เชียงใหม่ - Chiang Mai

เกิดการปะทะอย่างดุเดือดบริเวณชายแดนเชียงใหม่! ทหารหน่วยลาดตระเวนชายแดนสกัดกั้นแก๊งค้ายาเสพติด ยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 300,000 เม็ด

Published

on

เชียงใหม่ — เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นอีกครั้งบนแนวชายแดนไทย-เมียนมา เจ้าหน้าที่ ทหารพราน จาก กองกำลังผาเมือง ได้ปะทะกับกลุ่ม ยาเสพติด ">ขบวนการค้ายาเสพติดอย่างดุเดือดในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้จบลงด้วยการที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าได้ถึง 300,000 เม็ด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มีชื่อว่า “จะลอโบ่” ข่าวนี้ได้รับรายงานครั้งแรกจาก MGR Online ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย

ยาเสพติดอย่าง “ยาบ้า” ถือเป็นภัยร้ายที่สร้างปัญหาให้กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เมื่อยาเสพติดเหล่านี้หลุดรอดเข้ามาได้ มันจะถูกกระจายไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ สร้างความเสียหายทั้งต่อตัวบุคคลและเศรษฐกิจ ดังนั้น การสกัดกั้นยาเสพติดที่แหล่งต้นทางบริเวณชายแดนจึงเป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ปฏิบัติการในครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมที่ช่วยปกป้องสังคมไทยได้เป็นอย่างมาก

การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดตามแนวชายแดน

ปฏิบัติการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เริ่มต้นมาจากการที่ชุดปฏิบัติการข่าวพิเศษของกองกำลังผาเมือง ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ข่าวกรองระบุว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากเข้ามาทางชายแดนด้านตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อได้รับข้อมูลที่ชัดเจน ชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 3206 ร่วมกับกองร้อยทหารพรานที่ 3207 ภายใต้การควบคุมของกองกำลังผาเมือง จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจพื้นที่อย่างเข้มงวดตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน การทำงานของเจ้าหน้าที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่ารกทึบ ภูเขาสูงชัน และไม่มีแสงสว่างในตอนกลางคืน

นาทีปะทะเดือดกลางป่า

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในกลางดึกของคืนวันที่ 30 พฤษภาคม เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ขณะที่ชุดลาดตระเวนเดินเท้าไปถึงบริเวณช่องทางธรรมชาติที่เรียกว่า “บ้านปางใน” หมู่ที่ 1 ตำบลมะลิกา เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ

กลุ่มคนต้องสงสัยประมาณ 3 ถึง 5 คน กำลังเดินเท้าเข้ามาตามเส้นทางธรรมชาติ ทุกคนแบกสัมภาระที่ดูเหมือนกระสอบฟางดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้แสดงตัวและส่งสัญญาณเพื่อขอตรวจค้นตามขั้นตอนทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม แทนที่กลุ่มคนดังกล่าวจะหยุดและยอมให้ตรวจค้น พวกเขากลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหารทันทีเพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดกลางป่าทึบ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวเป็นเวลาประมาณ 5 นาทีเต็ม เมื่อสิ้นเสียงปืนและเหตุการณ์สงบลง เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายปลอดภัย ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่มืดสนิทและมีความเสี่ยงสูง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจวางกำลังปิดล้อมและควบคุมพื้นที่เกิดเหตุไว้ตลอดทั้งคืน พร้อมกับขอกำลังเสริมเข้ามาสนับสนุน เพื่อรอการตรวจสอบอย่างละเอียดในเช้าวันรุ่งขึ้น

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ

เพื่อให้เห็นภาพรวมของปฏิบัติการครั้งนี้อย่างชัดเจน นี่คือสรุปลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น:

  • 20 พฤษภาคม 2569:เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสล่วงหน้าเกี่ยวกับการลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย
  • 30 พฤษภาคม 2569 (กลางคืน):ทหารพรานพบกลุ่มคนต้องสงสัย 3-5 คน แบกเป้เดินเข้าใกล้แนวชายแดนไทย
  • ช่วงดึกของคืนเดียวกัน:เกิดการยิงปะทะกันนาน 5 นาที หลังเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณขอเข้าตรวจค้น
  • หลังการปะทะ:เจ้าหน้าที่ทหารปลอดภัยทุกนาย และทำการปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุตลอดทั้งคืน
  • 31 พฤษภาคม 2569 (06.00 น.):เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ พบยาบ้า 3 แสนเม็ด และรอยเลือดของคนร้าย

ยึดยาบ้า 3 แสนเม็ดและรอยเลือดคนร้าย

เช้าตรู่วันที่ 31 พฤษภาคม เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่จุดปะทะอย่างละเอียดอีกครั้ง สิ่งที่พบคือกระสอบฟางที่ถูกดัดแปลงให้เป็นเป้สะพายหลังจำนวน 2 ใบถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ

เมื่อเปิดออกดูภายใน พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ซุกซ่อนอยู่ รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 300,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมด ส่วนกลุ่มคนร้ายนั้น คาดว่าอาศัยความมืดและความชำนาญในเส้นทางป่าหลบหนีข้ามพรมแดนกลับไปได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบรอยหยดเลือดเป็นทางยาวไปตามพงหญ้า ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชี้ชัดว่ามีคนร้ายอย่างน้อยหนึ่งคนได้รับบาดเจ็บจากการยิงปะทะ

เจาะลึกเส้นทางลำเลียงยาเสพติด

ข้อมูลจากการสืบสวนระบุว่า ยาเสพติดล็อตนี้น่าจะถูกผลิตและขนส่งมาจากพื้นที่ “บ้านปู่นาโก่” ตำบลเมืองกาน ในประเทศเมียนมา จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ใช้เส้นทางเดินป่าลัดเลาะมาตามหมู่บ้านต่างๆ ทั้งบ้านสี่หก เมืองยอน และเปียงคำ ก่อนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ที่ “บ้านห้วยฮะ” ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชาวลาหู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อสบโอกาสจึงลักลอบแบกข้ามช่องทางธรรมชาติเพื่อส่งมอบให้กับเครือข่ายในฝั่งไทย

นอกจากนี้ ข่าวกรองยังประเมินว่า ยาเสพติดจำนวนนี้น่าจะเป็นของเครือข่าย “จะลอโบ่” อดีตรองผู้บัญชาการเขตทหารที่ 171 เชื้อสายว้า ซึ่งเป็นเครือข่ายที่มีอิทธิพลและมักจะใช้เส้นทางธรรมชาติตามแนวชายแดนในการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

บทสรุปและความมุ่งมั่นในการปกป้องประเทศ

การปะทะและตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่ต้องทำงานบนความเสี่ยงภัยเพื่อปกป้องความสงบสุขของประเทศ แม้ขบวนการค้ายาจะพยายามใช้อาวุธสงครามต่อสู้ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งและไม่ย่อท้อ

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากการข่าวกรองที่แม่นยำและการปฏิบัติงานที่รัดกุม ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ได้ โดยการเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยและไร้ยาเสพติด สำหรับผู้ที่สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและอ่านข่าวฉบับเต็ม สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ MGR Online

ข่าวเชียงใหม่ยอดนิยม

คู่สามีภรรยาจากเชียงใหม่ถูกจับกุมในข้อหาล่อลวงผู้คนไปเป็นทาสในศูนย์บริการทางโทรศัพท์แห่งหนึ่งในกัมพูชา

ระทึกกลางวัดดังเชียงใหม่! กิ่งโพธิ์ยักษ์อายุกว่า 100 ปี หักทับชาวบ้านขณะทำบุญ บาดเจ็บระนาว

เชียงใหม่ - Chiang Mai

ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เชียงใหม่– เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจชายแดนร่วมกันสกัดกั้น ยาเสพติด ">ขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่อำเภอแม่อาย กองกำลังผาเมือง ได้จัดทีมทหารพรานและ ตำรวจตระเวนชายแดน มาตั้งจุดตรวจบริเวณถนนสาธารณะสายฝาง-แม่จัน ใกล้หมู่บ้านห้วยน้ำเย็น การทำงานร่วมกันครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการแอบ ขนยาเสพติด เข้ามาในประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างมาก

