เชียงใหม่ - Chiang Mai

ชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ประท้วงสงครามอิหร่านหน้าสถานกงสุลสหรัฐฯ ในจังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ – 28 มี.ค. 2569 กลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า CNX4PEACE ซึ่งมีทั้งคนไทย ชาวอเมริกัน และชาวต่างชาติหลายสัญชาติ ราว 30 คน มารวมตัวกันหน้าสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาเชียงใหม่ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านสงคราม และเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรง…

Naree Srisuk

Published

on

ชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ประท้วงสงครามอิหร่านหน้าสถานกงสุลสหรัฐฯ ในจังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ – 28 มี.ค. 2569 กลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า CNX4PEACE ซึ่งมีทั้งคนไทย ชาวอเมริกัน และชาวต่างชาติหลายสัญชาติ ราว 30 คน มารวมตัวกันหน้าสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาเชียงใหม่ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านสงคราม และเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรง

ภายในกิจกรรม ผู้ร่วมชุมนุมถือป้ายข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อสื่อสารจุดยืนต่อต้านสงครามอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่ ตำรวจ จาก สภ.แม่ปิง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกงสุลคอยดูแลความเรียบร้อยตลอดการรวมตัว

กลุ่ม CNX4PEACE ระบุว่า สมาชิกของกลุ่มประกอบด้วยผู้รักสันติภาพจากหลายประเทศ ที่มารวมตัวกันด้วยเป้าหมายเดียวกัน คืออยากเห็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ไม่ใช่การใช้อาวุธหรือกำลัง ทหาร

ชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ใน<a href= เชียงใหม่ประท้วงสงครามอิหร่านหน้าสถานกงสุลสหรัฐฯ ในจังหวัดเชียงใหม่" width="1024" height="576" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/569000003029403.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/569000003029403-300x169.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/03/569000003029403-768x432.webp 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" />

นอกจากนี้ กลุ่มยังบอกว่า การรวมตัวครั้งนี้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกันในวันเดียวกัน โดยมีประชาชนจากกว่าหลายพันพื้นที่เข้าร่วม เพื่อส่งเสียงเรียกร้องให้หยุดสงคราม และกดดันให้ผู้นำประเทศหันกลับมาใช้แนวทางการทูต

ในแถลงการณ์ของกลุ่ม มีการเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกายุติการใช้อำนาจในทางที่ไม่เหมาะสม และกลับไปยึดหลักประชาธิปไตยที่ประเทศประกาศยึดถือมาอย่างยาวนาน เพราะสงครามกับอิหร่านถูกมองว่าเกิดขึ้นโดยขาดความชอบธรรมทางกฎหมาย ไม่มีความเห็นชอบจากสภาคองเกรส และไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนต่อสาธารณะ

กลุ่มผู้ชุมนุมยังเห็นว่า การดำเนินการทางทหารครั้งนี้ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาในฐานะประเทศที่อ้างว่าปกป้องเสรีภาพและประชาธิปไตย

อีกด้านหนึ่ง แถลงการณ์ชี้ว่า สหรัฐฯ กำลังใช้ทรัพยากรและกำลังทหารในลักษณะของผู้รุกราน พร้อมสะท้อนแนวคิดแบบ “อำนาจคือความชอบธรรม” ซึ่งอาจยิ่งทำให้ความขัดแย้งขยายวงและสร้างความเสียหายในระดับนานาชาติ

ผู้ชุมนุมเตือนด้วยว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ผลกระทบจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ในพื้นที่สงคราม เพราะ ราคาน้ำมัน อาจพุ่งสูงขึ้น และอาจฉุดเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัวตามมา สุดท้ายประชาชนจำนวนมากทั่วโลกจะต้องแบกรับภาระหนักขึ้น โดยเฉพาะคนที่เผชิญปัญหาความยากจนอยู่แล้ว รวมถึงประเทศพันธมิตรอย่างไทยด้วย

กลุ่ม CNX4PEACE ยังแสดงความกังวลต่อทิศทางของนโยบายสหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้ยุติแนวทางที่เน้นการสังหาร การทิ้งระเบิด การรุกราน และการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แล้วหันกลับมาใช้การพูดคุย การเจรจา และกระบวนการทางการทูตอย่างจริงจัง

พร้อมกันนี้ กลุ่มยังเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกช่วยกันผลักดันสันติภาพ สร้างฉันทามติร่วม และเคารพสิทธิมนุษยชนของทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการคือสันติภาพ ไม่ใช่สงคราม

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

กลุ่มนักกิจกรรมชุมนุมประท้วงหน้าสถานกงสุลสหรัฐฯ ในจังหวัดเชียงใหม่ เรียกร้องให้ยุติสงครามกับอิหร่าน

เชียงใหม่ - Chiang Mai

ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจชายแดนร่วมกันสกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่อำเภอแม่อาย กองกำลังผาเมือง ได้จัดทีมทหารพรานและ ตำรวจตระเวนชายแดน มาตั้งจุดตรวจบริเวณถนนสาธารณะสายฝาง-แม่จัน ใกล้หมู่บ้านห้วยน้ำเย็น การทำงานร่วมกันครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการแอบ ขนยาเสพติด เข้ามาในประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างมาก

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดอยู่นั้น มีรถกระบะต้องสงสัยคันหนึ่งขับเข้ามาใกล้จุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณไฟและเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้นตามปกติ ทว่าผู้ขับขี่กลับไม่ยอมหยุดรถและตัดสินใจเร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำกำลังขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งไปพบรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ป้ายทะเบียนเชียงใหม่ จอดเสียหลักอยู่บริเวณริมข้างทาง แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับไม่พบตัวคนขับ ซึ่งคาดว่าคนร้ายได้อาศัยความคุ้นเคยกับเส้นทางในป่าหลบหนีไปได้ทันเวลา

ประเด็นสำคัญ 

  • เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้มากถึง 2.8 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบ 14 ใบ
  • ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน ทิ้งรถกระบะและของกลางหลบหนีเข้าป่าไปได้อย่างลอยนวล
  • การสกัดจับเกิดขึ้นที่จุดตรวจบนถนนสายฝาง-แม่จัน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรถกระบะคันดังกล่าวอย่างละเอียด ก็พบหลักฐานที่น่าตกใจ ภายในห้องโดยสารและท้ายรถมีกระสอบเป้ที่ถูกดัดแปลงพิเศษจำนวน 14 ใบวางซุกซ่อนอยู่ เมื่อเปิดกระสอบออกดูพบว่าเป็นยาบ้าจำนวนมหาศาล โดยนับรวมกันได้มากถึงประมาณ 2.8 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดรถยนต์และยาเสพติดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง การยึดยาเสพติดล็อตนี้ถือเป็นการตัดวงจรการค้ายาเสพติดครั้งสำคัญที่จะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

แถลงข่าวและเร่งล่าตัวผู้กระทำผิด

หลังจากยึดของกลางได้สำเร็จ ในช่วงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ทางกองกำลังผาเมืองได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อชี้แจงผลการปฏิบัติงานต่อสื่อมวลชน พ.อ.จิรจำนงค์ โกษาวัง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการตรวจสอบของกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากใครสนใจติดตามสถานการณ์เพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่าน ข่าวอาชญากรรม เพื่อดูความคืบหน้าและการขยายผลของคดี ปัจจุบันของกลางทั้งหมดถูกส่งมอบให้กับสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งสืบสวนตามหาตัวคนขับรถมารับโทษต่อไปอย่างเร่งด่วน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์

Continue Reading

เชียงใหม่ - Chiang Mai

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เชียงใหม่ – วันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ชุดปราบปราม อาชญากรรม ทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังพร้อมหมายศาล บุกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในอำเภอสันทราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังตำรวจสืบทราบว่า มีการลักลอบขายอาวุธปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก ถือเป็นภัยอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง

ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ล่อซื้อปืนจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ ใช้ชีวิต ให้คุ้มค่า ” ซึ่งโพสต์ขายปืนลมแรงดันสูงในกลุ่มที่มีสมาชิกกว่า 2,200 คน เมื่อทีมตรวจค้นไปถึงบ้านเป้าหมาย พบว่ามีสุนัขเฝ้าบ้าน 3 ตัว โดยหนึ่งในนั้นเป็นสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานที่ดุร้ายมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องนำอาหารไปหลอกล่อให้สุนัขเชื่องและเดินออกไปก่อน จึงจะสามารถบุกเข้าไปในบ้านได้อย่างปลอดภัย

ประเด็นสำคัญ 

  • ตำรวจภาค 5 บุกค้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ทลายแหล่งผลิตอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์
  • เจ้าหน้าที่ต้องใช้อาหารล่อสุนัขดุร้าย 3 ตัว ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาวัย 50 ปีได้สำเร็จ
  • ผู้ต้องหาสั่งอะไหล่จากอินเทอร์เน็ตมาประกอบปืนขาย สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน

เมื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ด้านหลังบ้าน ตำรวจก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกดัดแปลงเป็นโกดังผลิตอาวุธปืนเถื่อน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวนายดวงจันทร์ อายุ 50 ปี ชาวตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย ทันที พร้อมยึดของกลางเป็นปืนลมแรงดันสูง (PCP) จำนวน 4 กระบอก นอกจากนี้ยังพบกล้องเล็ง กระสุนหัวตะกั่ว กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 17 นัด และอุปกรณ์ประกอบปืนอีกหลายรายการ

จากการสอบถามเบื้องต้น นายดวงจันทร์เล่าว่าตนเองเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษา แต่เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เขาใช้ประสบการณ์ที่คลุกคลีกับการทำปืนเถื่อนมานานกว่า 15 ปีเป็นทุนเดิม โดยมักจะสั่งซื้อชิ้นส่วนต่างๆ ผ่านทางแอปพลิเคชันซื้อขายออนไลน์ชื่อดัง จากนั้นก็นำอะไหล่ทั้งหมดมานั่งประกอบชิ้นส่วนในห้องหลังบ้านของตนเอง

รายได้งามจากการขายอาวุธปืนออนไลน์

หลังจากประกอบปืนเสร็จ เขาจะนำสินค้าไปโพสต์ขายในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยตั้งราคาอยู่ที่กระบอกละ 9,500 ถึง 11,500 บาท นายดวงจันทร์รับสารภาพว่าเขาสามารถขายปืนได้ประมาณ 2 ถึง 5 กระบอกต่อเดือน ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000 ถึง 50,000 บาทเลยทีเดียว ขณะนี้ทาง ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว

เหตุการณ์จับกุมครั้งนี้ถือเป็นการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ การลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนทางอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องผิดกฎหมายและสร้างความไม่ปลอดภัยในสังคม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนและกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความสงบสุขของประชาชน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ

ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Continue Reading

เชียงใหม่ - Chiang Mai

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

เชียงใหม่ – เชียงใหม่เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 ตุลาคม 2569 อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากชายคนหนึ่งที่ เมาแล้วขับ รถเก๋งพุ่งชนพนักงานทำความสะอาดของเทศบาลนครเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เธอกำลังปฏิบัติหน้าที่กวาดถนนอยู่รอบคูเมืองอย่างขยันขันแข็ง

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจอย่างมากให้กับเพื่อนร่วมงานที่ยืนเห็นเหตุการณ์ ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยรีบเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พวกเขาพบร่างของผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์และต้องเร่งนำตัวคนขับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ชายวัย 48 ปี ขับรถเก๋งด้วยความเมา พุ่งชนพนักงานกวาดถนนของเทศบาลนครเชียงใหม่
  • ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 67 ปี เธอถูกชนและลากไปกับพื้นถนนจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
  • ผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของคนขับพุ่งสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

จุดเกิดเหตุริมคูเมืองเชียงใหม่

เหตุการณ์สลดนี้เกิดขึ้นบนถนนบุญเรืองฤทธิ์ บริเวณหน้าร้านกาแฟชื่อดังในตัวเมืองเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุและรีบลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบ พร้อมกับประสานงานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีเทา จอดอยู่บริเวณข้างทาง นอกจากนี้ยังพบร่างของนางสาวสมจิตร จะอือ อายุ 67 ปี พนักงานกวาดขยะของเทศบาล ติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์คันดังกล่าว

ทีมกู้ภัยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำร่างของเธอออกมาและหวังจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายเธอก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในที่สุด ท่ามกลางความตกใจและเสียใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

ผลตรวจแอลกอฮอล์พุ่งสูงเกินกฎหมาย

จากการสอบสวนพบว่ารถยนต์คันก่อเหตุขับโดยนายชุมนัดภ์ มณีศิริ อายุ 48 ปี ในตอนที่เกิดเหตุเขามีอาการคล้ายคนเมาสุราอย่างหนัก เขาขับรถมาตามเส้นทางปกติก่อนจะเสียหลักพุ่งชนผู้เคราะห์ร้ายอย่างจัง

ตำรวจไม่ได้รอช้า รีบควบคุมตัวนายชุมนัดภ์ไปที่สถานีตำรวจเมืองเชียงใหม่ทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของเขา เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีต่อไป

ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ออกมาสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดไว้หลายเท่า ตำรวจจึงควบคุมตัวเขาไว้ดำเนินคดี ก่อนที่ทนายความของผู้ก่อเหตุจะเดินทางมายื่นเรื่องขอประกันตัวในเวลาต่อมา

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

ปัญหาเมาแล้วขับที่ยังแก้ไม่หาย

อุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับมักนำมาซึ่งความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เสมอ ชุมชนในเชียงใหม่ต่างพากันแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนางสาวสมจิตรที่ต้องมาจบชีวิตลงขณะทำงานสุจริต หลายคนเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดมากขึ้น การขับรถขณะมึนเมาสุราไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังทำลายครอบครัวและอนาคตของผู้กระทำผิดด้วย

แนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

เหตุการณ์สะเทือน ขวัญ นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ ผู้คนบนท้องถนนไม่ควรต้องมาเสี่ยงชีวิตเพียงเพราะความประมาทของใครบางคน การปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

หน่วยงานท้องถิ่นอาจต้องพิจารณาเพิ่มแสงสว่างและป้ายเตือนในจุดที่พนักงานต้องทำงานในเวลากลางคืนหรือเช้ามืด มาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ

ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Continue Reading
เทคโนโลยี - Tech 14 hours ago

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม
ข่าวอาชญากรรม - Crime 14 hours ago

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

ข่าวการเมือง Politics 15 hours ago

ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา

น้ำมันดีเซลไทย B7, B20 และ Premium ต่างกันอย่างไร?
ข่าวธุรกิจ Business 15 hours ago

ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน

เชียงราย - Chiang Rai News 16 hours ago

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

ฟุตบอล 17 hours ago

เชียงราย ยูไนเต็ด พลาดท่า! ประจวบ เอฟซี ฮึดสู้พลิกแซง 2-1 ในเกมสุดมันส์

ข่าวอาชญากรรม - Crime 17 hours ago

พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่

เชียงราย - Chiang Rai News 17 hours ago

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์

เชียงราย - Chiang Rai News 18 hours ago

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช

เชียงราย - Chiang Rai News 18 hours ago

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ

ข่าวอาชญากรรม - Crime 3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime 4 weeks ago

โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท

Trending

Design a Mobile Site
View Site in Mobile | Classic
Share by: