เชียงราย – เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามยังคงเดินหน้ากวาดล้าง อาชญากรรม อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้บุกจับกุมตัวเครือข่าย ฟอกเงิน รายสำคัญของแก๊งค้า ยาเสพติด ข้ามชาติที่มีชื่อว่า “บอล เขาวิเศษ” ได้สำเร็จ โดยผู้ต้องหารายนี้คือ นายกิติศักดิ์ ชายวัย 27 ปี ซึ่งถูกจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้มีชื่ออยู่ในบัญชีดำลำดับที่ 208 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวสดออนไลน์ )
ประเด็นสำคัญ
- รวบผู้ต้องหาคนสำคัญ:ตำรวจบุกจับกุมนายกิติศักดิ์ วัย 27 ปี ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินเครือข่าย “บอล เขาวิเศษ” ได้ที่จังหวัดเชียงราย
- ยึดทรัพย์ทะลุร้อยล้าน:ปฏิบัติการนี้เป็นการขยายผลจากการบุกยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทก่อนหน้านี้
- อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์:ผู้ต้องหาสารภาพเพียงว่ารับจ้างเปิดบัญชีม้าแลกเงินหลักพันบาท แต่ทางตำรวจยังคงเดินหน้าสืบสวนหาความจริงต่อไป
การจับกุมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างปุบปับ แต่เป็นการทำงานที่สืบเนื่องมาจากปฏิบัติการครั้งใหญ่ ตำรวจกองปราบได้เริ่มเปิดปฏิบัติการ “TAKEDOWN MAFIA ยานรก” มาก่อนหน้านี้ ปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติแก๊ง “บอล เขาวิเศษ” อย่างถอนรากถอนโคน
ผลจากปฏิบัติการครั้งแรก เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินได้จำนวนมหาศาล ทรัพย์สินเหล่านี้เชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิดและมีมูลค่ารวมมากกว่า 100 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่หยุดเพียงแค่นั้น พวกเขาได้เร่งขยายผลการสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งค้นพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงผู้ต้องหารายล่าสุด
จากการสืบสวนเชิงลึก ตำรวจพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำงานของขบวนการยาเสพติดกลุ่มนี้ พวกเขามักจะใช้ “บัญชีม้า” ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นช่องทางในการรับโอนเงินค่ายาเสพติด วิธีการนี้ช่วยให้พวกเขาสามารถปกปิดร่องรอยทางการเงินได้ชั่วคราว
หลังจากที่เงินเข้าบัญชีม้า ขบวนการนี้จะทำการเบิกถอนเงินสดออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นเงินสดจะถูกถ่ายเทไปยังบัญชีของบุคคลใกล้ชิด เพื่อนำไปแปลงสภาพเป็นทรัพย์สินอื่นๆ หรือนำไปลงทุนในธุรกิจบังหน้า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบจุดสังเกตที่สำคัญอีกประการหนึ่ง การทำธุรกรรมเบิกถอนเงินสดส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนทางภาคเหนือ เหตุผลก็คือขบวนการนี้ต้องการขนเงินสดข้ามฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านให้ได้ง่ายที่สุด
คำให้การของผู้ต้องหาและการดำเนินคดี
เมื่อเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานได้แน่นหนา จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม นายกิติศักดิ์ถือเป็นหนึ่งในเจ้าของบัญชีม้าคนสำคัญที่แก๊งยาเสพติดใช้ทำธุรกรรม เขาพยายามหลบหนีและซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
ในชั้นสอบสวน นายกิติศักดิ์ให้การภาคเสธต่อข้อกล่าวหาทั้งหมด เขาอ้างว่าตนเองเคยรับจ้างเปิดบัญชีม้าจริง แต่ทำไปเพราะต้องการเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว โดยได้รับค่าตอบแทนเพียงไม่กี่พันบาทต่อหนึ่งบัญชี เขายังอ้างอีกว่าไม่ทราบเลยว่าบัญชีดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในธุรกิจมืด
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การนี้ เบื้องต้นตำรวจได้ควบคุมตัวนายกิติศักดิ์ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการรับจ้างเปิดบัญชีม้ามีความผิดร้ายแรงและอาจทำให้คุณต้องหมดอนาคต
คดีของนายกิติศักดิ์เป็นเพียงตัวอย่างของปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน ปัญหาเรื่องบัญชีม้ายังคงเป็นเครื่องมือหลักที่แก๊งค้ายาเสพติดและมิจฉาชีพเลือกใช้ ประชาชนทั่วไปมักตกเป็นเหยื่อเนื่องจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือถูกล่อลวงด้วยเงินค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย
ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกโรงเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง การรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้ผู้อื่นนำไปใช้ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ผู้ที่กระทำความผิดอาจต้องรับโทษจำคุก หรือเผชิญกับข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน ซึ่งมีอัตราโทษที่หนักหน่วงมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน หากพบเห็นเบาะแสหรือมีบุคคลมาว่าจ้างให้เปิดบัญชีธนาคาร ขอให้รีบแจ้งเบาะแสแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที การร่วมมือของทุกภาคส่วนจะช่วยให้สังคมไทยปลอดภัยจากเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สิ้นสุดยุคสมัย!! หาดเชียงรายปิดให้บริการเพื่อการพัฒนาเมืองครั้งใหญ่
ตำรวจแม่จันบุกรวบหนุ่มวัย 30 ปี ลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าและยาแก้ไอ มอมเมาเยาวชนเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี







