เกิดเหตุขัดข้องครั้งใหญ่กับ YouTube ในวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2026 ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเข้าเว็บไม่ได้, หน้าแรกไม่ขึ้น, ดูวิดีโอไม่โหลด รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องบางส่วนใช้งานสะดุดด้วย แพลตฟอร์มสตรีมมิงวิดีโอของ Google ออกมายืนยันปัญหาอย่างรวดเร็ว และแก้ไขได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ช่วงเวลาที่ล่มดันไปชนกับเวลาพีคของสหรัฐฯ พอดี หลายคนเลยหงุดหงิด เพราะกำลังจะเปิดดูช่วงเย็นหลังเลิกงาน
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ต่อให้เป็นบริการขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานแข็งแรงแค่ไหน ก็ยังสะดุดได้ เมื่อระบบต้องพึ่งอัลกอริทึมที่ซับซ้อนและทำงานเชื่อมกันหลายส่วน
ลำดับเหตุการณ์การล่ม (Timeline)
สัญญาณปัญหาเริ่มชัดราว 5:00 p.m. PT (8:00 p.m. ET) ผู้ใช้หลายพื้นที่รายงานว่าเจอหน้าจอว่าง, โหลดไม่ขึ้น, หรือขึ้นข้อความผิดพลาด เช่น “Something went wrong. Try again” พร้อมกับอาการสำคัญคือคำแนะนำวิดีโอไม่แสดง
- ช่วงเริ่มพุ่ง: จำนวนรายงานบน Downdetector เพิ่มจากกระจายๆ ไปสู่หลักหมื่นและสูงขึ้นมากในเวลาไม่นาน
- ช่วงกระทบหนักสุด: ภายในช่วงหัวค่ำตามเวลา ET รายงานในสหรัฐฯ พุ่งระดับหลายแสนครั้ง และยังมีรายงานจากประเทศอื่นเพิ่มต่อเนื่อง
- การตอบสนองจากบริษัท: บัญชี TeamYouTube บน X (เดิมคือ Twitter) เริ่มโพสต์ยืนยันปัญหาราว 8:00 p.m. ET และบอกว่าทีมกำลังตรวจสอบ
- เริ่มกลับมาใช้ได้บางส่วน: หน้าแรกทยอยกลับมาทำงานได้ก่อน แต่แอปและบริการย่อยบางตัวใช้เวลานานกว่า
- ประกาศแก้ไขแล้ว: อัปเดตสุดท้ายราว 10:15 p.m. ET ยืนยันว่าแก้ปัญหาเสร็จครบทุกแพลตฟอร์ม
โดยรวมแล้ว ผู้ใช้ส่วนใหญ่เจอปัญหาราว 3 ถึง 5 ชั่วโมง แม้บางพื้นที่ยังมีอาการค้างหรือโหลดช้าต่อไปอีกพักหนึ่งในช่วงดึก
สาเหตุ YouTube ล่มมาจากอะไร?
YouTube ระบุว่าเหตุขัดข้องครั้งนี้เกิดจาก ปัญหาในระบบแนะนำวิดีโอ (recommendations system)ซึ่งเป็นแกนหลักของการเสนอคลิปแบบเฉพาะบุคคลบนหน้าแรก, ในแอป และในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
จากข้อมูลที่ YouTube สื่อสารผ่านหน้า Google support และโซเชียลมีเดีย สรุปได้ว่า
- ความผิดพลาดทำให้วิดีโอไม่แสดงบนพื้นที่สำคัญ เช่น หน้าแรก, YouTube app, YouTube Music, YouTube Kids และ YouTube TV
- ปัญหานี้ไม่ได้มาจากการล่มวงกว้างของ Google Cloud และไม่ใช่การโจมตีจากภายนอก แต่เป็นความขัดข้องทางเทคนิคภายในระบบแนะนำ
- ระบบนี้อิงประวัติการรับชมเพื่อเสนอคอนเทนต์ จึงมีผลต่อประสบการณ์ใช้งานแบบชัดเจน
หลังทีมวิศวกรแก้ไข ระบบก็กลับมาทำงานตามปกติ โดยส่วนใหญ่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเป็นพิเศษ เช่น ล้างแคชหรือรีสตาร์ตแอป (แม้บางคนอาจทำไปก่อนแล้วก็ตาม)
มีผู้ใช้ได้รับผลกระทบมากแค่ไหน?
จำนวนจริงของผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบสรุปเป็นตัวเลขแน่นอนไม่ได้ เพราะรายงานอาจซ้ำกันได้ แต่ข้อมูลจาก Downdetector ที่รวบรวมการร้องเรียนแบบเรียลไทม์ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น
- จุดสูงสุดในสหรัฐฯ: มีรายงานราว 320,000 ถึง 350,000 ครั้งในช่วงพีค และบางการประเมินอยู่แถว 338,000 ถึง 350,000
- ผลกระทบทั่วโลก: ยังมีรายงานเพิ่มอีกหลายแสนจากหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร (หลักหมื่น), อินเดีย (ประมาณ 17,000) รวมถึงแคนาดา, บราซิล, เยอรมนี และออสเตรเลีย
- YouTube TV โดนด้วย: มีรายงานมากกว่า 8,000 ครั้งเกี่ยวกับการล็อกอินและการสตรีมสะดุด
- ภาพรวม: แม้แปลงเป็นจำนวนผู้ใช้จริงไม่ได้แบบตรงๆ แต่ด้วยฐานผู้ใช้ YouTube ที่มีผู้ใช้งานรายเดือนระดับหลายพันล้าน เหตุการณ์นี้จึงน่าจะกระทบผู้คนเป็น “หลักล้าน” ได้ไม่ยาก
นอกจากนี้ ช่วงแรกของเหตุขัดข้องดูจะหนักในฝั่ง West Coast ของสหรัฐฯ เป็นพิเศษ ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ปัญหาเริ่มปะทุในช่วงบ่ายแก่ๆ และหัวค่ำ
กระแสผู้ใช้และบทเรียนที่เห็นชัด
ระหว่างที่ระบบล่ม โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยโพสต์บ่น, มุกตลก และมีมต่างๆ หลายคนหันไปดู TikTok, Netflix หรือเปิดคอนเทนต์ที่ดาวน์โหลดไว้แทน ขณะเดียวกัน ครีเอเตอร์บางคนก็เล่นมุกว่าจะทำคลิปยาวๆ เกี่ยวกับ “เหตุ YouTube ล่มปี 2026” ตามสไตล์ของแพลตฟอร์ม
สิ่งที่เห็นชัดคือ การพึ่งพา “การแนะนำแบบอัตโนมัติ” สูงมาก พอคำแนะนำไม่ขึ้น หลายคนรู้สึกว่า YouTube ใช้งานไม่ได้ แม้บางกรณียังพอเปิดวิดีโอได้จากลิงก์ตรง หรือจากประวัติการดู
เหตุการณ์นี้ยังถือว่าเป็นหนึ่งในการหยุดให้บริการที่หนักที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์ใหญ่ในเดือนตุลาคม 2025 ที่ทำให้มีรายงานปัญหามากกว่า 1 ล้านครั้ง ผู้เชี่ยวชาญมองว่า YouTube ล่มแบบนี้ไม่ได้เกิดบ่อย เพราะ Google มีระบบสำรองหลายชั้น แต่ก็เป็นการเตือนว่า ฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และอัลกอริทึมสามารถเป็น “จุดเสี่ยง” ได้เหมือนกัน
YouTube สื่อสารอะไรบ้างระหว่างเกิดเหตุ?
YouTube อัปเดตข้อมูลค่อนข้างต่อเนื่อง โดยข้อความหลักๆ มีแนวทางประมาณนี้
- ยืนยันปัญหาตั้งแต่ช่วงแรกว่า “ถ้าตอนนี้เข้า YouTube ไม่ได้ คุณไม่ได้เจอคนเดียว ทีมกำลังตรวจสอบอยู่”
- ระหว่างเหตุการณ์ ระบุว่า “ปัญหาในระบบแนะนำทำให้วิดีโอไม่แสดง หน้าแรกกลับมาแล้ว แต่ยังแก้ส่วนที่เหลือต่อ”
- เมื่อแก้เสร็จ ยืนยันว่า “ปัญหาในระบบแนะนำได้รับการแก้ไขแล้ว ทุกแพลตฟอร์ม (YouTube.com, แอป, YouTube Music, Kids และ TV) กลับมาเป็นปกติ ขอบคุณที่อดทนรอ”
จนถึงตอนนั้นยังไม่มีการประกาศเรื่องการชดเชย หรือรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับมาตรการป้องกันในอนาคตในทันที แม้โดยทั่วไป Google มักทำรายงานสรุปหลังเหตุการณ์ (post-mortem) สำหรับเคสใหญ่ๆ
เมื่อบริการสตรีมมิงกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เหตุล่มแบบนี้ทำให้หลายคนเห็นภาพว่า เบื้องหลังการให้บริการกับผู้คนนับพันล้านซับซ้อนแค่ไหน ตอนนี้ YouTube กลับมาใช้งานได้แล้ว และระบบแนะนำก็ทำงานตามปกติอีกครั้ง จนกว่าจะมีปัญหาแบบไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มือปืนที่ทำให้ปทุมธานีผวาเข้ามอบตัว ตำรวจเผยขอโทษและย้ำไม่คิดทำร้ายเด็ก
ข่าวอาชญากรรม - Crime
จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
จันทบุรี– เจ้าหน้าที่ ตำรวจ จันทบุรีได้รวบตัวหนุ่มแสบในคดีโรแมนซ์สแกมสุดอุกอาจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภัยเงียบรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล ผู้ต้องหารายนี้ใช้ความรักเป็นเครื่องมือในการ หลอกลวง เหยื่อจนสูญเงินมหาศาล คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเพราะคนร้ายนำเทคโนโลยี AI มาใช้ปลอมแปลงเอกสารสำคัญ ทำให้เหยื่อหลงเชื่ออย่างสนิทใจจนสูญเงินกว่า 21 ล้านบาท
ตามรายงานจาก ข่าวไทยรัฐออนไลน์ พฤติการณ์ของคนร้ายเริ่มจากการทำความรู้จักกับผู้เสียหายที่ร้านนวดใน กรุงเทพมหานคร เมื่อความสัมพันธ์พัฒนาไปในเชิงชู้สาว ผู้ต้องหาจึงเริ่มสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการใช้ AI ดัดแปลงภาพเอกสารธนาคารปลอม เขาอ้างว่าตนเองมีเงินเก็บมากถึง 14 ล้านบาท ทำให้ผู้เสียหายตายใจและยอมโอนเงินให้หลายร้อยครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ใช้ AI ปลอมเอกสารเนียน:คนร้ายใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ สร้างหน้าบัญชีเงินฝากและเอกสารตำรวจปลอม เพื่อหลอกว่าตนเองมีฐานะดีและกำลังเดือดร้อน
- สูญเงินมหาศาลกว่า 21 ล้านบาท:เหยื่อหลงเชื่ออย่างหนัก จึงยอมโอนเงินและมอบทรัพย์สินให้ผู้ต้องหามากถึง 623 ครั้ง ภายในเวลาเพียงปีกว่า
- เงินหายไปกับการ พนันออนไลน์ :ตำรวจสืบพบว่าเงินทั้งหมดไม่ได้ถูกนำไปลงทุน แต่ถูกนำไปเล่นสล็อตออนไลน์และใช้หนี้นอกระบบจนเกือบหมด
พล.ต.ต.ธราเทพ ตูพานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยรายละเอียดการสืบสวนที่น่าตกใจ คนร้ายไม่ได้ปลอมแค่ยอดเงินในบัญชีธนาคารเท่านั้น แต่ยังเหิมเกริมปลอมเอกสารจากสถานีตำรวจเมืองนนทบุรีอีกด้วย โดยผู้ต้องหาอ้างว่าแม่ถูกจับคดีหวยใต้ดินและต้องใช้เงินด่วนเพื่อเสียค่าปรับ
เทคนิคการใช้ AI ปรับแต่งตัวเลขบนเอกสาร ทำให้ภาพถ่ายที่ส่งผ่านไลน์ดูสมจริงจนแทบแยกไม่ออก นี่คือกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้เสียหายโอนเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ถึงกันยายน 2569 จนกระทั่งผู้เสียหายเริ่มสงสัยและปรึกษาครอบครัว จึงนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด
บุกค้น 4 จุดหลักและเส้นทางการเงินที่หายไป
เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรัดกุม ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุมนายพงศ์ธรที่พักย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร การปฏิบัติการครั้งนี้ยังขยายผลเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 4 จุดหลัก ซึ่งรวมถึงคอนโดมิเนียมย่านอโศกและบ้านพักในจังหวัดนครปฐม เพื่อหาหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงินเพิ่มเติม
จากการแกะรอยเส้นทางการเงิน พบความจริงว่าเงินกว่า 21 ล้านบาทไม่ได้ถูกนำไปสร้างเนื้อสร้างตัวเลย ผู้ต้องหารับสารภาพว่านำเงินไปชำระหนี้นอกระบบและใช้จ่ายส่วนตัว แต่เงินก้อนใหญ่ที่สุดถูกนำไปทิ้งกับเว็บพนันออนไลน์ โดยเฉพาะการเล่นเกมสล็อตที่สูบเงินไปอย่างมหาศาล
บทเรียนราคาแพงและวิธีป้องกันภัยโรแมนซ์สแกม
คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ชิ้นโตสำหรับคนที่กำลังมองหาความรักผ่านโลกออนไลน์หรือแอปพลิเคชันหาคู่ มิจฉาชีพยุคใหม่ไม่ได้มาในรูปแบบของการข่มขู่ แต่มาพร้อมกับคำหวานและการสร้างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย การใช้ AI สร้างเอกสารปลอมถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่แพร่ระบาดหนักในขณะนี้ ซึ่งทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะรู้เท่าทันและระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมไซเบอร์แนะนำว่า การป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดคือการตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ หากคนรักออนไลน์ของคุณเริ่มพูดถึงเรื่องเงินหรือขอความช่วยเหลือทางการเงิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นการหลอกลวง คุณไม่ควรด่วนตัดสินใจโอนเงินให้คนที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง แม้ว่าเขาจะดูมีฐานะดีแค่ไหนก็ตาม
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังฝากข้อคิดเตือนใจว่า แม้เอกสารที่มิจฉาชีพนำมาแสดงจะดูน่าเชื่อถือและมีตราประทับราชการชัดเจน ขอให้มีสติและโทรศัพท์ตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรงก่อนเสมอ การโอนเงินไปแล้วมักติดตามคืนได้ยากมาก ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความรักหรือความสงสารชั่ววูบมาทำลายเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY
นายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงรายหารือเกี่ยวกับการยกระดับทิศทางการศึกษาสมัยใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
กาญจนบุรี– เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและ ทำร้ายร่างกาย ผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์ กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด

