เชียงราย– ตำรวจสืบสวนสอบสวน อาชญากรรม ทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ พนันออนไลน์ "MNGAME888" และจับกุมแก๊งทั้งหมดได้แล้ว">ตำรวจไซเบอร์ ได้เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ในการกวาดล้างเว็บไซต์พนันออนไลน์อย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่สามารถบุกจับกุมเครือข่ายใหญ่ได้ถึงสองแห่ง ซึ่งฉวยโอกาสเปิดรับแทงพนันในช่วงเทศกาลแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในขณะนี้
ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจร อาชญากรรมออนไลน์ ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าทั้งสองเครือข่ายมีเงินทุนหมุนเวียนในระบบรวมกันสูงถึง 400 ล้านบาทต่อปี และมีการกระจายตัวตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกลเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways
- กวาดล้างใหญ่รับบอลโลก:ตำรวจไซเบอร์บุกทลาย 2 เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ พบมีเงินหมุนเวียนในระบบรวมกันมากกว่า 400 ล้านบาทต่อปี
- กบดานบนดอยสูง:เครือข่ายแรก “Asiaz168” แอบตั้งฐานปฏิบัติการในหมู่บ้านชาวเขาบนดอยสูงที่จังหวัดเชียงราย ส่วนเครือข่ายที่สองฝังตัวอยู่กลางเมืองอุดรธานี
- จับกุมแอดมินพร้อมของกลาง:รวบตัวผู้ต้องหาทำหน้าที่แอดมินรวม 3 ราย พร้อมยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเร้าเตอร์อินเทอร์เน็ตจำนวนมาก
จากการเปิดเผยข้อมูลของ กรุงเทพธุรกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นจากศาลแขวงเชียงรายเข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บนดอยสูงในพื้นที่ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย การตรวจค้นครั้งนี้สามารถจับกุมหญิงสาวอายุ 28 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นแอดมินดูแลระบบและทำการตลาดให้กับเว็บไซต์พนันออนไลน์ชื่อดัง
จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเว็บไซต์พนัน “Asiaz168” เปิดให้บริการมานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยมีฐานสมาชิกที่เข้ามาเล่นพนันสูงถึง 40,000 ราย ระบบของเว็บนี้รองรับการพนันทุกรูปแบบ ทั้งการทายผลฟุตบอลต่างประเทศ หวยออนไลน์ สล็อต และเกมคาสิโนอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีเงินหมุนเวียนเฉลี่ยสูงถึง 20 ล้านบาทต่อเดือน หรือราว 240 ล้านบาทต่อปี
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองทำหน้าที่ยิงโฆษณาและหาลูกค้าใหม่ให้กับเว็บไซต์ โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 34,000 บาท เหตุผลที่เลือกตั้งฐานปฏิบัติการบนดอยสูงแห่งนี้ ก็เพื่อพรางตาเจ้าหน้าที่และทำให้ยากต่อการสืบสวนจับกุมของตำรวจไซเบอร์
เงินหลายล้านไหลเวียนผ่านฐานข้อมูลการพนันออนไลน์
ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำหมายค้นจากศาลแขวงอุดรธานีเข้าตรวจสอบบ้านพักในตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ปฏิบัติการจุดนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 2 ราย เป็นชายอายุ 27 ปี และหญิงอายุ 32 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นแอดมินคอยตอบคำถามและให้บริการลูกค้า
เครือข่ายที่สองนี้ประกอบด้วยเว็บไซต์ “Osaka44” และ “oho21” ซึ่งจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์แบบครบวงจรเช่นเดียวกัน จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า เครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนในระบบไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาทต่อเดือน หรือคิดเป็นเงินมากกว่า 180 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว
ผู้ต้องหาทั้งสองรายยอมรับว่า เพิ่งเข้ามาทำงานเป็นแอดมินในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่กระแสฟุตบอลโลกกำลังเริ่มเป็นที่สนใจ โดยได้รับเงินค่าจ้างคนละ 15,000 บาทต่อเดือน ทำหน้าที่สลับเวรกันดูแลระบบและคอยตอบแชทของกลุ่มนักพนันตลอด 24 ชั่วโมง
ตำรวจไซเบอร์เตือนเร่งขยายผลและอายัดทรัพย์สินผู้ร่วมขบวนการ
ในการจับกุมทั้งสองจุด เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ จอคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์รับส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังได้ทำการอายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งบัญชีบุคคลธรรมดาและบัญชีนิติบุคคลรวมจำนวน 4 บัญชี
พล.ต.ท. สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งทำการสืบสวนขยายผลอย่างเร่งด่วน เพื่อติดตามจับกุมตัวกลุ่มนายทุนใหญ่และผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายพนันออนไลน์เหล่านี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
พร้อมกันนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้ฝากความห่วงใยถึงประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของเว็บไซต์พนันออนไลน์ในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก เนื่องจากพฤติกรรมการเล่นพนันนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นต้นเหตุของปัญหาอาชญากรรมและหนี้สินในสังคมอีกด้วย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์บุกทลายรังเว็บพนันออนไลน์ รวบแอดมินสาวคาบ้านพักบนดอยเชียงราย
ตำรวจไซเบอร์จับกุมอินฟลูเอนเซอร์ OnlyFans ฐานโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์และเผยแพร่วิดีโอโป๊
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ

กาญจนบุรี– เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกักขังและ ทำร้ายร่างกาย ผู้สูงอายุอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ทางตำรวจจึงได้พานางณภัทร หรือ “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี กลับไปยังสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อชี้จุดและรวบรวมหลักฐานสำคัญ
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในสังคมอย่างมาก เนื่องจากแม่ภัทรเปิดเผยว่าถูกลูกชายแท้ๆ สั่งคนให้อุ้มขึ้นรถตู้มากักขังไว้ การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้นำไปสู่การค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงของศูนย์แห่งนี้ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจพานางณภัทร วัย 63 ปี ชี้จุดเกิดเหตุที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี
- เจ้าหน้าที่บุกยึดเซิร์ฟเวอร์ กล้องวงจรปิด 26 ตัว เพื่อหาหลักฐานเอาผิด “ป้าแมว”
- ผู้เสียหายเผยว่ามีห้องกักขัง 3 จุด รวมถึงห้องลับที่ใช้ซ่อนตัวจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
เมื่อเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุ แม่ภัทรได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจและชี้จุดต่างๆ ด้วยความโศกเศร้า เธอถึงกับปล่อยโฮและร้องไห้ออกมาหลายครั้งเมื่อต้องนึกถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายในวันนั้น ความทรงจำที่เจ็บปวดยังคงฝังลึกและหลอกหลอนจิตใจของผู้เสียหายอย่างชัดเจน
จุดสำคัญที่แม่ภัทรพาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ห้องหลัก ซึ่งเธอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการกักขังและทรมานร่างกาย ห้องแรกคือห้องแรกรับที่เธอถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ในวันแรกที่มาถึงศูนย์แห่งนี้
สำหรับห้องที่สองคือห้องพักที่มีลักษณะเป็นลูกกรงเหล็ก หรือที่คนในศูนย์เรียกกันว่า “แดน 3” ห้องนี้มีสภาพแวดล้อมที่ปิดทึบและไม่ต่างจากห้องขัง ซึ่งสร้างความรู้สึกหดหู่ให้แก่ผู้ที่ถูกกักบริเวณเป็นอย่างมาก

ห้องลับเพื่อหลบตาเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ห้องที่สามยังถือเป็นจุดที่น่าตกใจที่สุด นั่นคือห้องกักตัวชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้ายสุดของอาคาร แม่ภัทรให้ข้อมูลว่า ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ซ่อนตัวผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะ เมื่อมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์แห่งนี้
การซ่อนตัวผู้สูงอายุในห้องลับทำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายมีโอกาสร้องเรียน หรือเล่าความจริงเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายให้คนภายนอกได้รับรู้ พฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนปกปิดความผิดอย่างเป็นระบบของผู้ดูแลศูนย์
เพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกว่า 26 ตัว ข้อมูลจากกล้องเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีและเปิดโปงความจริง

เดินหน้าหาหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
การยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตำรวจจะนำภาพที่บันทึกได้ไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาภาพขณะเกิดเหตุและใช้เป็นหลักฐานมัดตัว “ป้าแมว” รวมถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเตรียมดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น
กรณีของแม่ภัทรได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำรอยอีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย– เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด ">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ใน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า ขบวนการค้ายาเสพติด ชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจร ยาเสพติด อย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน









