เชียงราย – เชียงรายจัดเวทีดีเบตผู้สมัคร ส.ส.แบบคึกคัก ตั้งโจทย์ให้ตอบตรงประเด็นทั้งสารปนเปื้อนในแม่น้ำ ฝุ่น PM 2.5 ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ ไปจนถึงการซื้อสิทธิขายเสียง เมืองศิลปะ และปัญหาสถานะบุคคล โดย “ช่อ พรรณิการ์” เข้าร่วมและพูดถึงไทยส่งออกแรร์เอิร์ทติดอันดับ 5 ของโลก พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบย้อนกลับ ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงข้อมูลซื้อเสียงที่รุนแรง ระบุว่าต่อเขตอาจใช้เงินถึง 60 ล้านบาท
วันที่ 20 ม.ค. ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมือง นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย จ.เชียงราย กลุ่ม Chiang Rai Watch ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สำนักวิชานิติศาสตร์และสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง รวมถึงพิพิธภัณฑ์ จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เชียงราย รวม 55 คนจากหลายพรรค
โจทย์หลักของเวทีเน้นปัญหาสารพิษ ในแม่น้ำ ยาเสพติดและสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ ฝุ่น PM 2.5 การซื้อสิทธิขายเสียง การส่งเสริมเมืองศิลปะ และการแก้ปัญหาสถานะบุคคล
ภายในงานมีผู้สมัครจาก 10 พรรคเข้าร่วม อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคโอกาสใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยก้าวหน้า พรรคพลวัต และพรรคปวงชนชาวไทย พร้อมมีผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชน นักศึกษา เข้าฟังและร่วมซักถามเป็นระยะ

ผู้สมัครหลายพรรคเสนอทางออกเรื่องน้ำเสีย ฝุ่น และอาชญากรรมข้ามชาติ
นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 6 พรรคเพื่อไทย มองว่าปัญหาฝุ่น PM 2.5 คล้ายกรณีเหมืองแร่ คือคนไทยรับผลกระทบแต่ได้ประโยชน์น้อย ส่วนการทำเหมืองที่ไม่ได้มาตรฐานและปล่อยน้ำเสีย เชื่อมโยงกับปัญหาทุจริตในเมียนมา และควรคุยกับจีนที่เป็นผู้ซื้อแร่เหล่านั้นด้วย
นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคประชาชน ระบุว่าปัญหาสารพิษในแม่น้ำควรคุยแบบพหุภาคี ระหว่างไทย เมียนมา และจีน พร้อมตั้งข้อสงสัยเรื่องมาตรฐานบำบัดน้ำเสียของเหมืองแต่ละประเภท เสนอให้ตรวจสอบที่มาของแร่ให้ชัด และต้องรู้ว่าแรร์เอิร์ทมาจากเหมืองใด ส่งต่อไปที่ไหน
น.ส.จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 6 พรรคประชาชน เสนอให้หยิบปัญหาฝุ่นข้ามแดนเข้าสู่เวทีอาเซียน และต้องมีการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน พร้อมแสดงความเสียดายที่ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดยังไม่ถูกนำมาใช้จริง
น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ “ช่อ” โฆษกคณะก้าวหน้า กล่าวว่าประเด็นสิ่งแวดล้อมผูกกับเรื่องประชาธิปไตยและความมั่นคงชายแดน จึงต้องใช้การต่างประเทศให้เป็นประโยชน์ และต้องตรวจสอบย้อนกลับไปถึงต้นตอของแรร์เอิร์ท โดยระบุว่าไทยส่งออกแรร์เอิร์ทติดอันดับ 5 ของโลก เพราะมีการนำเข้าแล้วแต่งแร่ จึงควรถามให้ชัดว่าแร่ที่เข้ามานั้น “สะอาด” แค่ไหน
ในประเด็นซื้อสิทธิขายเสียง น.ส.พรรณิการ์อ้างข้อมูลที่คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนพบว่า บางพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีราคาสูงสุดถึงหัวละ 7,500 บาท ส่วนบางพื้นที่อยู่ที่ 2,000 ถึง 3,000 บาท และถ้าซื้อเสียงเพื่อให้ชนะทั้งเขต อาจต้องใช้เงินกว่า 60 ล้านบาท เธอย้ำว่าการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับประชาชน เพราะผู้ที่ทุ่มเงินเพื่อซื้อเสียงมักหวังผลตอบแทนจากตำแหน่ง และเสี่ยงพาไปสู่การทุจริตมากกว่าการทำงานเพื่อคนในพื้นที่

พรรคประชาธิปัตย์ชี้ต้องแก้ที่ต้นตอ ทั้งน้ำเสียและยาเสพติด
นายสมมาตร วิสุทธิวงษ์ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าแม่น้ำปนเปื้อนมีต้นตอจากประเทศเพื่อนบ้าน การแก้ต้องกลับไปจัดการที่จุดเริ่ม โดยใช้กรอบข้อตกลงอาเซียนในการเจรจา และควรมีการจัดการชลประทานเพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวเชียงราย
ส่วนปัญหายาเสพติดและสแกมเมอร์ เขามองว่าเกี่ยวโยงกัน ต้องมีกฎหมายตรวจสอบที่มาทรัพย์สิน และจัดการบุคลากรที่เป็นอุปสรรค ขณะที่หมอกควันเสนอว่าแก้ได้ด้วยการ “ไม่รับซื้อ” พืชผลที่มาจากพื้นที่ซึ่งก่อให้เกิดหมอกควัน
นายธนัยรัชต์ ศรีโชติ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคปวงชนไทย เสนอให้ใช้เทคโนโลยีทำ “บัตรสินแร่” เพื่อช่วยติดตามที่มา เรื่องน้ำเสนอแนวทางทำเขื่อนกักเก็บและปรับคุณภาพน้ำ รวมถึงขุดลอกคูคลองและลำน้ำสาขา พร้อมแยกแหล่งน้ำดิบให้ชัด ส่วนยาเสพติดและสแกมเมอร์จะผลักดันให้คนรุ่นใหม่ไม่เข้าสู่วงจรนี้ สำหรับทุนจีนสีเทาเสนอใช้ AI ตรวจเส้นทางการเงินและลดปัญหานอมินี ด้านฝุ่น PM 2.5 เสนอให้เอาเศษวัชพืชไปทำปุ๋ยหมักหรือพลังงาน
นายเอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าแก้ฝุ่น PM 2.5 ควรมองเป้าใหญ่ สนับสนุนพลังงานสะอาด เช่น เปิดพื้นที่ว่างให้ลงทุนโซลาร์เซลล์ และผลักดันเกษตรแบบประณีตแทนการปลูกแล้วเผา เพราะการเผาไม่ได้เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
นายสมนึก ใจจักร์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอแนวทางใช้ธรรมชาติลดผลกระทบ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟ 1.8 แสนไร่ มีไม้ใหญ่ช่วยคลุมและดูดซับหมอกควัน พร้อมมองว่าเมื่อคนมีรายได้มั่นคง จะช่วยลดปัญหายาเสพติดได้อีกทาง
นายธเนตร ติ๊บโท๊ะ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 พรรคโอกาสใหม่ กล่าวว่า หากได้ทำงานจะปรับแหล่งน้ำดิบไปใช้แม่น้ำลาวแทนแม่น้ำกก เพื่อลดความเสี่ยงสารพิษ ส่วนทุนเทาเสนอเพิ่มโทษผู้กระทำผิดและเพิ่มรางวัลนำจับ ขณะที่ปัญหาฝุ่นระบุว่าเชียงรายหลายช่วงไม่มีจุดความร้อนในพื้นที่ แต่ได้รับผลจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
นายพันธวัช ภูผาพันธกานต์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 5 พรรคพลวัต กล่าวว่าเชียงรายเคยเป็นเมืองที่ปลอดภัย แต่วันนี้กลับเผชิญมลพิษมากขึ้น เขาอยากเห็นรัฐบาลทำงานแบบเดินหน้า ไม่ใช่ประชุมแล้วจบ พร้อมเสนอให้ภาคการเมืองมีบทบาทมากขึ้น และต้องคุยไปถึงรัฐบาลเมียนมาและจีนเพื่อแก้ที่ต้นเหตุอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังมาแรง:
วิกฤตมลพิษทางอากาศ PM2.5 เพิ่มความกังวลด้านสุขภาพทั่วประเทศไทย
เชียงราย - Chiang Rai News
โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ
เชียงราย– จังหวัดเชียงราย กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในระบบการศึกษา เมื่อจำนวนเด็กวัยเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระดับชั้นประถมศึกษา นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งในพื้นที่ชนบทและบนดอยสูงกำลังเสี่ยงที่จะถูกยุบหรือควบรวมกิจการ สิ่งนี้ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลอย่างมากว่าอนาคตของเด็กๆ จะเป็นอย่างไร
แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง วิกฤตนี้อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การลดลงของจำนวนเด็กหมายความว่าภาครัฐสามารถจัดสรรงบประมาณใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่การเพิ่มคุณภาพการศึกษาต่อหัวให้เด็กเชียงรายอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
ประเด็นสำคัญ
- สถิติชี้ชัดว่าจำนวนนักเรียนระดับชั้นประถมทั่วประเทศลดลงกว่า 4.49 แสนคนภายในเวลาเพียงแค่ 4 ปี
- การยุบโรงเรียนบนดอยต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ระยะทางการเดินทาง และภาษาแม่ของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์
- จำนวนเด็กที่ลดลงคือโอกาสทองที่รัฐบาลจะสามารถจัดสรรงบประมาณต่อหัวให้สูงขึ้นและตรงจุดมากขึ้น
สถิติเด็กลดลง สะท้อนโจทย์ใหญ่ด้านการศึกษา
ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. ระบุชัดเจนว่า จำนวนนักเรียนใน ประเทศไทย กำลังลดลงอย่างน่าตกใจ ในช่วงปีการศึกษา 2565 ถึง 2569 มีนักเรียนหายไปจากระบบถึง 6.79 เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบห้าแสนคน
เฉพาะระดับประถมศึกษาเพียงอย่างเดียว มีจำนวนเด็กนักเรียนลดลงไปมากกว่า 3 แสนคน ตัวเลขที่ลดลงนี้ไม่ได้หมายความว่าภาระงานด้านการศึกษาของรัฐจะน้อยลงตามไปด้วย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างคำถามใหญ่เรื่องคุณภาพการเรียนการสอน
รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาคำตอบให้ได้ว่า เด็กกลุ่มเล็กๆ ในชนบทจะได้รับการศึกษาที่ดีเท่าเทียมกับที่อื่นหรือไม่ พวกเขาจะมีครูสอนครบทุกชั้นและมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัยเหมือนเด็กในเมืองใหญ่หรือเปล่า นี่คือโจทย์ที่ท้าทายมากในยุคปัจจุบัน
บริบทเชียงรายกับความซับซ้อนของโรงเรียนบนดอย
ปัญหาการยุบหรือควบรวมโรงเรียนในจังหวัดเชียงรายมีความซับซ้อนกว่าพื้นที่อื่นของประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจากโรงเรียนหลายแห่งตั้งอยู่บนภูเขาสูง พื้นที่ชนบทห่างไกล หรือตามแนวชายแดน การเดินทางไปโรงเรียนในแต่ละวันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเด็กๆ
การใช้เกณฑ์จำนวนเด็กเพียงอย่างเดียวเพื่อยุบโรงเรียนจึงไม่ควรนำมาใช้แบบเดียวกันทั้งจังหวัด หากยุบโรงเรียนแล้วเด็กต้องเดินทางไกลขึ้น ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด หรือผู้ปกครองต้องเสียค่าเดินทางแพงขึ้น นั่นจะกลายเป็นการผลักภาระให้ครอบครัวที่ยากจนอย่างไม่เป็นธรรม
รายงานสถานการณ์จาก UNICEF Thailand ชี้ว่าเด็กในชุมชนเปราะบางยังมีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา คุณภาพการเรียนรู้ของพวกเขายังคงถูกกำหนดโดยฐานะทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรของโรงเรียน และอุปสรรคด้านภาษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โรงเรียนขนาดเล็กคือหัวใจของชุมชนชายขอบ
สำหรับหลายหมู่บ้านบนดอย โรงเรียนประถมไม่ได้เป็นแค่สถานที่สำหรับเรียนหนังสือตามหลักสูตรเท่านั้น แต่มันคือศูนย์กลางของชุมชนที่คอยดูแลชีวิตและสุขภาพของเด็กๆ พวกเขาได้กินอาหารกลางวันที่มีประโยชน์ ได้รับวัคซีนพื้นฐาน และได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน
โรงเรียนยังเป็นด่านแรกที่ช่วยคัดกรองปัญหาต่างๆ ในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ความรุนแรง หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ครูในโรงเรียนเล็กๆ เหล่านี้คือคนที่ใกล้ชิดและเข้าใจบริบทชีวิตของเด็กแต่ละคนมากที่สุด
ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจควบรวมโรงเรียน รัฐต้องลงพื้นที่เพื่อประเมินผลกระทบอย่างละเอียดเสียก่อน ต้องพิจารณาถึงระยะทางจริง ความปลอดภัยบนท้องถนน ในฤดูฝน ตลอดจนความแตกต่างทางภาษาและชาติพันธุ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กต้องสูญเสียโอกาสในการเรียน
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส จัดสรรงบประมาณใหม่
ในมุมมองเชิงบวก เมื่อจำนวนเด็กในระบบน้อยลง รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรใช้โอกาสนี้ในการจัดสรรงบประมาณให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น หากจำนวนเงินงบประมาณยังคงเท่าเดิมแต่จำนวนเด็กน้อยลง งบสนับสนุนต่อหัวของนักเรียนก็ควรจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ
งบประมาณที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถนำไปใช้พัฒนาคุณภาพอาหารกลางวัน จัดหาอุปกรณ์ดิจิทัลที่ทันสมัย และจ้างครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางให้ครอบคลุมทุกโรงเรียน นี่คือการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการสร้างอนาคตของชาติ
จังหวัดเชียงรายควรเร่งจัดทำแผนที่ข้อมูลโรงเรียนระดับตำบล เพื่อสำรวจความต้องการและเติมเต็มทรัพยากรให้ตรงจุดที่สุด การศึกษาที่มีคุณภาพคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าพวกเขาจะเกิดหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม
บทบาทของชุมชนในการอุ้มชูการศึกษา
การแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กไม่สามารถพึ่งพาหน่วยงานรัฐได้เพียงฝ่ายเดียว ชุมชนและผู้ปกครองในพื้นที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดทิศทางของโรงเรียนด้วย เสียงของคนในพื้นที่คือข้อมูลที่สำคัญที่สุดในการสะท้อนปัญหาที่แท้จริง
ผู้นำชุมชนสามารถทำงานร่วมกับโรงเรียนเพื่อออกแบบหลักสูตรท้องถิ่นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต หากมีการควบรวมโรงเรียนจริง ชุมชนควรมีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องรถรับส่งนักเรียน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนจะเดินทางไปกลับได้อย่างปลอดภัยในทุกฤดูกาล
ท้ายที่สุดแล้ว การยุบหรือคงไว้ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กต้องยึดผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นที่ตั้ง ข้อมูลข่าวสารจาก นครเชียงรายนิวส์ ช่วยย้ำเตือนให้สังคมตระหนักว่า เราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และต้องมุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมให้กับเด็กเชียงรายทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
เชียงราย - Chiang Rai News
พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์
นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย– ชาวบ้านและชุมชนลุ่มน้ำในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังเผชิญวิกฤตมลพิษทางน้ำอย่างหนักในขณะนี้ ปัญหานี้มีต้นตอมาจากการปล่อยสารเคมีของเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาที่ไหลข้ามพรมแดนมา สารพิษเหล่านี้กำลังทำลายวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของคนในพื้นที่อย่างรุนแรง
ล่าสุด เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้จัดเวทีสาธารณะเพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่างชาวบ้านและหน่วยงานรัฐ ผู้เข้าร่วมงานต่างวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล อย่างหนัก พวกเขามองว่ารัฐบาลยังแก้ปัญหาล่าช้าและไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
ประเด็นสำคัญ
- มลพิษทำลายเศรษฐกิจ:สารโลหะหนักจากเหมืองกระทบแหล่งน้ำทำกิน พื้นที่เกษตรกว่า 65,000 ไร่ และทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกที่พัก
- จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา:ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นเรียกร้องให้รัฐบาลของนายกฯ อนุทิน เร่งหาแหล่งน้ำสำรองและตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง
- เสนอมาตรการขั้นเด็ดขาด:นักวิชาการเสนอใช้มาตรการ “1 เปิด 3 ตัด” ระงับการนำเข้าและส่งออกแร่เพื่อกดดันเหมืองในเมียนมา
วิกฤตน้ำปนเปื้อนกระทบปากท้องและการท่องเที่ยว
ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม ชาวบ้านที่ใช้น้ำจากคลองชลประทานได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกกว่า 65,000 ไร่ต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำแม่สาย ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเกษตรกรขาดความมั่นใจและไม่รู้ว่าจะหาน้ำสะอาดมาใช้ทดแทนได้จากที่ไหน หากน้ำประปาปนเปื้อนด้วยโลหะหนัก
นอกจากนี้ ปัญหาน้ำเสียยังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอำเภอแม่สาย ตัวแทนชุมชนสายลมจอยเปิดเผยว่า มีกรุ๊ปทัวร์ยกเลิกการจองห้องพักในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ไปแล้วถึงสองกลุ่ม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่มีต่อความปลอดภัยในพื้นที่ลดลงอย่างมาก
วิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้านลุ่มน้ำก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน ในอดีตชาวบ้านสามารถจับปลา หาปู และเก็บพืชผักริมน้ำมาทำอาหารได้อย่างปลอดภัย แต่ปัจจุบันไม่มีใครกล้าลงไปในน้ำหรือนำผลผลิตจากแหล่งน้ำมาบริโภคอีกแล้ว
เสียงสะท้อนจากสภาและตัวแทนประชาชน
นักการเมืองในพื้นที่ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการของรัฐสภาแล้ว เธอได้ตั้งกระทู้ถามและประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อผลักดันให้ปัญหาเหมืองเมียนมาเป็นวาระแห่งชาติ
ด้าน น.ส.มณีรัตน์ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาวิจารณ์ท่าทีของรัฐบาลเช่นเดียวกัน เธอมองว่ารัฐบาลยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหามลพิษข้ามพรมแดนนี้เท่าที่ควร เธอจึงได้เสนอแผนการทำงานแบ่งเป็นสามระยะเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
แผนดังกล่าวเริ่มจากการดูแลเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้และการตรวจสุขภาพของประชาชนในระยะเร่งด่วน จากนั้นจึงทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเหมืองและสารเคมีในระยะกลาง ส่วนในระยะยาวคือการผลักดันเรื่องนี้เข้าสู่เวทีเจรจาระดับภูมิภาคและนานาชาติ
ทางออกและข้อเสนอแนะสู่อนาคต
ภาควิชาการได้เสนอแนวทางที่น่าสนใจเพื่อกดดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ดร.สืบสกุล กิจนุกร จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการค้าแร่ระหว่างประเทศ เขาเสนอมาตรการที่เรียกว่า “1 เปิด 3 ตัด” เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้เจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน
มาตรการนี้คือการเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าและส่งออกแร่ รวมถึงเครื่องจักรและสารเคมีที่ใช้ทำเหมือง ส่วนมาตรการ “ตัด” คือการระงับการนำเข้าแร่จากเมียนมา ระงับการส่งออกสารเคมีไปเมียนมา และห้ามขนส่งแร่ผ่านไทยไปยังประเทศจีน
ข้อเสนอทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการเหมืองต้องหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งศูนย์ข้อมูลกลางที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลคุณภาพน้ำได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือความหวาดระแวงและความไม่มั่นใจ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคุณภาพน้ำกระจัดกระจายและมาจากหลายหน่วยงาน ทำให้ประชาชนไม่รู้ว่าควรเชื่อถือข้อมูลจากแหล่งใด รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการจัดการวิกฤตนี้อย่างเร่งด่วน
หากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อต่อไป ความเสียหายจะไม่จำกัดอยู่แค่ในอำเภอแม่สายเท่านั้น แต่มันจะลุกลามไปยังระบบเศรษฐกิจและสาธารณสุขของจังหวัดเชียงรายทั้งหมด ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำประเทศต้องแสดงความเด็ดขาดในการปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ภัยเงียบ! สารหนูในแม่น้ำกกและสายยังสูงเกินเกณฑ์
เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช
นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย– เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 จังหวัดเชียงราย ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาครั้งสำคัญขึ้นในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ กิจกรรมนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและทำความสะอาดบริเวณหนองบัว ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น
จุดประสงค์หลักของงานคือการฟื้นฟูแหล่งน้ำและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ งานจิตอาสาครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในวันนวมินทรมหาราช ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ทุกภาคส่วนต่างพร้อมใจกันทำงานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนต่างมีรอยยิ้มและมุ่งมั่นที่จะทำความดีเพื่อสังคมและชุมชนของตนเอง
ประเด็นสำคัญ
- ผู้นำลงพื้นที่จริง:ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายนำทีมข้าราชการและประชาชนทำความสะอาดหนองบัวอย่างใกล้ชิด
- ใช้นวัตกรรมท้องถิ่นแก้ปัญหา:มีการนำเรือดันวัชพืชฝีมือมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายมาใช้ฟื้นฟูแหล่งน้ำให้สะอาดขึ้น
- รำลึกถึงรัชกาลที่ 9:กิจกรรมปล่อยปลาและพัฒนาพื้นที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและสร้างความยั่งยืน
นวัตกรรมฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อชุมชน
ปฏิบัติการกำจัดวัชพืชที่หนองบัวครั้งนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากการนำเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนำทีมอาสาสมัครไปทดสอบเรือดันวัชพืชแบบพิเศษ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดยบุคลากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย การใช้เรือลำนี้ช่วยเร่งกระบวนการทำความสะอาดและลดแรงงานคนได้อย่างมาก เปลี่ยนทางน้ำที่เคยตื้นเขินและเต็มไปด้วยวัชพืชให้กลายเป็นแหล่งน้ำที่ใสสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย
สร้างความยั่งยืนให้ระบบนิเวศและชุมชน
นอกจากการจัดเก็บขยะและวัชพืชแล้ว กลุ่มจิตอาสายังได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดหลากหลายชนิดลงสู่หนองบัว การปล่อยปลาครั้งนี้ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น หนองบัวจึงไม่เป็นเพียงแค่หนองน้ำธรรมดา แต่ยังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่สำคัญของอำเภอเมืองเชียงราย นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้พื้นที่นี้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชนอีกด้วย
กิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีของคนในจังหวัดเชียงรายได้อย่างชัดเจน การร่วมมือกันไม่เพียงแต่ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น แต่ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนรู้จักหวงแหนธรรมชาติ การดูแลรักษาแหล่งน้ำให้สะอาดจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในระยะยาว ความสำเร็จในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนตลอดไป

