ข่าวการเมือง Politics

อนุทินขู่ฟัน ข้าราชการเมินช่วยน้ำท่วม

Rebecca Kim

Published

on

อนุทินขู่ฟัน ข้าราชการเมินช่วยน้ำท่วม

น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ– นาย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกโรงเตือนอย่างเด็ดขาด เขาระบุว่าพร้อมสั่งย้ายข้าราชการทันที หากพบว่าละเลยการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม การประกาศนี้มีขึ้นในช่วงที่สถานการณ์น้ำท่วมกำลังวิกฤต และประชาชนต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุด

นายกรัฐมนตรีเองก็ได้ออกมาย้ำเตือนในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ท่านสั่งการให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่อย่างรวดเร็วเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าพายุฝนระลอกใหม่กำลังจะเคลื่อนตัวเข้ามา รัฐบาลจึงต้องเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดเพื่อรับมือกับภัยพิบัติครั้งนี้

ประเด็นสำคัญ  

  • นายอนุทินขู่สั่งย้ายเจ้าหน้าที่รัฐทันที หากพบว่าเพิกเฉยต่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
  • นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกภาคส่วนเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนแข่งกับเวลา
  • พายุฝนระลอกใหม่กำลังพัดเข้ามา ทำให้รัฐบาลต้องยกระดับการเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด

ตอนนี้หลายจังหวัดใน ประเทศไทย กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านหลายพันครอบครัวต้องทิ้งบ้านเรือนเพื่ออพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย ทางการได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวหลายแห่งเพื่อรองรับผู้ประสบภัย แต่ทรัพยากรก็ยังมีจำกัดและอาจไม่เพียงพอหากสถานการณ์ยืดเยื้อ

เจ้าหน้าที่ได้ออกประกาศเตือนภัยถึงฝนที่กำลังจะตกหนักซ้ำอีกในสัปดาห์นี้ การคาดการณ์นี้ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่ออพยพคนและสิ่งของออกจากพื้นที่เสี่ยง คุณสามารถติดตามข่าวสารสภาพอากาศเพิ่มเติมได้จาก กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งจะคอยอัปเดตข้อมูลพายุแบบเรียลไทม์

บทลงโทษขั้นเด็ดขาด สำหรับคนทำงานล่าช้า

การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชนคือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ อาสาสมัครมากมายได้ระดมกำลังกันนำถุงยังชีพและเรือท้องแบนเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน ทุกฝ่ายต่างหวังว่าการช่วยเหลือจะไปถึงมือผู้ที่เดือดร้อนโดยเร็วที่สุด ก่อนที่มวลน้ำก้อนใหม่จะเข้ามาถึง

รัฐบาลย้ำว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เวลามาทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม หากตรวจพบว่าพื้นที่ใดมีความล่าช้าในการช่วยเหลือ ผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าหน่วยงานจะต้องรับผิดชอบโดยตรง นี่คือคำสั่งด่วนที่ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้นเพื่อปกป้องประชาชน

ชาวบ้านต่างเฝ้ารอการเยียวยาและการฟื้นฟูหลังจากน้ำลดอย่างมีความหวัง รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณฉุกเฉินเพื่อชดเชยความเสียหายให้เบื้องต้นแล้ว แต่สิ่งสำคัญอันดับแรกตอนนี้คือการรักษาชีวิตและความปลอดภัยของทุกคน เราต้องผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ไปด้วยกันให้ได้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

วิกฤตแม่น้ำสาย! เชียงรายเตือนภัยสารหนูพุ่ง 28 เท่า

วิกฤตอุทกภัยส่งผลกระทบต่อ 31 จังหวัดในประเทศไทย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมพุ่งสูงถึง 24 ราย

Continue Reading

ข่าวการเมือง Politics

ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

น้ำท่วม กทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ– วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปีนี้ไม่ได้พัดพาแค่บ้านเรือนประชาชนเท่านั้น แต่มันยังกวาดเอาคะแนนนิยมของรัฐบาลไปด้วย ผลสำรวจล่าสุดชี้ชัดว่าความเชื่อมั่นของประชาชนกำลังลดลงอย่างน่าใจหาย สาเหตุหลักมาจากการจัดการวิกฤตที่ล่าช้าและไม่ทันต่อเหตุการณ์ รัฐบาลกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก จากทุกสารทิศ

ข้อมูลจาก สวนดุสิตโพล สะท้อนภาพความไม่พอใจของประชาชนอย่างชัดเจน รัฐบาลและผู้นำประเทศได้รับคะแนนประเมินการทำงานที่ต่ำมากในสายตาประชาชน สิ่งนี้กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยทางการเมืองที่รัฐบาลต้องรีบแก้ไขโดยด่วนที่สุด ก่อนที่วิกฤตศรัทธาจะลุกลามจนยากที่จะกอบกู้กลับคืนมาได้

ประเด็นสำคัญ  

  • คะแนนนิยมของรัฐบาลตกต่ำลงอย่างหนักจากการรับมือวิกฤตน้ำท่วมที่ผิดพลาด
  • ประชาชนกว่าร้อยละ 74 มองว่าการแจ้งเตือนภัยที่ล่าช้าคือปัญหาใหญ่ที่สุดที่ต้องแก้
  • ผู้ประสบภัยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินเยียวยาด้วยขั้นตอนที่รวดเร็วและเป็นธรรม

เสียงสะท้อนจากประชาชน ปัญหาการแจ้งเตือนล่าช้า

ตัวเลขจากผลสำรวจนั้นน่าตกใจอย่างยิ่ง โดยรัฐบาลได้คะแนนการรับมือน้ำท่วมไปเพียง 3.34 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้คะแนนไปเพียง 3.08 คะแนนเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ทหาร ที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนกลับได้คะแนนสูงถึง 6.37 คะแนน ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่าประชาชนมองเห็นและชื่นชมคนที่ลงมือทำจริงในยามวิกฤต

สาเหตุหลักที่ทำให้รัฐบาลสอบตกในครั้งนี้คือเรื่องของความล่าช้า ประชาชนร้อยละ 74.80 ระบุว่าการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าทำได้ไม่ดีและไม่ทันการณ์ นอกจากนี้ ร้อยละ 68.58 ยังมองว่าระบบการระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เมื่อมวลน้ำมาเร็วแต่การแจ้งเตือนกลับล่าช้า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงมหาศาลเกินกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก

วิกฤตศรัทธาและการเรียกร้องเงินเยียวยา

ปัญหาไม่ได้จบลงแค่ตอนที่น้ำท่วมสูง แต่ยังลากยาวไปถึงช่วงเวลาของการฟื้นฟูหลังน้ำลด ประชาชนร้อยละ 63.96 รู้สึกว่าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทำได้ล่าช้าและไม่ทั่วถึง หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงลำพังในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้ความโกรธเคืองของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เรื่องเงินเยียวยากลายเป็นอีกหนึ่งฟางเส้นสุดท้ายสำหรับผู้ประสบภัยหลายคน ผลสำรวจพบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 57.10 มองว่าเงินเยียวยาไม่เพียงพอต่อความเสียหายจริง ยิ่งไปกว่านั้น ขั้นตอนการขอรับเงินยังยุ่งยากและซับซ้อนเกินความจำเป็น ประชาชนที่สูญเสียบ้านและทรัพย์สินไม่อยากต้องมาเผชิญกับระบบราชการที่เชื่องช้าเพื่อซ้ำเติมความทุกข์ของพวกเขาอีก

ข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลในการแก้ปัญหา

เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ คำตอบนั้นชัดเจนและตรงไปตรงมาที่สุด ร้อยละ 73.05 เรียกร้องให้มีการช่วยเหลือและจ่ายเงินเยียวยาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม พวกเขาต้องการให้เงินก้อนนี้กระจายไปถึงมือผู้เดือดร้อนอย่างทั่วถึง รัฐบาลต้องกล้าที่จะตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติและทันเวลา

นอกจากนี้ ประชาชนร้อยละ 60.37 ยังต้องการให้รัฐบาลเร่งขุดลอกคูคลองและปรับปรุงระบบระบายน้ำใหม่ทั้งหมด นี่คือการแก้ปัญหาระยะยาวที่ทุกคนคาดหวังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซาก ในขณะเดียวกัน ร้อยละ 57.66 ต้องการให้มีการวางแผนรับมือภัยพิบัติล่วงหน้าอย่างเป็นระบบมากขึ้น รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเรียนรู้จากความผิดพลาดในวิกฤตครั้งนี้

ปัญหาการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจจากผลสำรวจคือปัญหาการทำงานร่วมกันของภาครัฐ ประชาชนร้อยละ 47.69 ชี้ว่าการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ยังขาดประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด บ่อยครั้งที่การลงพื้นที่ทับซ้อนกัน หรือบางพื้นที่กลับไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดูแลเลย ความสับสนนี้ทำให้การกู้ภัยล่าช้า รัฐบาลจำเป็นต้องมีศูนย์กลางการสั่งการที่ชัดเจนและเด็ดขาดกว่าที่ผ่านมา

ประชาชนกว่าร้อยละ 48.01 เสนอว่ารัฐบาลควรดึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง การบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้การตัดสินใจของรัฐบาลแม่นยำขึ้น เราไม่สามารถพึ่งพาระบบราชการแบบเดิมในการจัดการกับภัยพิบัติสมัยใหม่ที่มีความรุนแรงมากขึ้นได้อีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ก้าวต่อไปของรัฐบาลในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น

สถานการณ์ในตอนนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดของรัฐบาล ความเสียหายจากน้ำท่วมไม่เพียงแต่ทำลายเศรษฐกิจ แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างรุนแรง ประธานสวนดุสิตโพลได้ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า ยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อ ความไม่พอใจของประชาชนก็จะยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ

รัฐบาลจึงไม่มีเวลาให้ลังเลหรือแก้ตัวอีกต่อไป การทำงานหลังจากนี้ต้องรวดเร็ว โปร่งใส และผลลัพธ์ต้องจับต้องได้ การลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจเป็นสิ่งที่ดี แต่การอนุมัติงบประมาณและส่งความช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนนั้นสำคัญกว่ามาก หากรัฐบาลสามารถปรับปรุงระบบและเร่งรัดการเยียวยาได้ทันท่วงที พวกเขายังพอมีโอกาสที่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา

ท้ายที่สุดแล้ว วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้คือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนประสิทธิภาพของการบริหารจัดการภาครัฐ บทเรียนราคาแพงนี้ควรถูกนำไปปรับปรุงโครงสร้างการรับมือภัยพิบัติระดับชาติ รัฐบาลต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการกระทำ ไม่ใช่แค่คำสัญญา เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าในอนาคต พวกเขาจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีก

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

อนุทินขู่ฟัน ข้าราชการเมินช่วยน้ำท่วม

อนุทินวอนยูเอ็นปฏิรูปองค์กร ชูสิทธิ์เท่าเทียมบนเวทีโลก

Continue Reading

ข่าวการเมือง Politics

นายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงรายหารือเกี่ยวกับการยกระดับทิศทางการศึกษาสมัยใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครอง ยาบ้า ">เชียงราย– โลกปัจจุบันหมุนไปอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมให้เยาวชนจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เทศบาลนครเชียงรายจึงเดินหน้าประกาศวิสัยทัศน์ใหม่เพื่อยกระดับการศึกษาในพื้นที่ เป้าหมายหลักคือการสร้างเด็กยุคใหม่ให้มีทั้งความรู้ ทักษะชีวิต และความสามารถรอบด้านที่ใช้งานได้จริง การปรับตัวครั้งนี้เน้นการเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้ระหว่าง นักเรียน มัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน ครอบครัว และชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้จัดการประชุมนัดสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นางสาววรรณพัชร จินดาขัด รองนายกเทศมนตรี นายประชวน เขื่อนเพชร ที่ปรึกษานายกฯ และนางอำไพ จันทร์เงิน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา นอกจากนี้ยังมีผู้อำนวยการและคณะครูจากโรงเรียนในสังกัด เทศบาลนครเชียงราย มาร่วมกำหนดทิศทางนโยบายอย่างคึกคัก

ประเด็นสำคัญ  

  • เทศบาลนครเชียงรายปรับทิศทางการศึกษาใหม่ เน้นสร้างเด็กให้มีทั้งความรู้และทักษะชีวิตที่จำเป็น
  • ผู้บริหารเมืองและบุคลากรทางการศึกษาจัดการประชุมร่วมกันเพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นจริง
  • เป้าหมายหลักคือการสอนให้เด็กรู้เท่าทันเทคโนโลยี AI พัฒนาครูผู้สอน และดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม

นายกเทศมนตรีนครเชียงรายให้ความเห็นว่า การศึกษาคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาเมืองให้ยั่งยืน การเรียนรู้ในยุคนี้จึงไม่ควรถูกตีกรอบอยู่แค่ความรู้ในหนังสือเรียนอีกต่อไป โรงเรียนต้องเปลี่ยนบทบาทมาส่งเสริมให้เด็กมีทักษะชีวิตและกล้าคิดสร้างสรรค์ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการสอนให้เด็กเข้าใจและใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังด้านคุณธรรม

มุ่งหน้านครแห่งการเรียนรู้ พัฒนาพลเมืองอย่างยั่งยืน

การที่จะไปถึงเป้าหมายนี้ได้ การพัฒนาครูผู้สอนถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง นโยบายใหม่จึงเน้นการอบรมและเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆ ให้กับบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้โรงเรียนเปิดรับความร่วมมือจากผู้ปกครองและคนในชุมชน เพื่อเปลี่ยนให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เยาวชนสามารถลองผิดลองถูกและค้นพบพรสวรรค์ของตนเองได้อย่างเต็มที่

ทิศทางการทำงานทั้งหมดนี้สอดคล้องกับนโยบายหลักที่ต้องการผลักดันให้เชียงรายเป็นนครแห่งการเรียนรู้อย่างเต็มรูปแบบ เทศบาลฯ มุ่งหวังที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ได้ทุกที่และทุกเวลา การศึกษาจะต้องถูกเชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมและบริบทของชุมชนอย่างแนบเนียน หากทำสำเร็จ ระบบนิเวศทางการศึกษานี้จะช่วยสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะกลายเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้เมืองเชียงรายก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน

สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า

Continue Reading

ข่าวการเมือง Politics

สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครอง ยาบ้า ">เชียงราย– นายธนรัช จงสุทธานามณี หรือ “ต้นน้ำ” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ตัวแทนคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาบนเวทีระดับโลก การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ณ เมืองอารูชา ประเทศแทนซาเนีย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาคมโลก

การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผู้แทนกัมพูชากล่าวพาดพิงไทยเรื่องปัญหาชายแดน โดยหยิบยกประเด็นทุ่นระเบิดและข้อตกลงเขตแดนขึ้นมาโจมตีฝ่ายเดียว นายธนรัชจึงใช้สิทธิชี้แจงเพื่อปกป้องเกียรติภูมิของประเทศ พร้อมยืนยันว่าการเจรจาด้วยความจริงใจคือหนทางเดียวสู่สันติภาพที่แท้จริง

ประเด็นสำคัญ

  • เน้นเจรจาไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์:ไทยเลือกไม่สาดโคลนกลับ แต่ย้ำว่าการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้:ข้อกล่าวหาเรื่องทุ่นระเบิดและคลัสเตอร์บอมบ์ ต้องผ่านการพิสูจน์จากองค์กรอิสระที่เป็นกลางและใช้มาตรฐานสากล
  • แก้ปัญหาตามกรอบกฎหมาย:การจัดการพื้นที่ชายแดนและทะเลยังดำเนินตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

ยึดหลักมนุษยธรรมสากล พร้อมเปิดรับการตรวจสอบที่เป็นธรรม

นายธนรัชกล่าวต่อที่ประชุม สหภาพรัฐสภา (IPU) ว่า ประเทศไทยเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ข้อกล่าวหาใดๆ ที่เกิดขึ้นไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อสร้างความขัดแย้ง หากมีข้อสงสัย ทุกฝ่ายต้องพร้อมเข้าสู่กระบวนการค้นหาความจริงที่เป็นอิสระ โปร่งใส และมีมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ สส.เชียงราย ยังอธิบายชัดเจนถึงกรณีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 ว่า ไทยไม่เคยละทิ้งสันติวิธี ปัจจุบันการหารือเรื่องเขตแดนทางบกยังเดินหน้าผ่านกลไกทวิภาคี ส่วนพื้นที่ทางทะเลดำเนินการตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ

ผู้แทนไทยย้ำว่า นักการเมืองรุ่นใหม่มีหน้าที่เลือกความก้าวหน้ามากกว่าการเล่นเกมการเมืองเดิมๆ แม้ไทยจะรู้สึกผิดหวังกับท่าทีของเพื่อนบ้าน แต่คณะผู้แทนไทยจะไม่ยอมหมดหวังในการสร้างมิตรภาพ ไทยยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงในฐานะรัฐที่มีเอกราช และพร้อมร่วมมือกับทุกชาติในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี

ก่อนลงจากเวที นายธนรัชได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาสวาฮิลี และภาษาไทย สร้างความประทับใจให้แก่ผู้แทนกว่า 2,000 คน จาก 183 รัฐสภาทั่วโลกที่มาร่วมกำหนดทิศทางธรรมาภิบาลในครั้งนี้อย่างอบอุ่น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน

สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย

Continue Reading
เทคโนโลยี - Tech 2 hours ago

AI กับตลาดแรงงานไทย: 8.7 ล้านคนได้รับผลกระทบ งานแบบไหนเปลี่ยนก่อน?

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม
ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 hours ago

ขวัญ-อ.เบียร์ แจ้งจับมิจฉาชีพคราบนักบุญ อมเงินบริจาคน้ำท่วม

ข่าวการเมือง Politics 3 hours ago

ดุสิตโพลชี้รัฐบาลอนุทินเรตติ้งตก เซ่นพิษน้ำท่วม-จี้เยียวยา

น้ำมันดีเซลไทย B7, B20 และ Premium ต่างกันอย่างไร?
ข่าวธุรกิจ Business 3 hours ago

ราคาน้ำมันพุ่ง! ดีเซลแตะ 42.99 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน

เชียงราย - Chiang Rai News 4 hours ago

โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงรายเผชิญการปิดตัวลงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

ฟุตบอล 5 hours ago

เชียงราย ยูไนเต็ด พลาดท่า! ประจวบ เอฟซี ฮึดสู้พลิกแซง 2-1 ในเกมสุดมันส์

ข่าวอาชญากรรม - Crime 5 hours ago

พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่

เชียงราย - Chiang Rai News 5 hours ago

พื้นที่เกษตรกรรมเชียงรายถูกคุกคามจากมลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์

เชียงราย - Chiang Rai News 5 hours ago

เชียงรายรวมพลังจิตอาสาพัฒนาหนองบัวรับวันนวมินทรมหาราช

เชียงราย - Chiang Rai News 6 hours ago

หมอเชียงรายสุดเจ๋ง! คว้ารองชนะเลิศเวทีแพทย์ระดับโลกที่สเปน

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

ข่าวอาชญากรรม - Crime 3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท

อัปเดตการจราจรเชียงราย: เริ่มใช้กฎการกลับรถใหม่ 20 กันยายนนี้
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

อัปเดตการจราจรเชียงราย: เริ่มใช้กฎการกลับรถใหม่ 20 กันยายนนี้

Trending

Build a Mobile Website
View Site in Mobile | Classic
Share by: