สุขภาพและการแพทย์ Health

GAE ทางเลือกบรรเทาอาการปวดเข่าเสื่อมโดยไม่ผ่าตัดในไทย

Published

on

ข้อเข่าเสื่อมอาจทำให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีน้ำหนักเกินเดินขึ้นลงบันได ลุกจากเก้าอี้ หรือทำกิจวัตรประจำวันได้ลำบาก แม้ใช้ยา ทำกายภาพบำบัด ปรับพฤติกรรม หรือฉีดยาเข้าข้อแล้ว ผู้ป่วยบางรายยังมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง ขณะที่ยังไม่พร้อมรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ซึ่งอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นและมีความเสี่ยงตาม สุขภาพ ของแต่ละคน

ประเด็นสำคัญ

  • GAE ไม่ใช่การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า แพทย์จะสอดสายสวนขนาดเล็กผ่านหลอดเลือด แล้วใช้ภาพเอกซเรย์นำทางไปยังหลอดเลือดผิดปกติรอบข้อเข่า ก่อนปล่อยวัสดุขนาดเล็กเพื่อช่วยลดเลือดไปเลี้ยงบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบและอาการปวด โดยยังคงหลีกเลี่ยงหลอดเลือดปกติ
  • เหมาะกับผู้ป่วยบางรายเท่านั้นโดยมักพิจารณาในผู้ที่ลองการรักษาแบบประคับประคองแล้วแต่ยังมีอาการ อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน เพราะความรุนแรงของข้อเสื่อม โรคร่วม และสภาพหลอดเลือดมีผลต่อการรักษา
  • ผลลัพธ์ ความเสี่ยง ค่าใช้จ่าย และบริการในไทยแตกต่างกันได้ควรสอบถามสถานพยาบาลโดยตรงเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้เข้ารับการรักษา ขั้นตอน การติดตามผล และทางเลือกอื่นที่เหมาะกับคุณ

ต่อไป มาทำความเข้าใจหลักการของ GAE และสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจรักษากัน.

GAE คืออะไร และช่วยลดอาการปวดเข่าเสื่อมได้อย่างไร

GAE หรือ Genicular Artery Embolization คือหัตถการทางรังสีร่วมรักษาที่ช่วยลดอาการปวดเข่าเสื่อม โดยแพทย์จะใช้สายสวนขนาดเล็กเข้าไปยังหลอดเลือดรอบข้อเข่า แล้วปล่อยวัสดุอุดหลอดเลือดในจุดที่มีความผิดปกติ ขั้นตอนนี้ไม่ต้องผ่าตัดเปิดข้อ ไม่ตัดกระดูก และไม่เปลี่ยนข้อเข่าเทียม

ผู้ป่วยบางรายยังมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง แม้รับประทานยา ทำกายภาพบำบัด ควบคุมน้ำหนัก หรือฉีดยาเข้าข้อแล้ว GAE จึงอาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดอาการปวดและชะลอการผ่าตัดใหญ่ แต่ต้องผ่านการตรวจประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกครั้ง

หลักการของ GAE ในการลดปวดเข่าเสื่อม

ข้อเข่าเสื่อมไม่ได้เกิดจากกระดูกอ่อนสึกเพียงอย่างเดียว การอักเสบของเยื่อบุข้ออาจทำให้หลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณรอบข้อเพิ่มจำนวนขึ้นผิดปกติ พร้อมกับมีเส้นประสาทรับความรู้สึกงอกตามมา การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ข้อเข่าไวต่อความเจ็บปวดมากขึ้น และอาจทำให้อาการปวดยืดเยื้อ

GAE มุ่งลดเลือดที่ไปเลี้ยงหลอดเลือดผิดปกติเหล่านี้ โดยแพทย์จะฉีดอนุภาคขนาดเล็กผ่านสายสวนเพื่ออุดเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ หลอดเลือดปกติที่เลี้ยงกล้าม เนื้อ ผิวหนัง และกระดูกยังคงทำงานตามปกติ

เมื่อการไหลเวียนในบริเวณอักเสบลดลง สารที่กระตุ้นการอักเสบและสัญญาณปวดอาจลดลงตาม ผู้ป่วยจึงอาจเดิน ลุกนั่ง หรือทำกิจวัตรประจำวันได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม GAE ไม่ได้ทำให้กระดูกอ่อนที่สึกแล้วกลับมาเหมือนเดิม และไม่ใช่การรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน

ขั้นตอนการรักษาใช้เวลานานแค่ไหน

แพทย์มักทำ GAE ภายใต้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาคลายกังวล ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวระหว่างการรักษา โดยเริ่มจากใส่สายสวนผ่านแผลขนาดเล็กบริเวณขาหนีบหรือข้อมือ จากนั้นใช้ภาพเอกซเรย์หลอดเลือดแบบเรียลไทม์นำทางสายสวนไปยังหลอดเลือดรอบข้อเข่า

ก่อนปล่อยวัสดุอุดหลอดเลือด แพทย์จะตรวจดูรูปแบบการไหลเวียนและแยกหลอดเลือดผิดปกติออกจากหลอดเลือดที่จำเป็นต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ ขั้นตอนทั้งหมดมักใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนหลอดเลือดและความซับซ้อนของแต่ละคน

หลังทำหัตถการ ผู้ป่วยจะพักสังเกตอาการหลายชั่วโมง จึงมักกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกัน ควรมีญาติหรือผู้ดูแลพากลับบ้าน และหลีกเลี่ยงการออกแรงมากในช่วงแรก แพทย์จะนัดติดตามอาการเพื่อประเมินระดับความปวด การเดิน และการทำงานของข้อเข่า

ใครอาจเหมาะกับ GAE

โดยทั่วไป แพทย์อาจพิจารณา GAE ให้ผู้ที่มีลักษณะต่อไปนี้

  • มีอาการปวดเข่าเสื่อมต่อเนื่องจนรบกวนการเดิน การนอน หรือการใช้ชีวิต
  • ทดลองการรักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้นเพียงพอ
  • ยังไม่ต้องการหรือยังไม่พร้อมรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
  • มีสุขภาพโดยรวมเหมาะกับการทำหัตถการผ่านหลอดเลือด
  • ได้รับการตรวจภาพข้อเข่าและประเมินสาเหตุของอาการปวดอย่างเหมาะสม

ในทางกลับกัน ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดส่วนปลายรุนแรง แพ้สารทึบรังสี มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด หรือมีสาเหตุอื่นที่ทำให้ปวดเข่า อาจต้องใช้แนวทางรักษาแบบอื่น แพทย์จึงต้องพิจารณาทั้งระดับข้อเสื่อม โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และสภาพหลอดเลือดก่อนตัดสินใจ

ผลลัพธ์ของ GAE แตกต่างกันในแต่ละคน บางรายเริ่มรู้สึกปวดลดลงในช่วงแรก ขณะที่บางรายต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ อาการอาจดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีในผู้ป่วยที่คัดเลือกอย่างเหมาะสม แต่ยังจำเป็นต้องติดตามข้อมูลระยะยาวและดูแลข้อเข่าด้วยการควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายที่เหมาะสม และทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำ.

ใครเหมาะกับการรักษา GAE ในประเทศไทย

GAE อาจเหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดเข่าเสื่อมเรื้อรัง และยังใช้ชีวิตได้ลำบากแม้ลองการรักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้ว เช่น รับประทานยา กายภาพบำบัด ควบคุมน้ำหนัก หรือฉีดยาเข้าข้อ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักต้องการลดอาการปวดโดยยังไม่พร้อมผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

อย่างไรก็ตาม อายุเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นเกณฑ์ตัดสิน แพทย์ต้องดูสาเหตุของอาการปวด ระดับความเสื่อม สุขภาพโดยรวม และความปลอดภัยของหลอดเลือดร่วมกัน GAE จึงควรเริ่มจากการประเมินเฉพาะบุคคล ไม่ใช่การเลือกจากโฆษณาหรือผลลัพธ์ของคนอื่น

การตรวจประเมินก่อนทำ GAE ต้องดูเรื่องใดบ้าง

ก่อนทำ GAE แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อแยกให้ได้ว่าอาการปวดมาจากข้อเข่าเสื่อมจริงหรือเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น เอ็น กล้ามเนื้อ เส้นประสาท กระดูกสันหลัง หรือโรคข้ออักเสบชนิดอื่น การระบุตำแหน่งปวด ลักษณะปวด อาการบวม ข้อฝืด และข้อจำกัดในการเดินช่วยให้แพทย์วางแผนได้แม่นยำขึ้น

แพทย์อาจสอบถามเรื่องต่อไปนี้:

  • ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ และกิจกรรมที่ทำให้ปวดมากขึ้น
  • การรักษาที่เคยใช้ รวมถึงยา กายภาพบำบัด และการฉีดยา
  • โรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด
  • ประวัติเลือดออกง่าย แพ้ยา หรือแพ้สารทึบรังสี
  • ยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด
  • โอกาสตั้งครรภ์หรือการตั้งครรภ์ในปัจจุบัน

การตรวจภาพข้อเข่า เช่น เอกซเรย์ ช่วยประเมินช่องข้อ กระดูกงอก ความผิดรูป และระดับข้อเสื่อม หากแพทย์ต้องการดูเนื้อเยื่ออ่อน อาจพิจารณา MRI ตามอาการ ส่วนการตรวจหลอดเลือดอาจทำเมื่อจำเป็น เพื่อดูเส้นทางหลอดเลือดและประเมินว่ามีบริเวณที่เหมาะสำหรับการรักษาหรือไม่

นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจต้องตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไต การแข็งตัวของเลือด และภาวะติดเชื้อ เพราะสารทึบรังสีที่ใช้ระหว่างหัตถการต้องผ่านการขับออกทางไต ผู้ที่มีโรคไตจึงควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่ต้น แพทย์อาจปรับแผนการตรวจหรือเลือกวิธีที่ปลอดภัยกว่า

ผู้ที่มีหลอดเลือดส่วนปลายตีบรุนแรง เบาหวานควบคุมไม่ดี มีการติดเชื้อบริเวณที่จะใส่สายสวน หรือกำลังตั้งครรภ์ ต้องแจ้งข้อมูลอย่างครบถ้วน การปกปิดประวัติสุขภาพอาจเพิ่มความเสี่ยงและทำให้วางแผนการรักษาไม่เหมาะสม

การตรวจประเมินที่ดีต้องตอบให้ได้สองเรื่อง คือ อาการปวดมีสาเหตุจากข้อเข่าเสื่อมหรือไม่ และร่างกายพร้อมสำหรับการทำ GAE หรือไม่

เมื่อใดควรพิจารณาการผ่าตัดหรือวิธีรักษาอื่นแทน

GAE อาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะเมื่อข้อเข่าเสื่อมรุนแรงจนผิดรูปมาก ข้อฝืดหรือยึดติดชัดเจน กระดูกเสียดสีกันอย่างมาก หรือมีความเสียหายที่ต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด หากอาการปวดเกิดจากกระดูกหัก เนื้องอก การติดเชื้อ หรือโรคข้อชนิดอื่น การอุดหลอดเลือดรอบเข่าอาจไม่ช่วยแก้ต้นเหตุ

ผู้ที่มีปัญหาหลอดเลือดรุนแรง มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ แพ้สารทึบรังสีที่ควบคุมไม่ได้ หรือมีโรคร่วมที่ทำให้การใส่สายสวนไม่ปลอดภัย อาจต้องใช้แนวทางอื่น แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงเป็นรายคน และอาจแนะนำให้เลื่อนหัตถการจนกว่าจะควบคุมโรคประจำตัวได้

ทางเลือกที่ควรนำมาเปรียบเทียบ ได้แก่ การลดน้ำหนักและกายภาพบำบัด การใช้ยา การฉีดยาเข้าข้อ การส่องกล้องในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจน รวมถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า หากข้อเสื่อมรุนแรงจนรบกวนการเดินและการใช้ชีวิตมาก การผ่าตัดอาจแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้ตรงกว่า GAE

การตัดสินใจควรทำร่วมกันระหว่างแพทย์ออร์โธปิดิกส์และแพทย์รังสีร่วมรักษา ทั้งสองฝ่ายจะช่วยประเมินว่าความปวดมาจากจุดใด GAE มีโอกาสช่วยได้มากแค่ไหน และควรเก็บทางเลือกใดไว้เป็นแผนต่อไป ก่อนนัดรักษา ผู้ป่วยควรเตรียมรายชื่อยา ผลเอกซเรย์เดิม และข้อมูลการรักษาที่เคยได้รับไปด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผู้ที่เหมาะกับ GAE

GAE เหมาะกับผู้สูงอายุทุกคนหรือไม่?

ไม่ใช่ อายุไม่ใช่เกณฑ์เดียว แพทย์ต้องดูระดับข้อเสื่อม สาเหตุของอาการปวด โรคประจำตัว สภาพหลอดเลือด และยาที่ใช้อยู่ก่อนตัดสินใจ

ถ้ายังไม่เคยลองกายภาพบำบัด สามารถทำ GAE ได้หรือไม่?

โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ลองการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน หากอาการยังไม่ดีขึ้นจึงค่อยประเมิน GAE ยกเว้นมีเหตุผลทางการแพทย์ที่ทำให้แนวทางเดิมไม่เหมาะสม

ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดต้องหยุดยาหรือไม่?

อย่าหยุดยาเอง แพทย์จะประเมินชนิดยา ความเสี่ยงเลือดออก และความเสี่ยงลิ่มเลือด หากจำเป็นต้องปรับยา ทีมรักษาจะให้คำแนะนำเป็นรายบุคคล

ถ้าข้อเข่าเสื่อมรุนแรงมาก GAE ยังช่วยได้หรือไม่?

อาจช่วยลดอาการปวดในบางราย แต่ถ้าข้อผิดรูปมากหรือมีข้อยึดติด การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอาจเหมาะกว่า ผลตรวจภาพข้อเข่าและการตรวจร่างกายจะช่วยกำหนดทางเลือกที่ตรงกว่า.

ขั้นตอน GAE ตั้งแต่เตรียมตัวจนกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน

การทำ GAE แบ่งเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่ การเตรียมตัวก่อนหัตถการ การพักสังเกตอาการหลังทำ และการดูแลตัวเองที่บ้าน แม้เป็นหัตถการแผลเล็กและผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับบ้านได้ภายในวันเดียวกัน แต่รายละเอียดอาจแตกต่างตามโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และตำแหน่งที่แพทย์ใส่สายสวน

การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังทำหัตถการ

ก่อนถึงวันนัด ควรเตรียมข้อมูลสุขภาพให้ครบ เพื่อให้ทีมรักษาประเมินความเสี่ยงและวางแผน GAE ได้เหมาะสม เอกสารและข้อมูลที่ควรนำไป ได้แก่

  • รายชื่อยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ รวมถึงยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด วิตามิน และอาหารเสริม
  • ประวัติแพ้ยา แพ้สารทึบรังสี หรือเคยมีอาการผิดปกติจากการตรวจเอกซเรย์
  • ผลเลือด เอกซเรย์ MRI และเอกสารการรักษาเดิม หากมี
  • ข้อมูลโรคประจำตัว เช่น โรคไต เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด

แพทย์อาจแนะนำให้งดน้ำและอาหารก่อนทำตามช่วงเวลาที่กำหนด รวมถึงปรับยาบางชนิดชั่วคราว อย่าหยุดยาหรือเปลี่ยนขนาดยาเองเพราะคำแนะนำขึ้นอยู่กับสุขภาพและความเสี่ยงของแต่ละคน

หลังทำเสร็จ ผู้ป่วยจะพักดูอาการหลายชั่วโมง ทีมรักษาจะตรวจแผล ติดตามสัญญาณชีพ และประเมินการไหลเวียนของขาบริเวณที่ทำหัตถการ ควรจัดคนพากลับบ้านไว้ล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงการขับรถเอง เพราะยาคลายกังวล อาการปวด หรือความอ่อนเพลียอาจทำให้ตอบสนองช้าลง

เมื่อกลับถึงบ้าน ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก โดยทั่วไปควรดูแลดังนี้

  • รักษาแผลบริเวณใส่สายสวนให้สะอาดและแห้ง ห้ามแกะหรือเกาแผล
  • ดื่มน้ำตามปริมาณที่ทีมรักษาแนะนำ โดยเฉพาะเมื่อไม่มีข้อจำกัดจากโรคหัวใจหรือโรคไต
  • พักผ่อนและหลีกเลี่ยงการยกของหนัก ออกกำลังแรง หรือเดินเป็นเวลานานในช่วงแรก
  • สังเกตเลือดออก รอยช้ำ ก้อนบวม อาการชา หรือปวดมากขึ้นบริเวณแผล
  • ไปตามนัดเพื่อติดตามอาการปวด การเดิน และการทำงานของข้อเข่า

รอยช้ำเล็กน้อยหรือความระบมบริเวณแผลอาจพบได้ในระยะแรก แต่หากเลือดไหลไม่หยุด ก้อนบวมโตเร็ว ขาข้างนั้นซีดหรือเย็น มีไข้ หายใจลำบาก หรือปวดมากผิดปกติ ควรติดต่อสถานพยาบาลทันที

คำแนะนำข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำสั่งเฉพาะบุคคล ระยะเวลาพัก การกลับไปทำงาน และการเริ่มกายภาพบำบัดต้องให้แพทย์ผู้รักษาเป็นผู้กำหนด เพราะผู้ป่วยแต่ละคนมีความเสี่ยงและการฟื้นตัวต่างกัน

ประโยชน์ ความเสี่ยง และข้อจำกัดของ GAE ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

GAE อาจช่วยลดอาการปวดเข่าเสื่อมในผู้ป่วยที่รักษาด้วยยา กายภาพบำบัด หรือการฉีดยาแล้วได้ผลไม่เพียงพอ จุดเด่นคือใช้สายสวนขนาดเล็กและไม่ต้องเปิดข้อ จึงมักมีแผลเล็ก พักฟื้นสั้น และกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกันในหลายกรณี

อย่างไรก็ตาม GAE ลดหลอดเลือดผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ไม่ได้ซ่อมกระดูกอ่อนที่สึกหรือแก้ข้อเข่าผิดรูปโดยตรง ผู้ป่วยจึงต้องเข้าใจทั้งประโยชน์ ความเสี่ยง และข้อจำกัดก่อนเลือกวิธีนี้

GAE ต่างจากการฉีดยาและผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอย่างไร

การรักษาแต่ละแบบมีเป้าหมายต่างกัน จึงไม่มีวิธีใดดีที่สุดสำหรับทุกคน ตารางนี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างได้ชัดขึ้น

วิธีรักษา วิธีการและเป้าหมาย ระยะพักฟื้นโดยทั่วไป ข้อจำกัดที่ควรรู้
การฉีดยาเข้าข้อ
ฉีดยาสเตียรอยด์หรือสารอื่นเข้าไปในข้อ เพื่อช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด มักกลับไปทำกิจวัตรได้เร็ว แต่อาจมีอาการระบมบริเวณที่ฉีดช่วงสั้น ๆ ผลลัพธ์อาจอยู่ได้ชั่วคราว และไม่เหมาะกับการฉีดซ้ำบ่อยโดยไม่มีแผนจากแพทย์
GAE
ใส่สายสวนผ่านหลอดเลือด แล้วปล่อยอนุภาคขนาดเล็กเพื่ออุดหลอดเลือดผิดปกติรอบข้อเข่าที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ หลายรายกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน และค่อย ๆ กลับไปทำกิจกรรมตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ทำให้ข้อที่เสื่อมกลับมาเป็นปกติ ผลลัพธ์แตกต่างกัน และต้องประเมินสภาพหลอดเลือดก่อนทำ
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
นำส่วนของข้อที่เสียหายออก แล้วใส่ข้อเข่าเทียมเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ต้องพักฟื้นและทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องนานกว่า GAE มีแผลผ่าตัดใหญ่กว่า เสี่ยงติดเชื้อ ลิ่มเลือด และภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด แม้จะช่วยผู้ที่ข้อเสื่อมรุนแรงได้ตรงจุดกว่า

GAE อาจเหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง แต่ยังไม่ต้องการหรือยังไม่พร้อมผ่าตัดใหญ่ ส่วนการฉีดยาอาจเหมาะเมื่อจำเป็นต้องควบคุมอาการในระยะสั้น ขณะที่ผู้มีข้อเข่าผิดรูปมาก ข้อฝืดรุนแรง หรือกระดูกเสื่อมจนรบกวนการเดินมาก อาจได้ประโยชน์จากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามากกว่า

ความเสี่ยงและข้อจำกัดของ GAE

แม้ GAE จะเป็นหัตถการแผลเล็ก แต่ยังมีความเสี่ยงจากการใส่สายสวนและการใช้สารทึบรังสี ผู้ป่วยอาจมีรอยช้ำ เลือดออก หรือก้อนบวมบริเวณขาหนีบหรือข้อมือ นอกจากนี้ บางรายอาจมีอาการปวด บวม แสบร้อน หรือผิวหนังเปลี่ยนสีบริเวณเข่าชั่วคราวหลังรักษา

ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงพบไม่บ่อย แต่การอุดหลอดเลือดผิดตำแหน่งอาจกระทบเนื้อเยื่อรอบข้างได้ ผู้ที่มีโรคไต แพ้สารทึบรังสี มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือมีโรคหลอดเลือดส่วนปลาย ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการประเมิน

ผลการรักษาเองก็ไม่เท่ากันในทุกคน บางรายปวดลดลงชัดเจน ขณะที่บางรายตอบสนองเพียงเล็กน้อยหรือใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญ GAE ไม่ได้หยุดความเสื่อมของข้อเข่า และอาจต้องรักษาวิธีอื่นเพิ่มเติมในอนาคต

ก่อนตัดสินใจ ควรถามแพทย์ว่าอาการปวดของคุณเกิดจากหลอดเลือดผิดปกติรอบข้อเข่าหรือไม่ และมีทางเลือกใดที่เหมาะกว่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประโยชน์และข้อจำกัดของ GAE

GAE ปลอดภัยกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าหรือไม่?

GAE มีแผลเล็กและมักพักฟื้นสั้นกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับโรคประจำตัว สภาพหลอดเลือด ยาที่ใช้อยู่ และความชำนาญของทีมรักษา

GAE รักษาข้อเข่าเสื่อมให้หายขาดได้หรือไม่?

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่า GAE ทำให้ข้อเข่าเสื่อมหายขาดหรือทำให้กระดูกอ่อนกลับคืนมา การรักษามุ่งลดอาการปวดที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ผู้ป่วยยังควรควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายที่เหมาะสม และทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำ

ถ้า GAE ไม่ได้ผล ยังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าได้หรือไม่?

ในหลายกรณี GAE ไม่ได้ตัดทางเลือกการผ่าตัดในอนาคต แต่ควรแจ้งประวัติการรักษาและผลการทำ GAE ให้ศัลยแพทย์ทราบ เพื่อวางแผนอย่างเหมาะสม

ควรตัดสินใจจากอะไรเป็นหลัก?

ให้พิจารณาระดับอาการปวด ภาพเอกซเรย์ สาเหตุของอาการ โรคประจำตัว ระยะเวลาพักฟื้นที่ยอมรับได้ และเป้าหมายการรักษาของคุณ การขอความเห็นจากแพทย์รังสีร่วมรักษาและแพทย์ออร์โธปิดิกส์ช่วยให้เปรียบเทียบทางเลือกได้รอบด้านมากขึ้น

ค่าใช้จ่ายและวิธีเลือกสถานพยาบาลทำ GAE ในไทย

ค่าใช้จ่ายในการทำ GAE ในไทยแตกต่างกันตามสถานพยาบาล ทีมแพทย์ ประเภทห้องทำหัตถการ ค่าวัสดุอุดหลอดเลือด ค่าสารทึบรังสี ค่ายา และการตรวจประเมินก่อนรักษา ผู้ป่วยควรขอ ใบประเมินค่าใช้จ่ายรวมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนตัดสินใจ ไม่ควรเปรียบเทียบจากราคาเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว

ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีแพทย์รังสีร่วมรักษาและทีมดูแลผู้ป่วยที่มีประสบการณ์ด้านหัตถการผ่านหลอดเลือด สถานที่ควรมีเครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดสำหรับนำทางแบบเรียลไทม์ ระบบดูแลภาวะแทรกซ้อน และแผนติดตามผลหลังทำอย่างชัดเจน หากเป็นไปได้ ควรสอบถามว่ามีการประสานงานกับแพทย์ออร์โธปิดิกส์หรือไม่ เพราะอาการปวดเข่าอาจมีหลายสาเหตุและอาจต้องวางแผนรักษาร่วมกัน

คำถามสำคัญที่ควรถามแพทย์ก่อนเลือกทำ GAE

การพูดคุยก่อนรักษาควรเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างคุณกับทีมแพทย์ คำถามต่อไปนี้ช่วยให้เห็นทั้งประโยชน์ ความเสี่ยง และค่าใช้จ่ายที่แท้จริง

  • อาการปวดเข่าของฉันมาจากข้อเข่าเสื่อมและการอักเสบรอบข้อจริงหรือไม่ หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น เส้นเอ็น เส้นประสาท กระดูกสันหลัง หรือโรคข้ออักเสบ?
  • จากผลตรวจของฉัน GAE มีโอกาสช่วยลดอาการปวดมากน้อยเพียงใด และมีเหตุผลอะไรที่อาจทำให้ตอบสนองต่อการรักษาได้น้อย?
  • แพทย์ผู้ทำหัตถการมีประสบการณ์ทำ GAE มากน้อยเพียงใด และทำหัตถการลักษณะนี้เป็นประจำหรือไม่?
  • ก่อนทำต้องตรวจอะไรบ้าง เช่น เอกซเรย์ MRI ตรวจเลือด ตรวจการทำงานของไต หรือประเมินหลอดเลือด?
  • ต้องงดน้ำ งดอาหาร หรือปรับยาละลายลิ่มเลือดและยาต้านเกล็ดเลือดหรือไม่? หากต้องปรับยา ใครเป็นผู้กำหนดและควรเริ่มเมื่อใด?
  • ผลสำเร็จจะวัดจากอะไร ระดับความปวด ระยะทางที่เดินได้ การขึ้นบันได หรือความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน?
  • โดยทั่วไปต้องพักฟื้นกี่วัน และจะกลับไปทำงาน ขับรถ เดินไกล หรือออกกำลังกายได้เมื่อใด?
  • ความเสี่ยงเฉพาะตัวของฉันมีอะไรบ้าง โดยเฉพาะโรคไต เบาหวาน โรคหลอดเลือด การแพ้สารทึบรังสี หรือปัญหาการแข็งตัวของเลือด?
  • ค่าใช้จ่ายที่แจ้งรวมค่าตรวจ ค่าห้องทำหัตถการ ค่าสายสวน วัสดุอุดหลอดเลือด สารทึบรังสี ค่ายา ค่าพักสังเกตอาการ และการนัดติดตามแล้วหรือยัง?
  • หากต้องใช้วัสดุอุดหลอดเลือดเพิ่ม หรือพบว่าต้องตรวจเพิ่มเติม จะมีค่าใช้จ่ายส่วนใดเพิ่มอีก?
  • หากอาการปวดไม่ดีขึ้นหรือกลับมาอีก มีทางเลือกใดต่อไป เช่น กายภาพบำบัด การฉีดยา การทำ GAE ซ้ำ หรือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า?
  • ต้องติดตามผลหลังทำเมื่อใด และควรติดต่อสถานพยาบาลทันทีเมื่อพบอาการผิดปกติใด?

ขอให้แพทย์อธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และขอดูแผนการรักษาโดยไม่รีบตัดสินใจจากโปรโมชั่นหรือคำรับรองผลลัพธ์ การเลือกสถานพยาบาลที่ดีควรพิจารณาความปลอดภัย ความเหมาะสมของผู้ป่วย และการดูแลต่อเนื่องควบคู่กับค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและการเลือกสถานพยาบาล

ค่าใช้จ่าย GAE ในไทยมีราคาเท่าไร?

ไม่มีราคากลางเดียว เพราะแต่ละแห่งใช้วัสดุ อุปกรณ์ และรูปแบบการดูแลแตกต่างกัน ค่าใช้จ่ายยังขึ้นกับจำนวนหลอดเลือดที่ต้องรักษาและการตรวจเพิ่มเติม ผู้ป่วยควรขอใบเสนอราคาที่แยกรายการอย่างชัดเจน

ทำ GAE ที่โรงพยาบาลใหญ่ปลอดภัยกว่าคลินิกหรือไม่?

ควรดูความพร้อมของทีมและสถานที่มากกว่าชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว สถานพยาบาลต้องมีแพทย์รังสีร่วมรักษา เครื่องมือที่เหมาะสม ห้องสังเกตอาการ และระบบรับมือภาวะแทรกซ้อน หากเป็นคลินิกเฉพาะทาง ควรสอบถามว่าทำหัตถการที่ใดและมีแผนส่งต่อฉุกเฉินอย่างไร

ควรขอความเห็นจากแพทย์มากกว่าหนึ่งคนหรือไม่?

การขอความเห็นเพิ่มเติมช่วยให้เปรียบเทียบ GAE กับการฉีดยา กายภาพบำบัด หรือการผ่าตัดได้รอบด้าน โดยเฉพาะเมื่อผลตรวจยังไม่ชัดเจน หรือผู้ป่วยมีโรคประจำตัวหลายอย่าง

ควรเลือกสถานพยาบาลจากคำรับรองว่าไม่ต้องผ่าตัดหรือไม่?

ไม่ควรใช้คำโฆษณาเป็นเกณฑ์หลัก GAE อาจลดอาการปวดได้ แต่ไม่ได้ซ่อมกระดูกอ่อนหรือแก้ข้อเข่าผิดรูปทุกชนิด ผลลัพธ์ขึ้นกับสาเหตุของอาการและสุขภาพของแต่ละคน.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ GAE และอาการปวดเข่าเสื่อม

GAE เป็นทางเลือกที่ช่วยลดอาการปวดเข่าเสื่อมในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะคนที่รักษาด้วยยา กายภาพบำบัด หรือการฉีดยาแล้วไม่ดีขึ้นเพียงพอ อย่างไรก็ตาม หัตถการนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน และไม่สามารถทำให้กระดูกอ่อนที่สึกกลับมาเป็นปกติได้

GAE ช่วยลดอาการปวดเข่าเสื่อมได้อย่างไร

GAE ช่วยลดการไหลเวียนเลือดไปยังหลอดเลือดผิดปกติขนาดเล็กที่เกิดขึ้นรอบเยื่อบุข้อเข่าซึ่งมีการอักเสบ แพทย์จะใช้สายสวนและภาพเอกซเรย์นำทาง เพื่อปล่อยอนุภาคขนาดเล็กในตำแหน่งที่ต้องการรักษา

เมื่อการอักเสบและสัญญาณปวดลดลง ผู้ป่วยบางรายอาจเดิน ลุกนั่ง หรือทำกิจวัตรได้สะดวกขึ้น ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวด ระดับข้อเสื่อม และสภาพหลอดเลือดของแต่ละคน

ทำ GAE แล้วต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอีกหรือไม่

การทำ GAE ไม่ได้หมายความว่าจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในภายหลัง และในหลายกรณีสามารถใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการระหว่างที่ผู้ป่วยยังไม่พร้อมผ่าตัดได้ อย่างไรก็ตาม GAE ไม่ได้แก้ข้อเข่าผิดรูป ข้อฝืดรุนแรง หรือความเสียหายของกระดูกอ่อนโดยตรง

หากข้อเสื่อมรุนแรงมากจนเดินลำบาก ขาผิดแนว หรือปวดแม้ขณะพัก แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า ผู้ป่วยควรแจ้งประวัติการทำ GAE ให้ศัลยแพทย์ทราบ หากต้องวางแผนรักษาในอนาคต

หลังทำ GAE กี่วันจึงกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกัน หลังพักสังเกตอาการหลายชั่วโมง ในช่วงแรกอาจมีรอยช้ำ ระบมบริเวณใส่สายสวน หรือปวดบวมรอบเข่าชั่วคราว

การกลับไปทำงานและออกกำลังกายขึ้นกับชนิดงาน สุขภาพ และตำแหน่งที่ใส่สายสวน หลายรายเริ่มทำกิจวัตรเบา ๆ ได้ภายในไม่กี่วัน และค่อย ๆ กลับไปทำกิจกรรมตามคำแนะนำของแพทย์ ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกแรงมากจนกว่าจะได้รับอนุญาต

GAE มีความเสี่ยงอะไรบ้าง

แม้ GAE จะใช้แผลขนาดเล็ก แต่ยังเป็นหัตถการผ่านหลอดเลือด จึงอาจเกิดเลือดออก ก้อนบวม รอยช้ำ หรือการติดเชื้อบริเวณแผลได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจแพ้สารทึบรังสี หรือมีปัญหาจากการทำงานของไต

การอุดหลอดเลือดผิดตำแหน่งอาจกระทบเนื้อเยื่อรอบข้าง แม้จะพบไม่บ่อยก็ตาม ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด มีโรคไต โรคหลอดเลือดส่วนปลาย หรือเคยแพ้สารทึบรังสี ต้องแจ้งแพทย์ก่อนรักษา และไม่ควรหยุดยาเอง

อาการแบบใดหลังทำ GAE ที่ควรรีบพบแพทย์

ควรติดต่อสถานพยาบาลทันทีเมื่อมีเลือดออกจากแผลไม่หยุด ก้อนบวมโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ขาข้างที่ทำมีอาการชา ซีด เย็น หรือปวดมากผิดปกติ หากมีไข้สูง หายใจลำบาก หน้าบวม หรือมีผื่นหลังกลับบ้าน ควรเข้ารับการประเมินโดยเร็ว

อาการปวดเข่าหรือบวมเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นได้ในระยะแรก แต่ไม่ควรรอดูอาการเองเมื่ออาการรุนแรงขึ้น การติดตามผลตามนัดช่วยให้แพทย์ประเมินการตอบสนองและตรวจพบภาวะแทรกซ้อนได้เร็วขึ้น

ผลของ GAE อยู่ได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาที่อาการปวดลดลงแตกต่างกันในแต่ละคน ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าผู้ป่วยที่คัดเลือกอย่างเหมาะสมบางรายอาจมีอาการดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี แต่ยังไม่สามารถรับรองผลลัพธ์หรือระยะเวลาเดียวกันสำหรับทุกคนได้

หากอาการปวดกลับมา แพทย์อาจพิจารณาการรักษาอื่น การทำ GAE ซ้ำในบางกรณี หรือการผ่าตัดตามระดับความเสียหายของข้อ การควบคุมน้ำหนัก ทำกายภาพบำบัด และออกกำลังกายที่ลดแรงกระแทกยังมีส่วนช่วยดูแลข้อเข่าหลังรักษา

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนปรึกษาเรื่อง GAE

ก่อนเข้าพบแพทย์ ควรนำรายชื่อยาที่ใช้อยู่ ผลเอกซเรย์หรือ MRI และข้อมูลการรักษาที่เคยได้รับไปด้วย พร้อมจดลักษณะอาการปวด เช่น ปวดเวลาเดิน ปวดตอนขึ้นบันได หรือปวดตอนกลางคืน

แพทย์จะใช้ข้อมูลเหล่านี้แยกสาเหตุของ knee pain และประเมินว่า GAE มีโอกาสช่วยได้หรือไม่ การตัดสินใจที่ดีควรเปรียบเทียบ GAE กับการรักษาอื่น โดยพิจารณาความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย ระยะพักฟื้น และเป้าหมายการใช้ชีวิตของคุณร่วมกัน

สรุป

GAE เป็นหัตถการผ่านสายสวนที่มุ่งลดหลอดเลือดผิดปกติและการอักเสบรอบข้อเข่า จึงอาจช่วยบรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยา ทำกายภาพบำบัด หรือฉีดยาเข้าข้อแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จุดเด่นคือแผลมีขนาดเล็ก ไม่ต้องเปิดข้อ และมักใช้เวลาพักฟื้นสั้นกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

อย่างไรก็ตาม GAE ไม่ได้ทำให้กระดูกอ่อนที่สึกกลับมาเป็นปกติ และอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีข้อเข่าผิดรูปมาก ข้อฝืดรุนแรง หรือมีปัญหาหลอดเลือดและโรคร่วมบางประเภท หัตถการนี้ยังมีความเสี่ยงจากการใส่สายสวนและการใช้สารทึบรังสี ผลลัพธ์จึงแตกต่างกันในแต่ละคน

ผู้ที่สนใจควรนำผลเอกซเรย์หรือ MRI รายชื่อยา และประวัติการรักษาไปปรึกษาแพทย์รังสีร่วมรักษา หรือแพทย์กระดูกและข้อที่มีประสบการณ์ เพื่อเปรียบเทียบ GAE กับการฉีดยา กายภาพบำบัด และการผ่าตัดอย่างรอบด้าน การเลือกวิธีรักษา knee painที่เหมาะสมควรยึดสาเหตุของอาการ ความปลอดภัย และเป้าหมายการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นหลัก

คำถามที่พบบ่อย

GAE เหมาะกับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมทุกคนหรือไม่?

ไม่เหมาะกับทุกคน แพทย์ต้องประเมินสาเหตุของอาการ ระดับข้อเสื่อม สุขภาพโดยรวม สภาพหลอดเลือด และยาที่ใช้อยู่ก่อนตัดสินใจ

หลังทำ GAE ยังต้องดูแลข้อเข่าหรือไม่?

ยังต้องดูแลต่อเนื่อง เช่น ควบคุมน้ำหนัก ทำกายภาพบำบัด และออกกำลังกายที่ลดแรงกระแทกตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะ GAE ช่วยลดอาการปวด แต่ไม่ได้หยุดความเสื่อมของข้อเข่า.

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เตือนระวังอากาศร้อนจัดและพายุฤดูร้อนในภาคเหนือ: กรมอุตุฯ แนะประชาชนรักษาสุขภาพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจังหวัดเชียงรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อในเด็ก

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ

Rebecca Kim

Published

on

วันที่ 10 ตุลาคม 2569 โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครอง ยาบ้า ">เชียงราย ได้จัดงานมหกรรม สุขภาพ ครั้งใหญ่แห่งปี งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sriburin Health Expo 2026 THE Health Experience 2026 ” โดยจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย งานสำคัญนี้มาพร้อมแนวคิด “Discover Your Health. Design Your Future.” ซึ่งเน้นย้ำถึงการออกแบบสุขภาพที่ดีเพื่ออนาคตของคุณ

นพ.อิทธิพงษ์ ยอดประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย และโรบินสัน เชียงราย เข้าร่วมด้วย รวมถึงสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงรายก็มาร่วมทำข่าวในงานนี้อย่างคับคั่ง

ประเด็นสำคัญ:

  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ จัดงานแฟร์สุขภาพยิ่งใหญ่ที่เซ็นทรัล เชียงราย เพื่อรณรงค์การดูแลตัวเอง
  • ภายในงานมีบริการตรวจสุขภาพเฉพาะทางและให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • ประชาชนที่สนใจสามารถซื้อแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษได้ยาวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569

ไฮไลท์กิจกรรมและการตรวจสุขภาพเฉพาะทาง

ภายในงานเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการตรวจประเมินสุขภาพอย่างครบวงจร โดยมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางมาร่วมให้บริการอย่างใกล้ชิด มีทั้งการตรวจสุขภาพหัวใจ การตรวจกระดูกและข้อ รวมถึงการให้คำปรึกษาปัญหาการนอนหลับ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ชาวเชียงรายรู้เท่าทันโรคและสามารถป้องกันได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมไฮไลท์อย่าง Doctor Talk ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างเข้าใจง่าย พร้อมทั้งมีการแนะนำเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ผู้ร่วมงานได้รับความรู้กลับไปดูแลตัวเองอย่างเต็มที่

วางแผนสุขภาพระยะยาวด้วยแพ็กเกจสุดคุ้ม

การส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันคือเป้าหมายหลักของการจัดงานในครั้งนี้ ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดเตรียมแพ็กเกจตรวจสุขภาพราคาพิเศษมาให้เลือกมากมาย แพ็กเกจเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนสุขภาพระยะยาวได้อย่างคุ้มค่าและตรงจุดที่สุด

สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสมาร่วมงานที่เซ็นทรัลเชียงราย ก็ไม่ต้องกังวลใจไป คุณยังสามารถติดต่อสอบถามและซื้อแพ็กเกจโปรโมชั่นนี้ได้โดยตรงที่โรงพยาบาล โปรโมชั่นพิเศษนี้เปิดให้จองยาวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ตามเงื่อนไขของแต่ละแพ็กเกจ อย่าลืมว่าสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการใส่ใจและวางแผนดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: งาน Sriburin Health Expo 2026 จัดขึ้นที่ไหนและเมื่อไหร่?

A: งานเปิดตัวจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

Q: สามารถซื้อแพ็กเกจสุขภาพราคาพิเศษได้ถึงวันไหน?

A: สามารถติดต่อสอบถามและซื้อแพ็กเกจโปรโมชั่นได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ โดยตรง

Q: มีการตรวจสุขภาพด้านใดบ้างที่น่าสนใจจากงานนี้?

A: มีการให้คำปรึกษาและประเมินสุขภาพจากศูนย์เฉพาะทาง เช่น สุขภาพหัวใจ กระดูกและข้อ ปัญหาการนอนหลับ รวมถึงการคัดกรองมะเร็งเต้านม

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9

เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครอง ยาบ้า ">เชียงราย– เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. นางสุวาภรณ์ จิตต์พลีชีพ รองนายกเหล่ากาชาด จังหวัดเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดงานรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านม งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sabina Sewing Cup Sewing Heart เย็บด้วยใจ ส่งต่อด้วยรัก” ซึ่งจัดขึ้นที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย กิจกรรมนี้จัดโดยห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย ร่วมกับบริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) จุดประสงค์หลักคือการรณรงค์ให้สตรีไทยตระหนักถึงภัยของโรคนี้

นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ สมาคมสื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย ภายในงานมุ่งเน้นการส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยที่กำลังเผชิญกับโรคร้ายนี้ ผู้เข้าร่วมงานต่างให้ความสนใจและร่วมมือกันอย่างอบอุ่น บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวังสำหรับผู้ป่วยทุกคน

ประเด็นสำคัญ

  • เหล่ากาชาดและภาคีเครือข่ายร่วมจัดกิจกรรมเย็บเต้านมเทียมเพื่อมอบให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
  • โครงการนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสอนวิธีตรวจคัดกรองเบื้องต้น
  • เป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูสภาพจิตใจและคืนความมั่นใจให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

การให้ความรู้และกิจกรรมเย็บเต้านมเทียม

ในงานนี้มีการบรรยายให้ความรู้ที่สำคัญในหัวข้อ “การรู้เท่าทันและการป้องกันมะเร็งเต้านม” โดยได้รับเกียรติจาก พญ.กุลเนตร เนตรศรีทอง ท่านเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย การบรรยายนี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจวิธีดูแลตัวเองได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีทีมพยาบาลวิชาชีพและหัวหน้าส่งเสริมสุขภาพจาก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มาร่วมให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั่วไป

กิจกรรมที่โดดเด่นที่สุดในงานคือการจัด Workshop เย็บเต้านมเทียม กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มจิตอาสาและผู้เข้าร่วมงานทุกคน หลังจากเย็บเสร็จแล้ว ได้มีการทำพิธีมอบเต้านมเทียมเหล่านี้ให้แก่ตัวแทนโรงพยาบาล เต้านมเทียมทั้งหมดจะถูกนำไปส่งต่อให้ผู้ป่วย เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจต่อไปในอนาคต

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ของการแบ่งปัน

โครงการดีๆ แบบนี้ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 แล้ว ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันให้กับผู้หญิงไทยทุกคน การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่เนิ่นๆ

การสอนให้ผู้หญิงสามารถตรวจเช็กเต้านมด้วยตนเองเบื้องต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรงได้ การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้การรักษาง่ายและมีโอกาสหายขาดสูงขึ้น นอกจากเรื่องสุขภาพกายแล้ว การเติมเต็มกำลังใจให้ผู้ป่วยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ทุกภาคส่วนหวังว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ความสำคัญของการฟื้นฟูจิตใจผู้ป่วย

มะเร็งเต้านมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วย การสูญเสียเต้านมจากการผ่าตัดทำให้ผู้หญิงหลายคนขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นการได้รับเต้านมเทียมจึงเปรียบเสมือนการได้รับของขวัญที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ทำให้พวกเขากล้าที่จะแต่งตัวและเข้าสังคมอีกครั้งด้วยความมั่นใจ

แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจาก กรมการแพทย์ ยืนยันว่า กำลังใจที่ดีมีส่วนสำคัญมากในกระบวนการรักษาโรค การที่สังคมแสดงความห่วงใยผ่านกิจกรรมจิตอาสาแบบนี้ ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง พลังบวกจากคนรอบข้างจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีแรงใจ ซึ่งนำไปสู่การตอบสนองต่อการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ

ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

Korea Pure ได้มอบค่าชดเชยให้กับอาสาสมัครที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครอง ยาบ้า ">เชียงราย– เกิดเหตุการณ์น่าตกใจขึ้นกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (VHV) ในอำเภอน่านน้อย จังหวัดน่าน เมื่อการทดลองผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ Korea Pure” กลับกลายเป็นอันตราย อาสาสมัครสาธารณสุขกว่า 104 คน มีอาการแพ้อย่างรุนแรงภายในเวลาเพียง 15 นาทีหลังรับประทานผลิตภัณฑ์ อาการมีตั้งแต่ใจสั่น เวียนศีรษะ ไปจนถึงความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ป่วยต้องเร่งนำตัวส่งห้องฉุกเฉินถึง 21 ราย ในจำนวนนี้มี 7 รายที่อาการหนักจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ล่าสุดทางทนายความและตัวแทนจำหน่ายได้ลงพื้นที่เพื่อเจรจา และเสนอเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับผู้ได้รับผลกระทบแล้ว

สรุปประเด็นสำคัญ

  • อสม. ล้มป่วยหมู่:อสม. 104 รายเกิดอาการผิดปกติรุนแรงหลังทดลองดื่มอาหารเสริม จนต้องหามส่งโรงพยาบาลถึง 21 ราย
  • เสนอชดเชยสูงสุดหมื่นบาท:ตัวแทนจำหน่ายเสนอเงินเยียวยา 3,000 ถึง 10, 000 บาท ตามระดับความรุนแรงของอาการ
  • ผู้เสียหายขอรอผลตรวจ:อสม. ส่วนใหญ่ปฏิเสธเงินเยียวยา ขอรอความชัดเจนจาก อย. เพราะพบความดันและค่าตับสูงขึ้น

ตัวแทนของบริษัท เดอะ วินเนอร์ สตาร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย Korea Pure ได้เสนอเงินชดเชยแบ่งเป็น 3 ระดับ กลุ่มแรกที่ไม่มีอาการหนักรับ 3,000 บาท ส่วนกลุ่มที่เข้าโรงพยาบาลแต่กลับบ้านได้ทันทีรับ 5,000 บาท สำหรับกลุ่มที่ต้องนอนแอดมิทจะได้รับเงินเยียวยา 10,000 บาท พร้อมการดูแลเพิ่มเติมหากแพทย์ระบุว่าป่วยจากอาหารเสริมจริง

นางสาวขนิษฐา หรือ “โค้ชบิว” ตัวแทนจำหน่าย ยอมรับว่าอาจเกิดจากความผิดพลาดในการชงสาธิต เธอใช้อัตราส่วนที่เข้มข้นเกินไปในการชงให้ อสม. ดื่ม ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับสารไนอะซิน (Niacin) สูงเกินไป อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยังต้องรอผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอีกครั้ง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สั่งยึดผลิตภัณฑ์ Korea Pure

ทางด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับตำรวจแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สั่งระงับการจำหน่าย และเรียกคืนผลิตภัณฑ์ Korea Pure ล็อตดังกล่าวทันที ข้อมูลจากเว็บไซต์ MGR Online ระบุว่า อย. จะตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดจนกว่าจะทราบผลที่แน่ชัด

การดำเนินงานของ อย. ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่กังวลเรื่องสารตกค้างในร่างกายจากสินค้าตัวนี้ หากพบความผิดปกติ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

ผู้เสียหายผวาหนัก พบค่าตับพุ่งสูง

แม้บริษัทจะเสนอเงินเยียวยา แต่ อสม. ส่วนใหญ่ที่เข้ารับการรักษายังปฏิเสธที่จะรับเงินดังกล่าว พวกเขามีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับปัญหา สุขภาพ ในระยะยาวที่อาจตามมา บางรายเปิดเผยว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรง แต่หลังเกิดเหตุกลับพบว่ามีความดันโลหิตสูงและค่าตับสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

ผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนจากหน่วยงานรัฐเสียก่อนตัดสินใจ หากรับเงินเยียวยาไปแล้วในตอนนี้ พวกเขากลัวว่าจะไม่สามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมได้ ดังนั้น การรอผลตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุด

นอกจากนี้ อสม. รายหนึ่งเล่าว่า ตัวแทนได้โฆษณาสรรพคุณว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยล้างสารพิษในร่างกายได้ โดยเฉพาะผู้ที่เคยสัมผัสกับยาฆ่าแมลงก็สามารถดื่มเพื่อดีท็อกซ์ได้ตามปกติ แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์นี้จึงเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้บริโภคระมัดระวังให้มากขึ้น

กรณีที่เกิดขึ้นกับกลุ่ม อสม. น่าน ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญมากสำหรับผู้บริโภคทุกคน การเลือกซื้อหรือทดลองผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ ควรตรวจสอบเลขหมาย อย. อย่างถี่ถ้วน สิ่งที่อ้างว่าสกัดจากธรรมชาติหรือช่วยดีท็อกซ์ อาจไม่ได้ปลอดภัยสำหรับทุกคนเสมอไป

ท้ายที่สุดนี้ สังคมยังคงต้องจับตามองผลการตรวจสอบจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด ความปลอดภัยของผู้บริโภคต้องมาเป็นอันดับหนึ่งในคดีนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความโปร่งใส เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน

Continue Reading
เชียงราย - Chiang Rai News 5 hours ago

ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า

ข่าวกีฬา Sports 5 hours ago

งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย

เชียงราย - Chiang Rai News 5 hours ago

ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
ข่าวอาชญากรรม - Crime 11 hours ago

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน

เชียงใหม่ - Chiang Mai 12 hours ago

ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด

เชียงราย - Chiang Rai News 12 hours ago

ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม

สุขภาพและการแพทย์ Health 1 day ago

Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ

เชียงราย - Chiang Rai News 1 day ago

เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาทำการ และการเดินทาง
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide 4 weeks ago

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาเปิด และวิธีไปให้ไม่พลาด

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

ข่าวอาชญากรรม - Crime 3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท

Trending

Build a Mobile Website
View Site in Mobile | Classic
Share by: