ยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน










