สุขภาพและการแพทย์ Health

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย

Rebecca Kim

Published

on

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศไทย

น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ– ประเทศไทย กำลังเผชิญกับความท้าทายด้าน สุขภาพ ครั้งใหญ่ เนื่องจากโรคระบบทางเดินหายใจกำลังแพร่ระบาดอย่างหนักทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคม โรงพยาบาลหลายแห่งมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีไวรัสหลัก 3 ชนิดที่กำลังระบาด ได้แก่ โควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และไวรัสอาร์เอสวี (RSV) วิกฤตโรคระบาดทั้ง 3 ชนิดนี้กำลังสร้างความกังวลให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและครอบครัวทั่วประเทศ

แม้ว่าพวกเราหลายคนจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่ไวรัสเหล่านี้ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราจะประมาทไม่ได้เลย ตัวเลขผู้ป่วยกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งเด็กเล็กและผู้สูงวัย ดังนั้น การทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันและรู้วิธีป้องกันตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องคนที่คุณรักให้ปลอดภัยในฤดูกาลนี้

ข้อสรุปสำคัญ  

  • ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่พุ่งทะลุ 333,032 ราย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 48 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 5-9 ปี
  • ยอดติดเชื้อโควิด-19 อยู่ที่ 99,691 ราย พร้อมผู้เสียชีวิต 15 ราย ในขณะที่ไวรัส RSV พบผู้ป่วยแล้ว 7,020 ราย
  • รัฐบาลสนับสนุนการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อลดความรุนแรงของโรค

ไข้หวัดใหญ่มาแรง ยอดผู้ป่วยและเสียชีวิตพุ่งสูง

ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในปีนี้ระบาดหนักกว่าที่หลายคนคาดคิด จากรายงานล่าสุดพบว่ามีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สูงถึง 333,032 ราย ในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคมที่ผ่านมา ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ การแพร่ระบาดอย่างหนักนี้เกิดขึ้นทั้งในชุมชน สถานที่ทำงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ โรงเรียน

สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ การระบาดของไข้หวัดใหญ่ในครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 48 ราย สิ่งที่น่าตกใจคือ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุระหว่าง 5 ถึง 9 ปี เด็กในวัยนี้มักจะชอบเล่นและคลุกคลีกับเพื่อนๆ ทำให้โรงเรียนกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัสที่ทำให้โรคกระจายตัวอย่างรวดเร็ว

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ปกครองเฝ้าสังเกตอาการของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากเด็กมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลียอย่างหนัก ควรให้เด็กหยุดเรียนและอยู่บ้าน หากอาการไม่ดีขึ้นควรพาไปพบแพทย์ทันที เพราะการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

โควิด-19 และไวรัส RSV ยังคงเป็นภัยเงียบที่ต้องระวัง

แม้ว่าโรคโควิด-19 จะไม่ได้เป็นเรื่องใหม่แล้ว แต่มันก็ยังคงแพร่ระบาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ประเทศไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 99,691 ราย แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่ไวรัสชนิดนี้ก็ยังคงเป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับกลุ่มเปราะบาง

ในช่วงเวลาดังกล่าว มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 15 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ข้อมูลนี้ตอกย้ำให้เห็นว่าเรายังคงต้องใช้มาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าไปใกล้ชิดกับผู้สูงอายุในครอบครัว

ในขณะเดียวกัน ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ก็กำลังสร้างความกังวลใจให้กับครอบครัวที่มีลูกเล็กอย่างมาก ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม มีผู้ป่วย RSV ถึง 7,020 ราย ไวรัสชนิดนี้มักจะทำให้มีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่อาจนำไปสู่การติดเชื้อที่ปอดอย่างรุนแรง เช่น โรคปอดบวมในเด็กทารกได้

ข้อสังเกตอาการ: ความแตกต่างของ 3 โรคฮิต

หลายคนอาจสับสนเมื่อคนในครอบครัวเริ่มมีอาการป่วย เนื่องจากโรคระบบทางเดินหายใจทั้ง 3 ชนิดนี้ มีอาการเริ่มต้นที่คล้ายคลึงกันมาก การแยกแยะความแตกต่างเบื้องต้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราไปพบแพทย์และรับการดูแลได้อย่างถูกต้อง

สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยมักจะมีอาการเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน มักมีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยตัว และรู้สึกอ่อนเพลียอย่างมาก อาการเหล่านี้จะหนักกว่าไข้หวัดธรรมดา ในส่วนของโควิด-19 อาการเด่นๆ คือ มีไข้ ไอ เจ็บคอ และอาจสูญเสียการรับรสหรือไม่ได้กลิ่นร่วมด้วย

สำหรับไวรัส RSV อาการในผู้ใหญ่อาจดูเหมือนไข้หวัดธรรมดา แต่ในเด็กทารกอาการจะรุนแรงกว่ามาก พ่อแม่ควรสังเกตหากเด็กมีอาการหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หายใจมีเสียงหวีด หรือซี่โครงบุ๋มขณะหายใจ หากพบสัญญาณเหล่านี้ ต้องรีบพาเด็กไปโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด

ฉีดวัคซีนป้องกันฟรี สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ และการฉีดวัคซีนก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดที่เรามี เพื่อรับมือกับตัวเลขผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่พุ่งสูงขึ้น หน่วยงานสาธารณสุขจึงได้จัดบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ฟรี วัคซีนเหล่านี้จะมอบให้กับกลุ่มเสี่ยงสูง ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

กลุ่มเสี่ยงสูงเหล่านี้ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ บุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง ก็ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็วที่สุดเช่นกัน เพื่อป้องกันการนำเชื้อไปติดคนรอบข้าง

คุณสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีได้ที่โรงพยาบาลของรัฐและศูนย์บริการสาธารณสุขทั่วประเทศ วัคซีนจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการสร้างภูมิคุ้มกันสูงสุด ดังนั้นอย่ารอจนกว่าคนในครอบครัวจะป่วย รีบจองคิวแต่เนิ่นๆ เพื่อปกป้องสุขภาพของคุณ

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและการดูแลตัวเองเบื้องต้น

เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์ คุณสามารถติดตามข่าวสารจาก กรมควบคุมโรค ซึ่งเป็นหน่วยงานที่คอยเฝ้าระวังและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน การรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้คุณประเมินสถานการณ์และรับมือได้อย่างมีสติ

นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลยังคงเป็นเรื่องจำเป็น ควรพกเจลแอลกอฮอล์และล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ สอนให้เด็กๆ ล้างมือด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาที เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจติดมากับมือ

สุดท้ายนี้ การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงคือด่านแรกในการสู้กับโรคร้าย ทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับให้เพียงพอ และหากรู้สึกไม่สบาย ควรหยุดพักอยู่บ้าน การมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมจะช่วยให้เราทุกคนผ่านพ้นฤดูกาลแห่งโรคระบาดนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

พะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด

ปิดฉากคดีฉาว! ศาลค้านประกัน “อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง-สีกาเอ๋” ส่งตัวนอนคุกสระบุรีทันที

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

Korea Pure ได้มอบค่าชดเชยให้กับอาสาสมัครที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

Rebecca Kim

Published

on

เชียงราย – เกิดเหตุการณ์น่าตกใจขึ้นกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (VHV) ในอำเภอน่านน้อย จังหวัดน่าน เมื่อการทดลองผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “ Korea Pure” กลับกลายเป็นอันตราย อาสาสมัครสาธารณสุขกว่า 104 คน มีอาการแพ้อย่างรุนแรงภายในเวลาเพียง 15 นาทีหลังรับประทานผลิตภัณฑ์ อาการมีตั้งแต่ใจสั่น เวียนศีรษะ ไปจนถึงความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ป่วยต้องเร่งนำตัวส่งห้องฉุกเฉินถึง 21 ราย ในจำนวนนี้มี 7 รายที่อาการหนักจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ล่าสุดทางทนายความและตัวแทนจำหน่ายได้ลงพื้นที่เพื่อเจรจา และเสนอเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับผู้ได้รับผลกระทบแล้ว

สรุปประเด็นสำคัญ

  • อสม. ล้มป่วยหมู่:อสม. 104 รายเกิดอาการผิดปกติรุนแรงหลังทดลองดื่มอาหารเสริม จนต้องหามส่งโรงพยาบาลถึง 21 ราย
  • เสนอชดเชยสูงสุดหมื่นบาท:ตัวแทนจำหน่ายเสนอเงินเยียวยา 3,000 ถึง 10, 000 บาท ตามระดับความรุนแรงของอาการ
  • ผู้เสียหายขอรอผลตรวจ:อสม. ส่วนใหญ่ปฏิเสธเงินเยียวยา ขอรอความชัดเจนจาก อย. เพราะพบความดันและค่าตับสูงขึ้น

ตัวแทนของบริษัท เดอะ วินเนอร์ สตาร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย Korea Pure ได้เสนอเงินชดเชยแบ่งเป็น 3 ระดับ กลุ่มแรกที่ไม่มีอาการหนักรับ 3,000 บาท ส่วนกลุ่มที่เข้าโรงพยาบาลแต่กลับบ้านได้ทันทีรับ 5,000 บาท สำหรับกลุ่มที่ต้องนอนแอดมิทจะได้รับเงินเยียวยา 10,000 บาท พร้อมการดูแลเพิ่มเติมหากแพทย์ระบุว่าป่วยจากอาหารเสริมจริง

นางสาวขนิษฐา หรือ “โค้ชบิว” ตัวแทนจำหน่าย ยอมรับว่าอาจเกิดจากความผิดพลาดในการชงสาธิต เธอใช้อัตราส่วนที่เข้มข้นเกินไปในการชงให้ อสม. ดื่ม ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับสารไนอะซิน (Niacin) สูงเกินไป อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยังต้องรอผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอีกครั้ง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สั่งยึดผลิตภัณฑ์ Korea Pure

ทางด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับ ตำรวจ แล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สั่งระงับการจำหน่าย และเรียกคืนผลิตภัณฑ์ Korea Pure ล็อตดังกล่าวทันที ข้อมูลจากเว็บไซต์ MGR Online ระบุว่า อย. จะตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดจนกว่าจะทราบผลที่แน่ชัด

การดำเนินงานของ อย. ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่กังวลเรื่องสารตกค้างในร่างกายจากสินค้าตัวนี้ หากพบความผิดปกติ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

ผู้เสียหายผวาหนัก พบค่าตับพุ่งสูง

แม้บริษัทจะเสนอเงินเยียวยา แต่ อสม. ส่วนใหญ่ที่เข้ารับการรักษายังปฏิเสธที่จะรับเงินดังกล่าว พวกเขามีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับปัญหา สุขภาพ ในระยะยาวที่อาจตามมา บางรายเปิดเผยว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรง แต่หลังเกิดเหตุกลับพบว่ามีความดันโลหิตสูงและค่าตับสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

ผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนจากหน่วยงานรัฐเสียก่อนตัดสินใจ หากรับเงินเยียวยาไปแล้วในตอนนี้ พวกเขากลัวว่าจะไม่สามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมได้ ดังนั้น การรอผลตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุด

นอกจากนี้ อสม. รายหนึ่งเล่าว่า ตัวแทนได้โฆษณาสรรพคุณว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยล้างสารพิษในร่างกายได้ โดยเฉพาะผู้ที่เคยสัมผัสกับยาฆ่าแมลงก็สามารถดื่มเพื่อดีท็อกซ์ได้ตามปกติ แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์นี้จึงเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้บริโภคระมัดระวังให้มากขึ้น

กรณีที่เกิดขึ้นกับกลุ่ม อสม. น่าน ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญมากสำหรับผู้บริโภคทุกคน การเลือกซื้อหรือทดลองผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ ควรตรวจสอบเลขหมาย อย. อย่างถี่ถ้วน สิ่งที่อ้างว่าสกัดจากธรรมชาติหรือช่วยดีท็อกซ์ อาจไม่ได้ปลอดภัยสำหรับทุกคนเสมอไป

ท้ายที่สุดนี้ สังคมยังคงต้องจับตามองผลการตรวจสอบจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด ความปลอดภัยของผู้บริโภคต้องมาเป็นอันดับหนึ่งในคดีนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความโปร่งใส เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

รัฐสั่งด่วน! สำรองเสบียง 72 ชม. รับมือเฝ้าระวังน้ำท่วม

Rebecca Kim

Published

on

รัฐบาลได้ออกคำสั่งด่วนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ให้ยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์ น้ำท่วม ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 25 ถึง 27 กันยายนนี้ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการประเมินสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

คำสั่งดังกล่าวยังเน้นย้ำถึงการดูแล “กลุ่มเปราะบาง” เป็นพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก รัฐบาลกำหนดให้ต้องมีการสำรองทรัพยากรที่จำเป็นอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ทรัพยากรเหล่านี้ได้แก่ น้ำดื่ม ไฟฟ้าสำรอง ออกซิเจน ยารักษาโรค และเลือด เพื่อป้องกันความสูญเสียหากถูกตัดขาดจากพื้นที่ภายนอก การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าคือหัวใจสำคัญในการรักษาชีวิตในช่วงเวลาวิกฤต

ประเด็นสำคัญ 

  • เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง:รัฐบาลสั่งจับตาสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดช่วงวันที่ 25-27 ก.ย.
  • สำรองฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง:สั่งเตรียมน้ำ ไฟฟ้า ออกซิเจน ยา และเลือดให้พร้อมรับมือ
  • ปกป้องกลุ่มเปราะบาง:มุ่งเป้าช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง

การเตรียมการครั้งนี้ถือเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้าที่สำคัญมาก เนื่องจากประสบการณ์ในอดีตสอนให้เรารู้ว่าเวลาเกิดน้ำท่วมหนัก การเข้าช่วยเหลือจะทำได้ยากลำบาก ดังนั้นการมีเสบียงและอุปกรณ์การแพทย์สำรองไว้ล่วงหน้า จะช่วยต่อลมหายใจและรักษาชีวิตของผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ รัฐบาลจึงไม่อยากให้เกิดความเสี่ยงหรือความสูญเสียใดๆ ขึ้นในช่วงเวลานี้

โรงพยาบาลและศูนย์อนามัยในพื้นที่เสี่ยง ได้เริ่มตรวจสอบเครื่องปั่นไฟและถังออกซิเจนแล้ว นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับหน่วยกู้ภัย เพื่อวางแผนเส้นทางการอพยพหากน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่อย่างฉับพลัน ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนเพิ่มเติมได้จาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งจะมีการอัปเดตสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

การดูแลผู้ป่วยและคนชราในยามวิกฤต

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ การขาดไฟฟ้าเพียงไม่กี่นาทีอาจหมายถึงชีวิต นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลเน้นย้ำเรื่องระบบไฟฟ้าสำรองและถังออกซิเจน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่สำรวจว่า มีบ้านไหนบ้างที่มีผู้ป่วยติดเตียง เพื่อจะได้เข้าไปช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน

คลังเลือดและยารักษาโรคก็เป็นอีกเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงต้องตุนยารักษาโรคเรื้อรัง เช่น ยาเบาหวาน ยาความดัน และยาโรคหัวใจ ไว้ให้เพียงพอสำหรับ 3 วัน การขนส่งยาและเลือดในตอนที่น้ำท่วมสูงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก การเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับระบบสาธารณสุข

สิ่งที่ประชาชนทั่วไปควรเตรียมตัว

แม้ว่าคำสั่งนี้จะเน้นไปที่กลุ่มเปราะบางเป็นหลัก แต่ประชาชนทั่วไปก็ไม่ควรประมาท ทุกครอบครัวควรเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน” ที่มีน้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย และยาสามัญประจำบ้านไว้ด้วย การพึ่งพาตัวเองในช่วง 1-2 วันแรกที่เกิดเหตุ จะช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่กู้ภัย และเปิดทางให้ทีมแพทย์เข้าไปช่วยคนที่วิกฤตกว่าได้เร็วขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนมีสติและติดตามการแจ้งเตือนจากทางการอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมล่วงหน้าไม่ได้แปลว่าเราต้องตื่นตระหนก แต่หมายถึงการทำตัวให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ หากมีเพื่อนบ้านที่เป็นผู้สูงอายุหรืออยู่ลำพัง การช่วยกันสอดส่องดูแลและแจ้งเจ้าหน้าที่ จะช่วยให้สังคมของเราผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

นายกฯ สั่งด่วน! เปิดศูนย์แถลงข่าวรับมือน้ำท่วมวันนี้

GISTDA เผยภาพดาวเทียม เตือนพื้นที่สีแดงเสี่ยงน้ำท่วมสูง

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

วิธีตรวจน้ำบ่อในภาคเหนือให้ปลอดภัยก่อนดื่ม

Rebecca Kim

Published

on

วิธีตรวจน้ำบ่อในภาคเหนือให้ปลอดภัยก่อนดื่ม

น้ำจากบ่ออาจดูใส ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสผิดปกติ แต่คุณยังสรุปไม่ได้ว่าปลอดภัยสำหรับดื่ม เพราะเชื้อแบคทีเรีย สารหนู ฟลูออไรด์ ไนเตรต เหล็ก และแมงกานีสอาจปะปนอยู่โดยมองไม่เห็น เจ้าของบ้าน ผู้เช่า และเกษตรกรใน เชียงราย เชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดอื่นใน ภาคเหนือ จึงควรตรวจน้ำจาก บ่อของตัวเองแทนการคาดเดาจากสี กลิ่น หรือผลตรวจของพื้นที่ใกล้เคียง

รายงานคุณภาพน้ำในแม่น้ำบางพื้นที่ของเชียงรายและเชียงใหม่พบการเฝ้าระวังสารหนูอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าน้ำบ่อทุกแห่งในจังหวัดจะปนเปื้อนเหมือนกัน คุณสามารถอ่าน สถานการณ์สารหนูในแม่น้ำเชียงรายและเชียงใหม่ เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมแหล่งน้ำแต่ละแห่งต้องประเมินแยกกัน

บทความนี้จะพาคุณดูตั้งแต่การเลือกพารามิเตอร์ที่ควรตรวจ การเก็บและส่งตัวอย่าง การเลือกห้องแล็บ ไปจนถึงการอ่านผลเทียบกับเกณฑ์น้ำบริโภคของไทย เริ่มจากสิ่งที่ควรตรวจก่อน เพื่อให้ได้ผลที่ตอบคำถามด้านความปลอดภัยจริง ๆ

ประเด็นสำคัญ

  • น้ำบ่อใสและไม่มีกลิ่นไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ควรตรวจเชื้อจุลินทรีย์ สารหนู ฟลูออไรด์ ไนเตรต เหล็ก และแมงกานีส
  • เก็บตัวอย่างด้วยภาชนะสะอาดตามคำแนะนำของห้องแล็บ พร้อมระบุแหล่งน้ำและวันที่เก็บอย่างชัดเจน
  • เปรียบเทียบผลกับเกณฑ์น้ำบริโภคของไทย เช่น สารหนูไม่เกิน 0.01 มก./ล. ฟลูออไรด์ 0.7 มก./ล. และไนเตรต 50 มก./ล. ตาม แนวทางคุณภาพน้ำดื่มของ WHO
  • หากพบค่าผิดเกณฑ์ ควรงดดื่มและตรวจยืนยันก่อนติดตั้งระบบกรอง โดยดูตัวอย่าง ระบบกำจัดสารหนูในประปาเชียงราย
  • ผลตรวจของบ่อใกล้เคียงใช้แทนผลตรวจบ่อของคุณไม่ได้ เพราะชั้นดิน ตำแหน่งบ่อ และกิจกรรมรอบพื้นที่แตกต่างกัน

วิธีตรวจน้ำบ่อในภาคเหนือของประเทศไทยให้รู้ว่าน้ำปลอดภัยจริง

การตรวจน้ำบ่อควรเริ่มจากระบุแหล่งน้ำ ตำแหน่งบ่อ และการใช้งานก่อน เช่น ใช้ดื่ม ทำอาหาร หรือใช้เฉพาะอาบน้ำ จากนั้นเลือกรายการตรวจให้เหมาะกับความเสี่ยง เก็บตัวอย่างตามคำแนะนำของห้องปฏิบัติการ และส่งตรวจโดยเร็ว ชุดตรวจเองใช้คัดกรองเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้แทนแล็บ โดยเฉพาะการตรวจสารหนู ฟลูออไรด์ และเชื้อโรค

สารปนเปื้อนที่ควรตรวจในบ่อน้ำภาคเหนือ

เริ่มจากโคลิฟอร์มและ E. coli เพราะช่วยบ่งชี้การปนเปื้อนจากอุจจาระ น้ำเสีย หรือสิ่งปฏิกูล หากบ่ออยู่ใกล้ส้วม ถังบำบัด คอกสัตว์ หรือมี น้ำท่วม เข้าถึง ควรให้ความสำคัญกับการตรวจกลุ่มนี้เป็นพิเศษ

ด้านสารเคมี ควรตรวจสารหนูและฟลูออไรด์ เนื่องจากอาจมาจากชั้นหินและสภาพธรณีวิทยาในพื้นที่ ค่าอ้างอิงที่ใช้กันในมาตรฐานน้ำบริโภคของกรมอนามัยคือ สารหนูไม่เกิน 0.01 มก./ล. และฟลูออไรด์ไม่เกิน 0.7 มก./ล. ทั้งนี้ ควรตรวจเหล็ก แมงกานีส ไนเตรต และไนไตรต์ร่วมด้วย

รายการเสริมอย่าง pH ความขุ่น ความกระด้าง คลอไรด์ ซัลเฟต และ TDS ช่วยประเมินคุณภาพน้ำโดยรวม แต่ค่าเหล่านี้เพียงอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าน้ำปลอดภัยสำหรับดื่ม ควรให้แล็บระบุวิธีตรวจและเกณฑ์อ้างอิงอย่างชัดเจน รวมถึงศึกษาข้อมูล การปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย หากบ่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำดังกล่าว

หากบ่ออยู่ใกล้พื้นที่เกษตร ปศุสัตว์ เหมือง โรงงาน หรือถังบำบัดน้ำเสีย ให้เพิ่มรายการตามกิจกรรมรอบบ่อ เช่น ยาฆ่าแมลง โลหะหนัก หรือสารประกอบไนโตรเจน

กรณีใดควรตรวจทันทีและควรตรวจบ่อยแค่ไหน

ควรหยุดใช้น้ำดื่มและส่งตรวจทันทีเมื่อพบว่าน้ำเปลี่ยนสี มีกลิ่นผิดปกติ มีตะกอน สมาชิกในบ้านป่วยซ้ำ ๆ หรือมีน้ำท่วมไหลเข้าบ่อ หลังน้ำท่วมควรตรวจโคลิฟอร์มและ E. coli ก่อนใช้น้ำอีกครั้ง รวมถึงตรวจซ้ำหลังซ่อมบ่อ เปลี่ยนระบบกรอง หรือพบผลผิดปกติ

สำหรับบ่อที่ใช้ดื่ม ควรตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง และตรวจถี่ขึ้นหากเป็นบ่อตื้น อยู่ใกล้แหล่งมลพิษ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของน้ำ การตรวจแต่ละครั้งควรเก็บตัวอย่างจากจุดใช้งานจริง แล้วเปรียบเทียบกับมาตรฐานน้ำบริโภคของไทยและผลจากแล็บที่มีความสามารถเหมาะสม.

เตรียมตัวและเก็บตัวอย่างน้ำจากบ่ออย่างถูกต้อง

ผลตรวจน้ำจะน่าเชื่อถือก็ต่อเมื่อเก็บตัวอย่างถูกจุด ใช้ภาชนะเหมาะสม และส่งถึงห้องแล็บภายในเวลาที่กำหนด ก่อนลงมือควรโทรสอบถามแล็บก่อนเสมอว่า ต้องใช้ขวดชนิดใด ปริมาณเท่าใด ต้องเติมสารรักษาสภาพหรือไม่ รวมถึงต้องนำส่งภายในกี่ชั่วโมง

สิ่งที่ต้องทำก่อนเปิดก๊อกเก็บตัวอย่าง

เลือกก๊อกที่ต่อกับน้ำบ่อโดยตรง หากต้องการตรวจคุณภาพน้ำดิบ ห้ามเก็บจากก๊อกหลังเครื่องกรองหรือถังพัก เพราะผลที่ได้อาจสะท้อนการทำงานของอุปกรณ์แทนคุณภาพในบ่อ หากแล็บแนะนำ ให้ปิดหรือถอดหัวกรอง เครื่องเติมอากาศ และอุปกรณ์ปลายทางก่อนเก็บ

ทำความสะอาดบริเวณก๊อก และหลีกเลี่ยงก๊อกที่มีสายยาง หัวกรอง หรือคราบสกปรกติดอยู่ จากนั้นปล่อยน้ำไหลตามเวลาที่แล็บกำหนด แนวทางน้ำบาดาลบางกรณีให้สูบน้ำก่อนเก็บประมาณ 15 นาที แต่เวลาอาจต่างกันตามชนิดบ่อและรายการตรวจ

จดวันเวลา จุดเก็บ ตำแหน่งบ่อ สภาพอากาศ และการใช้งานบ่อก่อนเก็บ เช่น เพิ่งซ่อมปั๊ม มีฝนตกหนัก หรือน้ำท่วมเข้าพื้นที่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แล็บตีความผลได้ตรงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องตรวจซ้ำตาม แนวทางเก็บตัวอย่างน้ำตามมาตรฐาน

วิธีเก็บและขนส่งตัวอย่างตรวจเชื้อ

การตรวจโคลิฟอร์มและ E. coli ต้องใช้ขวดปลอดเชื้อที่แล็บจัดให้ ห้ามใช้ขวดน้ำดื่มทั่วไป หากแล็บไม่ได้อนุญาต และห้ามล้างขวดด้วยน้ำตัวอย่าง เปิดฝาโดยจับเฉพาะด้านนอก อย่าแตะด้านในฝา ปากขวด หรือส่วนที่สัมผัสน้ำ

เก็บน้ำตามระดับที่แล็บกำหนด แล้วปิดฝาทันที เก็บขวดในความเย็นประมาณ 4 องศาเซลเซียส ไม่วางกลางแดด และนำส่งโดยเร็วที่สุด หลายแนวทางกำหนดไม่เกิน 6 ชั่วโมง เพราะเชื้ออาจเพิ่มหรือลดจำนวนระหว่างขนส่งจนผลคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม ให้ยึดอุณหภูมิและเวลาของแล็บผู้รับตรวจเป็นหลัก

ส่งตัวอย่างตรวจสารเคมีอย่างไรไม่ให้ผลคลาดเคลื่อน

ตัวอย่างสารเคมีอาจต้องใช้ขวดหลายชนิด ปริมาณต่างกัน และบางรายการต้องเติมสารรักษาสภาพ ห้ามเดาวิธีเก็บเอง ควรแจ้งแล็บว่าน้ำจะใช้ดื่ม ทำอาหาร อาบน้ำ หรือทำการเกษตร พร้อมบอกว่ามีระบบกรองหรือไม่

วิธีวิเคราะห์ที่พบในแนวทางของหน่วยงานไทย ได้แก่ Ion Chromatography สำหรับไนเตรตและฟลูออไรด์ และ ICP สำหรับสารหนู คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจเครื่องมือทั้งหมด แต่ควรขอรายงาน วิธีวิเคราะห์ ขีดจำกัดการตรวจ และหน่วยรายงานผลจากแล็บ เพื่อใช้เทียบกับเกณฑ์น้ำบริโภคได้อย่างถูกต้อง

อ่านผลตรวจน้ำบ่อตามมาตรฐานไทย ไม่ใช่ดูแค่น้ำใสหรือขุ่น

การแปลผลต้องอ่านค่าตรวจพร้อม หน่วยและเกณฑ์อ้างอิงในรายงานทุกครั้ง น้ำที่ใสหรือไม่มีกลิ่นอาจยังมีเชื้อโรคหรือสารเคมีที่มองไม่เห็น ดังนั้นควรใช้เกณฑ์น้ำบริโภคของไทยเป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อจะนำน้ำบ่อมาดื่มหรือทำอาหาร

ค่าที่ควรใช้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับน้ำดื่ม

สำหรับสารเคมี รายงานมักใช้หน่วย mg/L หรือมิลลิกรัมต่อลิตร ค่าที่ควรตรวจเทียบ ได้แก่

  • สารหนูต้องไม่เกิน 0.01 mg/L
  • ฟลูออไรด์ต้องไม่เกิน 0.7 mg/L
  • ไนเตรตต้องไม่เกิน 50 mg/L
  • เหล็กต้องไม่เกิน 0.3 mg/L
  • แมงกานีสต้องไม่เกิน 0.5 mg/L

ค่าเชื้อจุลินทรีย์มักรายงานเป็น MPN/100 mL หรือจำนวนโดยประมาณต่อ 100 มิลลิลิตร โดย E. coli และโคลิฟอร์มต้อง ตรวจไม่พบในตัวอย่าง 100 mLหากรายงานใช้ตัวเลข เช่น <1.1 MPN/100 mL ให้ดูคำอธิบายของวิธีตรวจประกอบ เพราะหมายถึงต่ำกว่าขีดรายงานของวิธีนั้น ไม่ควรตีความว่าเป็นศูนย์โดยอัตโนมัติ

เกณฑ์บางรายการของไทยอาจต่างจากเกณฑ์สากล เช่น ฟลูออไรด์ จึงควรอ้างอิง เกณฑ์คุณภาพน้ำของกรมอนามัย เมื่อตัดสินใจใช้น้ำในประเทศไทย การผ่านเพียงบางรายการยังสรุปไม่ได้ว่าน้ำดื่มได้ เพราะต้องพิจารณาผลตรวจทุกพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง

ถ้าผลตรวจไม่ผ่าน ควรหยุดใช้หรือแก้ปัญหาอย่างไร

หากพบ E. coli หรือโคลิฟอร์ม ให้หยุดใช้น้ำบ่อดิบสำหรับดื่มและทำอาหารทันที จนกว่าจะตรวจสอบสาเหตุและได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม ควรเก็บตัวอย่างซ้ำ ตรวจฝาบ่อ ท่อส่งน้ำ และจุดเสี่ยงจากน้ำเสียหรือน้ำท่วม

หากสารหนูหรือฟลูออไรด์สูง การต้มเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอเพราะไม่กำจัดสารเหล่านี้ และน้ำที่ระเหยออกอาจทำให้สารเข้มข้นขึ้นระหว่างต้ม ให้ใช้น้ำบรรจุขวดหรือแหล่งน้ำปลอดภัยชั่วคราว แล้วเลือกเครื่องกรองที่ออกแบบมาสำหรับสารปนเปื้อนนั้นโดยตรง ควรเก็บรายงานผลฉบับเต็มไว้ และโทรถามห้องแล็บทันทีเมื่อพบค่าผิดปกติ หน่วยไม่ชัดเจน หรือไม่แน่ใจว่าคำว่า “ไม่พบ” และ “เกินค่ามาตรฐาน” หมายถึงอะไร

เลือกห้องแล็บ ค่าใช้จ่าย และข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

การเลือกห้องแล็บมีผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของผลตรวจน้ำบ่อ ก่อนส่งตัวอย่าง ให้เลือกผู้รับตรวจที่มีขอบข่ายการทดสอบตรงกับความเสี่ยงของพื้นที่ และสอบถามรายละเอียดให้ครบ ไม่ควรเลือกจากราคาถูกหรือระยะทางเพียงอย่างเดียว

หน่วยงานและห้องแล็บที่ควรติดต่อในภาคเหนือ

เริ่มสอบถามสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรืออำเภอ โรงพยาบาลที่มีห้องแล็บ หน่วยงานท้องถิ่น และการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อขอรายชื่อผู้รับตรวจที่เหมาะกับน้ำบ่อ หากต้องการตรวจสารหนู โลหะหนัก หรือเชื้อจุลินทรีย์ ควรตรวจสอบ รายชื่อห้องแล็บที่ได้รับการรับรอง และดูว่าการรับรองครอบคลุมรายการที่คุณต้องการจริงหรือไม่

ตัวอย่างหน่วยงานในพื้นที่คือ Testing Laboratory ของ Water Quality Control Section 1, Provincial Waterworks Authority Regional Office 9 ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ฐานข้อมูลการรับรองระบุเลขที่ TESTING 0467 และมาตรฐาน ISO/IEC 17025 โดยมีเบอร์โทร 053-343800 ต่อ 2204 หรือ 081-9925260

อย่างไรก็ตาม ขอบข่ายการทดสอบและช่องทางติดต่ออาจปรับเปลี่ยนได้ จึงควรโทรยืนยันก่อนเดินทางว่าแล็บตรวจสารใดบ้าง ต้องใช้ขวดแบบไหน ปริมาณเท่าไร รับตัวอย่างวันและเวลาใด รวมถึงมีบริการเก็บตัวอย่างหรือไม่ ผู้อยู่อาศัยเชียงรายอาจสอบถามหน่วยงานในพื้นที่เพิ่มเติมจากข้อมูล ห้องปฏิบัติการตรวจคุณภาพน้ำในเชียงราย

ค่าใช้จ่ายและเอกสารที่ควรขอก่อนส่งตรวจ

ค่าตรวจน้ำขึ้นกับจำนวนรายการ วิธีวิเคราะห์ ปริมาณตัวอย่าง และการรับรองของผลตรวจ อย่าเดาราคาจากชุดตรวจหรือค่าบริการของหน่วยงานอื่น ให้ขอใบเสนอราคาล่าสุดก่อนส่งตัวอย่าง พร้อมตรวจว่ารวมรายการต่อไปนี้หรือไม่

  • ค่าขวดเก็บตัวอย่างและสารรักษาสภาพ
  • ค่าเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างหรือค่าขนส่ง
  • ค่าวิเคราะห์แต่ละพารามิเตอร์
  • ค่ารายงานผล และค่าตีความผลเบื้องต้น

ขอให้แล็บระบุหน่วยผลตรวจ วิธีวิเคราะห์ ขีดจำกัดการตรวจ และเวลารอผลด้วย หากต้องการตรวจน้ำดิบ ต้องแจ้งชัดเจนว่าไม่ใช่น้ำหลังเครื่องกรอง เพื่อป้องกันการเลือกขวดและวิธีเก็บผิดประเภท

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ผลตรวจน้ำไม่น่าเชื่อถือ

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือเก็บน้ำหลังเครื่องกรอง ทั้งที่ต้องการวิเคราะห์น้ำดิบ ใช้ขวดทั่วไปแทนขวดปลอดเชื้อ หรือปล่อยตัวอย่างไว้นานจนเกินเวลาที่แล็บกำหนด นอกจากนี้ การเก็บหลังฝนตกโดยไม่บันทึกวันเวลา น้ำท่วม หรือสภาพบ่อ ทำให้แปลผลและเปรียบเทียบกับครั้งอื่นได้ยาก

ตรวจให้ครบตามคำสั่งของแล็บ อย่าส่งตัวอย่างไม่ครบหรือผสมตัวอย่างหลายจุดในขวดเดียว เพราะผลอาจไม่สะท้อนแหล่งน้ำจริง ที่สำคัญ การตรวจเพียง pH หรือความกระด้างไม่เพียงพอสำหรับสรุปว่าน้ำดื่มได้

ชุดตรวจที่บ้านใช้คัดกรองเบื้องต้นได้ แต่เมื่อพบค่าผิดปกติ ควรยืนยันด้วยห้องแล็บที่มีขอบข่ายเหมาะสม โดยเฉพาะสารหนู ฟลูออไรด์ ไนเตรต และเชื้อ E. coli

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจน้ำบ่อ

แม้น้ำบ่อจะผ่านการตรวจเบื้องต้นแล้ว คุณอาจยังมีคำถามก่อนนำมาใช้ดื่มและทำอาหาร คำตอบต่อไปนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ปลอดภัยขึ้น โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ใกล้พื้นที่เกษตร แหล่งน้ำท่วม หรือชุมชนริมแม่น้ำกก ซึ่งควรติดตาม การเฝ้าระวังสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ควบคู่กับผลตรวจจากบ่อของตนเอง

น้ำบ่อที่ใสและไม่มีกลิ่น ดื่มได้เลยหรือไม่

ไม่ได้ น้ำอาจมีเชื้อแบคทีเรีย สารหนู หรือฟลูออไรด์ที่มองไม่เห็นและไม่ทำให้น้ำมีกลิ่น การตรวจสี กลิ่น และความขุ่นจึงเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ควรส่งตรวจ E. coli โคลิฟอร์ม สารหนู ฟลูออไรด์ และสารเคมีตามความเสี่ยงก่อนนำมาดื่ม

การต้มน้ำกำจัดสารหนูและฟลูออไรด์ได้หรือไม่

ไม่ควรถือว่าการต้มกำจัดสารหนูหรือฟลูออไรด์ได้ การต้มเหมาะกับการลดความเสี่ยงจากเชื้อบางชนิดเท่านั้น หากผลตรวจพบสารเหล่านี้เกินเกณฑ์ ควรหยุดใช้น้ำดิบและเลือกเครื่องกรองที่ออกแบบมาสำหรับสารปนเปื้อนนั้นโดยตรง เช่น แนวทางการ เลือกเครื่องกรองน้ำตามสารปนเปื้อน

ควรตรวจน้ำบ่อช่วงฤดูฝนหรือฤดูแล้ง

ควรตรวจตามรอบอย่างน้อยปีละครั้ง และควรตรวจเพิ่มหลังฝนตกหนักหรือน้ำท่วม เพราะน้ำจากผิวดินอาจพาเชื้อโรค น้ำเสีย หรือสารเคมีเข้าสู่บ่อได้ หากต้องการเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลง ให้เก็บตัวอย่างในช่วงเวลาที่บันทึกไว้อย่างชัดเจน เช่น เดือนเดียวกันของแต่ละปี และจดวันที่ฝนตกหรือเกิดน้ำท่วมประกอบ

ชุดตรวจน้ำที่ขายทั่วไปเชื่อถือได้แค่ไหน

ชุดตรวจเหมาะสำหรับดูแนวโน้มเบื้องต้น เช่น pH คลอรีน หรือความกระด้าง แต่ความแม่นยำและรายการที่ตรวจได้มีจำกัด ผลจากชุดตรวจจึงไม่ควรใช้ตัดสินความปลอดภัยของสารหนู ฟลูออไรด์ หรือ E. coli แทนห้องแล็บ โดยเฉพาะเมื่อจะใช้น้ำสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว

ต้องตรวจน้ำบ่อกี่รายการจึงจะเพียงพอ

ไม่มีจำนวนเดียวที่เหมาะกับทุกบ่อ หากใช้ดื่ม ควรเริ่มจาก E. coli โคลิฟอร์ม สารหนู ฟลูออไรด์ ไนเตรต เหล็ก แมงกานีส และค่าพื้นฐาน เช่น pH ความขุ่น และ TDS จากนั้นเพิ่มรายการตามสภาพพื้นที่และประวัติการใช้ที่ดิน เช่น ยาฆ่าแมลง โลหะหนัก หรือมลพิษจากปศุสัตว์ ให้ห้องแล็บช่วยออกแบบชุดตรวจเพื่อไม่ให้ตกหล่นรายการสำคัญ

ถ้าผลตรวจพบเชื้อ แต่ไม่พบสารเคมี ต้องทำอย่างไร

ให้หยุดใช้น้ำดิบเพื่อดื่มและทำอาหารจนกว่าจะจัดการสาเหตุได้ ตรวจฝาบ่อ ท่อ รอยรั่ว และร่องรอยน้ำท่วมรอบบ่อ พร้อมฆ่าเชื้อหรือปรับปรุงระบบตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นเก็บตัวอย่างซ้ำเพื่อยืนยันว่าผลผ่านก่อนกลับมาใช้น้ำอีกครั้ง

Continue Reading

SOi Dog FOundation

เชียงราย - Chiang Rai News 17 hours ago

สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย

ข่าว - News 17 hours ago

สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

เชียงใหม่ - Chiang Mai 18 hours ago

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์

เชียงราย - Chiang Rai News 18 hours ago

เชียงรายอัปเกรดระบบเตือนภัยน้ำท่วม-ดินถล่ม รับมือภัยพิบัติ

เชียงราย - Chiang Rai News 18 hours ago

เทศบาลเชียงรายติวเข้ม กปน. เขต 1 รับเลือกตั้งโปร่งใส

เชียงราย - Chiang Rai News 18 hours ago

ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งลุย! รับมือน้ำท่วม-เร่งเบิกจ่ายงบปี 70

ข่าวอาชญากรรม - Crime 18 hours ago

ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย

ข่าวอาชญากรรม - Crime 19 hours ago

บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน

เทคโนโลยี - Tech 19 hours ago

AIS หนุนไทยลีกปี 2 อัปเกรดเน็ต 102 สโมสร ดูสดผ่าน AIS PLAY

เชียงราย - Chiang Rai News 19 hours ago

สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ

เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

สลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ

เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

เมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย

ข่าว - News 4 weeks ago

พะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด

เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

วิกฤต “ด้วงหนวดยาว” คุกคามไร่กาแฟในเชียงราย

การเงิน -Finance 4 weeks ago

วิกฤติสินเชื่ออสังหาฯ ไทย: ยอดปฏิเสธพุ่งเกือบครึ่ง ทะลุ 44.9% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

เชียงใหม่ - Chiang Mai 4 weeks ago

ระทึกกลางดึก! สาวหึงโหด ขับรถไล่ชนอดีตแฟนหนุ่มกลางถนนเชียงใหม่

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวอาชญากรรม - Crime 4 weeks ago

ระทึกเชียงราย! รวบ 2 หนุ่มซุกยาบ้า 6 แสนเม็ด ร้านส่งพัสดุเอะใจกล่องหนักผิดปกติ

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน
เทคโนโลยี - Tech 4 weeks ago

กฎใหม่คุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย! จ่อบังคับใช้พลังงานสะอาด 60% ภายใน 1 เดือน

ข่าว - News 4 weeks ago

โศกนาฏกรรม! ก้อนหินขนาดมหึมาหนัก 100 กิโลกรัม ร่วงหล่นทับรถกระบะ ส่งผลให้คนขับเสียชีวิตคาที่

Download Our App

Trending

Design a Mobile Site
View Site in Mobile | Classic
Share by: