กรุงเทพมหานคร — นับเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นโบแดงของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ในการปราบปรามเครือข่าย ยาเสพติด ระดับชาติ เมื่อล่าสุดมีการสกัดจับแก๊ง ขนยาเสพติด "> ลักลอบขนยา เสพติดรายใหญ่ที่ใช้วิธีตบตาเจ้าหน้าที่อย่างแยบยล พวกเขานำยาเสพติดจำนวนมหาศาลซ่อนไว้ในช่องลับของรถบรรทุกยางมะตอย แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตาและการสืบสวนที่รัดกุมของตำรวจไปได้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มอาชญากรที่นับวันยิ่งใช้วิธีที่ซับซ้อนมากขึ้น (อ้างอิงข้อมูลฉบับเต็มจาก MGR Online )
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เปิดโต๊ะแถลงข่าวใหญ่ นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยทีมสืบสวนระดับสูง เพื่อชี้แจงรายละเอียดการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
ปฏิบัติการสกัดจับครั้งนี้ เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยเจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ขนส่งได้ทั้งหมด 3 ราย ประกอบไปด้วย:
- นายวิทยา (ติ๊ก)อายุ 30 ปี
- นายพงษศักดิ์ (ศักดิ์)อายุ 45 ปี
- นายอนุชา (นิว)อายุ 38 ปี
ของกลางมูลค่ามหาศาล
สิ่งที่ทำให้การจับกุมครั้งนี้เป็นข่าวใหญ่ คือปริมาณยาเสพติดที่ยึดได้ ซึ่งมีจำนวนมหาศาลและมีมูลค่าประเมินเบื้องต้นสูงถึงกว่า 210 ล้านบาท หากหลุดรอดเข้าไปในท้องตลาด จะสร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างประเมินค่าไม่ได้ โดยของกลางทั้งหมดที่ตำรวจตรวจยึดได้ มีดังนี้:
- ยาไอซ์ (Methamphetamine):น้ำหนักรวม 1,687 กิโลกรัม
- ยาเค (Ketamine):น้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม
- รถพ่วงบรรทุกถังขนส่งยางมะตอย 1 คัน:พาหนะหลักที่ใช้สำหรับซ่อนยาเสพติด
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 1 คัน:ใช้สำหรับขับนำทางและดูลาดเลา
- โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง:ใช้ในการติดต่อสื่อสารภายในเครือข่าย
วิธีตบตาที่แนบเนียน แต่ไม่รอดพ้นสายตาตำรวจ
กลุ่มผู้ต้องหา หรือที่ในวงการเรียกกันว่า “นักบิน” (ผู้รับจ้างขับรถขนยาเสพติด) ได้วางแผนมาเป็นอย่างดี พวกเขาใช้รถบรรทุกที่ออกแบบมาสำหรับขนส่งของเหลวอย่างยางมะตอย นำมาดัดแปลงสภาพภายในตัวถัง เจาะทำเป็นช่องลับขนาดใหญ่เพื่อใช้ซุกซ่อนยาไอซ์และยาเคโดยเฉพาะ
วิธีการนี้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่ออำพรางสายตาของตำรวจประจำด่านตรวจ รวมถึงป้องกันไม่ให้การตรวจค้นทั่วไปพบสิ่งผิดปกติได้ง่ายๆ นอกจากนี้ พวกเขายังจัดเตรียมรถยนต์อีกคันให้ทำหน้าที่เป็น “รถนำทาง” คอยขับล่วงหน้าเพื่อตรวจสอบว่ามีด่านตำรวจอยู่ข้างหน้าหรือไม่ หากพบเจ้าหน้าที่ตั้งด่าน รถนำทางก็จะแจ้งเตือนให้รถบรรทุกเปลี่ยนเส้นทางหลบหนีทันที
การจับกุมลอตใหญ่ครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักและการติดตามเบาะแสอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายเดียวกันนี้ พร้อมของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จากการสอบสวนผู้ต้องหาในครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลสำคัญว่า ขบวนการนี้กำลังเตรียมการขนยาเสพติดลอตใหญ่จากภาคเหนือ เข้ามาพักไว้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อเตรียมกระจายสินค้า
เมื่อได้ข้อมูลที่แน่ชัด ตำรวจจึงได้จัดกำลังเฝ้าติดตามพฤติกรรมของแก๊งนี้อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกยางมะตอยต้องสงสัย ขับตามรถยนต์นำทางมาบนถนนสาธารณะ บริเวณหน้าตลาดแห่งหนึ่งในตำบลดอนทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จึงได้ตัดสินใจแสดงตัวเข้าตรวจค้น และพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่จริงตามสายข่าว
ข้อหาหนัก และการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้แก่:
- ร่วมกันครอบครองและจำหน่ายยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาไอซ์)โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในสังคม
- ร่วมกันครอบครองและจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (ยาเค)โดยผิดกฎหมาย
ข้อหาเหล่านี้มีบทลงโทษที่รุนแรง เนื่องจากปริมาณยาเสพติดที่พบมีจำนวนมาก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศรวมถึงความปลอดภัยของประชาชน
ผลกระทบต่อสังคมและการเดินหน้าปราบปราม
ยาไอซ์และยาเคตามีน ถือเป็นสารเสพติดที่อันตรายอย่างยิ่งต่อระบบประสาท หากยาเสพติดลอตนี้จำนวนกว่า 1.7 ตัน เล็ดลอดออกไปได้ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออนาคตของเยาวชนและสร้างปัญหาสังคมตามมาอีกมากมาย ทั้งปัญหาอาชญากรรมและการลักทรัพย์
ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลยืนยันว่า จะไม่มีการหยุดหย่อนในการกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้ นโยบายหลักคือการสืบสวนให้ลึกถึงต้นตอ เพื่อยึดทรัพย์และเอาผิดผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมคนขับรถรับจ้างขนยาเสพติดเท่านั้น
สรุปประเด็นสำคัญ
- มูลค่าความเสียหาย:ยาเสพติดที่ยึดได้มีมูลค่ารวมกว่า 210 ล้านบาท
- เทคนิคของคนร้าย:ดัดแปลงถังรถขนยางมะตอยเพื่อซ่อนยา และมีรถยนต์ขับนำทางคอยดูด่านตรวจ
- เบื้องหลังความสำเร็จ:เกิดจากการขยายผลจับกุมคดียาบ้า 100,000 เม็ดในพื้นที่สมุทรปราการ นำมาสู่การสกัดจับลอตใหญ่
- จุดสกัดจับ:จับกุมได้ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ขณะรถกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ
ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนผู้ต้องหาอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ต่อไป การปฏิบัติงานครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรยาเสพติดครั้งสำคัญ ที่ช่วยปกป้องสังคมไทยจากภัยร้ายได้อย่างมหาศาล
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! ตำรวจจับกุมคู่สามีภรรยาลักลอบขนยาบ้า 200,000 เม็ดจากเชียงราย
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติด 500,000 เม็ด ซ่อนไว้ในยางอะไหล่
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจร ยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง
เชียงราย – ตำรวจภูธรภาค 5 เดินหน้าทลายเครือข่าย ยาเสพติด ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสามารถสกัด จับยาบ้า ล็อตใหญ่รวมจำนวนเกือบ 3 ล้านเม็ดได้อย่างทันท่วงที กลุ่มผู้ต้องหาพยายามซุกซ่อนของกลางอย่างแนบเนียนในรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงมาเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตาและการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ไปได้
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงจากการผสานกำลังพล ข่าวกรองเชิงลึก และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว วิธีการนี้ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอย ขบวนการค้ายาเสพติด ได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางได้ในพื้นที่จังหวัดแพร่และเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถยึดยาบ้าได้ 2 ล็อตใหญ่ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2.8 ล้านเม็ด
- ผู้ต้องหาใช้เทคนิคดัดแปลงรถยนต์ทำช่องลับ และซุกซ่อนยาเสพติดไว้ใต้พืชผลทางการเกษตร
- ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการนำเทคโนโลยีสืบสวนมาใช้คู่กับงานข่าวกรองที่แม่นยำ
ยึดยาบ้ามหึมา 2.5 ล้านเม็ดที่แพร่
คดีแรกของการกวาดล้างเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบตัวผู้ต้องหาสำคัญได้ 2 ราย คือ นายทินบัติ และนายจิรายุ ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย พวกเขาถูกจับกุมตัวได้ในพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ขณะกำลังลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียดจนพบยาบ้าจำนวนมหาศาลถึง 2.5 ล้านเม็ด ยาเสพติดเหล่านี้ถูกซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะที่มีการเจาะทำช่องลับเพื่ออำพรางสายตา นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ของกลางจำนวน 2 คัน ไว้เป็นหลักฐานเพื่อสืบสวนขยายผลต่อไป
กลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีขับรถไปตามเส้นทางรองเพื่อหวังหลบเลี่ยงด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ แต่ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมของเครือข่ายนี้อย่างใกล้ชิด การนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางมาใช้ ช่วยให้สกัดจับขบวนการนี้ได้สำเร็จก่อนที่ยาเสพติดทั้งหมดจะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
รวบอีกคดีที่เชียงราย ยึดเพิ่ม 3 แสนเม็ด
ถัดมาเพียงแค่วันเดียว ในวันที่ 4 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 1 ราย คือ นายสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นชาวอำเภอเมืองเชียงราย เขาถูกรวบตัวได้อย่างทันควันขณะขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจความมั่นคงในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรพาน จังหวัดเชียงราย
การตรวจค้นตัวรถในครั้งนี้ ตำรวจพบยาบ้าเพิ่มเติมอีกจำนวน 300,000 เม็ด ซุกซ่อนมากับรถยนต์อย่างมิดชิด แม้ว่าผู้ต้องหาจะพยายามใช้เทคนิคตบตาเจ้าหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และทำตัวกลมกลืนกับประชาชนทั่วไป แต่ก็ถูกจับพิรุธและรวบตัวได้ในที่สุด
การจับกุมอย่างต่อเนื่องทั้งสองคดี แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ที่มักจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการพัฒนาขีดความสามารถ และปรับแผนการป้องกันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้สามารถรู้เท่าทันกลโกงเหล่านี้ได้
นโยบายปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก
พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้วยตนเอง ท่านได้กล่าวชื่นชมการทำงานอันเข้มแข็งของตำรวจภูธรภาค 5 ที่สามารถบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนได้อย่างยอดเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ
ท่านได้เน้นย้ำว่า พื้นที่ชายแดนภาคเหนือถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการสกัดกั้นยาเสพติด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์และเฝ้าระวัง ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน และลดความเสี่ยงในการสูญเสียของกำลังพลได้อย่างมหาศาล
ในอนาคต สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อไป โดยจะมุ่งเน้นที่การสืบสวนขยายผลเพื่อยึดทรัพย์สิน และตัดวงจรการเงินของเครือข่ายยาเสพติดในทุกมิติ เพื่อกวาดล้างปัญหานี้ให้หมดไปอย่างยั่งยืน