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดอยู่นั้น มีรถกระบะต้องสงสัยคันหนึ่งขับเข้ามาใกล้จุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณไฟและเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้นตามปกติ ทว่าผู้ขับขี่กลับไม่ยอมหยุดรถและตัดสินใจเร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำกำลังขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งไปพบรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ป้ายทะเบียนเชียงใหม่ จอดเสียหลักอยู่บริเวณริมข้างทาง แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับไม่พบตัวคนขับ ซึ่งคาดว่าคนร้ายได้อาศัยความคุ้นเคยกับเส้นทางในป่าหลบหนีไปได้ทันเวลา

ประเด็นสำคัญ 

  • เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้มากถึง 2.8 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบ 14 ใบ
  • ผู้ต้องสงสัยไหวตัวทัน ทิ้งรถกระบะและของกลางหลบหนีเข้าป่าไปได้อย่างลอยนวล
  • การสกัดจับเกิดขึ้นที่จุดตรวจบนถนนสายฝาง-แม่จัน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรถกระบะคันดังกล่าวอย่างละเอียด ก็พบหลักฐานที่น่าตกใจ ภายในห้องโดยสารและท้ายรถมีกระสอบเป้ที่ถูกดัดแปลงพิเศษจำนวน 14 ใบวางซุกซ่อนอยู่ เมื่อเปิดกระสอบออกดูพบว่าเป็นยาบ้าจำนวนมหาศาล โดยนับรวมกันได้มากถึงประมาณ 2.8 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดรถยนต์และยาเสพติดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง การยึดยาเสพติดล็อตนี้ถือเป็นการตัดวงจรการค้ายาเสพติดครั้งสำคัญที่จะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

แถลงข่าวและเร่งล่าตัวผู้กระทำผิด

หลังจากยึดของกลางได้สำเร็จ ในช่วงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ทางกองกำลังผาเมืองได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อชี้แจงผลการปฏิบัติงานต่อสื่อมวลชน พ.อ.จิรจำนงค์ โกษาวัง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการตรวจสอบของกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากใครสนใจติดตามสถานการณ์เพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่าน ข่าวอาชญากรรม เพื่อดูความคืบหน้าและการขยายผลของคดี ปัจจุบันของกลางทั้งหมดถูกส่งมอบให้กับสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งสืบสวนตามหาตัวคนขับรถมารับโทษต่อไปอย่างเร่งด่วน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์

Continue Reading

เชียงใหม่ - Chiang Mai

บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ตำรวจ ชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด">เชียงใหม่– วันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม อาชญากรรม ทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังพร้อมหมายศาล บุกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในอำเภอสันทราย ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังตำรวจสืบทราบว่า มีการลักลอบขายอาวุธปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก ถือเป็นภัยอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง

ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ล่อซื้อปืนจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ ใช้ชีวิต ให้คุ้มค่า ” ซึ่งโพสต์ขายปืนลมแรงดันสูงในกลุ่มที่มีสมาชิกกว่า 2,200 คน เมื่อทีมตรวจค้นไปถึงบ้านเป้าหมาย พบว่ามีสุนัขเฝ้าบ้าน 3 ตัว โดยหนึ่งในนั้นเป็นสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานที่ดุร้ายมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องนำอาหารไปหลอกล่อให้สุนัขเชื่องและเดินออกไปก่อน จึงจะสามารถบุกเข้าไปในบ้านได้อย่างปลอดภัย

ประเด็นสำคัญ 

  • ตำรวจภาค 5 บุกค้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ทลายแหล่งผลิตอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์
  • เจ้าหน้าที่ต้องใช้อาหารล่อสุนัขดุร้าย 3 ตัว ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาวัย 50 ปีได้สำเร็จ
  • ผู้ต้องหาสั่งอะไหล่จากอินเทอร์เน็ตมาประกอบปืนขาย สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน

เมื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ด้านหลังบ้าน ตำรวจก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกดัดแปลงเป็นโกดังผลิตอาวุธปืนเถื่อน เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวนายดวงจันทร์ อายุ 50 ปี ชาวตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย ทันที พร้อมยึดของกลางเป็นปืนลมแรงดันสูง (PCP) จำนวน 4 กระบอก นอกจากนี้ยังพบกล้องเล็ง กระสุนหัวตะกั่ว กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 17 นัด และอุปกรณ์ประกอบปืนอีกหลายรายการ

จากการสอบถามเบื้องต้น นายดวงจันทร์เล่าว่าตนเองเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษา แต่เป็นคนชอบศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เขาใช้ประสบการณ์ที่คลุกคลีกับการทำปืนเถื่อนมานานกว่า 15 ปีเป็นทุนเดิม โดยมักจะสั่งซื้อชิ้นส่วนต่างๆ ผ่านทางแอปพลิเคชันซื้อขายออนไลน์ชื่อดัง จากนั้นก็นำอะไหล่ทั้งหมดมานั่งประกอบชิ้นส่วนในห้องหลังบ้านของตนเอง

รายได้งามจากการขายอาวุธปืนออนไลน์

หลังจากประกอบปืนเสร็จ เขาจะนำสินค้าไปโพสต์ขายในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยตั้งราคาอยู่ที่กระบอกละ 9,500 ถึง 11,500 บาท นายดวงจันทร์รับสารภาพว่าเขาสามารถขายปืนได้ประมาณ 2 ถึง 5 กระบอกต่อเดือน ทำให้มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000 ถึง 50,000 บาทเลยทีเดียว ขณะนี้ทาง ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว

เหตุการณ์จับกุมครั้งนี้ถือเป็นการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ การลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนทางอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องผิดกฎหมายและสร้างความไม่ปลอดภัยในสังคม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนและกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความสงบสุขของประชาชน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ

ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Continue Reading

เชียงใหม่ - Chiang Mai

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

ตำรวจ ชายแดนเชียงใหม่ยึด ยาบ้า ได้ 2.8 ล้านเม็ด">เชียงใหม่– เชียงใหม่เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 ตุลาคม 2569 อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากชายคนหนึ่งที่ เมาแล้วขับ รถเก๋งพุ่งชนพนักงานทำความสะอาดของเทศบาลนครเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เธอกำลังปฏิบัติหน้าที่กวาดถนนอยู่รอบคูเมืองอย่างขยันขันแข็ง

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจอย่างมากให้กับเพื่อนร่วมงานที่ยืนเห็นเหตุการณ์ ตำรวจและหน่วยกู้ภัยรีบเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว พวกเขาพบร่างของผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์และต้องเร่งนำตัวคนขับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ชายวัย 48 ปี ขับรถเก๋งด้วยความเมา พุ่งชนพนักงานกวาดถนนของเทศบาลนครเชียงใหม่
  • ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 67 ปี เธอถูกชนและลากไปกับพื้นถนนจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
  • ผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของคนขับพุ่งสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

จุดเกิดเหตุริมคูเมืองเชียงใหม่

เหตุการณ์สลดนี้เกิดขึ้นบนถนนบุญเรืองฤทธิ์ บริเวณหน้าร้านกาแฟชื่อดังในตัวเมืองเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุและรีบลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบ พร้อมกับประสานงานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีเทา จอดอยู่บริเวณข้างทาง นอกจากนี้ยังพบร่างของนางสาวสมจิตร จะอือ อายุ 67 ปี พนักงานกวาดขยะของเทศบาล ติดอยู่ใต้ท้องรถยนต์คันดังกล่าว

ทีมกู้ภัยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำร่างของเธอออกมาและหวังจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายเธอก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในที่สุด ท่ามกลางความตกใจและเสียใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

ผลตรวจแอลกอฮอล์พุ่งสูงเกินกฎหมาย

จากการสอบสวนพบว่ารถยนต์คันก่อเหตุขับโดยนายชุมนัดภ์ มณีศิริ อายุ 48 ปี ในตอนที่เกิดเหตุเขามีอาการคล้ายคนเมาสุราอย่างหนัก เขาขับรถมาตามเส้นทางปกติก่อนจะเสียหลักพุ่งชนผู้เคราะห์ร้ายอย่างจัง

ตำรวจไม่ได้รอช้า รีบควบคุมตัวนายชุมนัดภ์ไปที่สถานีตำรวจเมืองเชียงใหม่ทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของเขา เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีต่อไป

ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ออกมาสูงถึง 172 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดไว้หลายเท่า ตำรวจจึงควบคุมตัวเขาไว้ดำเนินคดี ก่อนที่ทนายความของผู้ก่อเหตุจะเดินทางมายื่นเรื่องขอประกันตัวในเวลาต่อมา

เมาแล้วขับ! ซิ่งเก๋งชนคนกวาดถนนเชียงใหม่ดับคาที่

ปัญหาเมาแล้วขับที่ยังแก้ไม่หาย

อุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับมักนำมาซึ่งความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้เสมอ ชุมชนในเชียงใหม่ต่างพากันแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของนางสาวสมจิตรที่ต้องมาจบชีวิตลงขณะทำงานสุจริต หลายคนเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดมากขึ้น การขับรถขณะมึนเมาสุราไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังทำลายครอบครัวและอนาคตของผู้กระทำผิดด้วย

แนวทางป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยอยู่เสมอ ผู้คนบนท้องถนนไม่ควรต้องมาเสี่ยงชีวิตเพียงเพราะความประมาทของใครบางคน การปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

หน่วยงานท้องถิ่นอาจต้องพิจารณาเพิ่มแสงสว่างและป้ายเตือนในจุดที่พนักงานต้องทำงานในเวลากลางคืนหรือเช้ามืด มาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ

ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง

Continue Reading

SOi Dog FOundation

เชียงราย - Chiang Rai News 12 hours ago

ตำรวจในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งด่านตรวจและจับกุมชายอายุ 33 ปี ในข้อหาครอบครองยาบ้า

ข่าวกีฬา Sports 12 hours ago

งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย

เชียงราย - Chiang Rai News 12 hours ago

ตำรวจเชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมแบบใยแมงมุม

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน
ข่าวอาชญากรรม - Crime 19 hours ago

จับหนุ่มโรแมนซ์สแกม ใช้ AI ปลอมเอกสาร ตุ๋นเหยื่อ 21 ล้าน

เชียงใหม่ - Chiang Mai 19 hours ago

ตำรวจชายแดนเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด

เชียงราย - Chiang Rai News 19 hours ago

ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

เชียงรายเปิดค่าย STEAM 2026 หนุนเด็กสู่โลกนวัตกรรม

สุขภาพและการแพทย์ Health 2 days ago

Sriburin Health Expo 2026: เกษมราษฎร์ชวนเชียงรายตรวจสุขภาพ

เชียงราย - Chiang Rai News 2 days ago

เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027

ข่าวธุรกิจ Business 3 weeks ago

ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2: เช็กสิทธิและเงื่อนไขใหม่ล่าสุด

ข่าวอาชญากรรม - Crime 2 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์
การเงิน -Finance 4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ 15 ก.ย. 2026 แตะ 67,950 บาท แนวโน้มและวิเคราะห์

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาทำการ และการเดินทาง
คู่มือท่องเที่ยวเชียงราย - Guide 4 weeks ago

วัดร่องขุ่น เชียงราย: ค่าเข้าชม เวลาเปิด และวิธีไปให้ไม่พลาด

เชียงราย - Chiang Rai News 3 weeks ago

วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง

เชียงราย - Chiang Rai News 2 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติด
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ

อัปเดตการจราจรเชียงราย: เริ่มใช้กฎการกลับรถใหม่ 20 กันยายนนี้
เชียงราย - Chiang Rai News 4 weeks ago

อัปเดตการจราจรเชียงราย: เริ่มใช้กฎการกลับรถใหม่ 20 กันยายนนี้

ข่าวอาชญากรรม - Crime 3 weeks ago

น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่

Trending

Build a Mobile Website
View Site in Mobile | Classic
Share by: