เชียงราย - Chiang Rai News

ความคืบหน้าการก่อสร้างทางรถไฟสาย “เดนไช่-เชียงราย-เชียงของ” อยู่ที่ 53%

เชียงราย – โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ” เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ” เดินหน้างานก่อสร้างต่อเนื่อง ล่าสุดภาพรวมงานโยธาคืบหน้าแล้วมากกว่า 53% ขณะที่งานเจาะอุโมงค์ทั้ง 4 แห่งทำได้ราว 60% ตามรายงานความคืบหน้าของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)…

Published

on

เชียงราย – โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ “ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ” เดินหน้างานก่อสร้างต่อเนื่อง ล่าสุดภาพรวมงานโยธาคืบหน้าแล้วมากกว่า 53% ขณะที่งานเจาะอุโมงค์ทั้ง 4 แห่งทำได้ราว 60% ตามรายงานความคืบหน้าของ ประเทศไทย ">การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ส่วนการเวนคืนที่ดินจากทั้งหมด 8,800 แปลง ส่งมอบได้แล้ว 8,109 แปลง ยังเหลือรอดำเนินการอีก 987 แปลง โดยยังคงเป้าหมายเปิดให้บริการในปี 2571

ภาพรวมโครงการ และความคืบหน้างานก่อสร้าง

รฟท.รายงานว่า โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย- นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ">เชียงราย-เชียงของ มีระยะทาง 323.10 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 72,921 ล้านบาท ณ เดือนมกราคม 2569 งานโยธามีความก้าวหน้ารวม 53.421% ช้ากว่าแผนเล็กน้อย 0.220% (แผน 53.641%) ระยะเวลาก่อสร้างกำหนดไว้ 72 เดือน หรือ 6 ปี และตั้งเป้าแล้วเสร็จเพื่อเปิดเดินรถในปี 2571

แบ่งก่อสร้าง 3 สัญญา คืบหน้าแต่ละช่วง

สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว

ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทางประมาณ 104 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า ITD-NWR (บมจ.อิตาเลียนไทย-บมจ.เนาวรัตน์) วงเงิน 26,560 ล้านบาท งานหลักประกอบด้วยทางรถไฟระดับพื้นดินและยกระดับรวมราว 103 กิโลเมตร มีสถานี 5 สถานี ป้ายหยุดรถ 2 แห่ง อุโมงค์ 2 แห่ง รวมถึงงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม

ปัจจุบันคืบหน้า 51.530% และช้ากว่าแผน 6.919% (แผน 58.449%)

สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย

ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทางประมาณ 132 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า CKST-DC2 (บมจ.ช.การช่าง-บมจ.ซิโนไทย-บจ.บุรีรัมย์พนาสิทธิ์) วงเงิน 26,890 ล้านบาท งานประกอบด้วยทางรถไฟระดับพื้นดินและยกระดับตลอดช่วง มีสถานี 4 สถานี ป้ายหยุดรถ 8 แห่ง อุโมงค์ 1 แห่ง รวมถึงงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม

ความคืบหน้าอยู่ที่ 58.857% และทำได้เร็วกว่าแผน 3.837% (แผน 55.020%)

สัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ

ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทางประมาณ 87 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า CKST-DC3 (บมจ.ช.การช่าง-บมจ.ซิโนไทย-บจ.เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น) งานครอบคลุมทางรถไฟระดับพื้นดินและยกระดับ มีสถานี 3 สถานี ป้ายหยุดรถ 3 แห่ง อุโมงค์ 1 แห่ง รวมถึงงานระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม

ล่าสุดคืบหน้า 48.473% และเร็วกว่าแผน 3.331% (แผน 45.142%)

งานอุโมงค์ 4 แห่ง รวมระยะ 27.03 กิโลเมตร คืบหน้า 60-70%

งานเจาะอุโมงค์ตามแนวเส้นทางรวม 4 แห่ง ระยะทางรวม 27.03 กิโลเมตร มีความก้าวหน้าแตกต่างกันไป ดังนี้

  • อุโมงค์สอง จังหวัดแพร่ ความยาว 1.059 กิโลเมตร คืบหน้า 60.24% ช้ากว่าแผน 23.06%
  • อุโมงค์งาว จังหวัดลำปาง ความยาว 6.211 กิโลเมตร คืบหน้า 72.52% เร็วกว่าแผน 1.72%
  • อุโมงค์แม่กา จังหวัดพะเยา ความยาว 2.7 กิโลเมตร คืบหน้า 71.53% เร็วกว่าแผน 7.51%
  • อุโมงค์ดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ความยาว 3.4 กิโลเมตร คืบหน้า 67.17% เร็วกว่าแผน 9.75%

คปก.เห็นชอบให้ใช้ที่ดิน ส.ป.ก.รวม 105 แปลง

อีกด้านหนึ่ง ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติเห็นชอบให้ยินยอมหรืออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อรองรับการก่อสร้างรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ

พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตครอบคลุม

  • จังหวัดลำปาง 53 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 188 ไร่ 3 งาน 57 ตารางวา
  • จังหวัดเชียงราย 42 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 173 ไร่ 23 ตารางวา

การอนุญาตเป็นไปตามกรอบกฎหมายสำหรับโครงการของรัฐที่เป็นประโยชน์ส่วนรวม พร้อมกำหนดให้เก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินตามอัตราในข้อ 9 (3) ของระเบียบ คปก.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้ และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563

เวนคืนที่ดินทั้งหมด 8,800 แปลง เหลือค้าง 987 แปลง

รฟท.ระบุว่า รถไฟทางคู่สายนี้เป็นเส้นทางใหม่ที่ช่วยเชื่อมพื้นที่ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย ผ่าน 59 ตำบล 17 อำเภอ และวางแผนสถานีรวม 26 แห่ง แบ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ 4 สถานี สถานีขนาดเล็ก 9 สถานี และป้ายหยุดรถ 13 แห่ง

ด้านการเวนคืนและจัดกรรมสิทธิ์ ต้องดำเนินการรวม 8,800 แปลง ปัจจุบันส่งมอบแล้ว 8,109 แปลง และยังเหลือ 987 แปลง โดยสรุปตามประเภทที่ดินได้ดังนี้

1) ที่ดินเอกชนตามเอกสารสิทธิ 7,209 แปลง

ส่งมอบแล้ว 6,766 แปลง เหลือ 659 แปลง

  • สัญญาที่ 1 (เด่นชัย-งาว) เหลือ 8 แปลง ในพื้นที่แพร่และลำปาง สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นทางสาธารณประโยชน์, เจ้าของไม่ประสงค์ให้เวนคืน, เจ้าของเสียชีวิต, และกรณีไม่ถูกเวนคืน
  • สัญญาที่ 2 (งาว-เชียงราย) เหลือ 409 แปลง ในพื้นที่ลำปาง พะเยา เชียงราย ส่วนใหญ่ยังรอเวนคืนเพิ่ม รวมถึงบางส่วนรอผลรังวัด, ไม่ยื่นรังวัด, เจ้าของเสียชีวิต, และติดภาระจำนอง
  • สัญญาที่ 3 (เชียงราย-เชียงของ) เหลือ 242 แปลง ในพื้นที่เชียงราย มีทั้งรอผลรังวัด, บางแปลงรอเซ็นสัญญาเพราะรอบงบประมาณ, และบางส่วนยังมีประเด็นการรังวัด

2) ที่ดิน ส.ป.ก. 944 แปลง

ส่งมอบแล้ว 790 แปลง เหลือ 154 แปลง

  • สัญญาที่ 1 เหลือ 4 แปลง ในพื้นที่แพร่และลำปาง บางส่วนรอผลรังวัด และบางส่วนเป็นข้อพิพาททับซ้อนเขตป่าไม้ระหว่างอุทธรณ์
  • สัญญาที่ 2 เหลือ 16 แปลง ในพื้นที่ลำปางและพะเยา มีทั้งรอบงบทำสัญญา, กรณีเกษตรกรไม่ประสงค์ให้เวนคืน, และเวนคืนเพิ่มเติม
  • สัญญาที่ 3 เหลือ 134 แปลง ในพื้นที่เชียงราย หลายแปลงยังรอรังวัด, รอเซ็นสัญญาเพราะงบประมาณ, และมีรายการเวนคืนเพิ่มเติม

3) ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ทค.) 116 แปลง

ส่งมอบแล้ว 90 แปลง เหลือ 26 แปลง

  • สัญญาที่ 1 เหลือ 2 แปลง ในพื้นที่แพร่ เนื่องจากกรรมการยังไม่รับรองสิทธิ
  • สัญญาที่ 2 เหลือ 3 แปลง ในพื้นที่ลำปาง บางส่วนรอบงบทำสัญญา และบางส่วนเป็นเวนคืนเพิ่มเติม
  • สัญญาที่ 3 เหลือ 21 แปลง ในพื้นที่เชียงราย โดยบางแปลงรอตรวจสอบแนวเขตป่าไม้เพิ่มเติม ส่วนที่เหลือไม่มีข้อมูลรายละเอียด

4) ที่ดินป่าไม้ (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) 238 แปลง

ส่งมอบแล้ว 213 แปลง เหลือ 25 แปลง ทั้งหมดอยู่ในสัญญาที่ 2 พื้นที่ลำปางและพะเยา โดยมีทั้งรอเวนคืนเพิ่ม, รอวงเงินทำสัญญา, และกรณีพิพาทในครอบครัว

5) ที่ดินภายใต้นโยบาย คทช. 324 แปลง

ส่งมอบแล้ว 248 แปลง เหลือ 76 แปลง

  • สัญญาที่ 1 เหลือ 1 แปลง ในพื้นที่ลำปาง อยู่ระหว่างตรวจสอบและยืนยันสิทธิพื้นที่ทับซ้อน
  • สัญญาที่ 2 เหลือ 75 แปลง ในพื้นที่ลำปาง ส่วนใหญ่รอบงบเพื่อทำสัญญา และมีบางส่วนต้องเวนคืนเพิ่ม

6) ที่ราชพัสดุ 18 แปลง

ยังรอส่งมอบทั้งหมด โดยแต่ละสัญญารอหนังสืออนุญาตใช้พื้นที่จากอธิบดีกรมธนารักษ์

  • สัญญาที่ 1 รอ 7 แปลง
  • สัญญาที่ 2 รอ 6 แปลง
  • สัญญาที่ 3 รอ 5 แปลง

7) ที่ดินประเภท น.ส.ล. 31 แปลง

ส่งมอบแล้ว 2 แปลง เหลือ 29 แปลง โดยส่วนใหญ่ยังรอรังวัดจากสำนักงานที่ดิน เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่และถอนสภาพตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย รวมถึงบางส่วนเป็นเวนคืนเพิ่มเติม

  • สัญญาที่ 1 เหลือ 4 แปลง (แพร่)
  • สัญญาที่ 2 เหลือ 17 แปลง (พะเยา)
  • สัญญาที่ 3 เหลือ 8 แปลง (เชียงราย)

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

Rebecca Kim

Published

on

เชียงราย–  จังหวัดเชียงราย กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในระบบการศึกษา เมื่อจำนวนเด็กวัยเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระดับชั้นประถมศึกษา นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งในพื้นที่ชนบทและบนดอยสูงกำลังเสี่ยงที่จะถูกยุบหรือควบรวมกิจการ สิ่งนี้ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลอย่างมากว่าอนาคตของเด็กๆ จะเป็นอย่างไร

แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง วิกฤตนี้อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การลดลงของจำนวนเด็กหมายความว่าภาครัฐสามารถจัดสรรงบประมาณใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่การเพิ่มคุณภาพการศึกษาต่อหัวให้เด็กเชียงรายอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

ประเด็นสำคัญ 

  • สถิติชี้ชัดว่าจำนวนนักเรียนระดับชั้นประถมทั่วประเทศลดลงกว่า 4.49 แสนคนภายในเวลาเพียงแค่ 4 ปี
  • การยุบโรงเรียนบนดอยต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ระยะทางการเดินทาง และภาษาแม่ของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์
  • จำนวนเด็กที่ลดลงคือโอกาสทองที่รัฐบาลจะสามารถจัดสรรงบประมาณต่อหัวให้สูงขึ้นและตรงจุดมากขึ้น

สถิติเด็กลดลง สะท้อนโจทย์ใหญ่ด้านการศึกษา

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. ระบุชัดเจนว่า จำนวนนักเรียนใน ประเทศไทย กำลังลดลงอย่างน่าตกใจ ในช่วงปีการศึกษา 2565 ถึง 2569 มีนักเรียนหายไปจากระบบถึง 6.79 เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบห้าแสนคน

เฉพาะระดับประถมศึกษาเพียงอย่างเดียว มีจำนวนเด็กนักเรียนลดลงไปมากกว่า 3 แสนคน ตัวเลขที่ลดลงนี้ไม่ได้หมายความว่าภาระงานด้านการศึกษาของรัฐจะน้อยลงตามไปด้วย ตรงกันข้าม มันกลับสร้างคำถามใหญ่เรื่องคุณภาพการเรียนการสอน

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาคำตอบให้ได้ว่า เด็กกลุ่มเล็กๆ ในชนบทจะได้รับการศึกษาที่ดีเท่าเทียมกับที่อื่นหรือไม่ พวกเขาจะมีครูสอนครบทุกชั้นและมีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัยเหมือนเด็กในเมืองใหญ่หรือเปล่า นี่คือโจทย์ที่ท้าทายมากในยุคปัจจุบัน

บริบทเชียงรายกับความซับซ้อนของโรงเรียนบนดอย

ปัญหาการยุบหรือควบรวมโรงเรียนในจังหวัดเชียงรายมีความซับซ้อนกว่าพื้นที่อื่นของประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจากโรงเรียนหลายแห่งตั้งอยู่บนภูเขาสูง พื้นที่ชนบทห่างไกล หรือตามแนวชายแดน การเดินทางไปโรงเรียนในแต่ละวันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเด็กๆ

การใช้เกณฑ์จำนวนเด็กเพียงอย่างเดียวเพื่อยุบโรงเรียนจึงไม่ควรนำมาใช้แบบเดียวกันทั้งจังหวัด หากยุบโรงเรียนแล้วเด็กต้องเดินทางไกลขึ้น ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด หรือผู้ปกครองต้องเสียค่าเดินทางแพงขึ้น นั่นจะกลายเป็นการผลักภาระให้ครอบครัวที่ยากจนอย่างไม่เป็นธรรม

รายงานสถานการณ์จาก UNICEF Thailand ชี้ว่าเด็กในชุมชนเปราะบางยังมีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา คุณภาพการเรียนรู้ของพวกเขายังคงถูกกำหนดโดยฐานะทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรของโรงเรียน และอุปสรรคด้านภาษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โรงเรียนขนาดเล็กคือหัวใจของชุมชนชายขอบ

สำหรับหลายหมู่บ้านบนดอย โรงเรียนประถมไม่ได้เป็นแค่สถานที่สำหรับเรียนหนังสือตามหลักสูตรเท่านั้น แต่มันคือศูนย์กลางของชุมชนที่คอยดูแลชีวิตและสุขภาพของเด็กๆ พวกเขาได้กินอาหารกลางวันที่มีประโยชน์ ได้รับวัคซีนพื้นฐาน และได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน

โรงเรียนยังเป็นด่านแรกที่ช่วยคัดกรองปัญหาต่างๆ ในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ความรุนแรง หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ครูในโรงเรียนเล็กๆ เหล่านี้คือคนที่ใกล้ชิดและเข้าใจบริบทชีวิตของเด็กแต่ละคนมากที่สุด

ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจควบรวมโรงเรียน รัฐต้องลงพื้นที่เพื่อประเมินผลกระทบอย่างละเอียดเสียก่อน ต้องพิจารณาถึงระยะทางจริง ความปลอดภัยบนท้องถนน ในฤดูฝน ตลอดจนความแตกต่างทางภาษาและชาติพันธุ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กต้องสูญเสียโอกาสในการเรียน

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส จัดสรรงบประมาณใหม่

ในมุมมองเชิงบวก เมื่อจำนวนเด็กในระบบน้อยลง รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรใช้โอกาสนี้ในการจัดสรรงบประมาณให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น หากจำนวนเงินงบประมาณยังคงเท่าเดิมแต่จำนวนเด็กน้อยลง งบสนับสนุนต่อหัวของนักเรียนก็ควรจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

งบประมาณที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถนำไปใช้พัฒนาคุณภาพอาหารกลางวัน จัดหาอุปกรณ์ดิจิทัลที่ทันสมัย และจ้างครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางให้ครอบคลุมทุกโรงเรียน นี่คือการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการสร้างอนาคตของชาติ

จังหวัดเชียงรายควรเร่งจัดทำแผนที่ข้อมูลโรงเรียนระดับตำบล เพื่อสำรวจความต้องการและเติมเต็มทรัพยากรให้ตรงจุดที่สุด การศึกษาที่มีคุณภาพคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าพวกเขาจะเกิดหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแค่ไหนก็ตาม

บทบาทของชุมชนในการอุ้มชูการศึกษา

การแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กไม่สามารถพึ่งพาหน่วยงานรัฐได้เพียงฝ่ายเดียว ชุมชนและผู้ปกครองในพื้นที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดทิศทางของโรงเรียนด้วย เสียงของคนในพื้นที่คือข้อมูลที่สำคัญที่สุดในการสะท้อนปัญหาที่แท้จริง

ผู้นำชุมชนสามารถทำงานร่วมกับโรงเรียนเพื่อออกแบบหลักสูตรท้องถิ่นที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต หากมีการควบรวมโรงเรียนจริง ชุมชนควรมีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องรถรับส่งนักเรียน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนจะเดินทางไปกลับได้อย่างปลอดภัยในทุกฤดูกาล

ท้ายที่สุดแล้ว การยุบหรือคงไว้ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กต้องยึดผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นที่ตั้ง ข้อมูลข่าวสารจาก นครเชียงรายนิวส์ ช่วยย้ำเตือนให้สังคมตระหนักว่า เราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และต้องมุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมให้กับเด็กเชียงรายทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย– ชาวบ้านและชุมชนลุ่มน้ำในอำเภอ แม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังเผชิญวิกฤตมลพิษทางน้ำอย่างหนักในขณะนี้ ปัญหานี้มีต้นตอมาจากการปล่อยสารเคมีของเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาที่ไหลข้าม พรมแดน มา สารพิษเหล่านี้กำลังทำลายวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของคนในพื้นที่อย่างรุนแรง

ล่าสุด เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง ได้จัดเวทีสาธารณะเพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่างชาวบ้านและหน่วยงานรัฐ ผู้เข้าร่วมงานต่างวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล อย่างหนัก พวกเขามองว่ารัฐบาลยังแก้ปัญหาล่าช้าและไม่มีทิศทางที่ชัดเจน

ประเด็นสำคัญ

  • มลพิษทำลายเศรษฐกิจ:สาร โลหะหนัก จากเหมืองกระทบแหล่งน้ำทำกิน พื้นที่เกษตรกว่า 65,000 ไร่ และทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกที่พัก
  • จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา:ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นเรียกร้องให้รัฐบาลของนายกฯ อนุทิน เร่งหาแหล่งน้ำสำรองและตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง
  • เสนอมาตรการขั้นเด็ดขาด:นักวิชาการเสนอใช้มาตรการ “1 เปิด 3 ตัด” ระงับการนำเข้าและส่งออกแร่เพื่อกดดันเหมืองในเมียนมา

วิกฤตน้ำปนเปื้อนกระทบปากท้องและการท่องเที่ยว

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม ชาวบ้านที่ใช้น้ำจากคลองชลประทานได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกกว่า 65,000 ไร่ต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำแม่สาย ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเกษตรกรขาดความมั่นใจและไม่รู้ว่าจะหาน้ำสะอาดมาใช้ทดแทนได้จากที่ไหน หากน้ำประปาปนเปื้อนด้วยโลหะหนัก

นอกจากนี้ ปัญหาน้ำเสียยังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอำเภอแม่สาย ตัวแทนชุมชนสายลมจอยเปิดเผยว่า มีกรุ๊ปทัวร์ยกเลิกการจองห้องพักในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ไปแล้วถึงสองกลุ่ม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่มีต่อความปลอดภัยในพื้นที่ลดลงอย่างมาก

วิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้านลุ่มน้ำก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน ในอดีตชาวบ้านสามารถจับปลา หาปู และเก็บพืชผักริมน้ำมาทำอาหารได้อย่างปลอดภัย แต่ปัจจุบันไม่มีใครกล้าลงไปในน้ำหรือนำผลผลิตจากแหล่งน้ำมาบริโภคอีกแล้ว

เสียงสะท้อนจากสภาและตัวแทนประชาชน

นักการเมืองในพื้นที่ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการของรัฐสภาแล้ว เธอได้ตั้งกระทู้ถามและประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อผลักดันให้ปัญหาเหมืองเมียนมาเป็นวาระแห่งชาติ

ด้าน น.ส.มณีรัตน์ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาวิจารณ์ท่าทีของรัฐบาลเช่นเดียวกัน เธอมองว่ารัฐบาลยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหามลพิษข้ามพรมแดนนี้เท่าที่ควร เธอจึงได้เสนอแผนการทำงานแบ่งเป็นสามระยะเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

แผนดังกล่าวเริ่มจากการดูแลเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้และการตรวจสุขภาพของประชาชนในระยะเร่งด่วน จากนั้นจึงทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเหมืองและสารเคมีในระยะกลาง ส่วนในระยะยาวคือการผลักดันเรื่องนี้เข้าสู่เวทีเจรจาระดับภูมิภาคและนานาชาติ

ทางออกและข้อเสนอแนะสู่อนาคต

ภาควิชาการได้เสนอแนวทางที่น่าสนใจเพื่อกดดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ดร.สืบสกุล กิจนุกร จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการค้าแร่ระหว่างประเทศ เขาเสนอมาตรการที่เรียกว่า “1 เปิด 3 ตัด” เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้เจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน

มาตรการนี้คือการเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าและส่งออกแร่ รวมถึงเครื่องจักรและสารเคมีที่ใช้ทำเหมือง ส่วนมาตรการ “ตัด” คือการระงับการนำเข้าแร่จากเมียนมา ระงับการส่งออกสารเคมีไปเมียนมา และห้ามขนส่งแร่ผ่านไทยไปยังประเทศจีน

ข้อเสนอทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการเหมืองต้องหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งศูนย์ข้อมูลกลางที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลคุณภาพน้ำได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือความหวาดระแวงและความไม่มั่นใจ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคุณภาพน้ำกระจัดกระจายและมาจากหลายหน่วยงาน ทำให้ประชาชนไม่รู้ว่าควรเชื่อถือข้อมูลจากแหล่งใด รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการจัดการวิกฤตนี้อย่างเร่งด่วน

หากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อต่อไป ความเสียหายจะไม่จำกัดอยู่แค่ในอำเภอแม่สายเท่านั้น แต่มันจะลุกลามไปยังระบบเศรษฐกิจและสาธารณสุขของจังหวัดเชียงรายทั้งหมด ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำประเทศต้องแสดงความเด็ดขาดในการปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ภัยเงียบ! สารหนูในแม่น้ำกกและสายยังสูงเกินเกณฑ์

เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช

Rebecca Kim

Published

on

เชียงราย– เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 จังหวัดเชียงราย ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาครั้งสำคัญขึ้นในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ กิจกรรมนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและทำความสะอาดบริเวณหนองบัว ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนจิตอาสาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น

จุดประสงค์หลักของงานคือการฟื้นฟูแหล่งน้ำและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ งานจิตอาสาครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในวันนวมินทรมหาราช ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ทุกภาคส่วนต่างพร้อมใจกันทำงานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนต่างมีรอยยิ้มและมุ่งมั่นที่จะทำความดีเพื่อสังคมและชุมชนของตนเอง

ประเด็นสำคัญ

  • ผู้นำลงพื้นที่จริง:ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายนำทีมข้าราชการและประชาชนทำความสะอาดหนองบัวอย่างใกล้ชิด
  • ใช้นวัตกรรมท้องถิ่นแก้ปัญหา:มีการนำเรือดันวัชพืชฝีมือมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายมาใช้ฟื้นฟูแหล่งน้ำให้สะอาดขึ้น
  • รำลึกถึงรัชกาลที่ 9:กิจกรรมปล่อยปลาและพัฒนาพื้นที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและสร้างความยั่งยืน

นวัตกรรมฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อชุมชน

ปฏิบัติการกำจัดวัชพืชที่หนองบัวครั้งนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากการนำเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนำทีมอาสาสมัครไปทดสอบเรือดันวัชพืชแบบพิเศษ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดยบุคลากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย การใช้เรือลำนี้ช่วยเร่งกระบวนการทำความสะอาดและลดแรงงานคนได้อย่างมาก เปลี่ยนทางน้ำที่เคยตื้นเขินและเต็มไปด้วยวัชพืชให้กลายเป็นแหล่งน้ำที่ใสสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย

สร้างความยั่งยืนให้ระบบนิเวศและชุมชน

นอกจากการจัดเก็บขยะและวัชพืชแล้ว กลุ่มจิตอาสายังได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดหลากหลายชนิดลงสู่หนองบัว การปล่อยปลาครั้งนี้ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น หนองบัวจึงไม่เป็นเพียงแค่หนองน้ำธรรมดา แต่ยังกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่สำคัญของอำเภอเมืองเชียงราย นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้พื้นที่นี้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชนอีกด้วย

กิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีของคนในจังหวัดเชียงรายได้อย่างชัดเจน การร่วมมือกันไม่เพียงแต่ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น แต่ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนรู้จักหวงแหนธรรมชาติ การดูแลรักษาแหล่งน้ำให้สะอาดจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในระยะยาว ความสำเร็จในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนตลอดไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน

งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย

Continue Reading
เทคโนโลยี - Tech 3 hours ago

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม
ข่าวอาชญากรรม - Crime 3 hours ago

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

ข่าวการเมือง Politics 4 hours ago

ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา

น้ำมันดีเซลไทย B7, B20 และ Premium ต่างกันอย่างไร?
ข่าวธุรกิจ Business 4 hours ago

ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน

เชียงราย - Chiang Rai News 5 hours ago

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

ฟุตบอล 6 hours ago

เชียงราย ยูไนเต็ด พลาดท่า! ประจวบ เอฟซี ฮึดสู้พลิกแซง 2-1 ในเกมสุดมันส์

ข่าวอาชญากรรม - Crime 6 hours ago

พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่

เชียงราย - Chiang Rai News 6 hours ago

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์

เชียงราย - Chiang Rai News 6 hours ago

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช

เชียงราย - Chiang Rai News 7 hours ago

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

อัปเดตการจราจรเชียงราย: เริ่มใช้กฎการกลับรถใหม่ 20 กันยายนนี้
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

อัปเดตการจราจรเชียงราย: เริ่มใช้กฎการกลับรถใหม่ 20 กันยายนนี้

ข่าวอาชญากรรม - Crime 3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท

Trending

Build a Mobile Website
View Site in Mobile | Classic
Share by: