เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. เกิดอุบัติเหตุสุดสลดขึ้นที่ไซต์งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟดอยหลวง จังหวัดเชียงราย เหตุการณ์นี้ทำให้อุปกรณ์และนั่งร้านหล่นทับคนงาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 2 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นขณะช่างกำลังติดตั้งไฟส่องสว่างภายในอุโมงค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟสายสำคัญ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์ได้เร่งเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยนำร่างผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ อย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยชีวิต
Key Takeaways:
- เกิดอุบัติเหตุอุปกรณ์หล่นทับคนงาน:ภายในอุโมงค์รถไฟดอยหลวง จ.เชียงราย ทำให้มีช่างเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย
- สาเหตุเบื้องต้นมาจากฝนตกสะสม:ฝนที่ตกหนักทำให้ผนังดินของอุโมงค์ที่ยังไม่ได้ฉาบปูนเกิดความอ่อนแอและร่วงหล่นลงมา
- โครงการก่อสร้างไม่ล่าช้า:วิศวกรยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เฉพาะจุด จะไม่กระทบต่อแผนการเปิดใช้งานรถไฟในเดือนมกราคม 2571
- ผู้ว่าฯ สั่งดูแลผู้ประสบเหตุเต็มที่: ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สั่งการให้หน่วยงานช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสียและผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายจิตรกร ธิวงค์เวียง นายอำเภอดอยหลวง ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีหลังจากได้รับรายงาน ท่านผู้ว่าฯ ได้รายงานสถานการณ์ด่วนต่อท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกฯ ได้แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์นี้อย่างมากและสั่งการให้ดูแลอย่างใกล้ชิด
ผู้ว่าฯ เชียงราย ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุและเหตุสุดวิสัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศที่ ฝนตกหนัก ท่านได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตตามระบบอย่างเต็มที่ที่สุด นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุร้ายแรงระดับที่โครงสร้างหลักของอุโมงค์ถล่มลงมา
คำชี้แจงจากวิศวกรโครงการก่อสร้างถึงสาเหตุ
นายปัฐตพงษ์ บุญแก้ว วิศวกรโครงการ อธิบายว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. จุดที่เกิดเหตุคือบริเวณที่เพิ่งเจาะทะลุได้ประมาณ 1 ปี และยังไม่ได้ทำผนังคอนกรีตป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ
เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายมีฝนตกหนักสะสมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี น้ำฝนได้ซึมผ่านภูเขาและทำให้ผนังดินบางส่วนอ่อนแอลง เมื่อช่างเข้าไปติดตั้งโครงสร้างค้ำยันชั่วคราว จึงเกิดเหตุสุดวิสัยดินร่วงหล่นลงมาทับโครงเหล็กและนั่งร้านดังกล่าว
ยืนยันโครงสร้างอุโมงค์แข็งแรงและปลอดภัย 100%
วิศวกรโครงการเน้นย้ำว่า พื้นที่กว่า 3 ใน 4 ของอุโมงค์ที่ทำผนังป้องกันเสร็จแล้วนั้น มีความมั่นคงและปลอดภัยอย่างแน่นอน ระบบระบายน้ำที่ออกแบบไว้สามารถทำงานได้ตามปกติ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นเมื่อเปิดให้รถไฟวิ่งบริการจริง
ในวันพรุ่งนี้ ทีมงานจะเริ่มทำความสะอาดและจัดระเบียบพื้นที่เกิดเหตุใหม่ทั้งหมด ก่อนจะดำเนินการก่อสร้างต่อไปอย่างระมัดระวัง จะมีการส่งผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาเข้ามาประเมินสภาพผนังอุโมงค์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างค้ำยันให้มากขึ้นกว่าเดิม
การกู้ภัยและการดูแลผู้ประสบเหตุอย่างใกล้ชิด
หลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เจ้าหน้าที่ ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยแสงธรรมสาธารณกุศล ได้ทำงานร่วมกับทีมแพทย์อย่างหนัก การนำรถพยาบาลเข้าไปในพื้นที่ค่อนข้างยากลำบาก แต่โชคดีที่รถตู้กู้ภัยสามารถขับเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุในอุโมงค์ได้สำเร็จ
การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วเพื่อแข่งกับเวลา ผู้บาดเจ็บได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธีก่อนถูกส่งตัวไปรักษาต่อ ทีมงานทุกคนทำงานด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในพื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยง
ทางโรงพยาบาลได้จัดเตรียมทีมแพทย์เพื่อดูแลผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายอย่างเต็มกำลัง ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐได้เริ่มกระบวนการเยียวยาจิตใจและเตรียมให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้แล้ว
ความคืบหน้าโครงการรถไฟสายประวัติศาสตร์ของภาคเหนือ
โครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของนี้ ได้รับงบประมาณก่อสร้างกว่า 85,345 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนมกราคม 2571 โครงการนี้มีความสำคัญมากเพราะเป็นเส้นทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจสู่ชายแดนประเทศลาวผ่าน การรถไฟแห่งประเทศไทย
แม้จะมีอุปสรรคจากสภาพอากาศและแผ่นดินไหวในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่การก่อสร้างก็ยังคงเดินหน้าตามแผน ปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 64.448% ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าแผนงานที่วางไว้เพียง 0.644% เท่านั้น
ข้อมูลทางเทคนิคที่น่าสนใจของอุโมงค์ดอยหลวง
อุโมงค์ดอยหลวงมีความยาวทั้งหมด 3.4 กิโลเมตร ถือเป็น 1 ใน 4 อุโมงค์สำคัญของโครงการรถไฟสายนี้ การก่อสร้างใช้วิธีการเจาะทะลุภูเขาซึ่งมีความท้าทายสูงมาก เนื่องจากสภาพชั้นดินและธรณีวิทยาของภาคเหนือมีความซับซ้อน
นอกจากอุโมงค์ดอยหลวงแล้ว โครงการนี้ยังมีอุโมงค์งาวในจังหวัดลำปาง ซึ่งยาวที่สุดในประเทศไทยถึง 6.24 กิโลเมตร รวมถึงอุโมงค์ในจังหวัดแพร่และพะเยา ทุกจุดถูกควบคุมการก่อสร้างด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
ข้อมูลสถิติระบุว่า โครงการนี้สามารถรับมือกับแผ่นดินไหวในพื้นที่เชียงรายได้เป็นอย่างดี โดยช่วงที่ผ่านมาพื้นที่นี้เจอแผ่นดินไหวถึง 3 ครั้ง แต่โครงสร้างที่สร้างเสร็จแล้วก็ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณภาพของวิศวกรรมการก่อสร้าง
ก้าวต่อไปของโครงการและการป้องกันในอนาคต
บทเรียนจากอุบัติเหตุครั้งนี้ จะถูกนำไปปรับปรุงมาตรการทำงานในทุกไซต์งานก่อสร้างของ กระทรวงคมนาคม การเฝ้าระวังเรื่องปริมาณน้ำฝนและสภาพความชื้นของดินจะต้องทำอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน
ชาวเชียงรายและคนไทยทั้งประเทศ ต่างรอคอยความสำเร็จของเส้นทางรถไฟสายนี้อย่างมีความหวัง เพราะจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าได้อย่างมหาศาล ทุกฝ่ายจึงมุ่งหวังให้การก่อสร้างดำเนินต่อไปด้วยความปลอดภัยสูงสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์บุกทลายรังเว็บพนันออนไลน์ รวบแอดมินสาวคาบ้านพักบนดอยเชียงราย
หญิงชาวเชียงรายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท สำหรับแมวพันธุ์สกอตติชโฟลด์ที่หายไป
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ ตำรวจ กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบ กล้องวงจรปิด บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด ครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติด แม่น้ำโขง ด้านอำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี









