เชียงราย - กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉบับที่ 5 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยระบุถึงพายุฝนที่จะพัดถล่ม ประเทศไทย ตอนบน ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ ฝนตกหนัก ถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 7 กันยายน 2569 นี้
สาเหตุหลักมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย สถานการณ์นี้จะทำให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมสูงมาก ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤติน้ำท่วมได้
ประเด็นสำคัญ
- พื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุด:33 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ต้องระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก
- ช่วงเวลาเฝ้าระวัง:ตั้งแต่วันที่ 4-7 กันยายน 2569 อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและลุ่มต่ำ
- การเตรียมพร้อม:ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง และติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด
พื้นที่สีแดงและสีส้มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ในช่วงวันที่ 4-5 กันยายน จังหวัดในภาคเหนือและภาคอีสานหลายแห่งถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงระดับสีแดง ตัวอย่างเช่น เชียงราย พะเยา น่าน บึงกาฬ และนครพนม พื้นที่เหล่านี้ต้องระวังน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด
ส่วนพื้นที่เสี่ยงระดับสีส้มหรือพื้นที่ฝนตกหนัก ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และอีกหลายจังหวัดในภาคกลางรวมถึงกรุงเทพมหานคร ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำหรือลุ่มน้ำโขงต้องยกของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย
พายุดีเปรสชัน “โซเดล” ที่เคยอยู่ในประเทศจีน ตอนนี้ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว แต่ความชื้นยังคงส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในภูมิภาคของเรา ทำให้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึกสถานการณ์ฝนตกแบบรายวัน
ในวันที่ 4 กันยายน จังหวัดที่ต้องเตรียมรับมือฝนตกหนักมากในภาคเหนือคือ เชียงราย พะเยา และน่าน ส่วนภาคอีสานคือ บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี พื้นที่เหล่านี้อาจเผชิญปริมาณน้ำฝนสะสมที่อันตราย
สำหรับวันที่ 5 กันยายน พื้นที่สีแดงจะขยับมาที่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู และขอนแก่น นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สีส้มครอบคลุมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้คนกรุงต้องเตรียมอุปกรณ์กันฝนให้พร้อมก่อนออกจากบ้าน
ภาคตะวันออกเช่น นครนายก จันทบุรี และตราด ก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน ผู้ที่สัญจรไปมาควรระมัดระวังอุบัติเหตุบนท้องถนน เนื่องจากวิสัยทัศน์ในการขับขี่อาจลดลงอย่างมากจากฝนที่ตกหนัก
การพยากรณ์อากาศช่วงปลายสัปดาห์
เมื่อเข้าสู่วันที่ 6 กันยายน ความรุนแรงของพายุฝนจะเริ่มกระจุกตัว พื้นที่สีแดงจะลดลงเหลือเพียง อุบลราชธานี และตราด แต่จังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานและภาคกลางตอนบนยังคงมีฝนตกหนักในระดับสีส้ม
ในวันที่ 7 กันยายน สถานการณ์โดยรวมจะเริ่มคลี่คลายลงบ้าง แต่ก็ยังมีฝนตกประปรายในหลายพื้นที่ เช่น ตาก พิษณุโลก สกลนคร และกาญจนบุรี ประชาชนยังไม่ควรนิ่งนอนใจจนกว่าจะพ้นช่วงเตือนภัย
ความปลอดภัยของตัวคุณและครอบครัวต้องมาเป็นอันดับแรก การเตรียมกระสอบทรายหรือย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง เป็นมาตรการพื้นฐานที่ทุกคนสามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
การเตรียมตัวรับมือและช่องทางการติดตามข่าวสาร
การวางแผนการเดินทางในช่วงเวลานี้เป็นสิ่งสำคัญมาก คุณควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน หากไม่จำเป็นควรงดการเดินทางไกลไปในพื้นที่เสี่ยง
หน่วยงานภาครัฐได้แนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา
หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถโทรสอบถามข้อมูลสายด่วนได้ที่เบอร์ 1182 หรือ 0-2399-4012-13 เจ้าหน้าที่จะคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศในครั้งนี้อย่างเต็มที่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เดือดชายแดน! ตำรวจเชียงรายไล่ล่าระทึก สกัดจับแก๊งขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นบาร์คาราโอเกะแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย พบเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่ภายใน
สภาพอากาศ - Weather
เตือนฉบับ 5! อากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค. เสี่ยงน้ำท่วม
เชียงราย– กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 5 เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อแจ้งให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569 ในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทย ตอนบนจะเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ สาเหตุหลักเกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปะทะกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สภาพอากาศ - Weather
เตือนภัยพายุฝน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วไทยถึง 27 ก.ย.
โรงเรียน ขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย– กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศเตือนภัยเรื่องสภาพอากาศแปรปรวนใน ประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับพายุฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงสัปดาห์นี้ ประกาศเตือนภัยฉบับนี้มีผลบังคับใช้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ดังนั้นทุกคนควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 คาดว่าจะมีฝนพัดถล่มในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวมถึงภาคเหนือ ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑลก็จะเจอกับฝนตกหนักเช่นเดียวกัน ซึ่งบางพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วประเทศไทยจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569
- พื้นที่เสี่ยงหลักครอบคลุมภาคเหนือ อีสานตอนล่าง กลาง (รวมกรุงเทพฯ) ตะวันออก และใต้
- ประชาชนควรเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลันและตรวจสอบข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ
การเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยงภัย
สภาพอากาศที่รุนแรงในครั้งนี้เกิดจากร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่านประเทศไทย ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองและปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมากในหลายจังหวัด ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่านต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากคุณอยู่ในจุดเสี่ยง ควรเริ่มเก็บสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงตั้งแต่ตอนนี้
หน่วยงานส่วนท้องถิ่นได้เริ่มปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชนแล้ว มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและวางแนวกระสอบทรายตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังได้เตรียมกำลังพลสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้ทันที
สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน คุณควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้นในช่วงนี้ ฝนที่ตกหนักทำให้ถนนลื่นและลดทัศนวิสัยในการมองเห็นอย่างรุนแรง หากไม่จำเป็นจริงๆ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันอันตรายและปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนติดตามรายงานสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด คุณสามารถเข้าไปเช็คข้อมูลล่าสุดได้โดยตรงที่เว็บไซต์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา ตลอดเวลา การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วจะช่วยให้คุณและครอบครัววางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในส่วนของเกษตรกร ควรเร่งหาแนวทางป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพืชผล พืชผลทางการเกษตรที่ใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวอาจเน่าเสียได้หากเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน การเตรียมทางระบายน้ำที่ดีในพื้นที่เพาะปลูกจะช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้มาก
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย การตากฝนอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดได้ง่าย อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอเมื่อต้องเดินทางออกนอกบ้านในระยะนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
สภาพอากาศ - Weather
เตือนด่วน 76 จังหวัดรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก 18-20 ก.ย.
นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย– กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศแจ้งเตือนภัยระดับสีเหลืองและสีส้ม ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึง กรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับมือ ฝนตกหนัก ถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายนนี้ การแจ้งเตือนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังแบบจำลองสภาพอากาศชี้ตรงกันว่า ปริมาณน้ำฝนสะสมจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เสี่ยงทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตเมืองและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ
ทางด้าน กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพอากาศแปรปรวนนี้จะทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองกระจายตัวเกือบทุกภูมิภาค ชาวบ้านในพื้นที่ลาดเชิงเขาต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่มเป็นพิเศษ ขณะที่ชุมชนริมแม่น้ำสายหลักควรตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำอย่างใกล้ชิด
ประเด็นสำคัญ
- พื้นที่เฝ้าระวัง:ครอบคลุม 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร มีความเสี่ยงฝนตกสะสมตั้งแต่วันที่ 18-20 กันยายน
- ความเสี่ยงหลัก:เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำสำคัญ
- การสั่งการ:ปภ. ระดมเครื่องสูบน้ำและเรือท้องแบนประจำจุดเสี่ยง พร้อมเปิดสายด่วน 1784 รับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
ภาคเหนือและอีสานเฝ้าระวังดินสไลด์ กรุงเทพฯ เสี่ยงน้ำขังรอระบาย
สถานการณ์ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือน่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากผืนดินในหลายอำเภออุ้มน้ำไว้เต็มพิกัดจากฝนสัปดาห์ก่อน หากมีฝนระลอกใหม่ตกลงมาซ้ำ พื้นที่ภูเขาจะสูญเสียความสามารถในการดูดซับน้ำ ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงสู่ลำห้วยท้ายน้ำด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานแห่งชาติต่างๆ ได้รับคำสั่งให้ปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปัญหาหลักคือฝนตกสะสมในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มักเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำหลักตามถนนสายสำคัญอาจเกิดน้ำท่วมขังผิวจราจร ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน หน่วยงานท้องถิ่นได้เริ่มพร่องน้ำในคลองสายหลักและเตรียมเครื่องผลักดันน้ำไว้ล่วงหน้าแล้ว
วิเคราะห์สภาพอากาศ: ร่องมรสุมกำลังแรงตัวการฝนระลอกใหญ่
ข้อมูลล่าสุดจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบายว่า ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ปัจจัยนี้ช่วยเติมเต็มความชื้นเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ตลอดเวลา เมื่อปะทะกับมวลอากาศเย็นจากตอนบน จึงกลั่นตัวกลายเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ปกคลุมประเทศไทยเกือบทั้งประเทศ
คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือและชาวประมงพื้นบ้านควรงดออกจากฝั่งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางทะเล ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามแผนที่คาดการณ์ปริมาณฝนแบบเรียลไทม์ได้จากระบบเรดาร์ของทางราชการ
ประชาชนควรเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่บรรจุเอกสารสำคัญ ยารักษาโรค น้ำดื่มสะอาด และอาหารแห้งไว้ให้พร้อม ยกข้าวของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำเอ่อล้น ที่สำคัญที่สุดคือการตัดสะพานไฟในชั้นล่างหากพบว่าระดับน้ำเริ่มท่วมเข้ามาในตัวบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว
หากต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัยของ ปภ. ได้ที่หมายเลข 1784ตลอด 24 ชั่วโมง หรือส่งข้อความแจ้งพิกัดน้ำท่วมผ่านแอปพลิเคชัน Line ทางการ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” เพื่อให้ทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด

