เชียงราย – เกิดเหตุอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นในพื้นที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ ใจกลางเมืองเชียงราย เมื่อบ่ายวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญ มีคนงานชายพลัดตกจากที่สูง ภายในโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์บริการ สุขภาพ แห่งใหม่ ของ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย
รายงานข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ ระบุว่า ผู้ประสบอุบัติเหตุคือ ชายอายุ 63 ปี ซึ่งเป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เขาได้ขึ้นไปปฏิบัติงานอยู่บนโครงเหล็กนั่งร้านระดับสูง ของอาคารที่กำลังก่อสร้าง แต่เกิดพลาดพลัดตกลงมาจากด้านบน ร่างลอยละลิ่วลงมากระแทก และติดค้างอยู่กับโครงสร้างนั่งร้าน บริเวณระหว่างชั้น 4 และชั้น 5 ของตัวอาคาร
Key Takeaways
- สถานที่เกิดเหตุ:โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์บริการสุขภาพนานาชาติชั้นเลิศด้านหัวใจและหลอดเลือด สูง 14 ชั้น ของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
- ผู้เสียชีวิต:ชายอายุ 63 ปี ภูมิลำเนาอยู่อำเภอเมือง นครนายก โดยร่างพลัดตกจากด้านบนลงมาติดค้างที่โครงเหล็กนั่งร้านระหว่างชั้น 4-5
- มูลค่าโครงการ:อาคารแห่งนี้สร้างด้วยงบประมาณกว่า 766 ล้านบาท มีกำหนดเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2569 นี้
เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบและเร่งกู้ภัย
หลังเกิดเหตุไม่นาน เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนได้เดินทางเข้าตรวจสอบ พื้นที่เกิดเหตุทันที นำโดยนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนางจิตศ์ตราฎ์ หมีทองธนกรณ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และทีมกู้ภัยจากมูลนิธิสยามเชียงราย
เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ในการปีนขึ้นไปช่วยเหลือนำร่างของผู้บาดเจ็บ ลงมาจากโครงเหล็กนั่งร้านอย่างเร่งด่วน ขณะนั้นผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพหมดสติและมีอาการสาหัสมาก ทีมแพทย์จึงรีบนำตัวเข้าห้องไอซียูทันที แต่น่าเสียดายที่เขาเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นายแพทย์สมศักดิ์ อภัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้เข้าร่วมตรวจสอบความเรียบร้อย พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างยิ่ง เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่เพื่อนคนงาน ที่ทำงานในเขตก่อสร้างเดียวกันเป็นอย่างมาก
ตรวจสอบสาเหตุและดูแลสิทธิตามกฎหมาย
ด้านนางจิตศ์ตราฎ์ หมีทองธนกรณ์ ได้มอบหมายให้ทางจังหวัดและโรงพยาบาล เร่งประสานงานกับญาติของผู้เสียชีวิตที่อยู่ภาคกลาง เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องการจัดการพิธีศพ นอกจากนี้ยังกำชับให้ดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ และเงินชดเชยต่างๆ ที่ครอบครัวพึงได้รับอย่างเต็มที่ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องรอผลพิสูจน์อย่างละเอียดต่อไป
สำหรับอาคารที่เกิดเหตุนี้ คืออาคารศูนย์บริการสุขภาพนานาชาติชั้นเลิศ ด้านหัวใจและหลอดเลือด ตั้งอยู่ติดกับถนนร่วมจิตถวาย โครงการนี้ก่อสร้างด้วยงบประมาณสูงถึง 766,080,000 บาท เริ่มดำเนินการสร้างมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2566
ตัวอาคารมีความสูงทั้งหมด 14 ชั้น ซึ่งเท่ากับตึกอุบัติเหตุฉุกเฉินเดิม หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อตึกหมูป่า โครงสร้างอาคารที่สูงเด่นนี้ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากใจกลางเมืองเชียงราย โดยปัจจุบันมีการใช้เครื่องจักรและคนงานจำนวนมาก เพื่อเร่งรัดงานให้เสร็จตามกำหนดในวันที่ 11 กันยายน 2569 นี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ศุลกากรเชียงรายยึดเงิน 23 ล้านบาท ซ่อนในกล่องขนมขบเคี้ยวที่ด่านแม่สาย
เรื่องเศร้า! การค้นหา”คุณพ่อผัดจอมภู”สิ้นสุดลงแล้ว หลังพบศพของท่านในเวียงป่าเปา จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี









