เชียงราย – จังหวัดเชียงราย เดินหน้ายกระดับการจัดการภัยพิบัติครั้งใหญ่ มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง ได้เปิดตัวระบบ M-Waterเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถรับมือกับอุทกภัยได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที
ระบบนี้เป็นผลงานจากศูนย์วิจัย ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีก่อกำเนิด สำนักวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลประยุกต์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยมุ่งเน้นการใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงฤดูฝน ข้อมูลจากระบบนี้จะช่วยให้การวางแผนอพยพและการตัดสินใจในภาวะวิกฤตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม
ประเด็นสำคัญ
- นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย:มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเปิดตัวระบบ M-Water ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลน้ำช่วยชาวเชียงรายเตรียมพร้อมรับมือ น้ำท่วม
- ผสานข้อมูลหลายมิติ:ระบบดึงข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม, เซ็นเซอร์ภาคสนาม และแบบจำลองทางอุทกวิทยาเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำแบบแม่นยำ
- เฝ้าระวังเชิงรุก:มีการติดตั้งเซ็นเซอร์ “ Floodboy ” ในจุดเสี่ยงเพื่อตรวจวัดระดับน้ำแบบเรียลไทม์ พร้อมแผนที่แสดงเส้นทางอพยพชัดเจน
ยกระดับการเตือนภัยด้วยเทคโนโลยี AI
การพัฒนาระบบ M-Water ไม่ได้ทำเพียงแค่การวัดระดับน้ำทั่วไป แต่เป็นการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาปรับใช้ให้เข้ากับสภาพภูมิศาสตร์ของเชียงราย มหาวิทยาลัยได้ใช้แบบจำลอง HEC-RAS เพื่อวิเคราะห์การไหลของน้ำในลำน้ำอย่างละเอียด ทั้งในรูปแบบ 1 มิติและ 2 มิติ เพื่อจำลองทิศทางของกระแสน้ำที่จะเกิดขึ้นจริง
นอกจากนี้ ยังมีการนำข้อมูลจากเซ็นเซอร์ “Floodboy” ที่ติดตั้งอยู่ในจุดเสี่ยง เช่น พื้นที่ตำบลท่าสุด มาบูรณาการร่วมกับฐานข้อมูลภัยพิบัติของมหาวิทยาลัย (DMIS MFU) ข้อมูลทั้งหมดจะถูกประมวลผลเพื่อแสดงภาพรวมของสถานการณ์น้ำ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมสูงสุด

หัวใจสำคัญของ M-Water คือการเปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็นแนวทางปฏิบัติที่เข้าใจง่าย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมุ่งหวังให้ระบบนี้เป็นช่องทางหลักที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำได้ตลอดเวลา การมีข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยลดความตื่นตระหนกและช่วยให้การบริหารจัดการน้ำในจังหวัดเป็นไปอย่างเป็นระบบ
การริเริ่มโครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้แก้ไขปัญหาระดับท้องถิ่นสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลได้จริง นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้ความรู้ทางวิชาการมาสร้างนวัตกรรม เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของคนในชุมชนจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ระบบ M-Water คืออะไร?
M-Water คือระบบติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดเชียงราย พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อช่วยเฝ้าระวังและรับมือกับปัญหาน้ำท่วม
2. ระบบนี้ช่วยประชาชนได้อย่างไร?
ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลระดับน้ำ จุดเสี่ยงภัย และเส้นทางอพยพที่แม่นยำ เพื่อใช้ในการวางแผนเตรียมตัวรับมือน้ำท่วมล่วงหน้า
3. ข้อมูลในระบบมีความแม่นยำแค่ไหน?
ระบบใช้การบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม เซ็นเซอร์ภาคสนาม (Floodboy) และแบบจำลองทางอุทกวิทยา HEC-RAS เพื่อความถูกต้องในการวิเคราะห์สถานการณ์
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รักบี้เชียงรายระดมเยาวชนกว่า 600 ชีวิต โชว์พลังความสามัคคีเต็มสนาม
เยาวชนเชียงรายเรียนรู้วิธีเปลี่ยนป่าให้เป็นกำแพงป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5
สภาพอากาศ - Weather
เตือนฉบับ 5! อากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค. เสี่ยงน้ำท่วม

เชียงราย– กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 5 เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อแจ้งให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569 ในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทย ตอนบนจะเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ สาเหตุหลักเกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปะทะกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สภาพอากาศ - Weather
เตือนภัยพายุฝน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วไทยถึง 27 ก.ย.

เชียงราย – กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนภัยเรื่องสภาพอากาศแปรปรวนใน ประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับพายุฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงสัปดาห์นี้ ประกาศเตือนภัยฉบับนี้มีผลบังคับใช้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ดังนั้นทุกคนควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 คาดว่าจะมีฝนพัดถล่มในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวมถึง ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑลก็จะเจอกับฝนตกหนักเช่นเดียวกัน ซึ่งบางพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วประเทศไทยจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569
- พื้นที่เสี่ยงหลักครอบคลุมภาคเหนือ อีสานตอนล่าง กลาง (รวมกรุงเทพฯ) ตะวันออก และใต้
- ประชาชนควรเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลันและตรวจสอบข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ
การเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยงภัย
สภาพอากาศที่รุนแรงในครั้งนี้เกิดจากร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่านประเทศไทย ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองและปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมากในหลายจังหวัด ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่านต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากคุณอยู่ในจุดเสี่ยง ควรเริ่มเก็บสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงตั้งแต่ตอนนี้
หน่วยงานส่วนท้องถิ่นได้เริ่มปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชนแล้ว มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและวางแนวกระสอบทรายตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังได้เตรียมกำลังพลสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้ทันที
สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน คุณควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้นในช่วงนี้ ฝนที่ตกหนักทำให้ถนนลื่นและลดทัศนวิสัยในการมองเห็นอย่างรุนแรง หากไม่จำเป็นจริงๆ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันอันตรายและปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนติดตามรายงานสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด คุณสามารถเข้าไปเช็คข้อมูลล่าสุดได้โดยตรงที่เว็บไซต์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา ตลอดเวลา การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วจะช่วยให้คุณและครอบครัววางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในส่วนของเกษตรกร ควรเร่งหาแนวทางป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพืชผล พืชผลทางการเกษตรที่ใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวอาจเน่าเสียได้หากเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน การเตรียมทางระบายน้ำที่ดีในพื้นที่เพาะปลูกจะช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้มาก
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย การตากฝนอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดได้ง่าย อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอเมื่อต้องเดินทางออกนอกบ้านในระยะนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
สภาพอากาศ - Weather
เตือนด่วน 76 จังหวัดรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก 18-20 ก.ย.

เชียงราย – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศแจ้งเตือนภัยระดับสีเหลืองและสีส้ม ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึง กรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับมือ ฝนตกหนัก ถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายนนี้ การแจ้งเตือนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังแบบจำลองสภาพอากาศชี้ตรงกันว่า ปริมาณน้ำฝนสะสมจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เสี่ยงทำให้เกิด น้ำท่วม ขังในเขตเมืองและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ
ทางด้าน กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพอากาศแปรปรวนนี้จะทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองกระจายตัวเกือบทุกภูมิภาค ชาวบ้านในพื้นที่ลาดเชิงเขาต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่มเป็นพิเศษ ขณะที่ชุมชนริม แม่น้ำสาย หลักควรตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำอย่างใกล้ชิด
ประเด็นสำคัญ
- พื้นที่เฝ้าระวัง:ครอบคลุม 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร มีความเสี่ยงฝนตกสะสมตั้งแต่วันที่ 18-20 กันยายน
- ความเสี่ยงหลัก:เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำสำคัญ
- การสั่งการ:ปภ. ระดมเครื่องสูบน้ำและเรือท้องแบนประจำจุดเสี่ยง พร้อมเปิดสายด่วน 1784 รับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
ภาคเหนือและอีสานเฝ้าระวังดินสไลด์ กรุงเทพฯ เสี่ยงน้ำขังรอระบาย
สถานการณ์ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือน่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากผืนดินในหลายอำเภออุ้มน้ำไว้เต็มพิกัดจากฝนสัปดาห์ก่อน หากมีฝนระลอกใหม่ตกลงมาซ้ำ พื้นที่ภูเขาจะสูญเสียความสามารถในการดูดซับน้ำ ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงสู่ลำห้วยท้ายน้ำด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานแห่งชาติต่างๆ ได้รับคำสั่งให้ปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปัญหาหลักคือฝนตกสะสมในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มักเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำหลักตามถนนสายสำคัญอาจเกิดน้ำท่วมขังผิวจราจร ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน หน่วยงานท้องถิ่นได้เริ่มพร่องน้ำในคลองสายหลักและเตรียมเครื่องผลักดันน้ำไว้ล่วงหน้าแล้ว
วิเคราะห์สภาพอากาศ: ร่องมรสุมกำลังแรงตัวการฝนระลอกใหญ่
ข้อมูลล่าสุดจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบายว่า ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ปัจจัยนี้ช่วยเติมเต็มความชื้นเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ตลอดเวลา เมื่อปะทะกับมวลอากาศเย็นจากตอนบน จึงกลั่นตัวกลายเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ปกคลุมประเทศไทยเกือบทั้งประเทศ
คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือและชาวประมงพื้นบ้านควรงดออกจากฝั่งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางทะเล ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามแผนที่คาดการณ์ปริมาณฝนแบบเรียลไทม์ได้จากระบบเรดาร์ของทางราชการ
ประชาชนควรเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่บรรจุเอกสารสำคัญ ยารักษาโรค น้ำดื่มสะอาด และอาหารแห้งไว้ให้พร้อม ยกข้าวของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำเอ่อล้น ที่สำคัญที่สุดคือการตัดสะพานไฟในชั้นล่างหากพบว่าระดับน้ำเริ่มท่วมเข้ามาในตัวบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว
หากต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัยของ ปภ. ได้ที่หมายเลข 1784ตลอด 24 ชั่วโมง หรือส่งข้อความแจ้งพิกัดน้ำท่วมผ่านแอปพลิเคชัน Line ทางการ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” เพื่อให้ทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด









